เงิน2ล้านผัวเมียเร่ง‘หมายจับ’ผู้ก่อเหตุ15คน
ยื่นศาลออกหมายจับชุดแรก 4 คน เป็นตร. 1 นาย กับพลเรือนอีก 3 คน แก๊งตร.กับพวกรวม 15 คนอุ้มรีดเงินผัวเมียได้พนันออนไลน์เกือบ 2 ล้าน ‘บิ๊กปั๊ด’ ผบ.ตร. กำชับต้นสังกัดให้เร่งจัดการทั้งคดีอาญาและลงโทษทางวินัย เบื้องต้นพบเป็นตร.ไซเบอร์ 2 นาย อีก 2 นายอยู่นครบาล พร้อมออกหมายค้นบ้าน ‘พ.ต.ต.’ อ้างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่สน.บางนา พล.ต.ต. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.น ควบคุมงานสอบสวน และในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 4 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือพีซีที เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีกลุ่มชายฉกรรจ์ 15 คน อ้างเป็นตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ และตำรวจนครบาล บุกอุ้มตัวสามีภรรยาและลูกสาวอายุ 11 ขวบ รีดเงินสดและทรัพย์สินรวมหลายแสนบาท หลังผู้เสียหายได้เงินเกือบ 2,000,000 บาท จากการเล่นพนันออนไลน์
โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์พีซีที พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. สั่งการต่อมายัง พล.ต.ต.ไตรรงค์ลงพื้นที่ตรวจสอบคดีดังกล่าวทันที เนื่องจากอาจมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และให้พล.ต.ต.ไตรรงค์มาร่วมสอบปากคำสามีภรรยาผู้เสียหายเพิ่มเติม แต่ต่อมาผู้เสียหายขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากยังเครียดและกังวลความปลอดภัย จากนั้นพล.ต.ต.ไตรรงค์เดินทางไปดูจุดสถานที่ต่างๆ ตามที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวไป
สำหรับรายละเอียดในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มี.ค. สามีภรรยาผู้เสียหายแจ้งความสน.บางนา ว่า เมื่อวันที่ 10-11 มี.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้าย 15 คน อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์และนครบาลร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ โดยนำตัวสามีภรรยาและลูกสาวอายุ 11 ขวบ ขึ้นรถพาไปปั๊มน้ำมันระหว่างซอยอุดมสุข 11 กับ 13 เขตบางนา, แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านในเวลา 23.00 น.
ต่อมาวันที่ 11 มี.ค. ผู้เสียหายนำเงินสด 400,000 บาท และเหรียญพระเครื่องทองคำ หลวงพ่อพัฒน์ 1 องค์ ราคา 250,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 650,000 บาท ไปให้คนร้ายที่ สภ.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โปลิศจับตร. – พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.น. ให้สัมภาษณ์ที่สน.บางนา ภายหลังประชุมคลี่คลายคดีสามีภรรยาถูกอุ้มรีดเงิน โดยกลุ่มก่อเหตุมีตำรวจไซเบอร์ระดับสารวัตร และสังกัดบช.น.รวม 4 นาย เมื่อวันที่ 1 เม.ย.
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ผู้เสียหายระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมี 15 คนแต่งกายชุดไปรเวต ใช้รถยนต์ 7 คัน อุ้มพาผู้เสียหายกับครอบครัวรวม 3 คน ไปจากร้านอาหารในปั๊มน้ำมันย่านอุดมสุข เพื่อพาไปกรรโชกทรัพย์ อ้างว่ามาทวงเงินคืนให้เว็บพนัน และพาตระเวนไปตามจุดต่างๆ รวมทั้งบ้านญาติผู้เสียหาย และบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อเอาทรัพย์สิน จนผู้เสียหายต้องยอมอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้ในวันรุ่งขึ้น คนร้ายจึงยอมปล่อยตัว และนัดหมายส่งมอบทรัพย์สินด้านนอก สภ.บางแก้ว เบื้องต้นผู้เสียหายแจ้งความข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์
รองผบช.น.กล่าวว่ามีประเด็นต้องสอบสวนผู้เสียหายเพิ่มเติม ตำรวจจึงนัดหมายผู้เสียหายเข้าให้ปากคำ แต่ล่าสุดผู้เสียหายขอเลื่อนออกไปก่อน บอกว่าขอปรึกษาทนายความก่อนแล้วจะประสานมาอีกครั้ง สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุ 15 คน พิสูจน์ทราบตัวได้แล้วบางส่วน ในจำนวนนี้มีตำรวจ 4 นายในบันทึกการให้ถ้อยคำ โดยเป็นบันทึกที่ตำรวจผู้ก่อเหตุจัดทำขึ้น และนำมามอบให้พนักงานสอบสวน สน.บางนา อ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ และในบันทึกลงชื่อตำรวจสังกัด บช.สอท. 2 นาย ตำแหน่งสูงสุดระดับสารวัตร อีก 2 นายสังกัดบก.น.5 บช.น. โดยอ้างว่าไม่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ทวงเงินลักษณะนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง เพราะตำรวจไม่มีหน้าที่รับใช้เว็บพนัน ดังนั้นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือไม่เป็นตำรวจก็ตาม โดยอยู่ระหว่างสอบสวนว่าตำรวจที่ก่อเหตุมีหน้าที่สืบสวนเว็บพนัน หรือเกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือไม่ และคนที่มีพยานหลักฐานชัดเจนก็จะให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ไม่ช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.สั่งกำชับให้ขยายผลดำเนินคดีเว็บพนันดังกล่าวด้วย โดยจะอายัดและปิดเว็บ แต่เว็บพนันเหล่านี้มีมากกว่า 1 เซิร์ฟเวอร์ เมื่อปิดแล้วอาจกลับมาเปิดใหม่ได้ในทันที ส่วนทรัพย์สินที่กลุ่มคนร้ายได้ไปอยู่ระหว่างติดตามอายัด
ขณะที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ รองผบ.ตร. กล่าวว่าสั่งการ บช.น.ไปตรวจสอบคดี และให้ชุดปฏิบัติการพีซีทีตรวจสอบเว็บไซต์พนันออนไลน์ พบว่าปิดหนีไปก่อนหน้านี้ จะรวบ รวมพยานหลักฐานดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องต่อไป ล่าสุดขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านเลขที่ 81/16 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เป็นบริษัทรปภ.ของพ.ต.ต. และเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 4 คน เป็นพลเรือน 3 คน และตำรวจ 1 คน เป็นบุคคลที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด จุดที่คนร้ายให้ผู้เสียหายไปตรวจค้นบ้านพี่สาวผู้เสียหายที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ผิดว่าไปตามผิด หากตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจริงจะดำเนินการทั้งวินัยและอาญา
ส่วนพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. กำชับให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจในหน่วยงานที่ถูกพาดพิง ให้พิจารณาดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และเร่งทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม หากพบเกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ทุกราย ไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม พร้อมกำชับให้กวดขันดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้กระทำผิดในลักษณะนี้อีก