โอดกฎเข้ม-ได้ไม่คุ้มเสีย ตายอีก97นิวไฮรายวัน สธ.เพิ่ม3พันคู่สายรับมือ
ผู้ประกอบการถนนข้าวสารยอมถอยแล้ว ไม่จัดเล่นสาดน้ำสงกรานต์ เพราะกฎระเบียบเข้มงวดป้องกันโควิด ติดเชื้อยังสูง ผู้จัดต้องแบกรับความเสี่ยงเอง ได้ไม่คุ้มเสีย ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิดยังนิวไฮรายวัน สลดอีก 97 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 2.68 หมื่น ผลตรวจเอทีเค เข้าข่าย 2 หมื่น ‘สปสช.’เตรียมสายด่วน 1330 กด 18 รองรับทุกกลุ่มเสี่ยง ส่วนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง 1330 กด 14 สธ.สั่งระงับโฆษณา ร.พ.เอกชนแจกฟาวิพิราเวียร์ฟรี ชี้เป็นยาควบคุม ห้ามแจกจ่ายเอง เสี่ยงผลข้างเคียง
ตายโควิดพุ่งอีกเกือบ 100 ราย
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 58 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยพบติดเชื้อรายใหม่อีก 26,840 ราย สะสม 3,711,595 ราย ผลตรวจเอทีเคเข้าข่ายติดเชื้อ 20,495 ราย หายป่วย 23,412 ราย สะสม 3,427,054 ราย เสียชีวิต 97 ราย สะสม 25,415 ราย อยู่ระหว่างรักษา 259,126 ราย อยู่ในร.พ. 67,795 ราย อยู่ร.พ.สนาม รักษาตัวที่บ้านและชุมชน 191,331 ราย อาการหนัก 1,838 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 752 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 97 ราย ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในการระบาดรอบล่าสุด มาจาก 41 จังหวัด ได้แก่ กทม. 18 ราย, สุโขทัย ชลบุรี จังหวัดละ 6 ราย, สมุทรปราการ สุรินทร์ ระยอง จังหวัดละ 4 ราย, ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ พัทลุง จังหวัดละ 3 ราย, นครปฐม อุดรธานี อุบลราชธานี มหาสารคาม สุราษฎร์ธานี สงขลา สุพรรณบุรี สิงห์บุรี พระนครศรี อยุธยา ลพบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี ปทุมธานี สกลนคร หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ พิจิตร ปัตตานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ระนอง กระบี่ สตูล สมุทรสงคราม นครสวรรค์ สระบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นผู้ชาย 56 ราย ผู้หญิง 41 ราย อายุ 4-100 ปี เฉลี่ย 81 ปี เป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 98 เปอร์เซ็นต์
กรุงติดเชื้ออีก 3 พัน-ลำพูนศูนย์
ส่วน 10 จังหวัดติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,095 ราย 2.ชลบุรี 1,300 ราย 3.นครศรีธรรมราช 965 ราย 4.สมุทรปราการ 922 ราย 5.สมุทรสาคร 893 ราย 6.ขอนแก่น 804 ราย 7.ระยอง 783 ราย 8.นครปฐม 742 ราย 9.นนทบุรี 712 ราย และ 10.สงขลา 684 ราย
ขณะที่จังหวัดติดเชื้อถึง 400 ราย ขึ้น 13 จังหวัด คือ ราชบุรี 653 ราย, ฉะเชิงเทรา 646 ราย, ร้อยเอ็ด 642 ราย, พระนครศรีอยุธยา 617 ราย, บุรีรัมย์ 551 ราย, ปทุมธานี 541 ราย, สุพรรณบุรี 539 ราย, อุดรธานี 482 ราย, มหาสารคาม 468 ราย, นครราชสีมา 459 ราย, เชียงใหม่ 447 ราย, นครสวรรค์ 437 ราย และศรีสะเกษ 413 ราย
ส่วนจังหวัดติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย 17 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ 94 ราย, ตรัง 89 ราย, มุกดาหาร 87 ราย, พังงา 84 ราย, สมุทรสงคราม 84 ราย, อำนาจเจริญ 84 ราย, ยะลา 81 ราย, ปัตตานี 70 ราย, บึงกาฬ 69 ราย, สระบุรี 65 ราย, พิจิตร 52 ราย, นราธิวาส 47 ราย, ชัยนาท 40 ราย, อุตรดิตถ์ 38 ราย, แม่ฮ่องสอน 33 ราย, เชียงราย 20 ราย และพะเยา 18 ราย ส่วน จ.ลำพูน ไม่มีผู้ติดเชื้อ
ป่วยลูกผสม‘เอ็กซ์อี’หายแล้ว
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงคนไทย 1 ราย ติดเชื้อสายพันธุ์ลูกผสมโอมิครอน เอ็กซ์อี เป็นการผสมระหว่างพันธุ์บีเอ.1 กับบีเอ.2 ว่าการติดเชื้อบีเอ.1 ผสมกับ บีเอ.2 ไม่ใช่การติดเชื้อแบบผสม ที่ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ใน 1 คน แต่เป็นการผสมพันธุ์ เป็นตัวใหม่ ที่มีองค์ประกอบ 2 สายพันธุ์อยู่ด้วยกัน หรือเรียกว่าไฮบริด ซึ่งครั้งนี้เป็นการผสมกันระหว่างสายพันธุ์ย่อย โอมิครอนเหมือนกัน ในวันที่ 4 เม.ย. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแถลง รายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง
ส่วน ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าขณะนี้ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ลูกผสมเอ็กซ์อีรักษาหายเรียบร้อยแล้ว ระหว่างติดเชื้อก็ไม่มีอาการอะไร ตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกันมากๆ ก็ไม่พบติดเชื้อเอ็กซ์อี แต่อย่างใด แต่ในรายละเอียดยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
เปิดสาย1330กด18ทุกกลุ่มเสี่ยง
ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่าคาดหลังสงกรานต์ผู้ติดเชื้อโควิดจะเพิ่มสูงขึ้น สปสช.เตรียมสายด่วน 1330 รองรับสถานการณ์ โดยเปิดสายด่วน 1330 กด 18 เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา สปสช.จะลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้านให้ก่อน พร้อมประสานหาเตียงเพื่อเข้ารักษาในร.พ. ส่วนผู้ติดเชื้อ ทุกสิทธิการรักษาที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ให้โทร.สายด่วน 1330 กด 14 เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำการรักษาตามอาการ กรณีเป็นกลุ่มสีเขียว คือผู้ป่วยนอกและแยกกักตัวที่บ้าน หรือเจอ แจก จบ หรือเข้าระบบ รักษาตัวที่บ้านก็ได้ กรณีโทร.สายด่วนไม่ติด เนื่องจากอาจมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ให้ลงทะเบียนที่เว็บไซต์ สปสช. https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI หรือไลน์ สปสช. @nhso ได้เช่นกัน
เลขาฯ สปสช.กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเหลือง-แดง เข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉิน วิกฤต สามารถใช้สิทธิยูเซ็ปพลัสรักษา ใน ร.พ.รัฐและเอกชนที่อยู่ใกล้ได้ทุกแห่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือโทร.1669 โดยจะมีการประเมินอาการก่อนว่าเข้าเกณฑ์ ผู้ป่วยสีเหลือง-แดงหรือไม่ ปัจจุบันสายด่วน 1330 เพิ่มคู่สายเป็น 3,000 คู่สายแล้ว เป็นเจ้าหน้าที่สปสช. และอาสาสมัครจากหน่วยงานอื่นมารับโทรศัพท์ ขณะนี้ สายโทร.เข้าเฉลี่ยวันละ 30,000 สาย ถือว่ามาก แต่ระบบยังรับได้
ระงับโฆษณารพ.แจกยาฟาวิฯ
ขณะเดียวกัน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สั่งระงับโฆษณาของร.พ.เอกชนแห่งหนึ่งย่านบางปะกอก กทม. เนื่องจากอวดอ้างว่าแจกยาฟาวิพิราเวียร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ ห้ามแจกจ่ายเอง หากใช้อย่างไม่ระวังสุ่มเสี่ยง เกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ หรือมีผลเสียต่อการทำงานของตับ
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่ายาฟาวิฯ ไม่ใช่จะจ่ายให้ผู้ป่วยทุกราย โดยกลุ่มผู้ป่วย ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง ไม่จำเป็นต้องรับยาต้านไวรัส เพราะหายเองได้ ยาฟาวิฯ จัดเป็นยาควบคุม พิเศษ การจะจ่ายยาให้กับผู้ป่วยแต่ละรายต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ย่างกรณีหญิงตั้งครรภ์ ช่วงไตรมาสแรก การใช้ยาฟาวิฯ อาจจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กทารกในครรภ์ได้ และในกลุ่มผู้ป่วย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ยาอาจจะทำให้ตับทำงานหนักขึ้นได้ จึงขอแนะนำให้ผู้ป่วยโควิดทุกคน เข้ารับการวินิจฉัยและประเมิน อาการจากแพทย์ เพื่อการรักษาและจ่ายยาที่เหมาะสม ไม่ควรจัดหา หรือซื้อยาฟาวิฯ มาใช้เองโดยเด็ดขาด
‘ข้าวสาร’ถอย-ไม่จัดสงกรานต์
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคม ผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่าจากการหารือผู้ประกอบการสมาชิกของสมาคม ได้ข้อสรุปว่าจะไม่จัดเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากภาครัฐเข้มงวดและกำหนดกฎระเบียบ รวมถึงกำหนดการปรับในการกระทำหลายเรื่องจนมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม แต่ละร้านยังปิดเปิดปกติ ตามเวลาที่กำหนด
“พอกฎหมายคุมเข้มให้ผู้จัดการ ต้องแบกรับความเสี่ยง เกินข้อจำกัด โดยเฉพาะถ้าจัดต้องรับผิดชอบ หากผู้เข้างานถอดหน้ากาก ทุกคนต้องตรวจเอทีเค ต้องเตรียมหน้ากากแจก เนื่องจากเล่นน้ำแล้วเปียก อัตราติดเชื้อยังสูง มองว่าการจัดกิจกรรมจะได้ไม่คุมเสีย จึงได้ข้อสรุปว่าจะไม่จัดงานอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่คาดช่วงสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารและบริเวณ ใกล้เคียง น่าจะมีคนออกมาเดินเล่น และรับประทานอาหารนอกบ้านมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ธุรกิจเราคงไม่มีเคลื่อนไหวอะไร จะรอความชัดเจนการประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่นในเดือนก.ค.” นายสง่ากล่าว