คนหลายวงการร่วมพิธีบ้านเกิดเป็นพิพิธภัณฑ์
ครอบครัว ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ปลื้มปีติ ในหลวง พระราชินี พระพันปีหลวง กรมสมเด็จพระเทพฯ พระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพวงมาลา พระองค์เจ้าโสมสวลี ประทานพวงมาลา วางหน้าศพอดีตพระเอกดัง ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธาน พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่ามกลางคนในวงการบันเทิงมาร่วมไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้าแน่นศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทร์ นายกอบต.บ้านใหม่ เร่งปรับปรุงบ้านเกิดสรพงศ์ ในอ.มหาราช อยุธยา เป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้วงการหนังไทย ตั้งคำขวัญ ต.บ้านใหม่ “บ้านเกิดสรพงษ์ ชาตรี ละมุด 100 ปี บ้านใหม่ พระใหญ่หลวงปู่ทวด” แฟนหนังพระเอกดังสุดอาลัย แห่ทำบุญวัดหลวงพ่อโต สีคิ้ว ผู้ว่าฯ โคราชชี้สูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ รับสานต่อเจตนารมณ์ พระเอกสรพงศ์ที่สร้างวัดดังให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาต่อไป

พวงมาลาหลวง – ผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวงส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพนายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือ สรพงศ์ ชาตรี พระเอกตลอดกาล ที่เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็ง สิริอายุ 73 ปี ที่วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 11 มี.ค.
ภายหลัง นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือ สรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ ตำนานพระเอกชื่อดัง ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งปอด สิริอายุ 73 ปี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. เวลา 15.51 น. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 11 มี.ค. บรรยากาศที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ญาติของสรพงศ์ ชาตรี ได้เดินทางเข้าไปภายในเพื่อติดต่อขอรับศพ โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้ปิดประตูเหล็กด้านหน้าลง และแจ้งกับสื่อมวลชนว่าไม่สะดวกให้ถ่ายภาพ
ต่อมา เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูเหล็กขึ้น รถตู้นำร่างของสรพงศ์เคลื่อนออกมา โดยบนรถมีพระสงฆ์ 1 รูป และมีผู้โปรยดอกไม้ ขณะที่ด้านในโรงพยาบาล มีญาติของสรพงศ์จำนวนหนึ่ง แต่งกายด้วย ชุดดำและชุดนุ่งขาวห่มขาว ก่อนที่รถตู้จะเคลื่อน ออกไป โดยมีญาติทยอยขึ้นรถตู้ ตามออกไป จากนั้นเวลา 14.30 น. ขบวนรถมาถึงศาลา 11 (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยครอบครัวและญาติ พร้อมผู้ใกล้ชิดกับอดีตพระเอกดัง ได้ช่วยกันแบกโลงศพ ซึ่งทำจากไม้สักเข้าไปภายในศาลา โดยดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยา คอยอยู่เคียงข้างร่างของสามีไม่ห่าง มีน้องขวัญ พิมพ์อัปสร เทียมเศวต ลูกสาว ถือกระถางธูปเดินนำหน้าโลงศพของคุณพ่อ ท่ามกลางบรรยากาศงานเต็มไปด้วยความเศร้าโศกของคนในครอบครัว คนในวงการ บันเทิง และผู้ที่รักอดีตพระเอกดัง อาทิ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา อดีตภรรยา, ดวงใจ หทัยกาญจน์, ชรินทร์ นันทนาคร, วินัย พันธุรักษ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, สมบัติ เมทะนี, จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, กรุง ศรีวิไล รวมถึงแฟนคลับของ สรพงศ์ ที่เดินทางร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเวลา 15.30 น. ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ
เวลา 16.30 น. เจ้าพนักงานพิธีเชิญน้ำหลวง อาบศพพระราชทาน สรพงศ์ ชาตรี สู่ศาลา 11 ศาลากลางน้ำ โดยมีครอบครัวตั้งแถวรับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
จากนั้น เวลา 18.00 น. ผู้แทนพระองค์ ได้เชิญพวงมาลาหลวงส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชร ราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในโอกาสนี้ผู้แทนพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประทานพวงมาลาส่วนพระองค์
เวลา 19.00 น. มีพิธีสวดพระอภิธรรม โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมไปจนถึงวันที่ 17 มี.ค. และจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน จากนั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม จะดำเนินการ ขอพระราชทานเพลิงต่อไป
ด้านจิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ มาร่วมพิธีรดน้ำศพสรพงศ์ อดีตพระเอกคู่ขวัญ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ได้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ก้าวแรก ที่เข้าวงการ ใช้ชีวิตเป็นดารา ก็ได้รู้จักพี่เอกแล้ว เป็นเหมือนเพื่อน ครู และพี่ชาย ต้องขอบคุณพี่เอกและท่านมุ้ย ที่ทำให้ตนได้ตุ๊กตาทอง จากภาพยนตร์ “ถ้าเธอยังมีรัก” พี่เอกพูดว่าหากอยากเป็นลำดวน นางเอกของเรื่องนี้ อยากได้ตุ๊กตาทอง ก็ต้องทิ้งภาพเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ให้หมด ตนเล่นเรื่องนี้ก็ทรมานมาก พี่เอกดุตลอดทั้งเรื่องเลย จึงทำให้ตนเกลียด พี่เอก ว่าไม่น่ามาเล่นเลย ทำไมพี่เอกดุพี่ตลอด สุดท้ายได้ตุ๊กตาทอง ที่ใครๆ ก็อยากได้ รู้สึกบอกไม่ถูก และตนก็ผ่านการเฉียดตายกับ พี่เอกหลายครั้ง ระหว่างที่ทำงานร่วมกัน เช่น รถตกเหวระหว่างถ่ายทำเรื่อง บ้านสีดอกรัก มีตน พี่เอก, เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และเปิ้ล-จารุณี สุขสวัสดิ์ อยู่ในรถด้วย ตอนนั้นตนขาหัก พี่เอกเป็นคนขับ เพิ่งกลับจากเชียงราย สงสารพี่เอกมาก ไม่มีใครอยากเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ มันเป็นคราวเคราะห์ของเราทุกคน ก็ผ่านร้อนหนาว ผ่านอะไรเยอะแยะกับพี่เอก เพราะการเป็นดารามันเสี่ยงกับชีวิต พี่เอก ช่วยชีวิตไว้หลายครั้ง อย่างการขี่ม้า แล้วจะตกม้า พี่เอกก็มาช่วยพยุง
เนาวรัตน์กล่าวความรู้สึกต่อว่า เจอกัน ครั้งล่าสุดก่อนโควิด ที่พี่เอกจะไปอินเดีย ตนได้เข้าไปหาที่ร.พ. ตอนนั้นมีงานโฆษณา อยากให้พี่เอกมาโฆษณากับตน แต่พี่เอกปฏิเสธ บอกว่าไม่เหมาะ ให้ตนทำคนเดียว ประกอบกับช่วงนั้นคุณดวงเดือน ภรรยาพี่เอกไม่สบาย พี่เอกเลยไม่ได้ไปอินเดีย ส่วนอาการป่วยของพี่เอกก็พอทราบและรู้มาว่าอาการ ก็ดีขึ้นแล้ว ไม่ได้ห่วงตรงนั้นเลย ก่อนหน้านี้เป็นงานของ พี่ต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา แล้วก็มา น้องแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ วันนี้เป็นงานพี่เอก มันช็อกจริงๆ ทำไมเป็นแบบนี้ ทีละคนสองคน ตนก็กลัว และอายุพี่เอกก็อยู่ได้ อีกยาวนาน ถามว่าอยากบอกอะไรกับพี่เอก คือตนอยากเจอพี่เอก ไม่คิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่ พี่ต้องจากโลกนี้ไป เราเคยทำงานร่วมกัน ความเป็นเพื่อนเกือบ 40 ปีที่คบกันมา อยากให้กำลังใจครอบครัวของพี่เอก ทั้งลูกสาวและลูกชาย ต้องสู้ต่อไป เดินหน้าให้ได้ ทุกคน ก็โตแล้วและอยากให้ทุกคนเก็บความทรงจำของพี่เอกไว้ให้ดีๆ พี่เอกเป็นบุคคลที่น่าเป็นตัวอย่างมากๆ ไม่ว่าคนไหนในวงการไหน ก็ต้องพูดถึงพี่เอก เพราะเป็นบุคคลที่ต้องจารึกตลอดไป
ด้านนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสรพงศ์ พร้อมกับนำโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่สรพงศ์ แสดงกว่า 200 แผ่น ฟิล์มภาพยนตร์บางส่วน ที่หายากที่ได้เก็บสะสมและหาซื้อมา เพื่อมาจัดเตรียมปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ สรพงษ์ ให้สมบูรณ์
นายวัชรพงศ์กล่าวว่า ส่วนตัวตนมีความชื่นชอบผลงานการแสดงของพี่เอก และเคยร่วมงานกันในเรื่องของการสร้างพระพุทธรูป พี่เอก ที่ผมรู้จัก เป็นคนที่มีจิตใจดีงามมาก เสียสละ สมถะ เมตตา ไม่ยึดติดอะไร ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกเสียใจมาก พี่เอกเป็นดารานักแสดงที่มาจากเด็กบ้านนอกคือ ต.บ้านใหม่ เป็นแบบอย่างนักแสดงที่ดี เป็นความภูมิใจของชาวตำบลบ้านใหม่ จึงได้ตั้งคำขวัญของ ต.บ้านใหม่ ว่า “บ้านเกิดสรพงศ์ ชาตรี ละมุด 100 ปี บ้านใหม่ พระใหญ่หลวงปู่ทวด” การปรับปรุงบ้านพี่เอกให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เรื่องราวของสรพงศ์ ชาตรี ไว้ให้ ประชาชนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม เป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นจุด เช็กอิน และท่องเที่ยวต.บ้านใหม่ ด้วย
ส่วนที่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หรือที่ชาวบ้านเรียกวัดหลวงพ่อโต สรพงศ์ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา บรรยากาศก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและกราบสักการะรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ ภายในวิหารกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จุดทำบุญต่างๆ เช่น จุดบูชาวัตถุมงคล จุดทำบุญซื้อกระเบื้องมุงหลังคา และซื้อที่ดิน ก็ยังเปิดให้ประชาชนร่วมทำบุญตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและประกาศอนุโมทนาบุญ แทนที่ที่สรพงศ์เคยนั่ง
จากการสอบถามนางณงนา เกิดโต อายุ 65 ปี นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเองนั้นเป็นชาว จ.เพชรบุรี โดยจะไปเยี่ยมญาติ ที่ จ.มหาสารคาม จึงได้แวะมากราบสักการะรูปหล่อหลวงพ่อโต ที่นี่ก่อนเพื่อความเป็น สิริมงคล และได้ทราบข่าวว่าสรพงศ์ ชาตรี ได้เสียชีวิตแล้ว รู้สึกเสียใจมาก เพราะตนเป็นแฟนคลับของสรพงศ์ มาตลอด ดูภาพยนตร์ และละครที่แสดงเกือบทุกเรื่อง ถือว่าเป็นพระเอกที่มีนิสัยดีมาก ชอบทำบุญช่วยเหลือสังคม ไม่มีประวัติด่างพร้อย ดังนั้นวันนี้จึงได้มากราบขอพรจากหลวงพ่อโต ขอให้ช่วย ดลบันดาลให้สรพงศ์ไปสู่สรวงสวรรค์ อยู่ในภพภูมิที่ดี
ด้านเจ้าหน้าที่ที่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ เปิดเผยว่า สำหรับการจัดกิจกรรมไว้อาลัยต่อการจากไปของสรพงศ์นั้น ต้องรอให้คณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี ประชุมหารือกันก่อนว่าจะจัดเมื่อไหร่ แต่ก็คงเป็นหลังจาก ที่เสร็จพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่กรุงเทพมหานครแล้ว เนื่องจากคณะกรรมการทุกคนต้อง ไปร่วมพิธีด้วย
ขณะที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา รู้สึกอาลัยต่อการจากไปของสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในจ.นครราชสีมา และได้ประกอบคุณงามความดีไว้มากมาย โดยเฉพาะมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หรือวัดหลวงพ่อโต อ.สีคิ้ว นั้นได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาและการสงเคราะห์พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด การสูญเสีย ในครั้งเป็นการสูญเสียไม่เฉพาะพี่น้องชาวจ.นครราชสีมา แต่เป็นการสูญเสียศิลปินที่มีแต่คุณงามความดีของประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสรพงศ์ และขอแสดงความอาลัยมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้เชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวจ.นครราชสีมา จะเดินทางเข้าร่วมงานศพของคุณสรพงศ์ เป็นจำนวนมาก ส่วนการผลักดันวิหาร หลวงปู่โต นั้นทางจังหวัดพร้อมที่จะดำเนินการ ตามเจตนารมณ์ของคุณสรพงศ์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบัน ทางมูลนิธิฯ ได้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศแล้ว