‘โกโสมะเตวี นโรดม’ จัดงานกาล่าดินเนอร์ ขึ้นป้าย-ชวนรับเสด็จ ตรวจสอบแล้วไม่จริง
ระวังสาวกำมะลอ ‘องค์หญิงเก๊’ แอบ อ้างราชวงศ์กัมพูชา ใช้ชื่อ ‘พระองค์หญิง โกโสมะ เตวี นโรดม’ผู้ว่าฯ สุรินทร์ออกหนังสือเวียนถึงผกก.ตม.และนายอำเภอทุกอำเภอจับตา หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบ เผยประสานข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ พบว่าไม่มีสมาชิกราชวงศ์กัมพูชาพระองค์ใดมีพระนามนี้ ชี้ขึ้นป้ายเชิญรับเสด็จที่สโมสรตำรวจ ทั้งเตรียมจัดดินเนอร์หรูร้านอาหารในกรุงเทพฯ

องค์หญิงเก๊- ภาพโปรโมตหญิง รายหนึ่งอ้างเป็นพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม ราชวงศ์กัมพูชา เสด็จเยือนไทยจัดกาล่าดินเนอร์หรู ต่อมา ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ออกประกาศเตือนไม่มีสมาชิกราชวงศ์กัมพูชาที่มีพระนามดังกล่าว

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกหนังสือราชการ ที่ สร 0017.3/ว1625 เรื่องการแอบอ้างเป็นสมาชิกราชวงศ์กัมพูชา ลงวันที่ 29 มี.ค.2565 ความว่า เรียนผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ และนายอำเภอทุกอำเภอ สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือเดินทางและรูปภาพ ด้วยกระทรวงมหาดไทย ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับข้อมูลเกี่ยวการเสด็จเยือนประเทศไทยของพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม สมาชิกพระราชวงศ์กัมพูชา ระหว่างวันที่ 18-19 มีนาคม 2565 จากการตรวจสอบข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ พบว่า ไม่มีสมาชิกราชวงศ์กัมพูชาที่ทรงใช้พระนามว่าพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม อีกทั้งบุคคลที่อ้างตนเป็นพระองค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม ยังมีหน้าตาเหมือนกับบุคคลที่แอบอ้างตนเป็นพระองค์เจ้าสีสุวัตถ์ กุสุมานารีรัตนา ที่เดินทางมาจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี พ.ศ.2560 โดยหนังสือเดินทางบุคคลดังกล่าว เป็นหนังสือเดินทางธรรมดา ระบุชื่อว่า Kosomaktevy Pich ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับคำขอไทยแลนด์ พาส เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศยานของบุคคลดังกล่าว

จังหวัดสุรินทร์ จึงขอให้เฝ้าระวังบุคคล ดังกล่าว ไม่ให้แอบอ้างเพื่อให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ และให้ปฏิบัติตามแนวทางการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กำหนดโดยเคร่งครัด และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบต่อไป

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบนายเทวี ยิ้มชื่น ชาว จ.สุรินทร์ และเป็นสหายคนสนิทของพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ กุสุมะ นารีรัตนา พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต ราชวงศ์นโรดม แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และเป็นสหายคนสนิท ที่ติดตามทุกภารกิจของพระองค์

นายเทวีเปิดเผยว่า สำหรับพระองค์เจ้า สีสุวัตถิ์ กุสุมะนารีรัตนา ซึ่งเป็นเชื้อสายราชวงศ์จริง ทรงพำนักทั้งฝั่งกัมพูชาและขึ้นลงมาประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สุรินทร์และอีสานใต้ เพื่อประกอบพระกรณียกิจส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่พระองค์ที่ขึ้นป้ายรับรางวัลที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18-19 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ชื่อที่ขึ้นป้าย ดังกล่าวก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีเชื้อสายหรือเป็นองค์จริงทางกัมพูชาแน่ชัดหรือไม่อย่างไร และก็ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ขอยืนยันว่า พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ กุสุมะนารีรัตนาฯ ซึ่งตอนนี้ทรงพำนักในพื้นที่ จ.สุรินทร์ มาหลายปีแล้ว และก็เป็นรัชทายาททางฝั่งกัมพูชา จะประกอบกรณียกิจขึ้นลงทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาอยู่เป็นประจำ และก็ไม่ได้ไปรับรางวัลที่ กทม.ดังกล่าว และไม่เกี่ยวข้องกันกับงานดังกล่าวแต่อย่างใด

นายเทวียังได้ส่งภาพบุคคลดังกล่าวและข้อความว่า “องค์หญิงโกโสมะ เตวี นโรดม จากประเทศกัมพูชา” กาล่าดินเนอร์ปาร์ตี้หมวกสวยการกุศล รับประทานอาหารบนโต๊ะเสวย เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ร่วมกับ (มีการปกปิดสงวนภาพบุคคลไว้ในกรอบวงกลมสีเหลือง และไม่ระบุชื่อ) วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป ณ ร้านอาหารไทรงาม (ครัวชุมสาย) ซอยราชครู จัดโดยสมาคมสตรีไทยสากล อีกด้วย และยังมีภาพข้อความอีก 1 ชุดระบุข้อความว่า “ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จ องค์หญิง โกโสมะ เตวี นโรดม สมาคมสตรีไทยสากลและพสกนิกรชาวไทย ขอต้อนรับ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ในงาน สตรีไทย สานสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี”

ทั้งนี้ยังทราบอีกว่า มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าวไปแล้วบางจุดในกทม. แต่งานกิจกรรมดังกล่าว ก็ถูกยกเลิกก่อนและทราบทีหลังว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา ในหลายจุด ไม่อนุญาตให้บุคคลดังกล่าวข้ามแดนมาฝั่งไทย เพื่อเข้ามาร่วมกิจกรรมดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ สนง.ตำรวจแห่งชาติ ที่ได้แจ้งให้กระทรวงมหาดไทยทราบ จนมีคำสั่งจาก ผวจ.สุรินทร์ ได้ออกหนังสือประกาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกอำเภอได้ช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้บุคคลดังกล่าวที่แอบอ้างว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์ของกัมพูชา เพื่อเข้ามาในราชอาณาจักรไทย

สำหรับพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ กุสุมะนารีรัตนา เมื่อปี 2561 เคยมีข่าวที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ กรณีที่มีผู้แอบอ้างว่าเป็น “พระมหากษัตริยานี พระสีสุวัต กุสุมะ มุนีรัตนา” มารดาแห่งสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ซึ่งสวรรคตไปเมื่อปลายทศวรรษที่ 70 ได้เข้ามาพำนักในประเทศไทย เข้ามาประกอบทำกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนไทยอยู่บ่อยครั้ง ทางการกัมพูชา จึงประกาศ ขออย่าให้ชาวกัมพูชาอย่าได้หลงเชื่อคำแอบอ้าง ดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะพระองค์จริง ได้สวรรคตไปเมื่อปลายทศวรรษที่ 70 ไปแล้ว

ขณะนั้นโลกโซเชี่ยล ยังได้นำภาพนิ่งของพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ เพชรทาวี พระปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ โสมากะริทาริกา และ พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ กุสุมะ นารีรัตนา แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ไปประกอบข่าวการแอบอ้างจากกัมพูชาดังกล่าว จึงยิ่งทำให้ประชาชนชาวไทย ที่เห็นและเกิดความเข้าใจผิดว่าทั้ง 3 พระองค์ ที่มาร่วมกิจกรรมทำบุญตามวัดวาอารามในพื้นที่จังหวัดชายแดนอีสานใต้อยู่บ่อยครั้งนั้น เป็นตัวปลอม และคราวนั้นพระองค์ก็ได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงไปแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน