หนีไปแคนาดาโดนจับ ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
อัยการไทยประสานแคนาดาจับมือปืนยิง ‘จิมมี่ ซานดู’ มาเฟียอินเดียตายที่ภูเก็ตได้แล้ว หลังเปิดปฏิบัติการล่าข้ามโลกผ่านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน สุดปลื้มแค่ 5 วันก็รวบคนร้ายสำเร็จ สร้างสถิติแท็กทีมแคนาดาแล้วจับกุมเร็วสุด ยกเป็นสุดยอดความร่วมมือ เดินหน้าขอให้ส่งผู้ร้ายแดนนำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย เผยแคนาดาแจ้งเบาะแสคนร้ายที่เหลือ รอลุ้นข่าวดี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ และนางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการอาวุโส สำนักงานต่างประเทศ แถลงข่าวการส่งผู้ร้ายข้ามแดนคดีที่คนร้ายร่วมกันยิงนายจิมมี่ ซานดู เสียชีวิตที่ จ.ภูเก็ต
นายประยุทธกล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.พ. เวลาประมาณ 22.30 น. คนร้ายชาวต่างชาติ 2 คนใช้อาวุธปืนยิงนายจิมมี่ ซิง ซานดู มาเฟียเชื้อสายอินเดีย สัญชาติแคนาดา เสียชีวิตหน้าวิลล่าริมหาดโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนวิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนจังหวัดภูเก็ต พบว่านายเเมทธิว ดูปรี ชาวแคนาดา เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีนี้ร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่น ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.พ. ศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมกับ ผู้ต้องหาอื่นในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน”
จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 ก.พ. ปลายทางประเทศแคนาดา และจากการประสานตรวจสอบพบว่าเดินทางถึงประเทศแคนาดาแล้ว
ด้านนายจุมพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อมาวันอังคารที่ 15 ก.พ. เวลา 17.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยกองการต่างประเทศ ส่งเรื่องมายังสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมหมายจับผู้ต้องหาเพื่อขอให้อัยการสูงสุดประสานงานกลางตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 และอัยการสูงสุดมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ และคณะพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ร้องขอทางการแคนาดาให้จับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดนผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับเรื่องแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ กระทำการอุกฉกรรจ์ และเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม ข้ามชาติที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงดำเนินการโดยเร่งด่วน
โดยวันเดียวกัน คืออังคารที่ 15 ก.พ. เวลา 22.30 น. ประชุมกับพนักงานอัยการแคนาดา ฝ่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดน กระทรวงยุติธรรม ผู้ประสานงานกลางของแคนาดา (ผ่านการแนะนำและประสานงานของเครือข่ายสากลระดับโลก ในการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (GPTOC) ของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime) หรือ UNODC) เพื่อหารือรายละเอียดการจัดทำคำร้องขอให้ทางการแคนาดาจับกุมชั่วคราว (Provisional Arrest) ผู้ต้องหาโดยเร่งด่วน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ.129 (พ.ศ.2454) ซึ่งประเทศแคนาดาสืบสิทธิจากสหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
วันพุธที่ 16 ก.พ. พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ ประชุมหารือกับพนักงานอัยการแคนาดาต่อเนื่องในประเด็นการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจัดทำคำร้องขอจับกุมชั่วคราวและพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศเจ้าของสำนวน เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อประสานงานกับพนักงานสอบสวนตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและพยานหลักฐาน เพื่อบรรยายในคำร้องขอของไทยให้พนักงานอัยการแคนาดาสามารถยื่นคำร้องขอออกหมายจับตามกฎหมายแคนาดาได้
วันพฤหัสบดีที่ 17 ก.พ. อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางอนุมัติให้ส่งคำร้องขอจับกุมชั่วคราวผู้ต้องหาไปยังทางการแคนาดา สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ส่งคำร้องขอจับกุมชั่วคราวไปยังทางการแคนาดา ต่อมาอัยการสูงสุดแคนาดา ผู้ประสานงานกลาง อนุมัติให้ขอหมายจับผู้ต้องหาได้ และส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการรัฐอัลเบอร์ต้าเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล และศาลรัฐอัลเบอร์ตาได้ออกหมายจับนายแมทธิว
วันอาทิตย์ที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐบาลกลางแคนาดา หรือ Royal Canadian Mounted Police (RCMP) จับกุมนายแมทธิวได้ และนำตัวส่งศาล ขณะนี้นายแมทธิวอยู่ในความควบคุมของศาลรัฐอัลเบอร์ตา เมืองเอ็ดมันตัน เพื่อรอการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ.1999 ของแคนาดา ทางการไทยต้องส่งคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนเต็มรูป (Full Request) ที่มีคำสั่งฟ้องของพนักงานอัยการในข้อหาและตัวบทกฎหมายที่ชัดเจน โดยส่งไปพร้อมคำร้องขอผ่านวิถีทางการทูตต่อไป
ขณะที่นางอินทรานีกล่าวว่า การจับกุม นายแมทธิว ผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้ เกิดจากการประสานงานร่วมกันหลายฝ่ายอย่างรวดเร็ว ทั้งกลางวันกลางคืนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดขอขอบคุณหน่วยงานต่างประเทศ คือ พนักงานอัยการ ฝ่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดนกระทรวงยุติธรรมแคนาดา พนักงานอัยการรัฐอัลเบอร์ตา เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลกลางแคนาดา และเจ้าหน้าที่ของเครือข่ายสากลระดับโลกในการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (GPTOC) ของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หน่วยงานไทย คือ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนจังหวัดภูเก็ต ที่ร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทำให้ศาลแคนาดาออกหมายจับผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อถามถึงระยะเวลาการนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย นางอินทรานีตอบว่า ระยะเวลานั้นมีช่วงขอจับกุมตัวชั่วคราว ซึ่งต้องทำงานเเข่งกับเวลา บางประเทศต้องการคำสั่งฟ้อง บางประเทศใช้ของพนักงานสอบสวนก็ได้ เเต่บางประเทศระบุเลยว่าต้องเป็นของพนักงานอัยการ ซึ่งประเทศปลายทางจะเเจ้งมาตรฐานของเรื่องระยะเวลา เรื่องนี้ประเทศปลายทางต้องการหลักฐาน เพื่อขอศาลในประเทศที่ทางอัยการเรายื่นเรื่องไป โดยศาลประเทศปลายทางจะดูจากคำร้องขอเเล้วจับกุมชั่วคราว หลังจากนั้นเราจึงทำคำร้องขอของอัยการเข้าไป ซึ่งกระบวนการในศาลต่างประเทศจะให้โอกาสผู้ต้องหามีทนายคัดค้านการส่งผู้ร้ายข้ามเเดน โดยการทำคำร้องเพื่อไต่สวนในต่างประเทศอัยการทั้งสองประเทศจะต้องประสานงานกัน
“เรื่องระยะเวลาขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเเต่ละคดี ซึ่งก็จะมีตั้งเเต่ 1-2 ปี หรืออาจจะนานกว่า อย่างคดีนายราเกซ สักเสนา คดีทุจริตฯ บีบีซีใช้เวลาถึง 13 ปี ซึ่งระยะเวลาในคดีนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายเเต่ละประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดจะทำเต็มที่ เเต่ในขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ต้องหาถูก จับกุมเเล้วตามคำขอของเรา เราทำในนามประเทศ ที่ผ่านมาเราไม่เคยผิดพลาดเรื่องระยะเวลา ขอให้มั่นใจ หากพบปัญหาเราก็จะเดินทางไปติดตามคดีดำเนินการด้วยตนเอง จะเอาใจใส่จนถึงที่สุด ครั้งนี้ถือเป็นครั้งเเรกที่ประเทศเเคนาดาจับกุมได้รวดเร็วตามคำร้องขอของอัยการประเทศไทย ถือเป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องสำคัญที่มองเห็นถึงภาพความร่วมมือต่อไปของหลายหน่วยงาน” อัยการอาวุโส สำนักงานต่างประเทศ กล่าว
ทางด้านนายจุมพล ตอบคำถามถึงการตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือว่า ทางการแคนาดาให้ข้อมูลมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ หากจับตัวได้ก็จะเข้าสู่กระบวนการเช่นเดียวกับผู้ต้องหารายนี้