สธ.เร่งบูสเตอร์ สูงอายุ3ล้านคน
ติดเชื้อยังพุ่ง ป่วยเพิ่ม 2.6 หมื่น ทำสถิติเกินหมื่น 50 วันติด ขณะ ที่ติดเชื้อจากผลตรวจเอทีเคอีก 2.1 หมื่น ป่วยหนัก 1,615 ใส่เครื่องช่วยหายใจ 640 ตาย 67 ราย พบ 13 จังหวัดป่วยเกิน 500 คน ราชบุรีสลด ลุง 63 ตายปริศนา หลังฉีดเข็ม 3 ได้เพียงวันเดียว ญาติติดใจสาเหตุ คาดมาจากวัคซีน เตรียมขอเยียวยา ‘บิ๊กตู่’ สั่งเร่งฉีดกระตุ้นผู้สูงอายุ กลุ่ม 608 ก่อนถึงสงกรานต์ ทั่วปท.คึกคักสอบเข้าม.1 สพฐ.เข้มมาตรการป้องกันโควิด น.ร.ติดเชื้อ-กลุ่มเสี่ยงแยกห้องสอบ
ป่วยอีก 2.6 หมื่น-ตาย 67
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 50 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยวันนี้พบติดเชื้อรายใหม่ 26,234 ราย ติดเชื้อสะสม 3,503,264 ราย หายป่วยเพิ่ม 20,013 ราย หายป่วยสะสม 3,228,284 ราย เสียชีวิตอีก 67 ราย เสียชีวิตสะสม 24,715 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 250,265 ราย อยู่ใน ร.พ. 67,873 ราย อยู่ในร.พ.สนาม HI CI 182,392 ราย มีอาการหนัก 1,615 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 640 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดง 27.5% ขณะที่ตรวจ ATK ติดเชื้อเข้าข่ายอีก 21,697 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 67 ราย มาจาก 34 จังหวัด ได้แก่ กทม. 12 ราย, นครปฐม สงขลา กาญจนบุรี ชลบุรี จังหวัดละ 4 ราย, สมุทรสาคร 3 ราย, อุบลราชธานี ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กระบี่ สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ราชบุรี จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรปราการ สุรินทร์ เลย บุรีรัมย์ ขอนแก่น หนองคาย แพร่ กำแพงเพชร เชียงราย ภูเก็ต ตรัง สตูล ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา อุทัยธานี อ่างทอง และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 31 ราย หญิง 36 ราย อายุ 25 – 98 ปี เฉลี่ย 70 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัว รวม 99%
ติดเชื้อเกิน 500 พุ่ง 13 จว.
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,128 ราย 2.นครศรีธรรมราช 1,356 ราย 3.ชลบุรี 1,305 ราย 4.สมุทรปราการ 875 ราย 5.สมุทรสาคร 759 ราย 6.สงขลา 727 ราย 7.นครปฐม 691 ราย 8.ร้อยเอ็ด 657 ราย 9.นนทบุรี 652 ราย และ 10.พัทลุง 581 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 53 จังหวัด คือ ราชบุรี 578 ราย, บุรีรัมย์ 528 ราย, ฉะเชิงเทรา 510 ราย, ขอนแก่น 493 ราย, สุพรรณบุรี 489 ราย, ระยอง 458 ราย, พระนครศรีอยุธยา 452 ราย, ปทุมธานี 432 ราย, ศรีสะเกษ 411 ราย, นครราชสีมา 390 ราย, เชียงใหม่ 382 ราย, มหาสารคาม 382 ราย, อุดรธานี 380 ราย, อุบลราชธานี 377 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 373 ราย, สุรินทร์ 367 ราย, สมุทรสงคราม 351 ราย, นครสวรรค์ 347 ราย, เพชรบุรี 346 ราย, กาฬสินธุ์ 335 ราย, สกลนคร 327 ราย, ปราจีนบุรี 308 ราย, สระแก้ว 297 ราย, กาญจนบุรี 283 ราย, อ่างทอง 277 ราย, ภูเก็ต 269 ราย, พิษณุโลก 225 ราย, จันทบุรี 222 ราย, สระบุรี 218 ราย, กำแพงเพชร 217 ราย, หนองคาย 214 ราย, สตูล 204 ราย,
ระนอง 196 ราย, สุโขทัย 195 ราย, ตรัง 192 ราย, สุราษฎร์ธานี 180 ราย, เลย 173 ราย, กระบี่ 167 ราย, ชัยภูมิ 167 ราย, ลพบุรี 161 ราย, ตราด 159 ราย, ชุมพร 155 ราย, นครนายก 151 ราย, ปัตตานี 141 ราย, ลำปาง 141 ราย, นราธิวาส 132 ราย, ตาก 130 ราย, สิงห์บุรี 130 ราย, ยะลา 126 ราย, บึงกาฬ 124 ราย, น่าน 122 ราย, มุกดาหาร 106 ราย และเพชรบูรณ์ 105 ราย, เชียงราย 5 ราย และลำพูน 3 ราย
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 75 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 36 ราย ใน 19 ประเทศ โดยมาจากอิหร่าน อิสราเอล และอังกฤษมากที่สุด ประเทศละ 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 30 ราย แซนด์บ็อกซ์ 3 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 3 ราย มาจากเมียนมา
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-25 มี.ค. 2565 จำนวน 214,269 ราย รายงานติดเชื้อ 1,329 ราย คิดเป็น 0.62% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 191,752 ราย ติดเชื้อ 884 ราย คิดเป็น 0.46% แซนด์บ็อกซ์ 19,043 ราย ติดเชื้อ 352 ราย คิดเป็น 1.85% และกักตัว 3,474 ราย ติดเชื้อ 93 ราย คิดเป็น 2.68%
การฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 25 มี.ค. ฉีดได้ 297,875 โดส สะสมรวม 128,399,428 โดส เป็นเข็มแรก 55,223,092 ราย คิดเป็น 79.4% ของประชากร เข็มสอง 50,213,882 ราย คิดเป็น 72.2% ของประชากร และเข็มสาม 22,962,454 ราย คิดเป็น 33% ของประชากร
‘ตู่’สั่งปูพรมฉีดผู้สูงอายุ-กลุ่ม 608
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์สื่อสารทำความเข้าใจกลุ่มเสี่ยง 608 ให้ได้รับวัคซีนในวงกว้าง พร้อมให้ปูพรมฉีดวัคซีน โดยตั้งเป้าฉีดเข็มกระตุ้นแก่ผู้สูงอายุให้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 70% ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดโครงการที่จัดรณรงค์ฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 เรียกว่า SAVE 608 ใช้เวลาทั้งหมด 10 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 31 มี.ค. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับวัคซีนอย่างเต็มที่ โดยเตรียมวัคซีนประมาณ 3 ล้านโดส สำหรับกิจกรรมบริการฉีดวัคซีนแบบเชิงรับและเชิงรุกก่อนเทศกาลสงกรานต์ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้วัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้มีเพียงพอ
ลุง 63 ปีดับหลังฉีดไฟเซอร์เข็ม 3
ร.ต.อ.ภูษิต ฮ้อประเสริฐ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตอยู่ในบ้านพัก ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 1 ชั้น เลขที่ 32 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี พบศพนายวลิต เจริญสมบัติ อายุ 63 ปี นอนหงาย เสียชีวิตอยู่บนเตียง สวมเสื้อสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ
สอบถามเบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.65 นายวลิตไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็ม 3 ที่ร.พ.ราชบุรี จากนั้นกลับมานอนพักที่บ้าน โดยช่วงเช้าและเที่ยง ญาติพบว่ายังมีชีวิต ก่อนทราบว่าเสียชีวิตเมื่อหัวค่ำวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา
ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้งเบาหวาน ความดัน หัวใจ โรคไต เมื่อถึงกำหนดนัดตรวจโรคไต หลานจึงพาไปหาหมอ เมื่อตรวจโรคเสร็จแล้ว หมอแนะนำกับหลานว่าควรให้นายวลิตไปฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เนื่องจากอยู่ในกลุ่ม 608 และใกล้เทศกาลสงกรานต์เกรงว่าญาติที่จะกลับมาหาแล้วนำเชื้อมาให้ จึงนัดให้ไปฉีดวัคซีน ในวันที่ 24 มี.ค. 65 ก่อนกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ในช่วงเช้าและเที่ยงของวันที่ 25 มี.ค. หลานสะใภ้และพี่สาวป้อนข้าว ป้อนยา อยู่ปกติ จนช่วงค่ำ ทั้งสองไปเขย่าตัวและปลุกแต่นายวลิตไม่รู้สึกตัว พบว่าเสียชีวิตแล้ว
ญาติติดใจเหตุลุง 63 เสียชีวิต
ที่ศาลาวัดเขาเหลือ ต.หน้าเมือฟง อ.เมือง จ.ราชบุรี ญาติจัดสถานที่เตรียมนำร่างของนายวลิต เจริญสมบัติ อายุ 63 ปี อดีตประธานเครือข่ายแปลงใหญ่ จ.ราชบุรี และอดีตประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ต.เจดีย์หัก อ.เมือง หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 ที่ร.พ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มี.ค. โดยญาติติดใจถึงสาเหตุการตายอาจเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอศพจากโรงพยาบาลราชบุรี โดยอยู่ในขั้นตอนของการชันสูตร เมื่อเรียบร้อยแล้วจะนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดเขาเหลือ 5 คืน
น.ส.วริยา ทรัพย์สมบูรณ์ อายุ 25 ปี หลานของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า “พาปู่ไปฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา หมอนัดปู่ไปรักษาเรื่องไต และเหมือนกับโรงพยาบาลมีนโยบายว่าให้กลุ่มผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน หมอบอกว่าช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์แล้วจะมีญาติมาเยี่ยมที่บ้าน กลัวจะเป็นพาหะนำโรคมาให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุได้ แนะนำให้ไปฉีด พร้อมกับเซ็นใบเอกสารให้ปู่ไปฉีด เราก็ยังทักว่าให้ดูอาการก่อนดีมั้ย จะฉีดได้เหรอ ปู่เป็นโรคหัวใจ หมอบอกว่าควรไปฉีดเลย ปู่มีโรคเยอะควรไปฉีด จากนั้นจึงพาปู่ไปฉีดเพราะคิดว่าเขาเป็นหมอก็เชื่อ พอกลับมาอีกวันแม่โทร.มา บอกว่าปู่ปลุกไม่ตื่นแล้ว ปู่ไม่มีอาการอะไร โดยช่วงที่พากลับมานั้นหมอแนะนำให้กินยาพาราเซตามอลก็กินตามที่หมอแนะนำ ปู่นอนติดเตียง กินข้าวปกติ ไม่มีอาการอะไร ตอนนี้รอแพทย์ชันสูตรว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่ แต่ทางบ้านติดใจว่าเป็นเรื่องวัคซีน เพราะที่ผ่านมาปู่นอนป่วยติดเตียงแบบนี้มาอยู่แล้ว ที่บ้านไม่รู้เลยว่าพาปู่ไปหาหมอและให้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 มาด้วยอีก ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี
ด้าน น.ส.ดาว ทรัพย์สมบูรณ์ พี่สาวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ผู้ตายฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 หลังกลับมาได้แต่บ่นว่าปวดแขน จึงเช็ดตัวให้ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ปกติจะนอนไม่มีอะไร ขอน้ำร้อนกินก็หาให้ พอตอน 11 โมงเอาข้าวมาให้กินก็ยังพูดคุยดี ไม่นานก็ไอคล้ายสำลักก็เลยให้นอนหงายสูงๆ จากนั้นตนไปทำงานที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน ตกเย็นมาเรียก แต่เขานอนนิ่งไม่รู้สึกตัวแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้ตายฉีดวัคซีนยี่ห้อซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ส่วนเข็ม 3 ฉีดไฟเซอร์
ขณะนี้ญาติผู้เสียชีวิตเตรียมเอกสารข้อมูลที่จะไปดำเนินการขอรับเงินเยียวยาจากสปสช. ใบสำเนาบัตรประชาชนผู้ตาย สำเนาทะเบียนบ้าน ใบประวัติการฉีดวัคซีน สำเนาใบมรณบัตร โดยให้ไปติดต่อที่ศูนย์ร้องเรียน ร.พ.ราชบุรี
ด้านพญ.ปาจารีย์ อารีย์รบ นายแพทย์ สาธารณสุขจ.ราชบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นทราบเรื่องแล้ว กำลังให้โรงพยาบาลราชบุรีตรวจสอบข้อมูลและผลชันสูตรการเสียชีวิตอยู่ ถ้าตรวจสอบรายละเอียดครบถ้วนแล้ว หากปรากฏว่าเป็นเรื่องของวัคซีนก็จะเข้าระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาไม่เกิน 4 แสนบาท ส่วนหากผู้เสียชีวิตมีเรื่องประกันสังคมก็จะได้รับเงินอีกส่วนหนึ่ง หากญาตินำเรื่องยื่นถึงคณะกรรมการที่สปสช.พิจารณาแล้ว คาดว่าไม่เกิน 2 อาทิตย์ก็จะได้รับเงินตามระบบ
สอบม.1คึก-สพฐ.เข้มกันโควิด
วันเดียวกัน นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครนักเรียนชั้นม.1 และม.4 โดยชั้นม.1 สอบวันที่ 26 มี.ค. ชั้นม.4 สอบวันที่ 27 มี.ค.นั้น ภาพรวมการสอบชั้นม.1 ห้องเรียนทั่วไป เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาการทุจริต ทั้งนี้โรงเรียนที่จัดสอบจะมีประสบการณ์จัดสอบเพื่อนำคะแนนไปใช้ในระบบกลางบุคคลเข้าศึกษในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ซึ่งจัดสอบช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา มีการตรวจคัดกรองและแยกห้องสอบเด็กติดเชื้อ โควิด-19 และเด็กกลุ่มเสี่ยง ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด โดยสนามสอบโรงเรียนในพื้นที่จ.กาญจนบุรี ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลรายงานข้อมูลเบื้องต้น ที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ มี 19 ห้องสอบ สมัคร 569 คน เข้าสอบ 488 คน ขาดสอบ 81 คน ติดเชื้อโควิด 9 คน และสนามสอบโรงเรียนวิสุทธรังษี มี 20 ห้องสอบ สมัคร 458 คน เข้าสอบ 404 คน ขาดสอบ 54 คน ติดเชื้อโควิด 8 คน กลุ่มเสี่ยงสูง 4 คน โดยทั้ง 2 โรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการสธ. แยกห้องสอบผู้ติดเชื้อโควิด-19 และเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่างเคร่งครัด จัดห้องสอบที่มีการเว้นระยะห่าง และมีการระบายอากาศที่ดี ขณะที่ผู้คุมสอบมีการสวมชุมพีพีอีป้องกัน
“ภาพรวมทั่วประเทศมีโรงเรียนที่เปิดรับสมัครและเปิดสอบ 608 โรงเรียน รับ 134,406 ราย สมัคร 212,224 ราย ส่วนชั้น ม.4 สอบ 27 มี.ค. ภาพรวมทั่วประเทศ มีโรงเรียนที่เปิดรับสมัครและเปิดสอบ 476 โรงเรียน รับ 138,840 ราย สมัคร 207,875 ราย ประกาศผลและรายงานตัว 31 มี.ค. มอบตัว 3 เม.ย.”
ด้านนายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กทม. กล่าวว่า สำหรับการจัดสอบชั้น ม.1 โรงเรียนในสังกัดสพม.เขต 1 กทม. ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โรงเรียนที่ต้องจัดสอบ 22 โรงเรียน แผนรับ 7,404 คน สมัคร 13,297 คน เข้าสอบ 10,212 คน ขาดสอบ 2,919 คน กลุ่มปกติ 10,124 คน กลุ่มเสี่ยง 29 คน ติดเชื้อโควิด 187 คน กลุ่มต้องสงสัย 2 คน
“พบว่ามีจำนวนนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น ตนจึงกำชับให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของสธ. รวมถึงมีการแยกห้องสอบผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงสูง เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าสอบ ขณะที่ บางโรงเรียนจัดสอบออนไลน์ เช่น โรงเรียน บางปะกอกวิทยาคม มีผู้เข้าสอบติดเชื้อ 14 คน สอบออนไลน์ 13 คน สอบที่บ้าน 1 คน โดยจัดผู้คุมสอบไปที่บ้านรายละ 1 คน เพื่อให้การจัดสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม สำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนได้ในโรงเรียนที่สมัครไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่เรียน โดยขอให้ประสานมายังเขต พื้นที่ฯเพื่อรับการจัดสรรที่เรียนได้ตั้งแต่วันที่ 2-5 เม.ย. 2565”
โคราชป่วยนิวไฮพุ่ง 2 พัน
ศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อ โควิด-19 จ.นครราชสีมา รายงานว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 2,283 ราย ป่วยสะสม 54,126 ราย รักษาอยู่ 22,874 ราย รักษาหาย 31,181 ราย เสียชีวิตสะสม 71 ราย ทั้งนี้ยอดผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ถือเป็นนิวไฮของจ.นครราชสีมา แยกเป็นผลตรวจเอทีเค 1,879 ราย และ RT-PCR 404 ราย ที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยต่อวันไม่ถึง 2 พันราย
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่าขณะนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องเป็นไปตามภาพรวมของทั้งประเทศ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้มงวดเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน รณรงค์ให้ประชาชนการ์ดไม่ตก มีความเข้มแข็งการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ในสถานการณ์วิกฤต เน้นรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมที่สุด จะทำให้อัตราเสียชีวิตน้อยลง ขอยืนยันระบบสาธารณสุขยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอ
“ขอเชิญชวนผู้ที่ประเมินตนเองมีความเสี่ยงหรือสงสัย รวมทั้งมีบุคคลในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานมีอาการป่วย สามารถเข้ารับบริการตรวจ ATK ได้ฟรีที่บริเวณเต็นท์ใต้ต้นโพธิ์ หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินมาตรการ Active case efinding หรือค้นหาเชิงรุก โดยมีบุคลากรทางการแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา และอาสาสมัครชมรมเทคนิคการแพทย์โคราชให้บริการตรวจ ATK ฟรี ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.30 น. เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อให้เร็วที่สุด”

สอบ‘ม.1’ – โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา จัดสถานที่พิเศษสำหรับนักเรียนติดเชื้อโควิดสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อชั้นม.1 โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสวมชุดป้องกันเชื้อคุมสอบแทนครู เมื่อวันที่ 26 มี.ค.
‘ราชสีมา’ จัดห้องสอบพิเศษโควิด
เมื่อเวลา 08.30 น. โรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาในพื้นที่จ.นครราชสีมา จัดสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 กันอย่างคึกคัก ภายใต้มาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา จัดสถานที่อาคาร 113 ปี ของโรงเรียนให้เป็นห้องสอบพิเศษสำหรับนักเรียนที่ติดโควิด-19 จำนวน 24 คน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สวมชุด พีพีอีคอยควบคุมห้องสอบแทนครู
ขณะเดียวกัน นายประยงค์ ประทุมวัน ผอ.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย พร้อมนายอุดม พรมพันใจ ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของห้องสอบ โดยมีการวางมาตรการควบคุมป้องกันเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่การตรวจคัดกรองนักเรียนที่จะเข้าห้องสอบทุกคน และไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้ามาในพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื่องจากขณะนี้ในจ.นครราชสีมาพบโควิดกำลังระบาดอย่างหนัก
ด้านนายประยงค์ ประทุมวัน เปิดเผยว่าการสอบเข้าศึกษาต่อชั้นม.1 ของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยปีนี้รับนักเรียนชั้น ม.1 ได้ 520 คน มีผู้ปกครองนำเด็กนักเรียนมาสมัคร สอบเข้ามากถึง 685 คน จำนวนนี้มีนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด 24 คน ทางโรงเรียนจึงจัดห้องสอบพิเศษให้ที่อาคาร 113 ปี
โดยมีบุคลากรทางการแพทย์สวมชุดพีพีอีจำนวน 1 คน ควบคุมห้องสอบแทนครู และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 จะประกาศผลสอบในวันที่ 30 มี.ค.65 และมอบตัววันที่ 2 เม.ย.65 ส่วนนักเรียนที่สอบไม่ได้ขอให้ไปยื่นความจำนงที่จะเรียนต่อได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ระหว่างวันที่ 2-5 เม.ย.65
สถานคุ้มครองไร้ที่พึ่งติดเชื้ออื้อ
จ.นครศรีธรรมราชพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 1,537 ราย รวมยอดสะสมในระลอกเดือนม.ค. 2565 จำนวน 53,074 ราย เสียชีวิตสะสม 78 ราย และที่กังวลกันมากขณะนี้คือสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีการติดเชื้อโควิด-19 สูงมาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าคัดกรองทั้งหมด 561 คน พบติดเชื้อ 541 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ 39 คน ติดเชื้อ 35 ราย
เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นกลุ่มเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ระหว่างวันที่ 21-31 มี.ค.65 ของจ.นครศรีธรรมราชว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมารับบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง โดยที่ศาลาประชาคม อ.ร่อนพิบูลย์ มีประชาชนเดินทางมารับบริการกันตั้งแต่ช่วงเช้า มีทั้งผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง และประชาชนทั่วไป กลุ่มผู้สูงอายุเข้ารับวัคซีนทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3 จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้สูงอายุส่วนหนึ่งที่ยังไม่รับวัคซีน เนื่องจากในอ.ร่อนพิบูลย์มี ผู้ติดเชื้อสูง จึงต้องยืดเวลาการฉีดวัคซีนออกไปอีก 3 เดือนหลังหายป่วย ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงได้รับวัคซีนจำนวนน้อย
นายแพทย์ธรรมสถิตย์ พิบูลย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชเปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงต่อเนื่องจึงเร่งทำความเข้าใจแก่ประชาชนถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีน โดยจะเพิ่มจุดให้บริการฉีดวัคซีนในรพ.สต.ทุกแห่ง สามารถเข้ารับบริการได้ในวันทำการ และในช่วงรณรงค์คาดว่าจะมีประชาชนเข้ารับฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45-60
ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 624
จ.ภูเก็ตพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในจังหวัดและต่างประเทศ 296 ราย เป็นผู้ติดเชื้อ รายใหม่ในจังหวัด 269 ราย ผู้ติดเชื้อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 2 ราย ผู้ติดเชื้อ test&go 25 ราย ผู้ติดเชื้อหายกลับบ้านได้ 364 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนม.ค.65 จำนวน 44,971 ราย เสียชีวิตสะสม 88 ราย ยังคงรักษา 2,947 ราย
ส่วนผลตรวจ ATK อ.เมืองตรวจ 533 ราย พบติดเชื้อ 202 ราย อ.กะทู้ ตรวจ 281 ราย พบติดเชื้อ 17 ราย อ.ถลาง ตรวจ 247 ราย พบติดเชื้อ 109 ราย ทำให้ยอดติดเชื้อรายใหม่ทั้งจากการตรวจเอทีเค และพีซีอาร์ 624 ราย
สงขลาป่วยโควิดพุ่ง 727
ที่จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อจากการตรวจแบบ RT-PCR จำนวน 727 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 18,563 ราย ติดเชื้อเข้าข่ายเอทีเค 4,956 ราย รักษาหาย 282 ราย รักษาหายสะสม 17,116 ราย กำลังรักษา 1,446 ราย
สถานการณ์ผู้ติดเชื้อยังทรงตัวอยู่ แต่ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนซึ่งอาการไม่รุนแรง เมื่อตรวจพบเข้าโครงการ “เจอ แจก จบ” รับยาฟ้าทะลายโจรและยาแก้ไข้แล้วให้กลับไปกักตัวที่บ้าน ผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งกำลังเกิดปัญหาไม่มีที่กักตัวแบบอิสระ ทำให้สถานการณ์การระบาดในครอบครัวเพิ่ม คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา กำลังหาแนวทางในการแก้ปัญหาโดยให้ปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่จัดหาสถานที่กักตัวเป็นเอกเทศ
แพร่ป่วยเพิ่ม 866-ตายอีก 2
เภสัชกรเด่น ปัญญานันท์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่เปิดเผยว่า จ.แพร่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 88 ราย และผลตรวจ ATK เป็นบวก 778 ราย รวม 866 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงอายุ 90 ปี บ้านอยู่ ม.8 ต.แม่คำมี อ.เมืองแพร่ และชายอายุ 62 ปี บ้าน ม.3 ต.สวนเขื่อน อ.เมืองแพร่ ทั้งสองรายยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 3
ลำปางติดเชื้อเกินพัน 4 วันติด
นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สสจ.ลำปางเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 13 อำเภอจำนวน 1,155 ราย ยอดป่วยเกินพัน 4 วันติดกัน เสียชีวิต 2 ราย คือที่ อ.เกาะคา และอ.เมืองปาน อำเภอละ 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 25,930 ราย และเสียชีวิตสะสม 25 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 รวม 25 ราย โดยม.ค.65 มีผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงอายุ 72 ปี ชาวอ.แจ้ห่ม ชาย อายุ 57 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง เดือนก.พ.ผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิต 7 ราย เป็นหญิงอายุ 33 ปี หญิงอายุ 71 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง หญิงอายุ 38 ปี ชาวอ.งาว หญิงอายุ 74 ปี หญิงอายุ 88 ปี หญิงอายุ 74 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง และชายอายุ 64 ปี ชาวอ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มารักษาตัวที่ร.พ.แม่ทะ
เดือนมี.ค.พบผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิต 16 ราย ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.เป็นต้นมา รายแรกเป็นชายอายุ 85 ปี ชาวอ.ห้างฉัตร ชายอายุ 52 ปี ชาวอ.เกาะคา ชายอายุ 85 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง ชายอายุ 77 ปี ชาว อ.ห้างฉัตร ชายอายุ 67 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง ชายอายุ 92 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ชาวอ.เมืองลำปาง ชายอายุ 72 ปี ชาวอ.แม่ทะ ชายอายุ 84 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง หญิงอายุ 87 ปี ชาวอ.แม่เมาะ ชายอายุ 89 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง หญิงอายุ 80 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง หญิงอายุ 79 ปี ชาวอ.เมืองปาน ชายอายุ 82 ปี ชาวอ.เมืองลำปาง หญิงอายุ 70 ปี ชาวอ.เกาะคา และวันนี้ 2 ราย เป็น ชาวอ.เกาะคา และชาวอ.เมืองปาน
นพ.ประเสริฐกล่าวว่า จากการวิเคราะห์ลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 จำนวนดังกล่าว พบว่าเป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 82.61 เป็น ผู้มีโรคประจำตัว ร้อยละ 65.22 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือได้รับวัคซีนเพียง 2 เข็ม ร้อยละ 91.30 จึงขอความร่วมมือจาก ชาวลำปางที่มีอายุ 5 ขวบขึ้นไปและยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ขอให้ติดต่อรับบริการฉีด วัคซีนที่ร.พ.ใกล้บ้านให้เร็วที่สุดและเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
สธ.เร่งบุสเตอร์สูงอายุ 3 ล้านคน
นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มกระตุ้นในกลุ่ม 608 คือ ผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. การฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ในกลุ่ม 608 ภาพรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 51.46% ซึ่งเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร มีอัตราการฉีดสูงสุดที่ 66.06% และเขตสุขภาพที่ 12 ต่ำสุดที่ 31.11% อย่างไรก็ตาม สธ. มีการกำหนดเป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ระหว่างวันที่ 8-31 มี.ค. ภาพรวมในทุกกลุ่มอีก 8 ล้านคน จำนวนนี้เป็นกลุ่ม 608 ราว 3 ล้านคน
นพ.สุเทพกล่าวต่อว่า สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการเคลื่อนย้าย การรวมตัวและพบปะในครอบครัว โดยการป้องกัน สายพันธุ์โอมิครอน การฉีดวัคซีน 2 เข็ม ไม่เพียงพอ จะต้องเพิ่มเข็ม 3 จะเห็นได้จากกลุ่มผู้ติดเชื้อที่จะต้องเข้าโรงพยาบาล และ เสียชีวิต จะอยู่ในกลุ่ม 608 ผู้มีโรคประจำตัว ดังนั้นยุทธศาสตร์หลักคือเราต้องให้กลุ่ม 608 มารับเข็ม 3 ให้มากที่สุด ในที่ประชุม EOC ตั้งเป้าว่าจะขยับเปอร์เซ็นต์เข็ม 3 ในกลุ่มนี้จาก 51.46% ให้เป็น 70% ภายในสิ้นเดือนนี้ แต่พบว่าขณะนี้ประชาชนไม่เข้ามารับการฉีด บางส่วนคิดว่าฉีด 2 เข็มก็เพียงพอ หรือคิดว่าโรคไม่รุนแรงแล้ว รวมถึงกลัวผลข้างเคียงของวัคซีน ดังนั้นในที่ประชุม ให้แต่ละจังหวัดมานำเสนอความก้าวหน้าและแบ่งปันข้อมูลกับจังหวัดอื่น พร้อมระดมสรรพกำลังให้บรรลุเป้าหมาย
“หากเราจะต้องฉีดเข็ม 3 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย จะต้องฉีดวันละ 3 แสนโดส แต่ขณะนี้อัตราการฉีดอยู่ที่วันละ 1 แสนโดส แต่รวมทุกเข็มจะอยู่ที่วันละ 3 แสนโดส กลายเป็นว่ายังไม่ถึงเป้าหมาย เราจึงต้องช่วยกันสื่อสาร เชิญชวน สัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ก็เอารายชื่อมาเปิดดูเลยว่าใครยังไม่ได้ฉีด อสม.เคาะประตูบ้านกัน รวมถึงเวลากลุ่ม 608 ที่ไปพบแพทย์ประจำที่ร.พ. ก็จะเชิญชวนให้ฉีด ทำให้สัปดาห์นี้มีอัตราฉีดเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน หวังว่าสัปดาห์ถัดไปก็จะมีผู้ที่มารับวัคซีนกันมาขึ้น” นพ.สุเทพกล่าว
นพ.สุเทพกล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในกลุ่ม 608 ได้สูงสุด คือนนทบุรี ครอบคลุมที่ 84% ของผู้ได้รับเข็ม 2 รองมาเป็น น่าน ครอบคลุม 81.05% สมุทรปราการ 77.11% ระนอง 73.84% มหาสารคาม 68.98% และ กทม. 66.06% ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมที่เชิญชวนให้คนมารับวัคซีน ทางจังหวัดสามารถจัดขึ้นได้เพื่อให้เกิดความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในกลุ่ม 608 จำแนกรายจังหวัด 10 จังหวัดที่ฉีดเข็ม 3 ครอบคลุมจำนวนผู้ที่ฉีดเข็ม 2 ได้น้อยที่สุด คือนราธิวาส 14.36% ปัตตานี 16.55% ยะลา 22.16% สตูล 23.22% บึงกาฬ 25.23% หนองบัวลำภู 26.50% หนองคาย 27.09% สกลนคร 28.01% อำนาจเจริญ 29.23% และ เลย 32.42%