สธ.ห่วงยอดจริงATK เกินครึ่งแสนต่อวัน
ไทยพุ่งอันดับ 9 ของโลก ยอดป่วยโควิดสูงสุดรอบสัปดาห์ ถึง 182,767 ราย ส่วนที่ 1 เกาหลีใต้ 1,998,352 ราย ศบค.แถลงติดเชื้อลดเหลือ 2.1 หมื่นราย ป่วยเกินหมื่น 60 วันติด 21 จังหวัดเกิน 300 ตายยังสูง 91 ราย สลดคร่าเด็ก 5 เดือน สธ.ชี้จังหวัดใหญ่-เมืองท่องเที่ยว แนวโน้มป่วยพุ่ง คาดยอดติดเชื้อจริงมีวันละ 5-6 หมื่นราย ถ้ากลุ่ม ATK ผลบวกแจ้งครบ พบป่วยหนัก-ใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง ล้วนเป็นผู้สูงวัย กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีน ห่วงสงกรานต์ติดเชื้อสูงอีก วอนเด็กงดไปร้านเกม 5 องค์กรแพทย์เปิดแถลง ชี้ไร้หลักฐาน เข็มบูสต์ทำภูมิคุ้มกันเข้าข้างไวรัส หนุนฉีดกระตุ้นก่อนสงกรานต์
ไทยที่ 9 โลกป่วยพุ่งในสัปดาห์
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ทั่วโลกติดเชื้อสะสมรวม 492,781,338 ราย รักษาหายแล้วสะสม 427,792,583 ราย มีอาการรุนแรง 55,400 ราย และเสียชีวิตสะสม 6,179,143 ราย โดย 10 อันดับประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงสุด ในรอบสัปดาห์ มีดังนี้ 1.เกาหลีใต้ 1,998,352 ราย 2.เยอรมนี 1,303,954 ราย 3.ฝรั่งเศส 966,472 ราย 4.เวียดนาม 495,255 ราย
5.อิตาลี 480,022 ราย 6.สหราชอาณาจักร 405,724 ราย 7.ออสเตรเลีย 401,207 ราย 8.ญี่ปุ่น 324,367 ราย 9.ไทย 182,767 ราย และ 10.สหรัฐอเมริกา 182,752 ราย
ศบค.ระบุต่อว่า ในส่วนประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 60 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยพบผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 21,088 ราย ATK ผลบวก 10,884 ราย ป่วยสะสม 3,757,575 ราย หายแล้ว 27,519 ราย สะสม 3,481,827 ราย เสียชีวิต 91 ราย สะสม 25,603 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 250,145 ราย อยู่ใน ร.พ. 64,048 ราย อยู่ ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 186,097 ราย มีอาการหนัก 1,862 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 781 ราย อัตราครองเตียงสีเหลือง สีแดงอยู่ที่ 28.3%
ผู้เสียชีวิตมาจาก 39 จังหวัด ได้แก่ กทม. 17 ราย, ศรีสะเกษ ลพบุรี จังหวัดละ 6 ราย, สมุทรปราการ กำแพงเพชร จังหวัดละ 4 ราย, สุโขทัย พัทลุง สงขลา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จังหวัดละ 3 ราย, ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สกลนคร ยโสธร อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ นครศรีธรรมราช ตราด จังหวัดละ 2 ราย และหนองบัวลำภู สุรินทร์ เลย ตาก ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา กระบี่ สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี เพชรบุรี และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 46 ราย หญิง 45 ราย อายุ 5 เดือน-96 ปี เฉลี่ย 72 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 93%
21 จังหวัดติดเชื้อเกินสามร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,286 ราย 2.ชลบุรี 1,076 ราย 3.นนทบุรี 925 ราย 4.สมุทรปราการ 884 ราย 5.นครศรีธรรมราช 679 ราย 6.สมุทรสาคร 629 ราย 7.นครปฐม 583 ราย 8.บุรีรัมย์ 518 ราย 9.ระยอง 517 ราย และ 10.สงขลา 491 ราย
จังหวัดติดเชื้อถึง 300 รายขึ้นไปยังมีอีก 11 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 479 ราย, นครราชสีมา 444 ราย, กาญจนบุรี 442 ราย, อุดรธานี 430 ราย, เชียงใหม่ 364 ราย, ศรีสะเกษ 358 ราย, ปทุมธานี 354 ราย, ราชบุรี 337 ราย, ขอนแก่น 330 ราย, ร้อยเอ็ด 310 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 301 ราย
ส่วนจังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย มี 22 จังหวัด ได้แก่ พะเยา 95 ราย, สมุทรสงคราม 95 ราย, แพร่ 89 ราย, ยโสธร 86 ราย, พังงา 83 ราย, เพชรบูรณ์ 83 ราย, ตรัง 81 ราย, อุทัยธานี 80 ราย, หนองบัวลำภู 77 ราย, อำนาจเจริญ 64 ราย, ลพบุรี 56 ราย, มุกดาหาร 51 ราย, ยะลา 50 ราย, ปัตตานี 49 ราย, พิจิตร 49 ราย, สตูล 39 ราย, นครนายก 37 ราย, อุตรดิตถ์ 37 ราย, นราธิวาส 32 ราย, แม่ฮ่องสอน 21 ราย, ชัยนาท 7 ราย และเชียงราย 6 ราย ส่วนจ.ลำพูน ไม่พบผู้ติดเชื้อ
ยอดฉีดวัคซีนต่อวันลดลง
ขณะที่การติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 24 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 93 ราย ใน 22 ประเทศ โดยมาจากอังกฤษมากที่สุด 26 ราย กัมพูชา 12 ราย ซาอุดีอาระเบีย 9 ราย เยอรมนี 7 ราย ออสเตรเลีย 5 ราย ฟินแลนด์ 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 68 ราย แซนด์บ็อกซ์ 9 ราย กักตัว 16 ราย สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-4 เม.ย.2565 มีผู้เดินทาง 57,654 คน รายงานติดเชื้อ 179 คน คิดเป็น 0.31% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 53,350 คน ติดเชื้อ 153 คน คิดเป็น 0.29% แซนด์บ็อกซ์ 3,790 คน ติดเชื้อ 20 คน คิดเป็น 0.53% และกักตัว 514 คน ติดเชื้อ 6 คน คิดเป็น 1.17%
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 4 เม.ย. ฉีดได้เพียง 59,606 โดส ถือว่าแต่ละฉีดมีผู้เข้ามารับการฉีดน้อยลงเรื่อยๆ โดยภาพรวมฉีดสะสมแล้ว 130,199,584 โดส เป็นเข็มแรก 55,705,522 ราย คิดเป็น 80.1% ของประชากร เข็มสอง 50,396,678 ราย คิดเป็น 72.5% ของประชากร และเข็มสาม 24,097,384 ราย คิดเป็น 34.6% ของประชากร
โต้เข็มบูสต์เอื้อป่วยโควิด
ด้าน 5 องค์กรวิชาชีพแพทย์ ประกอบด้วย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกประกาศสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น โดยระบุว่า ตามที่มีบทความเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดกันแล้ว 3 หรือ 4 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อ ไม่ได้ ขณะที่การป้องกันอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตก็เริ่มเป็นที่สงสัย เนื่องจากการฉีดวัคซีนที่มากเกินไปภูมิคุ้มกันที่ได้อาจเป็นภูมิคุ้มกันที่ไม่ดีต่อร่างกาย อาจกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้าข้างกับไวรัส คือผู้ติดเชื้อ อาจจะมีอาการหนักเกิดขึ้นได้เมื่อติดเชื้อ และเพิ่มการอักเสบมากขึ้น รวมทั้งความเห็นในทางที่ชี้ว่าวัคซีนอาจจะไม่ได้ประโยชน์ใดๆ เลยและอาจจะต้องหันไปหาทางอื่นเช่นการ ใช้ยารักษานั้น
5 องค์กรวิชาชีพแพทย์ ขอออกประกาศร่วม 5 องค์กรดังนี้ 1.วัคซีนโควิด-19 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผลิตขึ้นโดยส่วนของเชื้อที่เป็นสาเหตุของโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม เมื่อมีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนจึงทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีน โควิด-19 ลดลงอย่างมากในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มเกินกว่า 3 เดือน จึงควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ได้ดีกว่าการรับเพียง 2 เข็มมาก
2.ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิก รวมทั้งงานวิจัยขนาดใหญ่และการศึกษาในโลกแห่งความจริงที่แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การได้รับวัคซีนที่มากเกินไป จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกัน ที่ไม่ดีต่อร่างกายและกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่ เข้าข้างกับไวรัส และยังไม่มีข้อมูลที่แสดงว่า ผู้ได้รับวัคซีนเมื่อป่วยเป็นโควิด มีการอักเสบของอวัยวะต่างๆ มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน แต่กลับพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิดช่วยลดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งลดการเกิดอาการภายหลังโควิด-19 (ลอง โควิด) ด้วย
และ3.แม้ในปัจจุบันมีความพยายามผลิตวัคซีนโควิด-19 รุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพดีต่อเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน แต่ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเพื่อใช้ในการผลิต ดังนั้นองค์กรวิชาชีพทั้ง 5 องค์กร จึงขอสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัว รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ก่อนเทศกาลสงกรานต์
จังหวัดใหญ่ป่วย-ตายพุ่ง
ด้านพญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค (คร.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 และการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ว่า โดยรวม ผู้ติดเชื้อ 3-4 หมื่นรายต่อวัน แต่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งที่ตรวจแล้วผลบวกด้วยตัวเอง อีกจำนวนหนึ่ง เฉลี่ย 5-6 หมื่นรายต่อวัน ซึ่งจำนวนนี้ยังอยู่ในการคาดการณ์ของสธ. สำหรับผู้หายป่วยวันนี้ 27,519 ราย อยู่ในระบบการรักษา ร.พ.สนาม 186,097 ราย และ ร.พ. 64,048 ราย จำนวนนี้มีอาการปอดอักเสบ 1,862 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจ 781 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก และใส่ท่อช่วยหายใจ มีทิศทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนยอดการติดเชื้อ โดยอัตราครองเตียงอยู่ที่ 28.3% หรือ 1 ใน 3 ของเตียงทั้งหมด ระบบสาธารณสุขยังรองรับได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาการหนักขณะนี้เทียบกับการติดเชื้อ ช่วง เม.ย.ปีที่แล้ว ยังถือว่าน้อยกว่ามาก แต่ประมาทไม่ได้ ไม่ติดเชื้อจะดีที่สุด เมื่อพิจารณารายจังหวัดที่มีรายงานติดเชื้ออย่างต่อเนื่องยังเป็นจังหวัดใหญ่ๆ และหัวเมือง ตามภาคต่างๆ ได้แก่ ชลบุรี นครศรีธรรมราช สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ระยอง และสงขลา ส่วนที่ติดเชื้ออันดับ 1 คือ กทม. พบติดเชื้อ 3,286 ราย
ห่วงสงกรานต์โคม่าเพิ่ม
“จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยปอดอักเสบ และเสียชีวิตยังเป็นไปตามคาดการณ์ อย่างกรณี ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจสถานการณ์จริงอยู่ระหว่างเส้นคาดการณ์สีเหลืองและสีแดง ซึ่งถือว่ายังมีทิศทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ช่วงสงกรานต์ที่หยุดยาวอาจมีโอกาสเพิ่ม ขึ้นไปอีก จึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรการ VUCA ทำให้สถานการณ์ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจไม่ขึ้นมากไปกว่านี้” พญ.สุมนีกล่าว
พญ.สุมนีกล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ขอให้ทำมาตรการ Self Clean Up เตรียมพร้อม 1 สัปดาห์ก่อนเดินทางกลับบ้านช่วงหยุดยาวสงกรานต์
จี้เร่งฉีดเข็มบูสต์ผู้สูงวัย
พญ.สุมนีกล่าวว่า วันนี้มีผู้เสียชีวิตเป็น เด็กเล็ก 2 ราย คือ ด.ช.อายุ 5 เดือน จ.ตราด ติดเชื้อจากคนในครอบครัว อาการสำคัญคือปอดอักเสบ และ ด.ญ.ชาวเมียนมา อายุ 5 เดือน อยู่ จ.สมุทรปราการ มีประวัติติดจากคนในครอบครัวและมีอาการปอดอักเสบเช่นกัน และผู้เสียชีวิตวันนี้พบว่า ไม่ได้รับวัคซีน 42 ราย คิดเป็น 46%, สธ.จึงรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงมารับเข็มกระตุ้นให้มากขึ้น
พญ.สุมณีกล่าวว่า ส่วนการฉีดวัคซีนในเด็ก อายุ 5-11 ขวบ ซึ่งมีกว่า 5 ล้านคน ฉีดเข็มแรกแล้ว 45.7% และเข็มสอง 1.3% ถือว่า น้อย และช่วงนี้ปิดเทอม ต้องขอความร่วมมือผู้ปกครองไม่ควรให้ออกไปเล่นร้านเกม
ปิดโรงพัก-ผกก.นนท์ป่วย
ที่สภ.เมือง จ.นนทบุรี ภายหลัง จากที่ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดไปแล้วเมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้ออก คำสั่งให้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ทำหน้าที่รักษาราชการผกก.แทน พ.ต.อ.จาตุรนต์ ที่ต้องเข้ารับการรักษาและกักตัวดูอาการ 7 วัน และฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งโรงพักแล้ว พร้อมกับมีประกาศคำสั่งของทางจังหวัดนนทบุรี เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 69 ปิดประตูทางเข้า- ออกด้านข้างอาคารทั้ง 2 ด้าน