พาดพิงอาการป่วยเมียลุยขึ้นเวทีฟาดเต็มหน้า
‘วิล สมิธ’ ขึ้นเวที ตบหน้าพิธีกรออสการ์ ฉุนปล่อยมุขพาดพิงเมีย ที่เพิ่งโกนหัวหลังป่วย โรคผมร่วง ‘เดนเซล วอชิงตันไทเลอร์ เพอร์รี’ ต้องช่วยปลอบไม่ให้ร่ำไห้ หลังเหตุการณ์เดือด ได้รับรางวัลนำชายยอดเยี่ยม จากบทริชาร์ด วิลเลียมส์ ใน ‘คิงริชาร์ด’ ได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง พร้อมกล่าวขอโทษ
วันที่ 28 มี.ค. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานเหตุการณ์ชวนตะลึงสะเทือนวงการบันเทิงฝั่งตะวันตกระหว่างการประกาศรางวัลอคาเดมี อวอร์ดส์ (ออสการ์) ครั้งที่ 94 ที่โรงละคร ดอลบีเธียเตอร์ ฮอลลีวู้ด นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากวิล สมิธ นักแสดงคนดังเดินขึ้นเวทีและตรงเข้าไปตบหน้าคริสโตเฟอร์ จูเลียส ร็อก หรือ คริส ร็อก ดาราตลกชั้นนำ เพราะไม่พอใจที่คริส ร็อก ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรกล่าวหยอกล้อทรงผมของจาดา พิงเกตต์ สมิธ ภรรยาของวิล สมิธ ท่ามกลางความตกใจของเหล่านักแสดงและคนในแวดวงบันเทิง รวมถึงกลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลก
รายงานระบุว่าระหว่างรับหน้าที่ประกาศรางวัลสารคดียอดเยี่ยม คริส ร็อก พูดคุยสร้างความบันเทิงด้วยการหยอกล้อเหล่าคนดังในงานหลายคน กระทั่งพูดถึงจาดา พิงเกตต์ สมิธ ว่าตนอดใจรอดูเรื่องจีไอ เจน ภาคต่อไม่ไหว โดยเป็นการเปรียบเทียบแบบติดตลกเกี่ยวกับทรงผมทรงใหม่ของจาดา สมิธ กับตัวละครที่เดมี มัวร์ นักแสดงมากฝีมือเคยฝากผลงานไว้ในบททหารหญิงที่โกนผม อย่างไรก็ตาม การที่จาดา สมิธ โกนผมเข้าร่วมงานประกาศรางวัลออสการ์ในครั้งนี้เพราะมีอาการของโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ ซึ่งเคยเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงปัญหาดังกล่าวตั้งแต่ ปี 2561 และนั่นเป็นเหตุให้วิล สมิธ โกรธจนเดินขึ้นไปตบหน้าคริส ร็อก บนเวทีก่อนกลับมานั่งที่เดิม ส่วนคริส ร็อก ซึ่งตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดกล่าวผ่านไมโครโฟนว่าถูกวิล สมิธ ตบหน้า และดาราคนดังก็ตะโกนตอบโต้จากข้างล่างเวทีว่าอย่าเอ่ยชื่อภรรยาของตนอีก ซึ่งคริส ร็อก ตอบกลับไปว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นแค่เรื่องตลกเฉยๆ
ด้านฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ระบุว่าหลังเกิดการเผชิญหน้า เดนเซล วอชิงตัน และไทเลอร์ เพอร์รี สองเพื่อนนักแสดงต้องพาวิล สมิธ ที่โกรธจัดจนร้องไห้ไปปลอบระหว่างช่วงพักโฆษณา ก่อนปรากฏตัวในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเพื่อรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์คิง ริชาร์ด (King Richard) เรื่องราวของริชาร์ด วิลเลียมส์ พ่อผู้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของวีนัสและเซเรน่า วิลเลียมส์ สองพี่น้องนักเทนนิสระดับโลก โดยวิล สมิธ กล่าวสุนทรพจน์ถึงรางวัลที่ได้รับและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ริชาร์ด วิลเลียมส์ เป็นคนดุเดือดที่ปกป้องครอบครัว งานศิลปะเลียนแบบจากชีวิต ผมดูเหมือนพ่อที่บ้าคลั่งซึ่งคล้ายกับสิ่งที่พวกเขาพูดถึงริชาร์ด วิลเลียมส์ แต่ความรักมักจะทำให้คุณทำเรื่องบ้าๆ ผมหวังว่าพวกคุณจะสนับสนุนผมต่อไป ผมอยากขอโทษต่อที่แห่งนี้ ผมอยากขอโทษต่อเพื่อนๆ ผู้เข้าชิงทุกคน นี่เป็นช่วงเวลาที่สวยงาม ผมหวังว่าเวทีอคาเดมีจะเชิญผมกลับมาร่วมงาน” วิล สมิธ กล่าว
สำหรับกรณีคริสและวิล บนเวทีออสการ์ ที่กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชี่ยล ทางกรมตำรวจลอสแองเจลิสแจ้งว่า รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่คริสปฏิเสธที่แจ้งความ
ด้านผู้จัดออสการ์ชี้แจงถึงประเด็นร้อน ดังกล่าวในทวิตเตอร์ โดยไม่เอ่ยชื่อวิลหรือคริส ว่า องค์กร “ไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกๆ รูปแบบ คืนนี้ เรามีความยินดีที่จะเฉลิมฉลอง ผู้ชนะรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 94 ของเรา ซึ่งสมควรได้รับช่วงเวลาแห่งการยกย่องจากเพื่อนฝูงและผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ทั่วโลก”
ขณะที่เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ รายงานในวันเดียวกันอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมบันเทิงโดยระบุว่า วิล สมิธ อาจต้องถูกร้องขอให้ส่งคืนตุ๊กตาออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม คืนให้กับสถาบัน เนื่องจากเป็นการละเมิดหลักจรรยาบรรณของสถาบันที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2560
ทั้งนี้ หลักการจรรยาบรรณของสถาบัน ซึ่งออกมาในปี 2560 หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศของนักแสดงในวงการ ด้านดาวน์ ฮัดสัน ซีอีโอของสถาบัน ระบุในหนังสือถึงสมาชิก ว่า การเป็นสมาชิกสถาบัน เป็นสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ถูกเลือกจำนวนหนึ่งในชุมชนผู้ผลิตภาพยนตร์ทั่วโลก นอกเหนือจากการบรรลุความเป็นเลิศในด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ด้านภาพยนตร์แล้ว สมาชิกยังต้องประพฤติตนอย่างมีจริยธรรมด้วยการรักษาค่านิยมและคุณค่าของสถาบัน เช่น เรื่องการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การไม่แบ่งแยก สร้างบรรยากาศแห่งการสนับสนุน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
“ไม่มีที่ยืนในออสการ์สำหรับผู้ที่ใช้สถานะอำนาจหรืออิทธิพลในทางที่ผิด ในลักษณะที่ละเมิดมาตรฐานความเหมาะสมที่เป็นที่ยอมรับ ทางสถาบันต่อต้านการล่วงละเมิด คุกคาม หรือการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, รสนิยมทางเพศ, เชื้อชาติ, ชาติพันธุ์, ความทุพพลภาพ, อายุ, ศาสนา หรือสัญชาติอย่างเด็ดขาด คณะกรรมการผู้ว่าการเชื่อว่ามาตรฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อภารกิจของสถาบันและสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของเรา
หากคณะกรรมการพบว่าสมาชิกคนใดละเมิดมาตรฐานเหล่านี้โดยการกระทำของพวกเขา คณะกรรมการอาจดำเนินการทาง วินัยใดๆ ที่ได้รับอนุญาตโดยข้อบังคับของสถาบัน รวมถึงการระงับหรือไล่ออก”