แก๊สแพง-วัตถุดิบพุ่งทำต้นทุนเพิ่ม พณ.ระดมรถขายถูกๆช่วยบรรเทา นายกฯสั่งเช็กสต๊อก-เอาผิดกักตุน
อาหารตามสั่ง-ข้าวราดแกงขึ้นราคา กรมการค้าภายในยอมรับขยับอีกจานละ 5-10 บาท จากวัตถุดิบแพง แต่ยังยันแก๊สหุงต้มขึ้นราคากระทบแค่จานละ 7 สตางค์ ส่วนราคาเนื้อไก่-ไข่เริ่มขยับ สมาคมภัตตาคารจับมือปั๊มพีทีขายแก๊สหุงต้มถูกให้ร้านอาหาร สตรีตฟู้ด หวังตรึงราคาอาหารช่วยผู้บริโภค แนะรัฐบาลต่อโครงการคนละครึ่งช่วยทั้งคนซื้อคนขาย สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อยังอั้น ไม่ขยับขึ้นราคาไก่ หวั่นตลาดตายคนไทยไม่มีเงินซื้อ วอนรัฐเร่งตรวจสต๊อกพืชอาหารสัตว์ เผยมีการกักตุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลราคาอาหารสัตว์พุ่ง นายกฯ สั่งตร. เกษตร พาณิชย์ ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ หากพบกักตุน ฉวยโอกาส ดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เผยถึงกรณีแก๊สหุงต้มจะปรับขึ้นราคา 1 บาท/ก.ก. ว่า เชื่อว่าจะไม่กระทบมากนัก เพราะก๊าซ 1 ถังใช้ทำอาหารจานเดียวได้ประมาณ 200-300 จาน ส่งผลให้ต้นทุนอาหารตามสั่งปรับเพิ่มขึ้นเพียง 5-7 สตางค์/จานเท่านั้น ยังไม่มีนัยสำคัญต่อการปรับขึ้นราคา ทั้งนี้ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีร้านอาหารตามสั่งหรือร้านข้าวแกงเพียงบางร้านหรือเป็นส่วนน้อยที่ปรับขึ้นราคาอาหารจานละ 5-10 บาท เนื่องจากวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันปรุงอาหาร เนื้อสัตว์ แต่มีร้านอาหารอีกจำนวนมากยังไม่ปรับราคาเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินมาตรการดูแลค่าครองชีพต่อเนื่องเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนซื้อของกินของใช้ราคาถูกกว่าท้องตลาด เช่น รถโมบายพาณิชย์ที่ดำเนินอยู่

รายงานข่าวจากกรมการค้าภายในแจ้งราคาขายปลีกสินค้าอาหารสดในกรุงเทพมหานคร ล่าสุด ณ วันที่ 10 มี.ค. 2565 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าพบว่าสินค้าหลายรายการปรับราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่สดชำแหละ น่อง สะโพก ราคาปรับเพิ่มขึ้น 2-7.50 บาท/ก.ก. จาก 72.63 บาท/ก.ก. เป็น 70-80 บาท/ก.ก., ไก่สดทั้งตัว (รวมเครื่องใน) ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 บาท/ก.ก. จาก 67.50 บาท/ก.ก. เป็น 65-70 บาท/ก.ก., ไข่ไก่ (เบอร์ 3) ปรับเพิ่มขึ้น 0.18 บาท/ฟอง จาก 3.42 บาท/ฟอง เป็น 3.40-3.60 บาท/ฟอง

ส่วนผักสดพบว่าปรับราคาเพิ่มขึ้น 2 รายการ คือ ผักกาดขาว (ลุ้ย) ปรับขึ้น 2 บาท/ก.ก. จาก 22.88 บาท/ก.ก. เป็น 20-25 บาท/ก.ก., กะหล่ำปลี ปรับขึ้น 2.50 บาท/ก.ก. จาก 22.50 บาท/ก.ก. เป็น 20-25 บาท/ก.ก. และพริกขี้หนู (จินดา) 53.46 บาท/ก.ก. เป็น 50-60 บาท/ก.ก. นอกจากนี้ ส้มเขียวหวาน (เบอร์ 5) ปรับราคาสูงขึ้น 9-14 บาท/ก.ก. จาก 45.39 บาท/ก.ก. เป็น 55-60 บาท/ก.ก. เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาลของผลผลิต

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่าแก๊สหุงต้มเตรียมปรับขึ้นราคาเดือนเม.ย.2565 สมาคมหารือกับสมาชิกจะตรึงราคาอาหารไม่ปรับราคาขึ้น โดยจะเป็นตัวกลางเจรจาซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สหุงต้ม ข้าว หมู ไก่ ให้ได้ปริมาณมากๆ เพื่อให้สมาชิกได้ต้นทุนที่ถูกลง ทั้งนี้สมาคม ร่วมมือกับปั๊มน้ำมันพีทีเพื่อขายแก๊สหุงต้มให้สมาชิกในราคาถูกเพื่อให้ร้านอาหารไม่ขึ้นราคาทั้งในส่วนภัตตาคารและสตรีตฟู้ด เป็นการช่วยเหลือผู้บริโภคไปก่อน หากปรับเพิ่มราคาแก๊สหุงต้มหรือต้นทุนพลังงานอื่นๆ ทางสมาคมจะหารือกันอีกครั้ง มาตรการที่รัฐบาลควรดำเนินการต่อในช่วงนี้คือคนละครึ่ง เพราะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือทั้งร้านค้ารายย่อยและประชาชนรากหญ้า

นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคม ผู้เลี้ยงไก่เนื้อ กล่าวว่ายื่นหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ไปนานแล้วเรื่องการควบคุมราคาต้นทุนการเลี้ยงไก่ เพราะขณะนี้ราคาไก่อยู่ที่ 42-43 บาท/กิโลกรัม(ก.ก.) ใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตของเกษตรกรซึ่งอยู่ที่ 41-42 บาท/ก.ก. ถือว่าใกล้เข้าเนื้อแล้ว แต่เบื้องต้นยังไม่ปรับราคาขึ้นเนื่องจากปรับมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะจะทำให้ตลาดตาย ผู้บริโภคคงไม่มีเงินซื้อไก่กิน รัฐบาลต้องเร่งตรวจสต๊อกอาหารสัตว์ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการเลี้ยง ไม่กี่สัปดาห์ราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ราคา 12-14 บาท/ก.ก. นับว่าราคาสูงขึ้นมากเกินไป น่าจะเกิดจากการกักตุนของพ่อค้าคนกลาง การที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาสูงขึ้นขณะนี้เกษตรกรไทยไม่ได้อะไร เพราะข้าวโพดอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางหมดแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือหยุดต้นทุนลงให้ได้ ไม่ใช่ช่วยแค่ผู้เลี้ยงไก่ ยังช่วยเหลือ ผู้บริโภคที่ขณะนี้ต้องประสบปัญหาต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น

นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อกล่าวต่อว่าราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้มก็เตรียมขึ้น กระทบปากท้องประชาชน รัฐบาลต้องเร่งตรวจสต๊อกผลผลิตด้านการเกษตรที่นำมาเป็นอาหารสัตว์ เพื่อให้พ่อค้าคนกลางคายสต๊อกออกมา และอีกทางคือเร่งนำเข้าผลผลิตเกษตรที่จะนำมาผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น ไม่เช่นนั้นตาย กันหมดทั้งผู้เลี้ยงไก่ พ่อค้า และประชาชน ผู้บริโภค

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน พร้อมรายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบข้อเท็จจริง หากพบมีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย มีการกักตุนสินค้า ปั่นราคาแพง ฉวยโอกาสทำกำไรในสภาวการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงในขณะนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ผู้ที่กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น

“มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเพื่อขายเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่กลับพบว่าปริมาณข้าวโพดในตลาดมีน้อยผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่พ่อค้ารับซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งขึ้นทุกวัน เข้าข่ายพฤติกรรมการกักตุนสินค้า รวมทั้งกดดัน ผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ต้องจ่ายราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่กำลังเดือดร้อน นายกฯ กำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่า ให้มีการฉวยโอกาสหรือใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ซ้ำเติมภาระประชาชนในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหา และขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศด้วย” นายธนกรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน