สมชัยชี้วุ่นบัตร401แบบ กมธ.2ฝ่ายเสียงยังก้ำกึ่ง
กมธ.แก้กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นัดลงมติ 30 มี.ค.นี้ หาข้อยุติประเด็นบัตร 2 ใบ เบอร์เดียวกันหรือคนละเบอร์‘สาธิต’ ชี้เสียงกมธ.สองฝ่ายยังก้ำกึ่ง ‘ไพบูลย์’ ยันพปชร.โหวตให้คนละเบอร์ อ้างเป็นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ อดีตกกต. ‘สมชัย’ เตือนคนละเบอร์วุ่นแน่ เพราะต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 401 แบบ พรรคก้าวไกลหวั่นมีใบสั่ง เพื่อไทยชี้หลายเบอร์ทำประชาชนสับสน กกต.พร้อมเปิดรับสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. 31 มี.ค. เตือนห้ามจัดงานรื่นเริง แห่กลองยาว แจกข้าวกล่อง ปชป.เผยดินเนอร์ทอล์ก ระดมทุนได้ 210 ล้าน
กมธ.นัดลงมติ 30-31 มี.ค.
วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ…. ต้องงดการประชุมไป 1 สัปดาห์ เนื่องจากมี กมธ.หลายคนติดโควิดนั้น เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการกมธ. มีหนังสือนัดประชุม กมธ. และแจ้งกำหนดการลงมติร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ประเด็นการกำหนดหมายเลขที่จะใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ว่าจะเป็นหมายเลขเดียวกัน หรือต่างหมายเลขกัน ในวันที่ 30 มี.ค. เวลา11.30 น. และลงมติร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง (ฉบับที่.) พ.ศ…. ประเด็นการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุม 604 ชั้น 6 อาคารรัฐสภา
ปมหมายเลขผู้สมัคร-เสียงก้ำกึ่ง
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประธาน กมธ.วิสามัญฯ กล่าวถึงการนัด ประชุมกมธ.เพื่อลงมติบัตรเลือกตั้งหมายเลข ผู้สมัครว่า การประชุมครั้งที่แล้วมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ความเห็นอาจเป็น 2 ประเด็นหลัก เช่น บัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวกัน หรือบัตรสองใบคนละเบอร์ ความเห็นยังแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ดังนั้นการประชุมวันที่ 30 มี.ค.นี้จะเปิดให้อภิปรายกันอีกและให้ลงมติ อาจมีปัญหาอยู่บ้างที่มี กมธ.ติดโควิด แต่เท่าที่ตรวจสอบพบผู้ติดโควิดรักษาและกักตัวครบ 10 วัน หากใครยังมีปัญหาหรือไม่มั่นใจก็ให้มาอยู่นอกห้องประชุม แล้วถ่ายทอดวงจรปิดออกไป เมื่อถึงเวลาโหวตก็ให้เข้าห้องประชุม โดยสวมหน้ากากอนามัย นั่งเว้นระยะห่าง และตรวจเอทีเค กมธ.ทุกคนก่อนเข้าห้องประชุม
ทั้งนี้ เท่าที่ฟังการอภิปรายยังก้ำกึ่งกัน ส่วนตัวมองว่าถ้าแยกบัตรคนละเบอร์ก็อาจมีความสับสนของคนสูงอายุ หรือคนที่ไปใช้สิทธิอาจประหม่า ตื่นเต้น การลงคะแนนก็อาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ต้องการจะลงได้ บัตร 2 ใบเบอร์เดียวกันจะเป็นประโยชน์ในแง่การทำความเข้าใจของผู้มาลงคะแนน จะช่วยให้ง่ายขึ้นและอาจมีบัตรเสียน้อยลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าแต่ละเขตจะเหมือนกันหรือไม่
ปชป.หนุนเบอร์เดียวกัน
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เห็นเป็นอย่างไร นายสาธิต ในฐานะรองหัวหน้าปชป. กล่าวว่า ในพรรคส่วนใหญ่อยากให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เบอร์เดียวกัน แต่ที่บางคนยังไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมชาติมาก เพราะแต่ละพรรคก็เห็นไม่เหมือนกัน มีตลอด ขึ้นอยู่ที่กมธ.จะลงมติ
ธีรัจชัยหวั่นกมธ.ได้ใบสั่ง
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล รองประธานกมธ.วิสามัญฯ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการลงมติเรื่องบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั้งประเทศ หรือคนละเบอร์ ว่า ตอนนี้กมธ.แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่าย ส.ว.และพรรคหลักรัฐบาลบางส่วน ที่เห็นด้วยกับบัตรคนละเบอร์ กับฝ่ายค้านและรัฐบาลบางส่วนที่เห็นด้วยกับบัตรเบอร์เดียว แต่ฝ่ายที่อยากให้ใช้บัตรคนละเบอร์นั้นยังไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากเกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้สามารถแก้ไขด้วยการร่างให้ ส.ส.เขต สมัครแล้วยังไม่ได้เบอร์ แต่มาได้เบอร์ตอนมีการสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้ว ส่วนพรรคที่ไม่ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็ใช้เบอร์ของผู้สมัคร ส.ส.เขต
“การร่างกฎหมายควรทำให้ประชาชน ไม่เข้าใจผิด ถ้าใช้คนละเบอร์อาจเข้าใจผิดไป กาเบอร์อื่นได้ สร้างความสับสน ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ดังนั้น ผมอยากเรียกร้องไปยังฝ่ายที่เห็นว่าจะใช้คนละเบอร์ได้โปรดเคารพเจตจำนงของประชาชน ทำให้ประชาชนเข้าใจง่ายดีกว่า” นายธีรัจชัยกล่าว
ตนยังไม่อยากฟันธงว่าฝ่ายไหนจะชนะ และไม่ขอบอกว่าเป็นพรรครัฐบาลไหนที่เห็นด้วยกับบัตรเบอร์เดียว แต่มีอยู่ชัดเจน ทั้งนี้ เกรงว่าจะมีนโยบายมาว่าจะให้เลือกแนวทางนี้ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่อยากให้ใช้เหตุผลในการยุติ เนื่องจากเราเคยผ่านประสบการณ์นั้นมา ไม่ว่าจะอภิปรายดีหรือมีเหตุผลดีอย่างไรแต่พอถึงเวลาก็โหวตไปอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอีกในการพิจารณากฎหมายสำคัญ
4 ปมเห็นต่างกฎหมายพรรค
นายธีรัจชัยกล่าวว่า สำหรับการลงมติร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ในวันที่ 31 มี.ค.นั้น มีอยู่ 4 เรื่อง คือ 1.จำนวนคนที่จะก่อตั้ง กฎหมายเดิมระบุต้องมี 500 คนขึ้นไป ซึ่งบางฝ่ายมองว่ามากเกินไป ทำให้พรรคการเมืองเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าลดลงเหลือแค่ 100 จะดีกว่าหรือไม่ แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่ากรณีเช่นนี้จะขัดต่อหลักการ เนื่องจากร่างของนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานกมธ. ที่เสนอแก้ไม่ได้ระบุประเด็นนี้ไว้ชัดเจน แต่ส่วนตัวเห็นว่าสามารถแก้ได้เพราะอยู่ในมาตราเดียวกัน ไม่ขัดหลักการ
2.เรื่องอายุผู้ก่อตั้ง กฎหมายเดิมกำหนดต้องอายุ 20 ปี แต่ตนเสนอเป็น 18 ปีได้หรือไม่เพราะคือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่มีผู้โต้แย้งว่าอายุ 18 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะทำให้ไม่สามารถรู้อะไรได้ ตนก็เรียนว่ากฎหมายระบุอายุ 20 ปี มาเกือบร้อยปีแล้ว แต่เด็กยุคนี้ดูข่าวสารได้ทั่วโลก ฉลาดกว่า สามารถโต้แย้งทางการเมืองโดยผู้ใหญ่หลายคนไม่สามารถโต้แย้งได้ ควรให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม 3.เรื่องคุณสมบัติต้องห้าม ตามมาตรา 96 และ98 มีข้อห้ามมากมายเหมือนผู้สมัคร ส.ส. เราเห็นว่าควรปล่อยให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของพรรคการเมือง เพราะถ้านำคนคุณสมบัติไม่ดีเข้ามาประชาชนก็ไม่เลือก พรรคก็จะตายเอง ซึ่งยังมีการโต้เถียงและยังไม่ยุติประเด็นนี้
และ 4.เรื่องเงินทุนประเดิม เดิมระบุต้องมีไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท แต่ตนค้านว่าควรตัดออกไปเพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีเงิน จะใช้เงินเป็นตัวตั้งปิดกั้นสิทธิในการตั้งพรรคหรือ ส่วนแนวโน้มการลงมติเรื่องนี้นั้นยังไม่ได้ประเมิน แต่มีการอภิปรายที่หลากหลาย และต้องขอชมเชยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายอภิปรายมากจริงๆ
พท.ชี้แยกเบอร์-ทำให้สับสนทำไม
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.) โฆษกกมธ.วิสามัญฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการลงมติเรื่องหมายเลขผู้สมัครจะเป็นไปในทิศทางใด ว่า ยังมองว่าก้ำกึ่ง ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับเบอร์เดียวกันทั้งประเทศกับฝ่ายที่เห็นแย้ง ซึ่งยังคงไม่ชัดเจน ภาพรวมทั้งหมดวันที่ 30 มี.ค. คงจะได้มีการพูดคุยกันและมีการลงมติ และต้องรอดูฝ่ายที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปอย่างไร ข้อดีของบัตรเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ อย่างน้อยๆ ในการเลือกตั้งต้องให้ประชาชนเข้าใจง่ายก่อน ไม่ใช่สับสนและยุ่งยาก หากง่ายแล้วใครได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่อยากให้มองเช่นนั้น เพราะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันหมด อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือก ส่วนข้อด้อยนั้นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอกว่าจะไปขัด มาตรา 90 ของรัฐธรรมนูญปี 60 แต่เราสามารถเขียนให้มีทางออกได้ ซึ่ง กกต.ก็รับทราบเรื่องนี้อยู่
ส่วนที่มีคนระบุว่าเพื่อไทยจะไปเกรงอะไรกับผู้สมัครเขตเบอร์หนึ่ง พรรคอีกเบอร์หนึ่ง พรรคไม่ได้เกรง แต่อะไรที่ง่ายกว่า บัตรเสียน้อยกว่ากัน ต้องมาคุยกันก่อนว่าประชาชนไม่ได้มีแค่คนที่มีความรู้อยู่ในกทม.อย่างเดียว ประชาชนที่อยู่ในชนบทบางคนขาดฐาน ความรู้ ความสับสนก็เกิดขึ้นได้ จะทำให้สับสนทำไม
ไม่อยากโหวตกม.พรรคการเมือง
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเบอร์เดียวกันพรรคใหญ่ที่มีฐาน ส.ส.เขตแข็งแกร่งได้เปรียบ นายสมคิด กล่าวว่า อาจเป็นไปได้แต่คงไม่ทั้งหมด พรรคใหญ่ได้เปรียบเพราะมีฐานสมาชิกกว้างจากสมาชิก ได้เปรียบอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ต่อให้คนละเบอร์ก็ได้เปรียบ คนที่พูดคำนี้คือพรรคเล็ก แต่ถามว่าพรรคเล็กทำอย่างไรจะใหญ่ก็ต้องไปทำกิจกรรมให้มากขึ้นเดี๋ยวก็โตเอง ฉะนั้น ไม่อยากให้ใช้คำว่าพรรคใหญ่ได้เปรียบ พรรคเล็กก็ไม่ได้เสียเปรียบ เพราะสมัครได้เบอร์เดียวเหมือนกัน
เมื่อถามถึงรายละเอียดร่างพรรคการเมืองเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามจัดตั้งพรรค ที่จะลงมติ นายสมคิด กล่าวว่า รายละเอียดจะเป็นเรื่องเดิมที่จะตัดคุณสมบัติตามมาตรา 98 ออกทั้งหมด แต่ภายหลังได้ตั้งคณะทำงานขึ้นศึกษา บางส่วนตนก็เห็นด้วยที่บางคุณสมบัติไม่ควรตัดออก โดยจะนำเข้ามาพิจารณาในกมธ. วันที่ 31 มี.ค.นี้ ยังไม่มีการตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะและคงจะยังไม่ถึงการลงมติ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้โหวต เพราะอะไรที่สามารถถอยกันได้ก็อยากให้ถอย จะได้ทำงานได้เร็วขึ้นและถ้อยทีถ้อยอาศัย
พปชร.หนุนคนละเบอร์
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. กมธ.วิสามัญฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มของ กมธ. ต่อการลงมติเรื่องบัตรเบอร์เดียวหรือคนละเบอร์ว่า จะลงมติไปตามร่างที่รับ หลักการมา คือ ร่างของครม. และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเบอร์เขตใช้ตามการเลือกตั้งปี 62 ที่มีการจับเบอร์ตามผู้สมัครที่เขตนั้นๆ ส่วนเบอร์พรรคก็ให้จับแยกออกจากกัน หากดูตามการโหวตในการรับหลักการวาระ 1 ร่างครม.และร่างพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเสียงโหวตมากกว่าพปชร.จะลงมติ ไปในทิศทางของร่างครม.และพรรคร่วมรัฐบาล คือ บัตรเลือกตั้ง คนละเบอร์
เมื่อถามถึงข้อดีและข้อด้อยของบัตรแต่ละแบบ นายไพบูลย์กล่าวว่า คนละเบอร์ก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดมีบัตร 2 ใบ เมื่อมีบัตร 2 ใบแล้วจะไปใช้เบอร์เดียวกันมันก็เหมือนเดิม จึงควรแยกเพื่อที่ใครชอบพรรคไหนก็เลือกพรรคนั้น แต่ละคนก็ได้โชว์ความสามารถของตนเอง โดยที่ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับพรรค
อ้างเจตนารมณ์รธน.
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเบอร์เดียวกันพรรคใหญ่ที่มีฐาน ส.ส.เขตแข็งแกร่งจะได้เปรียบ มองข้อสังเกตนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่รู้ ตนมองว่ามันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญเราก็เขียนไว้ในร่างกฎหมายที่เราเสนอโดย ครม.และร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ตามหลักการก็ต้องดำเนินไปแบบนี้
เมื่อถามถึงการลงมติร่าง พ.ร.ป. พรรค การเมือง เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามจัดตั้งพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า จะลงมติ วันที่ 31 มี.ค. สำหรับรายละเอียดนั้น เนื่องจากกมธ.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อทำข้อสรุปมา จึงต้องรอดูจากคณะทำงานก่อน ส่วนแนวโน้มการลงมติจะเป็นเช่นไรนั้นตนไม่อยากไปก้าวล่วงความเห็นของกมธ.คนอื่น
จับตาพปชร.-ภท.อภิปราย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.วิสามัญฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการลงมติ ว่า เท่าที่ดูแนวโน้มจากการอภิปรายที่ผ่านมา จะมีท่าทีที่ค่อนข้างชัดเจนจาก พท. พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคชาติพัฒนา เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรเป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งประชาชนจะจำได้สะดวก พรรคการเมืองหาเสียงได้ง่าย กกต.จัดการการเลือกตั้งได้สะดวกกว่า และ ข้อจำกัดที่อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 90 ก็คิดว่ามีการออกแบบเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกฝ่ายที่อาจเห็นในทางที่ ส.ส.เขตมีหมายเลขแตกต่างกันไปในแต่ละเขตและบัญชีรายชื่อของพรรคก็เป็นอีกหมายเลขหนึ่ง
เรายังไม่ได้ฟังความเห็นทั้งหมด เนื่องจากยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้มีความเห็นและอภิปราย เช่น ในส่วนของ พปชร. และพรรคภูมิใจไทย ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งคนละเบอร์ให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 90 ไม่ได้มีการแก้ไข และเห็นว่าแนวทางที่อีกฝ่ายเสนอยังผิดกฎหมายอยู่ จะโหวตให้ไม่ได้
แยกเบอร์วุ่นตั้งแต่พิมพ์บัตร
เมื่อถามว่าบัตรแต่ละแบบมีข้อดีและ ข้อด้อยอย่างไร นายสมชัยกล่าวว่า หากไม่สนใจเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย คิดว่าเบอร์เดียวกันทั้งประเทศเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว เพราะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย กรณีเบอร์แตกต่างกันในแต่ละเขต กกต.ต้องพิมพ์บัตรเขตถึง 400 แบบ และบัญชีรายชื่ออีก 1 แบบ รวมเป็น 401 แบบ จะมีปัญหาตั้งแต่การจัดพิมพ์ การคัดแยกเพื่อจัดส่ง การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และการเลือกตั้งล่วงหน้านอกอาณาจักร ซึ่งการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 401 แบบ จะทำให้มีปัญหาการจัดการเพิ่มขึ้นและมีโอกาสเกิดความผิดพลาดต่างๆ
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเบอร์เดียวกันพรรคใหญ่ ที่มีฐาน ส.ส.เขตแข็งแกร่งจะได้เปรียบ นายสมชัยกล่าวว่า จริง เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบใดพรรคใหญ่ก็ได้เปรียบมากกว่าอยู่ตลอดเวลา เพราะมีผู้สมัครในแต่ละเขตมากกว่า สามารถจะสื่อสารถึงประชาชนได้กว้างขวางกว่า ซึ่งหากเป็นบัตรใบเดียวก็ทำให้สื่อสารได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดความได้เปรียบมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าเสียหรือไม่ และไม่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน
กกต.พร้อมเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ-ส.ก.
นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กต.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. ระหว่าง 31 มี.ค.-4 เม.ย. ว่า กกต.กทม.และกรุงเทพมหานครได้ประสานงานร่วมกันมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อน ครม.จะเห็นชอบให้มีการเลือกตั้งแล้ว ยืนยันว่ามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร สถานที่รับสมัคร และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยสถานที่รับสมัครกำหนดไว้ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง กทม. ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยและความเหมาะสมโดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
สำหรับการเลือกตั้งส.ก.เกิดขึ้นครั้งหลังสุดเมื่อ 29 ส.ค. 2553 ส่วนผู้ว่าฯ กทม. 3 มี.ค. 2556 เป็นเวลา 12 ปี กับ 9 ปี ถือว่านานพอสมควรที่ไม่มีการเลือกตั้ง ขณะนี้กฎหมายและระเบียบต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จึงห่วงใยต่อผู้สมัครทุกคน ซึ่งกกต.กทม.อำนวยความสะดวกด้วยการช่วยให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ การปิดป้ายหาเสียงต่างๆ เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย
ผู้สมัครห้ามแห่-แจกข้าวกล่อง
ส่วนวันรับสมัคร สิ่งที่เน้นย้ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำคือการจัดมหรสพ การจัดงานรื่นเริง แห่กลองยาว และการแจกจ่ายข้าวกล่อง หากผู้สมัครได้หมายเลขแล้ว การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น พ.ศ.2562 ทันที
“ผู้สมัครและผู้สนับสนุนต้องพึงระมัดระวังการกระทำต่างๆ อย่างเคร่งครัด แม้บางครั้งอาจมองเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสิ่งนั้นคือสิ่งของหรือทรัพย์ที่มีค่า จะเท่ากับว่าเป็นการให้ทรัพย์สินได้เช่นกัน ดังนั้น กกต.พยายามให้ความรู้และความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ผู้สมัครที่เป็นผู้เสียสละมาทำหน้าที่เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ต้องทำผิดกฎหมาย เราจะดูแลให้ดีที่สุดในฐานะผู้ทำหน้าที่ควบคุมกติกา” นายสำราญกล่าว
ปชป.สั่งลูกพรรคระวังการหาเสียง
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เมื่อ กกต.ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ถือได้ว่าเข้าสู่วาระการเลือกตั้งกทม.อย่างเต็มรูปแบบที่ว่าที่ผู้สมัครต้องยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ และประกาศของ กกต.อย่างเคร่งครัด โดยในส่วนของ ปชป. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคกำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักสุจริตในการหาเสียง
ผู้สมัครของพรรคทุกคนได้หยุดดำเนินกิจกรรมในส่วนที่กฎหมายกำหนดห้ามไม่ให้ปฏิบัติในการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแจกสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ โควิด-19, การแจกถุงยังชีพ, การติดต่อประสานงานในลักษณะการช่วยเหลือ, การวางพวงหรีด, การทำบุญ, การบริจาคต่างๆ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ผู้สมัครทุกคนได้หยุดดำเนินการทุกกรณี ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาโดยทุกคนมุ่งเน้นหาเสียงเลือกตั้งต้องยึดหลักสุจริต ไม่ทำผิดกฎหมาย
ส.ส.-ขรก.การเมืองห้ามช่วยตีปี๊บ
ส่วนการช่วยหาเสียงของบุคลากรในพรรค นายจุรินทร์ ย้ำกับทุกคนให้ยึดหลักตามมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่น ห้ามไม่ให้ข้าราชการการเมือง ส.ส. ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่สามารถหาเสียงช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งพรรคพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาที่ประชุมพรรคได้เน้นย้ำเรื่องนี้ตลอด รวมถึงใน กก.บห.พรรค ก็ย้ำให้ทุกคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมือง ส.ส.รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ห้ามทำผิดกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหลักเกณฑ์ ของ กกต.อย่างเคร่งครัด เพราะการเลือกตั้งใน กทม.ถือได้ว่าเป็นอีกวาระการเลือกตั้งที่สำคัญ การตั้งต้นหาเสียงด้วยการยึดหลักสุจริต หลักความเที่ยงธรรม ยึดหลักกฎหมายก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองสุจริตในวันข้างหน้าอีกเช่นกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน
ปชป.ดินเนอร์ทอล์กได้ 210 ล.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดงานดินเนอร์ทอล์ก ภายใต้ชื่องาน “Go Together, Go Further” เพื่อระดมทุนเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ในการจัดงานระดมทุนดังกล่าว เราได้จัดโต๊ะไว้ จำนวน 120 โต๊ะ จำหน่ายไปได้ประมาณ 104 โต๊ะ และเราสามารถระดมทุนมาได้ 210 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ว่าจะได้ประมาณ 160-180 ล้านบาท
นายนิพนธ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ซื้อโต๊ะหรือซื้อบัตรที่นั่งในงานดังกล่าวเป็นบุคคลทั่วไปมาช่วยกัน ไม่ได้มีคนที่เป็นนายทุนรายใหญ่เข้ามาทุ่มเงินซื้อ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณทุกคนที่ได้มาช่วยสนับสนุนเราในครั้งนี้ สำหรับเงินที่ได้จากงานดังกล่าว พรรคฯจะนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยมีกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองกำกับดูแลอยู่ ทั้งนี้เราคาดการณ์ถ้าในอนาคต มีเวลาและสถานการณ์ต่างๆเอื้ออำนวย ก็จะจัดงานระดมทุนอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลใกล้จะครบวาระ
รวมไทยสร้างชาติถกใหญ่ 31 มีค.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หลังมีกระแสข่าวนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้า พปชร. เตรียมลาออกจากสมาชิกพรรรค มาเป็นหัวหน้า รทสช. โดยจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 65 ในวันที่ 31 มี.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ ล่าสุดได้เปลี่ยนแปลงสถานที่การประชุม ไปที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา เวลา 09.00 น.เพื่อเลือกตั้ง กก.บห.พรรคชุดใหม่ และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคชุดใหม่และการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่านายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ที่ลาออกจากเลขาฯพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) อาจมาอยู่ รทสช.ด้วย

ชูภาษามลายู – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ พรรค และทีมส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปะประชาชนที่ ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี ประกาศสนับสนุนภาษามลายูเป็นภาษาที่สองของภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันที่ 26 มี.ค.
ส่งเสริมภาษามลายูชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา เขต 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต 3 และนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี เขต 4 พบปะประชาชนที่มัสยิดนูรุลอิสลามปาว์มานีส ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่าดีใจที่ได้มาช่วงต้อนรับเดือนรอมฎอน เป็นเดือนอันประเสริฐ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมาเลเซียผลักดันให้ภาษามลายูเป็นภาษาที่ 2 ของภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันภาษามลายูเป็นภาษาราชการของมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน บางส่วนของประเทศอื่นยังไม่เป็นภาษาราชการ เราต้องปรบมือให้พวกเขา เพราะนี่คือการยกระดับ
เลขาฯ พรรคประชาชาติกล่าวว่า สมัยที่เป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำเรื่องภาษามลายูเข้าที่ประชุมครม. เสนอว่าต่อไปนี้ป้ายไม่ว่าจะเป็นอนามัย สถานีตำรวจ อำเภอ สถานที่ราชการต่างๆ อย่างน้อยต้องมี 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษามลายู และภาษาอังกฤษ แต่ถ้าไป อ.เบตง จ.ยะลา ต้องมีภาษาจีน เพราะเราค้นพบแล้วว่าภาษาและวัฒนธรรมต้องไม่มีดินแดน ต้องไม่มีเขตแดน
“ที่สำคัญที่สุดของภาษามลายู เจ้าของตัวอักษรยาวีคือปัตตานี มาเลเซียผลักดันเป็นภาษาที่ 2 อาเซียน ซึ่งอาจจะเป็นภาษาราชการในประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เหมือนตบหน้านายกรัฐมนตรีไทย ด้วยความคิดที่เป็นชาตินิยมของผู้นำ มองว่าภาษามลายูเป็นภัย การไม่ส่งเสริมการมองภาษาเป็นภัย เป็นการทำร้ายภาษา แต่โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาต่างๆ รวมทั้งพี่น้องทุกคนที่ร่วมกันรักษาปกป้องรักษาไว้ ตอนนี้ในอาเซียนมีคนพูดภาษามลายูอย่างน้อย 300 ล้านคน และจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมอยู่ด้วย” พ.ต.อ.ทวีกล่าว