สปส.ย้ำรพ.เบิกได้ โควิด‘เจอจ่ายจบ’
สธ.พอใจ สอบทีแคสวันแรก มาตรการคุมโควิดสนามสอบ เรียบร้อยทุกสนามทั่วประเทศ น.ร.ติดเชื้อลงทะเบียนสอบ 1,540 คน เสี่ยงสูง 300 คน สนามมธ.มาสอบ 525 คน แท็กซี่ฉุกเฉินช่วยส่ง 51 คน กระทรวงจัดเข้มมาตรการป้องกัน แยกผู้ป่วยสอบ 4 ห้อง ป่วยทั่วไป, มีไข้เกิน 37.5 องศา ไอมีน้ำมูก, เสี่ยงสูง และโควิด ป่วยโควิดเกินหมื่น 36 วันติด พบอีก 24,592 ราย ATK ผลบวกเพิ่ม 20,385 ราย 61 จังหวัดพุ่งเกินร้อย สลดคร่าทารกวัย 11 เดือน-ทวด 107 ‘หมอยง’ ชี้งานวิจัยทั่วโลกยอมรับวัคซีนสูตรไขว้ มีประสิทธิภาพมากกว่าสูตรเดียว สปส.ส่งหนังสือย้ำร.พ. ‘เจอ แจก จบ’ เบิกจ่ายได้
สลดทารก-สูงวัย 107 ปีดับ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 36 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 24,592 ราย (ผลตรวจ ATK บวกอีก 20,385 ราย) สะสม 3,161,241 ราย หายป่วย 21,371 ราย สะสม 2,911,447 ราย เสียชีวิต 68 ราย สะสม 23,643 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 226,151 ราย อยู่ใน รพ. 66,089 ราย อยู่ ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 160,062 ราย มีอาการหนัก 1,312 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 435 ราย
ผู้เสียชีวิต 68 ราย มาจาก 35 จังหวัด ได้แก่ กทม. 12 ราย, นครศรีธรรมราช 6 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, นครปฐม ปทุมธานี นครราชสีมา มหาสารคาม ศรีสะเกษ เชียงใหม่ กระบี่ ตรัง ภูเก็ต สงขลา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สระบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรสาคร เลย บุรีรัมย์ แพร่ นครสวรรค์ พะเยา อุตรดิตถ์ อุทัยธานี ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี ระนอง สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 38 ราย หญิง 30 ราย อายุ 11 เดือน – 107 ปี เฉลี่ย 75 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 93%
61 จังหวัดยังเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 2,985 ราย 2.ชลบุรี 1,203 ราย 3.นครศรีธรรมราช 1,148 ราย 4.สมุทรปราการ 986 ราย 5.นนทบุรี 969 ราย 6.สมุทรสาคร 767 ราย 7.ปทุมธานี 707 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 675 ราย 9.สงขลา 619 ราย และ10.นครปฐม 614 ราย
จังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 51 จังหวัด คือ ราชบุรี 527 ราย, ฉะเชิงเทรา 492 ราย, ภูเก็ต 491 ราย, ระยอง 460 ราย, ร้อยเอ็ด 436 ราย, นครราชสีมา 438 ราย, ปัตตานี 393 ราย, บุรีรัมย์ 371 ราย, พัทลุง 351 ราย, สุพรรณบุรี 340 ราย, อุบลราชธานี 338 ราย, มหาสารคาม 332 ราย, สมุทรสงคราม 321 ราย, ขอนแก่น 302 ราย, เชียงใหม่ 295 ราย, ปราจีนบุรี 289 ราย, นราธิวาส 281 ราย, กาฬสินธุ์ 272 ราย, จันทบุรี 263 ราย, เพชรบุรี 252 ราย, สุราษฎร์ธานี 248 ราย, อุดรธานี 246 ราย, ยะลา 242 ราย, สระแก้ว 242 ราย, สระบุรี 234 ราย, ตรัง 233 ราย, กาญจนบุรี 231 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 230 ราย, สุรินทร์ 223 ราย, ศรีสะเกษ 200 ราย
ลำพูนปลอดผู้ป่วย 2 วันติด
นครสวรรค์ 196 ราย, ระนอง 196 ราย, หนองคาย 194 ราย, สตูล 191 ราย, นครนายก 184 ราย, ลพบุรี 181 ราย, ชุมพร 177 ราย, พิษณุโลก 175 ราย, กระบี่ 170 ราย, เลย 168 ราย, ชัยภูมิ 167 ราย, ตาก 157 ราย, ยโสธร 145 ราย, สกลนคร 143 ราย, สุโขทัย 134 ราย, อ่างทอง 132 ราย, แพร่ 128 ราย, กำแพงเพชร 119 ราย, ตราด 111 ราย และสิงห์บุรี 108 ราย ขณะที่จ.ลำพูน ไม่มีรายงานการติดเชื้อเป็นวันที่ 2
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 158 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 80 ราย ใน 21 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น สิงคโปร์ 9 ราย, กัมพูชา 5 ราย, อังกฤษ ฮ่องกง ฝรั่งเศส เยอรมนี ประเทศละ 4 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 22 ราย แซนด์บ็อกซ์ 9 ราย ระบบกักตัว 21 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-11 มี.ค. 2565 จำนวน 90,838 ราย รายงานติดเชื้อ 879 ราย คิดเป็น 0.97% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 78,272 ราย ติดเชื้อ 566 ราย คิดเป็น 0.72% แซนด์บ็อกซ์ 10,980 ราย ติดเชื้อ 274 ราย คิดเป็น 2.5% และกักตัว 1,586 ราย ติดเชื้อ 39 ราย คิดเป็น 2.46%
การฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 11 มี.ค. ฉีดได้ 273,832 โดส สะสมรวม 125,862,893 โดส เป็นเข็มแรก 54,299,065 ราย คิดเป็น 78.1% ของประชากร เข็มสอง 49,965,129 ราย คิดเป็น 71.8% ของประชากร และเข็มสาม 21,598,699 ราย คิดเป็น 31.1% ของประชากร
‘หมอยง’ชี้โลกซูฮกสูตรไขว้
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ ได้สร้างผลงาน องค์ความรู้ใหม่เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติมากกว่า 20 เรื่อง ที่อยู่บนฐานข้อมูลของ Pubmed
งานที่เกี่ยวกับวัคซีน ได้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ และมีการนำไปใช้ในเชิงนโยบาย ตลอดจนเป็นแหล่งอ้างอิงของทั่วโลก โดยเฉพาะการให้วัคซีนต่างชนิดกัน หรือที่เรียกว่าสูตรไขว้ ผลที่ได้เป็นที่ยอมรับแล้วว่า ได้ผลเท่าเทียมหรือมากกว่า การให้วัคซีนชนิดเดียวกัน และมีการศึกษาวิจัยมาสนับสนุน อีกมากมาย
งานวิจัยดังกล่าวขณะนี้ได้ลงพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ที่มีคุณค่าสูงระดับนานาชาติ 6 เรื่องและอยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารนานาชาติอีก 4 เรื่อง ผลงานล่าสุดได้เผยแพร่ในวารสาร Journal of Infectious Disease (JID) เป็นงานที่ศึกษาโดยละเอียดการให้วัคซีนเข็ม 3 ต่างชนิดกัน หลังจากได้รับวัคซีนเชื้อตายมาแล้ว 2 เข็ม ข้อมูลที่ได้ใช้อ้างอิงได้ในระดับนานาชาติ ในวารสารที่มีคุณค่า high impact ขอบคุณทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนงบประมาณ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องขอบคุณอย่างยิ่ง คืออาสาสมัคร ที่ร่วมในโครงการมาโดยตลอด ซึ่งมีจำนวนมากจริงๆ และให้ความร่วมมืออย่างดี งานทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการติดตามระยะยาวและมีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดูแลรักษาและป้องกันลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ที่เราจะต้องอยู่ด้วยกัน
ส่งอาสา ‘ทสปช.’ ช่วยรับสาย
ร.อ.หญิง สวิส รังสรรค์สวัสดิ์ ผู้ช่วย โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า กอ.รมน.ได้จัดบุคลากรสนับสนุน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการทำหน้าที่รับลงทะเบียนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่บ้าน (เอชไอ) ศูนย์พักคอยชุมชน (ซีไอ) ต่างๆ ที่โทรศัพท์ติดต่อเข้ามา ผ่านทางบริการสายด่วน 1330 หรือผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของ สปสช. ตามที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการติดต่อประสานงานกับสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) และมวลชนจิตอาสาของ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ซึ่งในครั้งนี้มี ผู้ตอบรับและอาสาเข้ามาทำหน้าที่จำนวนมาก หลังจากเมื่อวันที่ 11 มี.ค. กอ.รมน. ได้สนับสนุนห้องประชุมชั้น 3 อาคารรื่นฤดี เขตดุสิต กทม. เป็นสถานที่ฝึกอบรมให้กับทสปช. และมวลชนจิตอาสา
สปส.จี้ร.พ.‘เจอแจกจบ’เบิกได้
ด้านนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ลงนามในประกาศ สปส.ด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2565 เรื่อง แจ้งหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีโรคโควิด-19 โดยส่งถึง ผอ.สถานพยาบาลประกันสังคมทุกแห่ง พร้อมแนบแนวทางการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ และหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ตามแนวทาง “เจอ แจก จบ” ว่า คณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษาชุดที่ 13 มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีโรคโควิด-19 โดยมีแนวทางการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ดังนี้
1.ปรับลดอัตราค่าตรวจคัดกรองด้วยวิธี ATK และ RT-PCR 2 ยีน และ 3 ยีน แบบสว็อบและน้ำลาย ทั้งนี้ สำหรับการตรวจ คัดกรองด้วยวิธี RT-PCR ให้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ 2.กรณีผู้ประกันตนที่ได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธี ATK ผลเป็นบวก (อาการสีเขียว) สามารถเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาในที่พัก ระหว่างรอเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในโรงพยาบาล (โฮม ไอโซเลชั่น) และการดูแลรักษาในโรงพยาบาลสนาม สำหรับการดูแลรักษาและแยกกักในชุมชน (คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น) สปส.จ่ายชดเชยในลักษณะเหมาจ่ายตามที่ สปสช.กำหนด โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2565 เป็นต้นไป เว้นแต่กรณีผู้ประกันตนไม่สามารถเข้ารับการรักษาแบบ เอชไอ และ ซีไอ ได้ให้เข้ารับการรักษาประเภทฮอสพิเทล สำหรับการรักษา 7 วันในระยะเวลา 2 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2565
3.กรณีผู้ประกันตนที่ได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธี RT-PCR ผลเป็นบวก ซึ่งมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล ให้ปรับปรุงอัตราค่าห้อง อุปกรณ์ป้องกัน ส่วนบุคคล พีพีอี และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการ อุปกรณ์อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อตามระดับเตียง ระดับ 1-3
กักตัวที่บ้านเหมาจ่ายพันบ.
ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2565 เป็นต้นไป สปส.จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลตามแนวทางที่สปสช. หรือกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด ดังนี้ 1.ค่าบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ หรือผู้ป่วยโรคโควิดที่ไม่มีภาวะเสี่ยงตามที่สธ.กำหนด แบบบริการผู้ป่วยนอก จ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 1,000 บาท ต่อราย โดยครอบคลุมรายการ ดังนี้
(1) ค่าบริการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการแยกกักตัวที่บ้าน (2) การให้ยาที่เป็นการรักษาโรคโควิด ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร หรือยาฟาวิพิราเวียร์ (เบิกจากสธ.) ตามแนวทางกรมการแพทย์ และหรือยารักษาตามอาการรวมค่าจัดส่ง (3) การประสานติดตามอาการเมื่อให้การดูแลครบ 48 ชั่วโมง (4) การจัดระบบส่งต่อเมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องส่งต่อ
เบิกย้อนหลังได้ตั้งแต่ 1 มี.ค.
2.ค่าบริการสำหรับการให้คำปรึกษาหรือการดูแลรักษาเบื้องต้น เมื่อได้รับคำปรึกษาจากผู้ป่วยโควิด หลังให้การดูแลครบ 48 ชั่วโมงไปแล้ว เมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง หรือให้ปรึกษาอื่นๆ จ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 300 บาทต่อราย สำหรับหน่วยบริการที่ให้การดูแลตามข้อ 1
ทั้งนี้ แนวทาง “เจอ แจก จบ” ตามนโยบายสธ. ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการแพทย์ในการประชุมครั้งที่ 4/2565 เมื่อ วันที่ 11 มี.ค.2565 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 มี.ค. เป็นต้นไป
นายบุญสงค์กล่าวว่า การดำเนินการ ดังกล่าวนั้น ให้มีผลย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2565 คือ หน่วยบริการที่ให้บริการ ผู้ประกันตนสามารถเบิกย้อนหลังได้
1,712 น.ร.ป่วยสอบ GAT/PAT
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน และครู ต่างแสดงความดีใจ และขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่มีนโยบายไม่ตัดสิทธินักเรียนที่ติดโควิด ทั้งที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ และอยู่ระหว่างการรักษา รวมถึงกลุ่มเสี่ยงสูงให้สามารถเข้าสอบเรียนต่อภายใต้มาตรการที่ศบค.กำหนด ทำให้นักเรียนได้เข้าสอบโดยไม่เสียสิทธิ ทั้งการสอบเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การสอบ NT O-net และสอบ GAT PAT ในวันที่ 12-13 มี.ค.
นายธนกรกล่าวว่า ล่าสุดการจัดสอบในระบบ TCAS สำหรับนักเรียนที่ติดเชื้อ โควิด-19 กลุ่มอาการสีเขียวและกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งได้เริ่มในวันเดียวกัน พบว่านักเรียนที่มีสิทธิสอบในระบบ TCAS65 ที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้สนามสอบพิเศษโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดเตรียมไว้ผ่าน mytcas.com แล้วถึง 1,712 คน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้คือประมาณ 730 คน โดยมีสนามสอบพิเศษรองรับ 6 สนามสอบหลัก ครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง กทม. คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และภาคใต้ คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงมีอีก 1 สนามสอบพิเศษเฉพาะของจังหวัดจันทบุรี ที่เปิดรับเฉพาะนักเรียนติดเชื้อในจ.จันทบุรี และล่าสุดจังหวัดต่างๆ มีการเปิดสนามสอบพิเศษของจังหวัดด้วย รวม 18 จังหวัด ทำให้ขณะนี้จึงมีสนามสอบพิเศษรวมเป็น 24 สนามสอบแล้ว
อว.ตรวจสนามสอบวันแรก
ด้านนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และโฆษกกระทรวง อว. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดอว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบวิชาความถนัดทั่วไปหรือ GAT และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT ในโครงการ “ติดโควิด ยังมีสิทธิ์สอบ” ในระบบการสอบคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS ของทปอ. และอว. ที่โรงเรียนสตรีสิริเกศ และโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสนามสอบที่อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่รับผิดชอบจัดสนามสอบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร เพื่อตรวจความเรียบร้อยของการจัดสอบรวมทั้งให้กำลังใจนักเรียนและอาจารย์ผู้คุมสอบ
นพ.สิริฤกษ์กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมสนามสอบ ว่า วันแรกเป็นการสอบวิชา GAT และวิชา PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ เพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวและกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ที่สมัครสอบในโครงการ “ติดโควิด ยังมีสิทธิ์สอบ” ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนมาถึง 1,712 คน ได้รับรายงานจากสนามสอบทั่วประเทศ พบว่า มีความเรียบร้อยดี มีการจัดระบบการสอบ การคัดกรองและมาตรการดูแลความปลอดภัย นักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวและกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่างดี เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการสอบได้อย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ มีการจัดห้องสอบพิเศษแยกเป็น 4 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 สำหรับกลุ่มที่มีอาการเจ็บป่วยทั่วไปและผู้พิการ ห้องที่ 2 สำหรับผู้ที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส และมีอาการไอจามและน้ำมูก ห้องที่ 3 สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรืออยู่ในช่วงกักตัวรอดูอาการ และห้องที่ 4 สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด โดยจะมีอาจารย์พยาบาลคอยคัดกรองและสอบถามอาการเบื้องต้นก่อนจัดเข้าห้องสอบ นอกจากนี้ ข้อสอบยังมีการปิดผนึกถึง 4 ชั้น เมื่อนักเรียนทำข้อสอบเสร็จจะนำมาอบโอโซนก่อนแล้วจึงนำส่งให้ ผู้ตรวจต่อไป ขณะที่สนามสอบที่ จ.ศรีสะเกษ มีนักเรียนสมัครสอบในโครงการ จำนวน 16 คน และอาจารย์ผู้คุมสอบพร้อมติดตามตรวจสอบระบบและมาตรการการดูแลความปลอดภัยสำหรับผู้เข้าสอบทั้งที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ซึ่งพบว่า ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด
สนามสอบมธ.ไร้ปัญหา
นายดวงฤทธิ์กล่าวว่า นักเรียนที่เข้าร่วมในโครงการติดโควิด ยังมีสิทธิ์สอบ และ ผู้ปกครองต่างมีกำลังใจดี จากก่อนหน้านี้ที่กลัวว่าเด็กๆ อาจต้องเสียสิทธิ์ เพราะการสอบครั้งนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของเด็กๆ มาก ขณะนี้ก็คลายกังวลไปได้แล้ว ซึ่ง ทปอ. อว. ขอยืนยันว่า ไม่ว่าใครที่ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงสูง ถ้ามีความประสงค์จะสอบจะได้รับสิทธิ์สอบทุกคน พร้อมยังจัดระบบมาตรการดูแลความปลอดภัยและ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ทุกคนได้เข้าสอบอย่างเต็มที่
นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้จัดการระบบสอบทีแคส ของทปอ. กล่าวว่า ภาพรวมการจัดสอบวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีสนามสอบเด็กติด โควิด-19 บางสนามสอบเกิดปัญหาข้อสอบไม่เพียงพอเนื่องจากระบบจัดส่งข้อสอบล่วงหน้าไปแล้ว 3 วัน ขณะที่ระบบลงทะเบียนสนามสอบพิเศษจะปิดล่วงหน้าก่อนสอบ 24 ชั่วโมง ต้องวิ่งไปรับข้อสอบสำรองและใช้ข้อสอบของผู้ที่ขาดสอบ ทั้งนี้สนามสอบเด็กกลุ่มเสี่ยง และเด็กติดโควิด-19 มีผู้ขาดสอบไม่มาก ส่วนสนามสอบทั่วไป เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการสอบวันที่ 13 มีนาคม ช่วงเช้าจะเป็นการสอบวิชา PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ และ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลงทะเบียนแล้ว กว่า 600 คน ทั่วประเทศ
1,540น.ร.เข้าสอบ
นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบพิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต ซึ่งถือเป็นสนามสอบสำหรับนักเรียนที่ติดเชื้อโควิดที่ใหญ่ที่สุดจาก 32 สนามสอบทั่วประเทศ ทั้งนี้ มีนักเรียนติดเชื้อลงทะเบียนสอบจากทั่วประเทศ 1,540 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 300 คน เฉพาะที่สนามสอบพิเศษ มธ.มีนักเรียนที่ติดเชื้อมาสอบ 525 คน สัมผัสเสี่ยงสูง 70 คน จากการตรวจสอบพบว่าทำตามมาตรการของสธ. ที่กำหนดไว้
“สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ขอให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะสอบ สวมเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอ เพราะหากสวม 2 ชิ้นอาจทำให้รู้สึกอึดอัด อาจส่งผลต่อสมาธิขณะสอบ แนะนำให้พกหน้ากากอนามัยสำรองไว้ในกรณีที่เปียกชื้น หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ เมื่อกลับถึงบ้านให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที นอกจากนี้ ให้คอยสังเกตอาการ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อยง่าย ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย ATK ทันที” นพ.สราวุฒิกล่าว
ส่วนที่อ.แม่สอด จ.ตาก บรรยากาศการดำเนินการจัดสอบวิชาความถนัดทั่วไป GAT PAT ที่สนามสอบโรงเรียนสรรพวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก มีนักเรียนจากอำเภออุ้มผาง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง และอ.แม่ระมาด เข้าสอบ โดยทางโรงเรียนมีมาตรการต่างๆ ในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด โดยทางสาธารณาสุขอำเภอ (สสอ.) แม่สอด ได้นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล และนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มปกติ กลุ่มผู้ติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยง
นายเฉลิม กล่อมเกลี้ยง สสอ.แม่สอด กล่าวว่า ผู้สอบติดเชื้อโควิด จำนวน 18 คน และกลุ่มเสี่ยง 5 คน ซึ่งทางโรงเรียนทำได้ดีอยู่แล้ว เนื่องจากมีประสบการณ์
ด้านนางสุภัทร เงินดี ผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม กล่าวว่า มีครูดูแลนักเรียนที่เข้าสอบตามมาตรการของสสอ.แนะนำอย่างเคร่งครัด

เข้มสอบ – เจ้าหน้าที่ใส่ชุดพีพีอี ควบคุมการสอบแกต-แพต ที่จัดให้นักเรียนป่วย โควิด เข้าสอบในห้องพิเศษ ที่ม.เทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ทั้งนี้ ทั่วประเทศมีเด็กติดโควิดและเสี่ยงสูงลงทะเบียนเข้าสอบ 1,712 คน
พยาบาลสวม‘พีพีอี’คุมสอบ
ที่อาคารสุรนิเวศ 11 และ 12 ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ทั้งหญิงและชาย สวมหน้ากากอนามัย เข้าสอบกันอย่างคึกคัก ภายใต้มาตรการควบคุมห้องสอบ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พยาบาลจาก ร.พ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สวมชุด พีพีอีควบคุมการสอบอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่บริเวณห้องสอบ โดยสนามสอบจัดเป็น 2 ห้อง ได้แก่ ห้องนักเรียนผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดจำนวน 25 คน จัดพื้นที่ให้สอบภายในอาคารสุรนิเวศ 11 และห้องนักเรียนที่ติดเชื้อโควิค-19 จำนวน 52 คน จัดพื้นที่สอบภายในอาคารสุรนิเวศ 12 ทั้งนี้จะมีการจัดสอบ เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 สอบ GAT PAT ระหว่างวันที่ 12-15 มี.ค. และช่วงที่ 2 สอบวิชาสามัญทั่วไประหว่างวันที่ 19-20 มี.ค.
โคราชระลอกใหม่พุ่ง 3 หมื่น
ด้านสสจ.นครราชสีมา รายงานว่า พบ ผู้ป่วยใหม่ 1,314 ราย ป่วยสะสม 30,329 ราย รักษาหาย 20,017 ราย รักษาอยู่ 10,260 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 2 ราย เป็นหญิงอายุ 71 ปี อยู่ต.โบสถ์ ประวัติเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ไม่เคยรับวัคซีน และชายอายุ 72 ปี ต.สายออ อ.โนนไทย ประวัติฉีดวัคซีน 2 เข็ม เสียชีวิตสะสม 52 ราย
ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีนักเรียนเข้าสอบรวม 3,432 คน เป็นเด็กติดเชื้อ 33 คน โดยสนามสอบใช้มาตรฐานเดียวกันกับสนามสอบ จ.ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รับผิดชอบจัดสอบในเขตอีสานใต้
ส่วนสถานการณ์โรคโควิด จ.อุบล ราชธานีพบผู้ป่วยใหม่ จำนวน 233 คน อยู่ระหว่างรักษา 10,629 คน เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 176 คน มีอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 12 คน