กลุ่มติดเชื้อสีเขียว ใช้สิทธิ์เจอแจกจบ
สปสช.ร่วมสภาเภสัชฯ ดึง ‘ร้านยา’ บริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวไม่มีภาวะเสี่ยง รักษาแบบ ‘เจอ แจก จบ’ ลดแออัดในร.พ. โดยจะได้รับยา พร้อมคำแนะนำ ติดตามอาการ 48 ชั่วโมง หากอาการรุนแรงขึ้นจะส่งต่อเข้าระบบ มีร้านยาทั่วประเทศเข้าร่วมแล้ว 700 แห่ง ครอบคลุมสิทธิบัตรทอง ข้าราชการ ยกเว้นประกันสังคม ขณะที่ติดเชื้อใหม่ยังสูงอีก 2.4 หมื่นราย เสียชีวิตก็สูง 94 ราย ยอดติดเชื้อ 7 วันของไทยรวม 1.82 แสนราย ขยับลงเหลืออันดับ 10 ของโลก

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 61 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยพบติดเชื้อรายใหม่อีก 24,252 ราย สะสม 3,781,827 ราย หายป่วย 26,225 ราย สะสม 3,508,052 ราย เสียชีวิต 94 ราย สะสม 25,697 ราย อยู่ระหว่างรักษา 248,078 ราย อยู่ในร.พ. 64,335 ราย อยู่ร.พ.สนาม รักษาตัวที่บ้านและชุมชน 183,743 ราย มีอาการหนัก 1,845 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 782 ราย โดยผู้เสียชีวิตอีก 94 ราย เป็นผู้ชาย 45 ราย ผู้หญิง 49 ราย อายุ 31-97 ปี เฉลี่ย 76 ปี เป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 96 เปอร์เซ็นต์

สำหรับผู้ติดเชื้อในรอบ 7 วันอยู่ที่ 182,177 ราย สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก โดยอันดับ 1-9 ได้แก่ เกาหลีใต้ 1.91 ล้านราย, เยอรมนี 1.25 ล้านราย, ฝรั่งเศส 9.5 แสนราย, อิตาลี 4.75 แสนราย, เวียดนาม 4.61 แสนราย, ออสเตรเลีย 3.99 แสนราย, อังกฤษ 3.63 แสนราย, ญี่ปุ่น 3.25 แสนราย และสหรัฐอเมริกา 1.86 แสนราย

ขณะที่ 10 จังหวัดติดเชื้อรายใหม่สูงสุด คือ กทม. 3,164 ราย, ชลบุรี 1,274 ราย, สมุทรปราการ 875 ราย, นนทบุรี 761 ราย, สมุทรสาคร 756 ราย, นครศรีธรรมราช 602 ราย, สงขลา 598 ราย, ฉะเชิงเทรา 598 ราย, ระยอง 592 ราย และขอนแก่น 579 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อ 400 รายขึ้นไป 7 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี 563 ราย, นครปฐม 542 ราย, บุรีรัมย์ 523 ราย, อุดรธานี 466 ราย, อุบลราชธานี 421 ราย, กาญจนบุรี 406 ราย และปทุมธานี 404 ราย

จังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย 18 จังหวัด ได้แก่ พังงา 94 ราย, สมุทรสงคราม 94 ราย, อ่างทอง 91 ราย, หนองบัวลำภู 86 ราย, อำนาจเจริญ 82 ราย, สิงห์บุรี 73 ราย, มุกดาหาร 65 ราย, ชัยนาท 61 ราย, เชียงราย 60 ราย, แม่ฮ่องสอน 59 ราย, นราธิวาส 52 ราย, ปัตตานี 52 ราย, ยะลา 51 ราย, ตรัง 41 ราย, พิจิตร 41 ราย, ลพบุรี 34 ราย, พะเยา 30 ราย และลำพูน 3 ราย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ร่วมกับสภาเภสัชกรรม เชิญชวนร้านยาที่มีความพร้อมบริการ เพื่อร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่ไม่มีภาวะเสี่ยงตาม ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นหน่วยบริการดูแลผู้ป่วยโควิด กลุ่มผู้ป่วยนอก และแยกกักตัวที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้รวดเร็ว โดยผู้ที่ตรวจเอทีเคขึ้น 2 ขีด ติดเชื้ออาการเล็กน้อย และไม่มีภาวะเสี่ยง สามารถรับยาสำหรับดูแลอาการเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ

เลขาฯ สปสช.กล่าวว่าโดยร้านยาจะรับค่าใช้จ่ายกรณีบริการทางเภสัชกรรมในการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดตามหลักเกณฑ์ของ สปสช. มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. เป็นการจ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 700 บาทต่อราย ครอบคลุมบริการดังนี้ 1.ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการแยกกักตัวที่บ้าน 2.ค่ายาฟ้าทะลายโจร และยาพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ติดเชื้อ รวมค่าบริการจ่ายยากรณีที่แพทย์สั่งจ่ายเฉพาะในการดูแลผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องได้รับตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยรวมค่าจัดส่งยา 3.ค่าบริการให้คำปรึกษา แนะนำการใช้ยา และติดตามอาการผู้ติดเชื้อเมื่อครบ 48 ชั่วโมงแรก และ 4.จัดระบบส่งต่อเมื่อผู้ติดเชื้อมีอาการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องส่งต่อ

ส่วน ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช อุปนายกสภาเภสัชกรรมคนที่ 2 กล่าวว่าผู้ป่วยโควิด ที่ไม่แสดงอาการ หรืออาการไม่รุนแรง หากเข้าไปรับบริการแบบผู้ป่วยนอกที่ร.พ. อาจจะทำให้เกิดความแออัดได้ สภาเภสัช กรรมจึงร่วมกับสปสช. จัดทำหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มารับยา และคำแนะนำต่างๆ โดยเภสัชกรที่ร้านยาได้ โดยต้องเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวอายุน้อยกว่า 60 ปี ไม่ใช่หญิง ตั้งครรภ์ ไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่มีโรคประจำตัว และมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรค เช่น ภาวะอ้วน เป็นต้น

อุปนายกสภาเภสัชกรรมคนที่ 2 กล่าวว่าหากไม่เข้าเกณฑ์เหล่านี้สามารถโทร.ติดต่อ หรือมาที่ร้านยา สแกนคิวอาร์โค้ดยืนยัน ตัวตนตามระบบของ สปสช. แล้วรับยาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ร้านยาจะจัดเซ็ตยาสำหรับรักษาตามอาการส่งให้ที่บ้าน เช่น ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ ตลอดจนเกลือแร่สำหรับกรณีท้องเสีย จากนั้นจะติดตามอาการอีก 48 ชั่วโมง หากอาการรุนแรงมากขึ้นจะส่งต่อเข้าระบบเพื่อให้แพทย์รับช่วงดูแลต่อ

ภก.ปรีชากล่าวอีกว่าขณะนี้มีร้านยาเข้าร่วมแล้วประมาณ 700 แห่งทั่วประเทศ ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถสังเกตสติ๊กเกอร์ที่หน้าร้านยา จะมีข้อความว่า สถานบริการเภสัชกรรมชุมชน” และบรรทัดล่างจะ เขียนว่า “เครือข่ายเภสัชกรอาสาปรึกษา โควิดผ่านระบบเภสัชกรรมทางไกล” ขอให้มั่นใจว่าจะได้รับการบริการที่ได้มาตรฐาน เภสัชกรเป็นบุคลกรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องยา คุ้นเคยกับอาการของโรคอย่างมาก สามารถให้บริการผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง หรือไม่แสดงอาการได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันร้านยาในโครงการให้บริการได้เฉพาะสิทธิ บัตรทอง ข้าราชการ และพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่รวมผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม

ศพโควิด – ญาติและหน่วยกู้ภัยฮุก 31 สวมชุดพีพีอีไหว้ศพหญิงวัย 48 ปีที่เสียชีวิตจากโควิด ก่อนทำพิธีฌาปนกิจที่วัดช่องอู่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขณะที่ยอดติดเชื้อของโคราชจำนวนยังสูงต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 6 เม.ย.

สำหรับสถานการณ์จังหวัดต่างๆ ที่น่าสนใจ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อจากการตรวจยืนยันผลอาร์ที-พีซีอาร์ 509 ราย และตรวจเอทีเคเข้าข่ายติดเชื้ออีก 1,856 ราย รวม 2,365 ราย ขณะเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ออกคำสั่งเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง รวมกลุ่มไม่เกิน 500 คน สำหรับพื้นที่ควบคุมทุกอำเภอ ยกเว้น อ.เมือง อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว อ.วังน้ำเขียว อ.พิมาย อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.โชคชัย กระทำได้แต่ต้องขออนุญาต

ส่วนกิจกรรมการรวมกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น เช่น ขนส่ง ขนย้ายประชาชน การรักษาพยาบาล รวมกลุ่มของบุคคลปกติในที่พักอาศัย ให้ทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่แนะนำว่ามีความเสี่ยงก็สามารถสั่งยุติได้ตาม อำนาจ กิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีทำได้ แต่งดสาดน้ำ และห้ามเล่นน้ำ สาดน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม หรือกิจกรรมใดๆ ที่เป็นความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในพื้นที่สาธารณะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6-20 เม.ย.

ด้าน จ.มหาสารคาม พบผู้ป่วยรายใหม่ 361 คน แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอยู่ระหว่างกักตัว 9 คน สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 171 คน อยู่ระหว่างสอบสวนโรคและเฝ้าระวังอื่นๆ 181 คน และเสียชีวิต 3 ราย จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นพบบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขติดเชื้อ 44 คน กระจายในพื้นที่ 9 อำเภอจาก 13 อำเภอทั้งจังหวัด ได้แก่ อ.เมืองมหาสารคาม อ.กันทรวิชัย อ.วาปีปทุม อ.ยางสีสุราช อ.พยัคฆภูมิพิสัย อ.นาเชือก อ.ชื่นชม อ.บรบือ และ อ.กุดรัง

จากการสอบสวนโรคยังพบอีกว่า ผู้ป่วยบางส่วนระบุเคยเดินทางไปขายลอตเตอรี่ที่กรุงเทพฯ ไปเที่ยวร้านอาหารกึ่งสถานบริการ ไปร่วมงานแต่งงาน งานบุญ งานบวช งานศพ มีอาชีพค้าขายในตลาดสด เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่เรือนจำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน