วันนี้เบนซินขึ้น60สตางค์ส.เลี้ยงสุกรโอดต้นทุนพุ่ง3เดือนปรับราคาแล้ว15บ.

อ่วมรายวัน หมูขึ้นอีกกิโลละ 4 บาท สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแจงแบกต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งไม่ไหว ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลือง ทำให้พื้นที่ภาคใต้ต้องขยับราคาหน้าฟาร์ม จากก.ก.ละ 88 บาท เป็น 90 บาท ในห้างจาก 140 บาท เป็น 144 บาท ค้าปลีกจาก 176 เป็น 180 บาท กรมการค้าภายในแจงพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 1 มี.ค. เนื้อหมูทุกชนิดขยับราคารวมแล้ว 15 บาท ปตท.-บางจากขึ้นเบนซินทุกชนิดอีก 60 สตางค์ แก๊สโซฮอล์ทะลุลิตร 40 บาทอีกหนในรอบเดือน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. รายงานข่าวจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ แจ้งว่า ทางสมาคมได้ปรับ ขึ้นราคาลูกสุกรขุนหน้าฟาร์ม ในพื้นที่ภาคใต้ เพิ่มขึ้น 2 บาท/ก.ก. ส่งผลให้สุกรขุนหน้าฟาร์ม ปรับราคาจาก 88 บาท/ก.ก. เป็น 90 บาท/ก.ก. ทำให้ราคาขายส่งห้างสรรพสินค้า ปรับเพิ่มขึ้น 4 บาท/ก.ก. คือปรับจาก 140 บาท/ก.ก. เป็น 144 บาท/ก.ก. ส่วนราคาขายปลีกทั่วไป ปรับเพิ่มขึ้น 4 บาท/ก.ก. เช่นกัน คือ ปรับจาก 174-176 บาท/ก.ก. เป็น 178-180 บาท/ก.ก.

รายงานข่าวระบุว่า เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์ยังคงเป็นปัญหาหลัก ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง จากภาวะวิกฤตสงคราม ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน กระทบทุกคนอย่างชัดเจนกับต้นทุนด้านพลังงานน้ำมัน ที่กระทบค่าใช้จ่ายรายวันของผู้บริโภค ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการต้นทุนเมื่อ 18 มี.ค. ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 กระโดด สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 98.81 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับเกษตรกรที่ซื้อลูกสุกรขุน ที่เป็นภาระของเกษตรกรรายย่อย

นอกจากนี้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรยังคงแปรผันตามความกังวลกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังสูงมาก เฉลี่ยทั้งประเทศ 25,000 รายต่อวัน ทุกภูมิภาคจึงทรงราคากันต่อเนื่อง โดยการเข้าสู่ฤดูร้อนจะเป็นปัจจัยให้สุกรโตช้า ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตสุกรขุนจะออกสู่ตลาดลดลงในช่วงต่อๆ ไป

รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) แจ้งถึงราคาขายปลีกเนื้อหมูในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 24 มี.ค.ว่า เมื่อเปรียบเทียบราคาล่าสุด วันเดียวกันกับช่วงต้นเดือน วันที่ 1 มี.ค. 2565 พบว่าเนื้อหมูมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยเนื้อสันใน ราคา 190-200 บาท/ก.ก. ปรับเพิ่มขึ้น 15 บาท/ก.ก., เนื้อสันนอก ราคา 180-190 บาท/ก.ก. ปรับเพิ่มขึ้น 15 บาท/ก.ก.

เนื้อสะโพก-เนื้อไหล่ ราคา 175-180 บาท/ก.ก. ปรับเพิ่มขึ้น 15 บาท/ก.ก. และเนื้อสามชั้น ราคา 200-220 บาท/ก.ก. ปรับเพิ่มขึ้น 10 บาท/ก.ก.

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับให้ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยแก้ปัญหาการขาดแคลน การกักตุนสินค้า และการฉวยโอกาสขึ้นราคาจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น

วันเดียวกัน ที่จ.ตรัง เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง บูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ในร้านค้าทั้งของเอกชน และสหกรณ์การเกษตรต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดทั้ง 10 อำเภอ รวมทั้งหมดประมาณ 200 แห่ง โดยไม่พบปัญหาการกักตุนปุ๋ย ขณะเดียวกัน ร้านรายย่อยหลายแห่ง ประสบปัญหาจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้ เนื่องจากราคาแพง เกษตรกรรายย่อยไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ขายยากมากกว่าเดิม โดยแต่ละวันร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อย จะมีเกษตรกรเดินทางมาสอบถามราคาเพื่อจะซื้อจำนวนมาก แต่ก็ต้องล่าถอยกลับไป เนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว โดยที่ทางร้านจำหน่ายเองไม่ได้ มีการปรับราคาขึ้นเองอย่างใด แต่ราคาปุ๋ยมีราคา แพงตั้งแต่บริษัทต้นทางที่สั่งซื้อเข้ามาแล้ว

น.ส.จัณฑิมา สันติสุข นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กล่าวว่า ทางชุดตรวจสอบจะสุ่มตรวจ ทั้งร้านจำหน่ายรายใหญ่ และรายเล็กทั้งหมด พบว่าในจังหวัดตรังขาดแคลนปุ๋ย เนื่องจากทางร้านได้สั่งซื้อปุ๋ยไปยังบริษัทปุ๋ย แต่ส่งให้ล่าช้า ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการแม่ปุ๋ย ส่วนเจ้าของสวนแปลงใหญ่ๆ จะใช้วิธีการซื้อปุ๋ยไว้ครั้งละมาก หรือติดต่อซื้อกับเซลส์โดยตรง เพราะกลัวว่าราคาจะเพิ่มอีก ตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ราคาปุ๋ยน่าเป็นห่วง หากสถานการณ์โลกยังเป็นอยู่เช่นนี้ และราคาข้าวของที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปุ๋ย ก็มาจากสาเหตุที่ราคา น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่งสูงขึ้นด้วย

ส่วนที่ตลาดเกษตร จ.สงขลา ที่เปิดทุกวันอังคารและวันศุกร์ ยังคงขายสินค้าจากเกษตรกร ตัวจริงที่นำพืชผักสดจากสวนมาวางขายกันสดๆ โดยมีร้านขายอาหาร พ่อค้าแม่ค้า ประชาชน มาหาซื้อพืชผักผลไม้ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ เนื่องจากสร้างความเชื่อถือ ให้กับลูกค้ามาเป็นเวลานานหลายปี นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ จากสวนแล้ว ในส่วนของราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป อาทิ ราคามะนาวที่นำมาขายก.ก.ละ 80 บาท ขณะที่ บางตลาดขายถึงก.ก.ละ 150 บาท

ด้านปตท.และบางจาก แจ้งปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 60 สตางค์ต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล ทุกชนิดราคาคงเดิม มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 26 มี.ค.เป็นต้นไป โดยราคาน้ำมันเบนซินต่อลิตร ปรับขึ้น 60 สตางค์ เป็น 47.96 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ปรับขึ้นเป็น 40.55 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ปรับขึ้นเป็น 40.28 บาท, อี 20 ปรับขึ้นเป็น 39.44 บาท และอี 85 ปรับขึ้น เป็น 32.74 บาท ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือน ที่ผ่านมา เบนซินขึ้นราคาแล้วรวม 8 ครั้ง

ส่วนกลุ่มดีเซลราคาต่อลิตรยังคงเดิม โดยดีเซลพรีเมียม บี 7 ราคา 35.96 บาท, ดีเซล บี 7 ราคา 29.94 บาท, ดีเซลธรรมดา ราคา 29.94 บาท และดีเซลบี 20 ราคา 29.94 บาท

ห่วงไรเดอร์ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน มอบข้าวสารและชุดตรวจ โควิด แก่พนักงาน ไรเดอร์ 1,000 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันและข้าวของราคาแพง ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 25 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน