สาวต่อเว็บพนัน เหยื่อขอตร.ดูแล
รวบตัว พ.ต.ต.ตำรวจไซเบอร์ แก๊งอุ้มรีดเงินผัวเมีย ส่งศาลแล้วไม่ได้ประกัน ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำ หลังย่องเข้ามอบตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ผกก.สน.บางนาระบุขัดขืนต้องจับกุมและคัดค้านประกันตัว รองผบช.น. เผยขอศาลออกหมายจับอีก 5 คน เป็นตำรวจ 1 อดีตตำรวจ 1 พลเรือน 3 ขอให้มั่นใจการทำงานของตำรวจ หากผู้เสียหายถูกข่มขู่ให้แจ้งขอความคุ้มครอง เผยเว็บพนันออนไลน์ในคดีปิดไปแล้ว เร่งสืบสวนขยายผล

จากกรณีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. (ไซเบอร์) อุ้มข่มขู่เรียกรับเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมพระเครื่อง จากสามี-ภรรยา ต่อมาผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.บางนานั้น

ล่าสุดวันที่ 2 เม.ย. ที่ สน.บางนา พ.ต.ต.คม รอดเภา สว.สส.บก.สอท.5 หนึ่งในผู้ต้องหา เดินทางเข้ามอบตัวช่วงเช้ามืด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ให้เสื่ยมเสียอิสรภาพ และกรรโชกทรัพย์ ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวพ.ต.ต.คม ไปขออำนาจศาลฝากขังศาลอาญาพระโขนง แต่ระหว่างคุมตัวออกจากห้องสอบสวนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อยราว 3 นาที พ.ต.ต.คม ขัดขืน ยืนยันว่าจะเดินทางไปศาลเอง พร้อมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนาพยายามควบคุมสถานการณ์พากลับเข้าห้องสอบสวน ก่อนพา พ.ต.ต.คม ออกมาเพื่อขึ้นรถตู้ไปศาลอาญาพระโขนง แต่พ.ต.ต.คมอ้างสิทธิของตัวเองตามกฎหมายและเกิดเหตุชุลมุนยื้อยุดผลักดันตัวขึ้นอีกครั้งนาน 2 นาที ตำรวจต้องช่วยกันพาตัวพ.ต.ต.คมขึ้นรถตู้ตำรวจ

ทั้งนี้ พ.ต.ต.คม อ้างสิทธิในกระบวน การยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 พร้อมระบุว่าตำรวจบางนาทำให้ตนเสียเสรีภาพ พนักงานสอบสวนสั่งให้ตนไปศาลโดยมีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตนมารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ขอให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาเพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ และยืนยันว่าต้องการไปศาลเอง ขณะที่ตำรวจซึ่งเข้าควบคุมสถานการณ์พยายามบอกให้พ.ต.ต.คม ใจเย็นๆ

พ.ต.อ.มนต์เสก ตระกูลพานิชย์ ผู้กำกับการสน.บางนา เผยว่าจะพาตัวผู้ถูกกล่าวหาไปฝากขังแต่ผู้ถูกกล่าวหายืนยันจะเดินทางไปด้วยตนเอง เนื่องจากเกิดเหตุขัดขืนจึงต้องจับกุมและคัดค้านการประกันตัว

ฮึดฮัด – พ.ต.ต.คม รอดเภา สารวัตรสังกัดสอท. แสดงอาการฮึดฮัด ไม่พอใจที่ถูกควบคุมตัว หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอ้างเป็น ตำรวจไซเบอร์รีดเงินผัวเมีย โดยปฏิเสธทุกข้อหา ที่สน.บางนา เมื่อวันที่ 2 เม.ย.

ต่อมา ที่ศาลอาญาพระโขนง ถนนสรรพาวุธ พนักงานสอบสวน สน.บางนา นำตัว พ.ต.ต.คม รอดเภา ยื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่วันที่ 2-13 เม.ย.2565 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง ผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันกรรโชก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 วรรค 2, 210, 327 และมาตรา 83

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลอาญาพระโขนงรับคำร้องฝากขังเเล้ว พ.ต.ต.คม ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากปล่อยไปเกรงว่า จะยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ด้านพล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.น. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่สน.บางนา ว่า พ.ต.ต.คม เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา ดังนี้ 1.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และ 3.ร่วมกันทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ จากนั้นนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งศาลอนุมัติให้ฝากขัง นอกจากนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติมอีก 5 ราย ในข้อหาเดียวกัน ซึ่งจะมีการติดตามจับกุมตัวต่อไป

รองผบช.น. กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาที่มามอบตัว 1 ราย คือ พ.ต.ต.คม รอดเภา ข้าราชการตำรวจบช.สอท. (บก.สอท.5) ส่วนที่ถูกออกหมายจับเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดบช.สอท. (บก.สอท.2) 1 นาย อดีตข้าราชการตำรวจ 1 คน พลเรือน 3 คน ทั้งนี้ พิสูจน์ทราบตัวผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 6 คน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหา ผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่น จากการตรวจสอบเบื้องต้นของตำรวจสน.บางนา และตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 พบว่ามี ผู้เกี่ยวข้อง 10 คน ตำรวจพยายามติดต่อ ผู้กล่าวหาเพื่อให้มาสอบสวนเพิ่มเติม ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงประสานไปยังทนาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด และญาติเพื่อให้ช่วยติดตามผู้กล่าวหาเข้าให้การเพิ่มเติม ส่วนคำให้การของพ.ต.ต.คมอยู่ในสำนวน การอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เป็นคำให้การของ ผู้ต้องหา ต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

“ขอให้ผู้เสียหายสบายใจ เพราะข้าราชการตำรวจที่ไปข่มขู่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝากขังไปแล้ว 1 ราย ส่วนที่เหลือถูกออกหมายจับแล้วเช่นกัน จะดำเนินคดีให้ครบ ทุกราย ขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ ถ้ามีผู้ใดข่มขู่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ขอให้แจ้งเข้ามา เราพร้อมดำเนินการคุ้มครองเต็มที่” พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีหรือไม่ รองผบช.น.กล่าวว่าตำรวจดำเนินการได้ในจุดหนึ่ง แต่พอมีข้อสงสัยที่อยากซักถามเพิ่มเติมจำเป็นต้องสอบถามจาก ผู้เสียหาย จากคำให้การในวันที่ 25 มี.ค. ตำรวจพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำผิดจำนวนหนึ่ง เราทำงานเต็มที่ ขอให้มั่นใจ

ส่วนตำรวจอีก 2 ราย ที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในชุดปฏิบัติการนั้น พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า เคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของพ.ต.ต.คม สมัยรับราชการอยู่ที่บก.น.3 ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นายที่ปรากฏใน รายชื่อ แต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา จึงถูกนำชื่อไปใส่โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ โดย 1 คนที่เรียกมาสอบปากคำยืนยันถิ่นที่อยู่แล้วอีก 1 คน ผู้บังคับบัญชายืนยันว่าป่วยกักตัวโควิด-19 ซึ่งมาไม่ได้อยู่แล้ว หากพ้นการกักตัวรักษาอาการป่วยจะเรียกมาสอบปากคำภายหลัง ทั้งนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ต้องหาทุกรายมีคดีเก่าหรือไม่

เมื่อถามถึงคดีปี 2556 เกี่ยวกับวินรถตู้ในพื้นที่บางบัวทองซึ่งปรากฏชื่อร.ต.ท.คม อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาในคดี พล.ต.ต. ไตรรงค์กล่าวว่า ให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบคดีที่ปรากฏชื่อนายตำรวจคนดังกล่าวว่ามีผลทางคดีเรื่องนั้นเป็นอย่างไร ส่วนการตรวจค้นเมื่อวานนี้ได้ตรวจยึดรถยนต์ที่พบเห็นในวันเกิดเหตุ 1 คัน และตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานรปภ. ของพ.ต.ต.คม และอุปกรณ์กล้องวงจรปิด เบื้องต้นทราบว่ากล้องวงจรปิดถูกลบเมมโมรี่ไปแล้ว ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบว่ากู้ไฟล์ได้หรือไม่ ส่วนเว็บไซต์พนันออนไลน์ในคดีนี้ทราบชื่อเว็บไซต์แล้วโดยพบว่าปิดเว็บไปแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

ต่อมาเวลา 19.15 น. ภายหลังจากนาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ พร้อมด้วยพยานเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจสน.บางนา เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ได้เดินทางลงมาจากชั้นบนของโรงพัก ก่อนที่พยานจะเดินทางกลับทันทีเพื่อความปลอดภัย

นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้มาพร้อมกับแม่ของผู้เสียหายทั้งสองคน เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนและชี้รูปผู้ต้องสงสัยว่ามีใครกระทำความผิดเพิ่มเติม โดยตำรวจสอบถามตนในประเด็นที่สามีภรรยาผู้เสียหายเข้ามาหาและพูดคุยเล่าเหตุการณ์อย่างไรบ้าง และประสานผู้เสียหายทั้งคู่มาให้การเพิ่มเติม พร้อมชี้รูปในสัปดาห์หน้า ซึ่งทั้งสองคนกังวลเรื่องความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจจริงหรือไม่ แต่วันนี้ทราบแล้วว่าเป็นตำรวจจริง 2 คน ส่วนอีก 2 คนไม่ได้มาด้วย แต่ถูกใส่ชื่อเข้าไปในบันทึกจับกุม ส่วนที่เหลือเป็นพลเรือน

นายษิทรากล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียหายทั้งสองขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ แม้แต่มารดาก็ยังติดต่อไม่ได้ มีเพียงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หนึ่งในผู้เสียหายได้โทรศัพท์มาหาแต่ไม่ได้รับสาย ก่อนจะโทร.กลับไปซึ่งอีกฝ่ายก็ ไม่ได้รับสายเช่นกัน แต่เมื่อติดต่อไปทางมารดาได้พูดคุยและเชิญมาให้ปากคำพร้อมชี้รูปเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี ซึ่งผู้เสียหายกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ส่วนผู้เสียหายเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องกลัว

นายษิทรากล่าวต่อว่า ภายหลังจากการ ชี้รูป พยานมองเห็นไม่ชัด ไม่สามารถยืนยันได้ว่าพ.ต.ต.คมไปตรวจค้นด้วยหรือไม่ แต่ไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใด เพราะพ.ต.ต.คมรับสารภาพแล้วว่า เป็นคนจัดทำบันทึกและไปที่เกิดเหตุจริง เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในทางกฎหมายต้องสู้กันชั้นศาล ส่วนกรณีที่แม่ให้เงินไปกับใครนั้น ขอให้อยู่ในสำนวน การสอบสวนก่อนไม่สามารถเปิดเผยได้

นายษิทราเผยว่า ในส่วนของคดีไม่มีความกังวลแต่อย่างใด จากการพูดคุยกับ ผกก.สน.บางนา และทีมพนักงานสอบสวน ทราบว่าได้ออกหมายจับเพิ่มเติมแล้ว คาดว่าจะจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ครบทุกคน มั่นใจการทำงานของตำรวจ เนื่องจากรอง ผบ.ตร. ลงมาดูคดีนี้ด้วยตัวเอง และหลังจากที่ได้โพสต์เรื่องนี้ลงโซเชี่ยล ตำรวจใช้เวลาเพียง 2 วัน ตำรวจก็รู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว ซึ่งเป็นการทำงานที่รวดเร็วต้องขอชื่นชม

นายษิทรากล่าวว่า สำหรับพ.ต.ต.คมนั้นส่วนตัวคาดว่าไม่ใช่ตัวการใหญ่ เป็นเพียงแค่มือไม้ที่ลงมาทำเท่านั้น ตัวการใหญ่คาดว่าจะเป็นเจ้าของเว็บพนันนั้นเอง และคาดว่ามี ผลประโยชน์ร่วมกันไม่เช่นนั้นไม่มากระทำลักษณะนี้ ยืนยันว่าไม่รู้จักพ.ต.ต.คมเป็นการส่วนตัว ทราบว่าก่อนหน้านี้พ.ต.ต.คม มีประวัติเกี่ยวกับวินรถตู้ที่ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2556

นายษิทรากล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ผู้เสียหายรู้สึกกังวลเรื่องการใช้ชีวิต ซึ่งได้พูดคุยให้เจ้าหน้าที่เข้าคุ้มครองความปลอดภัย แต่ขึ้นกับตัวผู้เสียหายด้วยว่าจะไว้ใจเจ้าหน้าที่หรือไม่ ส่วนเงินที่ได้มาจากการเล่นพนันที่เหลืออยู่นั้น ตามขั้นตอนเงินที่ได้มาจากการพนันเมื่อจ่ายไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องคืน และหากดำเนินคดีเรื่องเกี่ยวกับการพนัน ซึ่ง ผู้เสียหายยอมรับว่าเล่นจริง และหากถูกตำรวจแจ้งข้อหาก็พร้อมขึ้นศาลเพื่อรับการไต่สวนเสียค่าปรับเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน