1เมย.ปรับเป็น333/ถังน้ำมันพืชพุ่งพรวด10บ.ตู่แนะเปิดแอร์27องศา
อ่วมอรทัย แก๊สหุงต้มขึ้นราคาอีกถึงละ 15 บาท หรือก.ก.ละบาท เริ่ม 1 เม.ย. มติกบง.ให้ปรับเป็น 333 บาท ต่อถัง 15 ก.ก. เติมบัตรคนจนให้อีก 55 บาท เป็น 100 บาท แยกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม ออกจากดีเซลหมุนเร็ว เตรียมลดชดเชยกองทุนน้ำมัน ส่วนน้ำมันพืชขึ้นราคาแล้วขวดละ 10 บาท เป็นขวดละ 60-68 บาท น้ำมันปาล์ม-รำข้าวก็ด้วย ด้านอาหารกระป๋องยื่นขอขึ้นแล้ว แต่ก.พาณิชย์ยังไม่อนุมัติ สมาคมค้าปลีกแจง 2-3 เดือน บะหมี่ซองแห่ขึ้นราคาในรอบ 10 ปี ชี้ผลพวงสงครามรัสเซีย-ยูเครน แป้งแพงขึ้น 40% คลังชงเข้าครม.อีก แพ็กเกจสู้แพงช่วยประชาชน ลดภาษีน้ำมันดีเซลถึงพ.ค. ส่วนคนละครึ่งเฟส 5 รอดูสถานการณ์ก่อน
ถกเปิดด่านค้าแม่ฮ่องสอน
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน ด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย เมียนมา ที่จ.แม่ฮ่องสอน โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน และหัวหน้าส่วนราชการ สรุปสถานการณ์การค้าชายแดนไทย เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ทั้ง 5 ช่องทาง ตลอดจนปัญหา อุปสรรค และรับทราบความคืบหน้าในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด่านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม ผลักดันให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร
นายจุรินทร์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ปัญหาและอุปสรรคของการเปิดจุดผ่อนปรน ทั้งช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น ยังติดปัญหาด้านการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับเมียนมา และการขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคาร และปรับปรุงถนน ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนกรณีหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เรียกร้องให้เปิดจุดผ่อนปรนเฉพาะกิจเพื่อการท่องเที่ยว ตนได้มอบหมายให้ทางจังหวัดเร่งเรื่องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแก้ไขปัญหา
จากนั้นนายจุรินทร์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ห้างแม็คโคร สาขาแม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่วันนี้ โดยได้สั่งให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจตลาดทุกระดับในทุกจังหวัดและรายงานตนทุกวัน โดยเฉพาะสินค้าหมวดสำคัญ 18 หมวดที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งราคายังไม่มีการปรับขึ้น แต่หลายรายการปรับลดลงและมีการจัดโปรโมชั่นในห้างสรรพสินค้าใหญ่หลายรายการ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ลด 50% หลายรายการ ทั้ง พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญในชีวิตประจำวัน การไม่ขึ้นราคาพัดลมในหน้าร้อนก็ถือว่าไม่ฉวยโอกาสค้ากำไรเกินสมควร ส่วนสินค้าอื่นยังไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังให้จำหน่ายที่ซองละ 6 บาท และที่แม็คโครขายส่งซองละ 5.10 บาท
สงกรานต์ห้ามฉวยขึ้นราคา
นายจุรินทร์กล่าวว่า หลังจากนี้ไปต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น แต่ราคาอาหารสดยังตรึงราคาไว้ได้ เช่น หมูเนื้อแดงที่เคยเป็นห่วงก่อนจะขึ้นราคาถึงกิโลกรัมละ 300 บาท ก็ไม่ได้ปรับขึ้น เพราะมาตรการที่ถูกทิศทางของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาล ตอนนี้หมูเนื้อแดง ราคาเฉลี่ย 150 บาท/ก.ก. ทั่วประเทศ สำหรับห้างแม็คโครกิโลกรัมละ 135 บาท อยู่ในระดับราคานี้เป็นเดือนแล้ว แต่สถานที่ไกลๆ ก็อาจจะแพงกว่านี้ เพราะหมูมีน้อยอาจขายราคาสูงขึ้นแต่เฉลี่ยแล้วทั่วประเทศคือ 150 บาท
ส่วนไก่อยู่ในราคากำกับ อาจสูงขึ้นบ้างบางช่วง 1-2 บาท/ก.ก. ซึ่งยังอยู่ในราคากำกับ ส่วนไข่ไก่ที่เป็นข่าวเมื่อ 2-3 วันว่าจะปรับราคาขึ้น ขณะนี้เจรจาจบเป็นที่ยุติว่ายังตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกินฟองละ 3.20 บาท ทำให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ เฉลี่ย 3.54 บาท/ฟอง ทั้งประเทศ ส่วนราคาไข่ไก่เบอร์ 3 ที่แม็คโคร ราคา 3.40 บาท/ฟอง น้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ น้ำมันปาล์ม ขวดละ 62.84 บาทและที่ห้างโลตัส 62 บาท บิ๊กซี 60-62 บาท แม็คโคร 64-66 บาท น้ำมันถั่วเหลือง เฉลี่ยอยู่ที่ 61.19 บาท/ขวด ที่โลตัส 55-60 บาท บิ๊กซี 59-60 บาท แม็คโคร 61.50 บาท ผู้บริโภคคงรู้สึกว่าถ้าถูกกว่านี้ได้ก็ดี แต่อยู่ในระดับราคาที่ยังกำกับได้ เพราะผลปาล์มราคาสูงขึ้นมากที่เป็นต้นทุนการนำมาผลิตน้ำมันปาล์มขวดบริโภค เราพยายามดูอย่าให้น้ำมันขาดแคลนและไม่ให้ราคาสูงจนเกินไป ราคาเฉลี่ย 62 บาทถือว่าผู้บริโภคเห็นใจและพอเข้าใจได้
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่าช่วงสงกรานต์จะมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้านั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตไม่มีสิทธิ์ที่อยู่ๆ จะมาขึ้นราคา ถ้าขึ้นราคาจนกลายเป็นการค้ากำไรเกินควรต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาค้ากำไรเกินควร พาณิชย์จังหวัดจะคอยตรวจตรา อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้าที่ไหนขึ้นราคาเกินพอดีและรู้สึกเอารัดเอาเปรียบมากไป ให้แจ้งสายด่วน 1569 ถ้าพบความผิดจริงจะดำเนินคดี
อาหารกระป๋องยื่นขอปรับ
รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน แจ้งถึง สถิติราคาขายปลีกน้ำมันพืชแต่ละชนิดในเขตกรุงเทพมหานคร ประจำเดือน มี.ค.2565 ว่า จากการออกสำรวจราคาประจำวันของกรมการค้าภายใน พบว่า น้ำมันพืชเกือบทุกชนิดมีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีก โดยราคาสำรวจ ล่าสุด ณ วันที่ 17 มี.ค. พบว่า น้ำมันปาล์มขวด บรรจุ 1 ลิตร ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 61-65 บาท/ขวด ปรับเพิ่มจากช่วงต้นเดือน 2-3 บาท/ขวด, น้ำมันถั่วเหลือง บรรจุขวด 1 ลิตร ราคาอยู่ที่ 60-68 บาท/ขวด ปรับเพิ่มขึ้น 5-10 บาท/ขวด และน้ำมันรำข้าว บรรจุขวด 1 ลิตร ราคาอยู่ที่ 68-70บาท/ขวด ปรับเพิ่มขึ้น 4-5 บาท/ขวด
ด้านร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยว่า น้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวด 1 ลิตร ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 60-68 บาท/ขวด มีการปรับราคาขึ้นเล็กน้อย ราคานี้เป็นราคาตลาดทั่วไป ซึ่งจะแพงกว่าราคาภายในห้างสรรพสินค้า โดยราคาจำหน่ายในห้างโลตัสยังอยู่ที่ 55-60 บาท/ขวด บิ๊กซี 59-60 บาท/ขวด และแม็คโคร 61.5 บาท/ขวด ส่วนน้ำมันปาล์ม ราคาอยู่ที่ 61-65 บาท/ขวด ปรับขึ้นเล็กน้อย 2-3 บาท/ขวด แต่ราคาห้างยังทรงตัว โลตัส 62 บาท/ขวด บิ๊กซี 60-62 บาท/ขวด และแม็คโคร 64-66 บาท/ขวด ส่วนน้ำมันรำข้าวปกติราคาจะแพงกว่าน้ำมันปาล์มและถั่วเหลืองอยู่แล้ว
“ราคาน้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง และรำข้าวที่จำหน่ายภายในห้างยังไม่ปรับขึ้นราคา ส่วนนอกห้างมีราคาขยับขึ้นเล็กน้อย สาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้ากลุ่มน้ำมันพืช มีราคาสูงขึ้นนั้นเป็นไปตามกลไกลตลาด ดีมานด์ ซัพพลาย รวมทั้งสาเหตุจากปัญหาการสู้รบรัสเซียยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อราคาธัญพืชโลกให้ปรับสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบอ้างอิงประเทศมาเลเซียซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ก็ยังมีราคาสูง ขณะที่ผลผลิตในประเทศยังไม่ออกสู่ตลาด คาดว่าจะเริ่มทยอยออกช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งจะทำให้ราคาอ่อนตัวลง สำหรับสินค้าที่ติดตามดูแลราคา 18 รายการนั้นขณะนี้ พณ.ยังไม่ได้มีการอนุมัติให้ขึ้นราคา ส่วนผู้ผลิตอาหารกระป๋องได้ทยอยยื่นขอปรับขึ้นราคามายัง คน.แล้ว ซึ่งต้องพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียดต่อไปว่าจะให้มีการปรับขึ้นราคาหรือไม่” ร้อยตรีจักรากล่าว
2-3 เดือนมาม่าจ่อขยับ
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย เปิดเผยถึงภาวะราคาสินค้าสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตได้แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งมายังผู้ค้าแล้ว เนื่องจากต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะแป้งหมี่ปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 40% รวมทั้งต้นทุนน้ำมันปาล์มบรรจุในซอง เชื่อว่าการปรับราคาคงไม่หยุดแค่นี้ คาดว่าภายใน 2-3 เดือน ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกรายอาจต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกอย่างแน่นอน ตามภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก็ต้องทำตามขั้นตอนของกระทรวงพาณิชย์จึงจะปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกได้ และหากมีการอนุมัติให้ปรับราคาจะถือว่าเป็นการปรับขึ้นราคาปลีกครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี
รอชงครม.แพ็กเกจช่วยแพง
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 มี.ค. คาดว่าจะมีการเสนอให้พิจารณามาตรการเพื่อบรรเทาภาระประชาชนจากปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นมาตรการต่างๆ ที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือและพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกรูปแบบ ขณะที่เม็ดเงินเพื่อรองรับมาตรการที่จะออกมานั้น กระทรวงการคลังยืนยันว่ามีเพียงพออย่างแน่นอน เพราะมีทั้งในส่วนของเงินกู้ที่ยังไม่ได้ใช้ งบประมาณปกติ และงบกลางที่จะนำมาใช้ได้ และมีบางมาตรการที่อาจจะไม่ต้องใช้งบประมาณด้วย
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงขณะนี้นั้น กระทรวงการคลังติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพราะราคาน้ำมันมีความผันผวนอยู่ค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันที่ประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลัง และรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปก ได้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมมีความเป็นห่วงเพราะที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนพอสมควร และต้องติดตามดูว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน และจะมีผลอย่างไรกับราคาน้ำมัน เพราะบางส่วนอาจมีผลโยงไปถึงอัตราเงินเฟ้อและนโย บายการเงินด้วย ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น จะยาวจนถึงเดือนพ.ค.2565
สำหรับการเพิ่มสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะการเพิ่มค่า แก๊สหุงต้ม เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้นนั้น มองว่า หากจำเป็นก็ต้องทำ แต่เท่าที่ทราบตอนนี้กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาอยู่ มีหลายช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปช่วย การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล
ขณะที่ความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 นั้น กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ อีกทั้งช่วงนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังดำเนินอยู่ การให้คนมารวมตัวกันที่สาขาของธนาคารเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอาจจะยังไม่เหมาะ ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในส่วนนี้ด้วย
นายกฤษฎากล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้มีการพิจารณาโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 คงต้องดูกันในระยะต่อไป โดยปัจจุบันโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ยังดำเนินการอยู่ แต่คงไม่ใช่ช่องทางที่จะทำตลอดไป เพราะเศรษฐกิจจะต้องเดินกลับมาสู่ระบบปกติในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งในภาวะปกติเอกชนถือเป็นพระเอกในการขับเคลื่อน ผ่านการค้าและการลงทุน ทุกประเทศทั่วโลกก็ทำในลักษณะนี้ วันนี้สิ่งที่รัฐบาลช่วยยังมีอยู่ ยังไม่หมด คงต้องประเมินสถานการณ์กันต่อไป
อาเซียนไฟเขียวยืดส่งออก
ด้านนายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 28 ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคจากปัญหาโควิด-19 ซึ่งไทยได้เสนอ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายบุคคลในภูมิภาคให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยว การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลให้มากขึ้น และการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฉบับต่างๆ
นายสรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการขยายอายุบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่อาเซียนจะไม่จำกัดการส่งออกสินค้าจำเป็นในช่วงโควิด-19 ไปจนถึงเดือนพ.ย.2567 โดยไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลกระทบของเอ็มโอยู เพื่อประกอบการพิจารณาขยายบัญชีรายการสินค้าให้จำกัดเพียงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และห่วงโซ่การผลิตเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังหารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งอาเซียนที่มีการนำเข้าวัตถุดิบหลักจากรัสเซียอาจได้รับผลกระทบปานกลาง อาทิ เชื้อเพลิง แร่และโลหะ และเหล็กและเหล็กกล้า ซึ่งจะส่งผลไปยังอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ อาจมีผลกระทบทางอ้อมจากเงินเฟ้อ ความผันผวนของตลาดการเงิน และการขาดช่วงในห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะส่งผลการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนช้าลง โดยไทยได้เสนอให้อาเซียนดำเนินการร่วมกันทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า และความร่วมมือทางด้านพลังงาน เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในภูมิภาค
แนะ6วิธีประหยัดพลังงาน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลต่อวิกฤตราคาพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รวมถึงยังส่งผลกระทบ เป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ดังกล่าว จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนให้มากที่สุด โดยใน เบื้องต้น กระทรวงพลังงานได้แนะนำวิธีประหยัดพลังงานน้ำมันและไฟฟ้า ให้ประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ตัวเองและครอบครัว
นายธนกรกล่าวว่า ข้อแนะนำของกระทรวงพลังงานในการประหยัดน้ำมันจากการเดินทางด้วยรถยนต์ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ขอให้มีการเตรียมพร้อมก่อนการเดินทาง วางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถ ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัย เช็กน้ำมันเครื่องก่อนการเดินทาง อุปกรณ์ประจำรถต้องพร้อมใช้งาน ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด พักเครื่องยนต์ระหว่างเดินทาง รวมทั้งควรเช็กให้ชัวร์อย่างมั่นใจก่อนออกเดินทาง ด้วย 6 เช็กลิสต์ ได้แก่
1.แบตเตอรี่และสายไฟ ตรวจระดับน้ำกลั่น ขั้วต่อและสายไฟให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 2.ตรวจสภาพยางล้อรถยนต์ ลมยางต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และยางอะไหล่ต้องพร้อมใช้งาน 3.ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกและผ้าเบรกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 4.ระบบไฟส่องสว่างทั้งคันรถต้องพร้อมใช้งาน 5.ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินจำเป็น เพราะจะทำให้รถใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น และ 6.วางแผนก่อนออกเดินทางเพื่อช่วยประหยัดน้ำมันและย่นระยะเวลาถึงที่หมาย
นายธนกรกล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ยังมีข้อแนะนำการประหยัดพลังงานในส่วนของเวิร์กฟรอมโฮม ให้ประหยัดพลังงาน โดยให้ปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ในโหมด สลีป ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่มีการใช้งานนานกว่า 15 นาที ไม่เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ เปิดใช้ตู้เย็นเท่าที่จำเป็น ปิดตู้เย็นให้สนิททุกครั้ง ละลายน้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่การใช้เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ ควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 27 องศา พร้อมเปิดพัดลมตั้งพื้นควบคู่กัน ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศในห้อง และช่วยลดอุณหภูมิลงได้ประมาณ 2 องศา โดยจะช่วยให้ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาอย่างเดียว รวมทั้งควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือนและล้างแอร์ทุก 6 เดือน จะช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์และประหยัดไฟ ซึ่งวิธีใช้แอร์ดังกล่าวจะช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ 10-30% ทั้งนี้ ไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น ไดร์เป่าผม เตารีด ภายในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศด้วย
1 เม.ย.ขึ้นแก๊สหุงต้ม 15 บ.
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ทยอยปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) 3 ครั้ง โดยปรับขึ้นเดือนละ 1 บาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2565 ทำให้ราคาขายปลีกจะปรับเป็น 333 บาทต่อถัง 15 ก.ก.ในเดือนเม.ย.2565
ขณะเดียวกัน กบง. ได้เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคาแก๊สหุงต้ม โครงการยกระดับความช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อแก๊สหุงต้มแก่ผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 55 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ช่วยเหลือ 45 บาท เป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน โดยให้กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ขอความร่วมมือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดราคาแก๊สหุงต้มแก่ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ ปตท. ดำเนินการอยู่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 30 มิ.ย.2565
นอกจากนี้มอบหมายให้ธพ. จัดทำคำขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 200 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคาแก๊สหุงต้ม เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนมากเกินไป
แยกดีเซลพรีเมียม-จ่อลดชดเชย
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่ากบง. ยังเห็นชอบหลักการให้แยกชนิดน้ำมันดีเซล หมุนเร็วพรีเมียม ออกจากน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยมีแนวทางจะลดการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม และมอบให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ไปดำเนินการในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอ กบน. ต่อไป
ส่วนมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น กำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันให้เป็นไปตามสัดส่วนการผสมของกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 ไม่ต่ำกว่า 5% และไม่สูงกว่า 7% โดยปริมาตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ไม่ต่ำกว่า 5% และไม่สูงกว่า 10% โดยปริมาตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 ไม่ต่ำกว่า 5% และไม่สูงกว่า 20% โดยปริมาตร และยังคงขอความร่วมมือจาก ผู้ค้าน้ำมันให้คงค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซลไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.2565