ตรวจพบป่วยโอมิXEแล้ว1 ดับนิวไฮอีก96-มีทวด105ปี
ไทยพบโควิดพันธุ์ลูกผสม XE เจอป่วยแล้ว 1 ราย ศูนย์จีโนมรามาธิบดีเร่งสอบไทม์ไลน์ แจงตรวจพบจากถอดรหัสพันธุกรรม สว็อบผู้ติดเชื้อ และอีก 1 ราย พบสายพันธุ์ลูกผสม ชี้เอาหนาม BA.2 มาทั้งยวง ตัดแปะกับ BA.1 พบแพร่เร็วกว่า BA.2 10% แต่ความรุนแรง หลบวัคซีนไม่ต่างจากเดิม ส่วนเดลตาครอน ไม่สมบูรณ์ ใกล้สูญพันธุ์แล้ว องค์การอนามัยโลกเตือน โอมิครอน XE แพร่เร็วกว่าทุกสายพันธุ์ พบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร ศบค.แถลงป่วยอีก 2.8 หมื่น เอทีเคผลบวกอีก 1.4 หมื่นราย ตายนิวไฮอีก 96 เศร้าทวดวัย 105 ปีดับ ย้ำฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นคุมระบาดสงกรานต์ 20 จังหวัดป่วยพุ่งทะลุ 500 ราย เริ่มวันแรกโละตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าประเทศ ยอดเดินทางมาไทย 1.16 หมื่นคน พบติดเชื้อ 28 คน

โควิด 2.8 หมื่น-ตายนิวไฮ 96
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 57 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยพบติดเชื้อรายใหม่ 28,029 ราย สะสม 3,684,755 ราย ATK ผลบวก 14,229 ราย หายป่วย 23,352 ราย สะสม 3,403,642 ราย เสียชีวิต 96 ราย สะสม 25,318 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 255,795 ราย อยู่ในร.พ. 64,943 ราย อยู่ ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 190,852 ราย มีอาการหนัก 1,827 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 735 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 29.9%

ผู้เสียชีวิตมาจาก 42 จังหวัด ได้แก่ กทม. 13 ราย, เชียงราย 5 ราย, สมุทรปราการ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช ชลบุรี จังหวัดละ 4 ราย, สุราษฎร์ธานี กระบี่ พัทลุง ปัตตานี ระยอง จังหวัดละ 3 ราย, นครปฐม สกลนคร ยโสธร ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ตราด ลพบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ สมุทรสงคราม สระบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรสาคร นครราชสีมา ชัยภูมิ อุดรธานี มุกดาหาร ลำปาง แพร่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ภูเก็ต สตูล สงขลา ยะลา อ่างทอง นครนายก ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 61 ราย หญิง 35 ราย อายุ 26-105 ปี เฉลี่ย 77 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 99%

20 จังหวัดป่วยเกิน 500
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,373 ราย 2.ชลบุรี 1,507 ราย 3.นครศรีธรรมราช 1,128 ราย 4.สมุทรสาคร 936 ราย 5.สมุทรปราการ 930 ราย 6.สงขลา 762 ราย 7.ฉะเชิงเทรา 735 ราย 8.นครปฐม 688 ราย 9.พระนครศรีอยุธยา 665 ราย และ 10.ขอนแก่น 652 ราย

สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 500 รายขึ้นไปยังมีอีก 10 จังหวัด คือ ระยอง 645 ราย, ราชบุรี 635 ราย, ปทุมธานี 603 ราย, บุรีรัมย์ 576 ราย, นครราชสีมา 556 ราย, อุดรธานี 550 ราย, ร้อยเอ็ด 549 ราย, นนทบุรี 538 ราย, สุพรรณบุรี 523 ราย และศรีสะเกษ 500 ราย ส่วนจังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย มี 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม 97 ราย, พังงา 94 ราย, อำนาจเจริญ 93 ราย, พิจิตร 83 ราย, นราธิวาส 79 ราย, มุกดาหาร 79 ราย, หนองบัวลำภู 78 ราย, แพร่ 75 ราย, ยะลา 73 ราย, อุตรดิตถ์ 69 ราย, ปัตตานี 63 ราย, แม่ฮ่องสอน 59 ราย, พะเยา 57 ราย, ชัยนาท 52 ราย, เชียงราย 16 ราย และลำพูน 2 ราย

ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 79 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 36 ราย ใน 14 ประเทศ โดยมาจากซาอุดีอาระเบียมากที่สุด 8 ราย กัมพูชา 6 ราย เยอรมนี 5 ราย ออสเตรเลีย 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 19 ราย แซนด์บ็อกซ์ 3 ราย กักตัว 12 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 2 ราย จากเมียนมา

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2565 ซึ่งเริ่มยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าประเทศเป็นวันแรก มีผู้เดินทาง 11,684 คน รายงานติดเชื้อ 28 คน คิดเป็น 0.24% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 10,922 คน ติดเชื้อ 19 คน คิดเป็น 0.17% แซนด์บ็อกซ์ 629 คน ติดเชื้อ 3 คน คิดเป็น 0.84% และกักตัว 133 คน ติดเชื้อ 6 คน คิดเป็น 4.51%

ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 1 เม.ย. ฉีดได้ 325,326 โดส สะสมรวม 129,877,792 โดส เป็นเข็มแรก 55,627,456 ราย คิดเป็น 80% ของประชากร เข็มสอง 50,355,443 ราย คิดเป็น 72.4% ของประชากร และเข็มสาม 23,894,893 ราย คิดเป็น 34.4% ของประชากร

ATK บวกรักษาตามสิทธิ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในร.พ. 1,827 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 24 รายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความห่วงใย หลังพบ ผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด ให้ถือว่าเป็นคนไข้กลุ่มสีเหลือง มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งรัฐและเอกชน ตามเกณฑ์ ยูเซ็ป พลัส โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มนี้ เข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอรักษาตามอาการ เพื่อลดการสูญเสีย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด

ส่วนผู้ตรวจ ATK แล้ว พบผลตรวจขึ้นสองขีดหรือพบเชื้อ ให้เข้ารับบริการการรักษาตามสิทธิได้ฟรี โดยขอย้ำทุกคน ทุกฝ่าย ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันลดโอกาสติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามที่สาธารณสุขกำหนดยังเป็นวิธีป้องกันตนเองที่ได้ผลที่สุด

‘ฮู’เตือนพันธุ์ใหม่ XE
ด้านศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ ‘Center for Medical Genomics’
ระบุว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565 ออกคำเตือนเกี่ยวกับโอมิครอนสายพันธุ์ลูกผสม “XE” ที่แพร่เชื้อติดต่อได้ง่าย และรวดเร็วกว่าไวรัสโคโรนา 2019 ทุกสายพันธุ์ที่เราเคยประสบมา โดย “XE” เป็นสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย “BA.1 X BA.2 ไม่ใช่ เดลตาครอน” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกผสมระหว่าง “เดลตา X โอมิครอน” โดยฮูยังไม่ตั้งชื่อให้อย่างเป็นทางการจนกว่า “XE” จะแสดงอาการทางคลินิกที่รุนแรงแตกต่างไปจากสายพันธุ์อื่นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนสายพันธุ์ลูกผสม “เดลตาครอน” หรือ “XD” ฮูแจ้งว่า ไม่พบการระบาดที่รวดเร็ว และอาการที่รุนแรง แต่ประการใด

ไทยพบป่วยแล้ว 1 คน
ล่าสุด ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ ร.พ.รามาธิบดี ตรวจพบสายพันธุ์ลูกผสม “XE” จากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจากตัวอย่างสว็อบจากผู้ติดเชื้อ ชาวไทย 1 ราย และจากการตรวจกรองด้วยเทคโนโลยี “Massarray Genotyping” พบสายพันธุ์ลูกผสม “เดลตาครอน (เดลตา X โอมิครอน)” อีก 1 ราย ซึ่งต้องยืนยันด้วยการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ โอมิครอนสายพันธุ์ลูกผสม XE พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2565 โดยมีการถอดรหัสพันธุกรรมทั้ง จีโนมและอัพโหลดขึ้นไปแชร์ไว้บนฐานข้อมูลโควิด-19 โลกแล้วมากกว่า 600 ตัวอย่าง โดยฮูประเมินว่า สายพันธุ์ลูกผสม XE มีอัตราการแพร่ระบาด เหนือกว่า BA.2 ถึง 10% อย่างไรก็ตามยังต้องรอข้อมูลจากทั่วโลกที่ร่วมด้วยช่วยกันถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม อีกระยะหนึ่งเพื่อการยืนยัน

เร่งสอบไทม์ไลน์
ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมฯ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบไปยังสถานพยาบาลว่า ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ลูกผสม XE ในคนไทย 1 ราย รายละเอียดเป็นอย่างไร มีการเดินทางไปต่างประเทศมาหรือไม่ หรือมีการสัมผัสโรคอย่างไร อยู่ระหว่างรอข้อมูล อย่างไรก็ตาม การถอดรหัสพันธุกรรม เวลาได้รับตัวอย่างมามักจะเป็นเวลาย้อนหลังไปเป็นสัปดาห์ ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อก็จะหายแล้ว จึงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

สำหรับสายพันธุ์ลูกผสม XE ในต่างประเทศ พบที่อังกฤษเมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นการผสมกันระหว่างโอมิครอน BA.1 กับ BA.2 ส่วนใหญ่เป็นการเอาจุดเด่นของ BA.2 มามากกว่า โดยเฉพาะส่วนของโปรตีนหนามแหลมเป็นของ BA.2 ทั้งหมด ดังนั้น ในอังกฤษจึงพบว่าสายพันธุ์ลูกผสม XE แพร่ได้เร็วกว่า BA.2 ราวๆ 10% และเร็วกว่า โอมิครอนดั้งเดิม 43% แต่ไม่พบว่ามีความรุนแรงกว่า BA.2 และไม่พบว่ามีการหลบภูมิต่อวัคซีนแตกต่างจาก BA.2 หมายความวัคซีนที่ฉีดในปัจจุบันหากสูตรไหนมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลต่อสายพันธุ์ BA.2 ก็มีผลต่อสายพันธุ์ลูกผสม XE เช่นกัน

จับตาดูแรงขึ้น-สูญพันธุ์
“XE เอาสัดส่วนของ BA.2 มาเยอะหน่อย โดยเอาส่วนที่สร้างหนามของ BA.2 มาทั้งยวงเลย ก็พอตอบได้ว่า อาการหรือว่าการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน หรือการตอบสนองต่อวัคซีน ไม่น่าจะแตกต่างจาก BA.2 เพราะไม่ได้เห็นการกลายพันธุ์อะไรที่เด่นชัด เหมือนไปดึงเอา BA.2 มาเป็นส่วนใหญ่ แล้วมาปะติดกับ BA.1 ที่ถามว่าส่วนหนามหลบภูมิคุ้มกันหรือไม่ แอนติบอดีตรวจจับไม่เจอหรือไม่ ก็ไม่น่าจะเป็น เช่นนั้น เพราะลูกผสมนี้ไม่ได้ผสมกัน ตรงหนาม” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ลูกผสม XE ไม่ได้ก่อโรครุนแรง และไม่หลบวัคซีนต่างไปจาก BA.2 แต่ฮูอยากให้ช่วยเฝ้าระวัง เพราะว่ามีลักษณะเพิ่มจำนวนได้มากกว่าสายพันธุ์ที่มีอยู่ เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่ฮูประกาศว่ามีลูกผสมเดลตาครอน (เดลตาผสมกับโอมิครอน) หลายคนกังวลใจ เพราะโอมิครอนแพร่เร็ว เดลตาเกิดความรุนแรงมาก แต่สุดท้ายเดลตาครอนเป็นสายพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ การเพิ่มจำนวนได้ไม่ดี เหมือนกับค่อยๆ ลดจำนวนลง ใกล้สูญพันธุ์ไป ดังนั้นการเตือนของฮูจึงขอให้จับตาไว้ก่อน ส่วนจะรุนแรงขึ้นหรือลดระดับลงจนสูญพันธุ์ก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ภูเก็ต-กระบี่-สงขลายังหนัก
ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 251 ราย จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 2 ราย และ test&go 13 ราย ขณะที่ผลตรวจ ATK อ.เมือง 346 ราย พบ 199 ราย อ.กะทู้ 11 ราย พบ 6 ราย และอ.ถลาง 55 ราย พบ 10 ราย

ด้านสสจ.กระบี่ รายงานผู้เสียชีวิตจาก โควิด-19 เพิ่มอีกจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.ชายอายุ 83 ปี ต.เขาพนม อ.เขาพนม มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติรับวัคซีน 2.หญิง 52 ปี ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง มีโรคประจำตัว มีประวัติรับวัคซีน 1 เข็ม 3.ชายอายุ 83 ปี ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติรับวัคซีน 4.หญิงอายุ 79 ปี ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติรับวัคซีน และ 5.หญิงอายุ 87 ปี ต.กระบี่น้อย อ.เมือง มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติรับวัคซีน ทำให้ผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. รวม 71 ราย

ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่พบจำนวน 133 ราย ผู้เข้าข่ายติดเชื้อ ผลตรวจ ATK เป็นบวกอีก 725 ราย รวม 858 ราย

ขณะที่ สสจ.สงขลาเปิดเผยว่า จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 762 ราย จากการตรวจ ATK และ RT-PCR ทั้งหมด 4,687 ราย ส่งผลให้ติดเชื้อสะสม 23,677 ราย หากรวมจำนวนคิดเชื้อเข้าข่าย ATK จะมีผู้ติดเชื้อถึง 61,000 กว่าราย และเสียชีวิตสะสม 57 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตอยู่เฉลี่ยวัน 1 คน ซึ่งตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิตแต่ละราย พบว่าไม่ได้รับวัคซีนในอัตราส่วนที่มาก กว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนเข็มที่ 3

ฉีดเด็ก – ผู้ปกครองจำนวนมากนำลูกหลานมาเข้าคิวรอฉีดวัคซีนโควิด สำหรับเด็กเล็กอายุ 5-11 ขวบ ที่จุดฉีดวัคซีนร.พ.มหาราชนครราชสีมา หน้าโรงภาพยนตร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 เม.ย.

โคราชเร่งคุม 4 คลัสเตอร์
ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 541 ราย และ ATK ผลบวกอีก 1,823 ราย ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วจำนวน 67,818 ราย รักษาอยู่ จำนวน 30,267 ราย รักษาหายแล้ว จำนวน 37,475 ราย เสียชีวิตสะสม 76 ราย

ขณะเดียวกันจุดฉีดวัคซีนต่างๆ ในพื้นที่ ก็กำลังเร่งฉีดวัคซีนเด็ก และวัคซีนกระตุ้น เข็ม 2 เข็ม 3 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดฉีดวัคซีนของ ร.พ.มหาราชนครราชสีมา ก็เร่งฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กอายุระหว่าง 5-11 ขวบ ในช่วงเช้า ซึ่งมีผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ามาฉีดวัคซีนเด็กกันอย่างคึกคัก ขณะที่ในช่วงเวลา 13.00-15.00 น. ก็จะได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป วอล์กอินเข้ามาฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ถึงเข็มที่ 4 ได้

ส่วนศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.นครราชสีมา รายงานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวัง 4 คลัสเตอร์ ก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่มีแนวโน้มระบาดในชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และในวงครอบครัว ได้แก่ 1.สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์วัดม่วง ต.ในเมือง อ.เมือง ป่วยสะสม 68 ราย เป็นผู้สูงอายุ 55 ราย เจ้าหน้าที่ 13 ราย ระบบการรักษา เอชไอ 64 ราย และร.พ.มหาราชฯ 4 ราย เป็นผู้สูงอายุ 3 ราย เจ้าหน้าที่ 1 ราย การดำเนินการควบคุมโรคได้แล้ว การดูแลโดย อบจ.นครราชสีมากับ ร.พ.มหาราชฯ ภาพรวมดีขึ้น 2.กลุ่มรับจ้างปลูกมัน ต.ขุย อ.ลำทะเมนชัย สาเหตุ เพื่อนร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกันป่วยสะสม 19 ราย 3.พื้นที่หมู่ 8 ต.ประทาย อ.ประทาย ป่วยสะสม 21 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงคนในครอบครัวและ ญาติพี่น้อง และ 4.พื้นที่ หมู่ 1 บ้านหนองบัวนาค ต.โนนเพ็ด อ.ประทาย ป่วยสะสม 19 ราย กระจายไปยังหมู่ 1 จำนวน 17 ราย หมู่ 11 จำนวน 2 ราย

อยุธยาป่วยพุ่งอีก 563 คน
ด้านนายไพรัตน์ เพชรยวน รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์ ผู้ติดเชื้อโรคโควิดในจังหวัดมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 563 ราย ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย ATK 224 ราย และพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายอายุ 53 ปี มีโรคประจำตัวป่วยมะเร็งปอด และชายอายุ 80 ปี มีโรคประจำตัวป่วยมะเร็งเช่นเดียวกัน โดยการติดเชื้อส่วนหนึ่งพบ เป็นกลุ่มอายุ 18-59 ปี รวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน และเด็กเล็ก เริ่มติดเชื้อเพิ่มมาก และบางส่วนยังไม่ได้รับวัคซีนครบ จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่ยัง ไม่ได้รับวัคซีน เข้ารับวัคซีนโดยด่วน โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นเข็ม 3 และเข็ม 4

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้คงมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยขอความร่วมมือตรวจหาเชื้อ ATK ในกลุ่มบุคคลที่ มีการเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัดทั้งก่อนและหลังเดินทางกลับ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือสถานที่ชุมชนต่างๆ โดยไม่มีเหตุจำเป็น เน้นย้ำสถานที่เสี่ยงภายในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ที่อาจเกิดการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน คลัสเตอร์ ให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน