พท.โต้ฮั้วซักฟอก ลั่นพร้อมล้มบิ๊กตู่
พปชร.ระบุอย่าตกใจป้าย ‘บิ๊กป้อม’ อวยพรสงกรานต์ ปักทั่วอีสาน ปัดชูหัวหน้าพรรคชิงนายกฯ ย้ำเป็นเรื่อง ‘3 ป.’ คุยกันเอง ‘จุรินทร์’ ควง ‘นิพนธ์’ ลุยเบตง มั่นใจเลือกตั้งสมัยหน้าได้เก้าอี้ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อไทยโต้ฮั้วศึกซักฟอก ‘ยุทธพงศ์’ ลั่นพร้อมล้ม ‘บิ๊กตู่’ โฆษกรัฐย้อนระวังถูกนายกฯ น็อกกลับ ป.ป.ช.เผยเร่งตรวจ 60 ส.ส.ที่ถูกร้องครองที่ดินผิดกฎหมาย ‘ประเสริฐ’ ไม่หวั่น ‘ปารีณา’ บุกป.ป.ช.จี้ฟันถือครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ

‘บิ๊กตู่’ปลื้มกระแสไทยยังบูม
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยินดีต่อกระแสความนิยมของประเทศไทยที่ยังคงเป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการถ่ายทำของหมู่ผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า หลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้กองถ่ายภาพยนตร์ โทรทัศน์ โฆษณา สามารถถ่ายทำต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศสามารถเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยได้นั้น ตั้งแต่ 1 ก.ค.2564 จนถึง 16 มี.ค.2565 ภาพยนตร์ต่างประเทศ 196 เรื่อง เข้ามา ถ่ายทำในไทย โดย 86 เรื่องมีทีมผลิตเป็นของตัวเอง และผู้สร้างภาพยนตร์ 86 คนนี้มาจาก 33 ประเทศ สร้างรายได้ถึง 4.24 พันล้านบาทให้กับประเทศ

โดย 3 ประเทศที่ใช้จ่ายในการสร้างภาพยนตร์มากที่สุดในไทยในช่วงเวลานั้น ได้แก่ สหรัฐ 1.95 พันล้านบาท ออสเตรเลีย 702 ล้านบาท และฮ่องกง 616 ล้านบาท โดยนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการการทำงานอย่างแข็งขันของทุกฝ่าย ก่อให้เกิดรายได้แก่เศรษฐกิจไทย ทั้งภาพรวม และระดับท่องถิ่นแล้ว ยังเผยแพร่ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย และธรรมชาติอันหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ที่เผยแพร่ไปสู่สายตา ของชาวโลกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง จะช่วย ส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาได้หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย และเป็นหนึ่งในนโยบายที่นายกรัฐมนตรี ผลักดัน soft power เพื่อแก้ปัญหามิติเศรษฐกิจของชาติ

‘ชัยวุฒิ’วอนอย่าตกใจป้าย‘บิ๊กป้อม’
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการติดป้ายอวยพรเทศกาลสงกรานต์ ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหาเสียงเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าไม่มีใครรู้ เพราะยังไม่มีข้อสรุป ส่วนการปักป้ายตามที่ต่างๆ คิดว่า พล.อ.ประวิตร คงอยากอวยพรเทศกาลสงกรานต์ และประชาสัมพันธ์พรรคพลังประชารัฐไป พร้อมกัน เป็นเรื่องปกติเพราะทุกพรรค ก็ทำกัน และนักการเมืองตามต่างจังหวัด ขึ้นป้ายกันเยอะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ปักป้ายรูปพล.อ.ประยุทธ์ จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า คิดว่าไม่น่าเกี่ยว เพราะทำในฐานะพรรคพลังประชารัฐ จึงต้องขึ้นรูปหัวหน้าพรรค จะให้นำ รูปตนหรือเลขาธิการพรรค ขึ้นก็คงไม่ได้ ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะทำคนละแบบ จึงต้องตามต่อไป แต่พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร คุยกันตลอด จึงไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง

ปัดชูชิงนายกฯ-ชี้ ‘3ป.’ คุยกันเอง
“การขึ้นป้ายเช่นนี้พรรคการเมืองอื่นก็ทำกัน แต่พล.อ.ประวิตร อาจจะยังไม่เคยขึ้นแบบนี้ พอขึ้นป้ายประชาชนจึงตกใจ ซึ่งทำไปเพื่อการประชาสัมพันธ์ เพราะพรรคเราเงียบมานานแล้ว เราต้องประชาสัมพันธ์พรรคมากขึ้น เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงปีก็จะเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองจึงขึ้นป้ายกันหมดแล้ว” นายชัยวุฒิกล่าว

เมื่อถามว่า การนำรูป พล.อ.ประวิตร ขึ้นป้าย เพื่อประชาสัมพันธ์เช่นนี้ มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า “ยังไม่ถึง เวลาคุยกัน ยังไม่ถึงจุดนั้น เดี๋ยว 3 ป. ก็คุยกันเองว่าจะเสนอชื่อใคร ตอนนี้จึงยังไม่มี ข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อใครบ้าง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้ขึ้นป้ายภาพของพล.อ.ประวิตร บริเวณข้างทางถนนมิตรภาพเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ที่มีวันหยุดยาวประชาชน เดินทางกลับภูมิลำเนาเยี่ยมครอบครัว และท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยป้ายระบุข้อความอวยพรว่า “สวัสดีปีใหม่ไทย 2565 ขอให้คนไทย มีสุขภาพดี มีความสุข อยู่ดีกินดี ตลอดไป”

‘ชลน่าน’ชี้มีทั้งคุณและโทษ
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า การขึ้นป้ายพล.อ.ประวิตร จะมีนัยยะต่อการเลือกตั้ง หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตีความ และส่งผลในด้าน จิตวิทยา เป็นเรื่องเชิงสัญลักษณ์ แต่คิดว่า ไม่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ และการขึ้นป้ายไม่ได้เป็นเรื่องบวกอย่างเดียวอาจส่งผลในเชิงลบได้ หากคนไม่ชอบจะตอกย้ำ ความไม่ชอบไปอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่าการขึ้นป้ายของพล.อ.ประวิตร และการลงพื้นที่ของนายกฯ จะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า โดยกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 34 ห้ามส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ดำเนินงานลักษณะให้คุณให้โทษกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ปชป.คาดส่ง‘ชัยทิพย์’ชิงราชบุรี
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดูแลภาคกลาง กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลฎีกามีคำสั่ง ให้พ้นจากส.ส. และให้เพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งตลอดไป จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจ.ราชบุรีว่า เย็นวันที่ 11 เม.ย. จะมีการพูดคุยกันเพื่อหาข้อสรุป คาดว่าคนที่จะส่งลงคือ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่เราเคยส่งลงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และได้คะแนนเป็นอันดับที่สอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค รวมถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ภาคใต้บ่อย มีภารกิจอะไรพิเศษ หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เข้าใจว่าลงพื้นที่ในส่วนของภารกิจกระทรวง ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.โซนภาคใต้ของพรรค ได้ตัวเกือบหมดแล้ว อาจมีไม่ลงตัวอยู่บ้างในบางเขต แต่การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะส่งตัวผู้สมัครลงทุกเขต สำหรับ จ.นราธิวาส ที่ยังขาดผู้สมัครอีก 1 เขตนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้ ดูภาคใต้ แต่พรรคคงกำลังหากันอยู่

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล(ก.ก.) เปิดเผยว่า พรรคก้าวไกลคงไม่ส่ง ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 เนื่องจากอยากให้ความสำคัญเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก่อนในช่วงนี้ แต่การเลือกตั้งใหญ่ ครั้งหน้ายืนยันว่าส่งครบ 400 เขตแน่นอน

ตรวจตลาด – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเบตง ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจกับผู้ค้าและประชาชนชาวเบตง รวมทั้งถือโอกาสสอบถามราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ตลาดสดเบตง อ.เบตง จ.ยะลา

‘จุรินทร์’มั่นใจได้เก้าอี้ 3 จว.ใต้
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเบตง นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ การค้าชายแดน และลงพื้นที่บริเวณตลาดสดเบตง เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ค้าและประชาชนชาวเบตง รวมทั้งตรวจตราราคา สินค้าอุปโภคบริโภคด้วย โดยมีประชาชน เข้ามาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา เขต 3 ว่า ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราได้เพียงที่นั่งเดียว แต่ครั้งนี้มั่นใจว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มแน่นอน เพราะมีผู้สมัครที่มีศักยภาพ หลายคนมาร่วมงานมากขึ้น เช่น จ.ปัตตานี มีผู้สมัครที่มีศักยภาพที่จะทำให้มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งสูง ขณะที่ จ.ยะลา เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เป็นพื้นที่เป้าหมายของเรา ซึ่งเขต 3 เบตง นายณรงค์ จะเป็นผู้สมัครของเรา และเป็นอดีตส.ส.อยู่ด้วย เพียงแต่คราวที่แล้วพลาดไป แต่ครั้งหน้ามีโอกาสและคิดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวมุสลิมและ คนไทยเชื้อสายจีนที่นี่ ซึ่งยังแน่นเหนียวอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย

ส่วนบางเขตที่ยังไม่เคาะตัวผู้สมัครนั้น เพราะยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าควรจะเป็นใคร เพราะมีผู้สนใจเกินจำนวนที่นั่งจึงต้องรอให้พรรคพิจารณา แต่เขตไหนที่เราตัดสินใจได้ ก็จะรีบตัดสินใจเพื่อให้มีเวลาลงพื้นที่ ในส่วน จ.นราธิวาส เรามีตัวเด่นที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาลงสมัครกับพรรค คือ นายเมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน ซึ่งเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงและเป็นน้องใหม่ที่เป็นมุสลิมด้วย อีกทั้งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะลงเขตสุไหงโกลก

พท.หวังปักธงใต้-ฟื้นยิ่งใหญ่
ที่โรงแรม โบท ลากูน รีสอร์ต จ.ภูเก็ต นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 สาขาพรรคเพื่อไทย จ.ภูเก็ต พร้อมพบปะหารือสมาชิกพรรคและรับฟังการสะท้อนปัญหาจากประชาชน

นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อแก้ไขวิกฤตต่างๆ ที่รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ชุดนี้บริหารประเทศผิดพลาดสร้างความยากลำบากให้พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส มาตลอด จน 8 ปีที่ผ่านมาเสมือนประเทศ และ พี่น้องประชาชนต้องติดอยู่ในหลุมดำ มองไม่เห็น เดือนไม่เห็นตะวันมองไม่เห็นอนาคต หมดเวลาแล้วที่จะปล่อยให้รัฐบาล ชุดนี้มีอำนาจต่อไปแล้วทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น

พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะคืนความมั่งคั่ง คืนชีวิตใหม่และคืนอนาคตให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นเรื่องท่องเที่ยว หลักของประเทศ พรรคได้เตรียมที่จะศึกษาแนวทางการเพิ่มศักยภาพเพื่อยกระดับจ.ภูเก็ตให้เป็น ‘เมืองเศรษฐกิจพิเศษ’ เพื่อสร้าง รายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องชาวภูเก็ตอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ดีขึ้นและมองเห็นอนาคตอีกครั้ง

ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายที่จะปักธง ส.ส.ภาคใต้ให้ได้อีกครั้ง เหมือนที่เคยทำได้ในสมัยพรรคไทยรักไทย โดยพรรคจะต้องมี ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้เห็นปากเป็นเสียงเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน พร้อมร่วมกัน ผลักดันนโยบายพรรคเพื่อไทยในการฟื้นฟูวิกฤต พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษกิจ ในพื้นที่ให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ยันไม่เกี้ยเซี้ยซักฟอกรัฐบาล
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรค เพื่อไทย จะเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ยืนยันว่าจะไม่เลื่อน และจะยื่นให้เร็วที่สุด หากไม่มีเงื่อนไขอะไรมากระทบ หากยื่นแล้วคาดว่าจะอภิปรายได้ปลายเดือนมิ.ย.หรือต้นเดือนก.ค. ส่วนที่มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ยาวขนาดไหน ตนวิเคราะห์ว่าจะอยู่ได้ช้าสุดคือหลังเอเปกในเดือนพ.ย. อาจจะมีการยุบสภา แต่จะมีอีกเงื่อนไขคือ วันที่ 23 ส.ค.นี้ ที่จะครบวาระ 8 ปี ของนายกฯ

หากยื่นไปแล้ว อภิปรายจบ แล้วเขายุบสภา หรือไม่ยุบสภา ในขณะที่กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งยังไม่เสร็จ ก็จะเกิดการตีความ ที่หลากหลายว่าจะเอาอะไรมาใช้เลือกตั้ง ถ้าตีความว่าไม่มีกฎหมายมาใช้ รัฐบาลนี้ จะรักษาการยาวไปจนครบวาระ และไม่มีทางออกให้ประเทศ ประเด็นนี้ทำให้ต้องคิดหนัก

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าหลังเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยอาจจะไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ไม่เคยพูดว่าจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เรายึดมั่นในเจตนารมณ์ว่าจะจับมือกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้น ไม่จับมือกับพรรค ที่สนับสนุนเผด็จการ ยกเว้นเขาจะกลับตัว มาเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราต้องแสวงหาการมีส่วนร่วม เพราะเสียง จากฟากรัฐบาลสามารถที่จะล้มพล.อ.ประยุทธ์ ได้ เราอาจจะพูดคุยกันในทำนองนี้ หากจะเกี้ยเซี้ยคือจะทำอย่างไรที่จะล้มรัฐบาลให้ได้

จี้ทร.สอบ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลง จี้กองทัพเรือตรวจสอบบริษัทเอกชนไทยขุดก่อสร้างในพื้นที่โครงการท่าจอดเรือดำน้ำ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เนื่องจากสงสัยทำผิดเงื่อนไขสัญญาหรือไม่ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.

ไล่ส่ง 3 ส.ส.ศรีสะเกษซบภท.
เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพ 3 ส.ส. ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย คือนางผ่องศรี แซ่จึง น.พ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายธีระ ไตรสรกุล ไปร่วมงานวิชาการการใช้กัญชาทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เป็นประธาน ว่า ขอประกาศว่า พรรคเพื่อไทยมีคนลงสมัคร ส.ส.แทนทั้ง 3 เขตแล้ว ไม่ได้รู้สึกเสียดาย และเชื่อว่า ชาวศรีสะเกษ รักพรรคเพื่อไทย และนโยบายพรรค มากกว่าเงินอย่างแน่นอน ดังนั้น เราไม่แคร์ หาก 3 คนนี้จะย้ายพรรคไป

นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการ จัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า นอกจาก เรือดำน้ำจากจีนที่ไม่มีเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นปัญหา อยู่นั้น ขณะนี้ท่าจอดเรือดำน้ำที่ดำเนินการสร้างภายในฐานทัพเรือสัตหีบ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ของบไปแล้วเมื่อปี 2563-2564 โดยได้งบประมาณไป 900 ล้านบาท

ประกาศพร้อมล้ม‘บิ๊กตู่’
ในสัญญาการก่อสร้างระบุว่ากองทัพเรือเป็นคู่สัญญากับบริษัท CSOC จากจีน แต่เมื่อถึงเวลาทำงานจริงกลับเป็นบริษัท แสงเจริญมารีนเซอร์วิส จำกัด ที่เข้ามาดำเนินการขุด ซึ่งผิดเงื่อนไขในสัญญา จึงฝากถึง พล.ร.อ. สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. เนื่องจากพื้นที่กองทัพเรือเป็นพื้นที่เฉพาะ ใครเป็นผู้อนุญาตให้บริษัท แสงเจริญฯ เข้าออกพื้นที่ ถ้ากองทัพเรือไม่จัดการ ตนจะจัดการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรมว.กลาโหม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงเปิดสมัยประชุมสภานี้ แน่นอน ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมอย่างมาก

จากรายงานตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตโควิด-19 วันที่ 10 เม.ย. ซึ่งสูงถึง 108 ราย เป็นตัวเลขนิวไฮ มองว่าพล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศต่อไปไม่ได้แล้ว บ้านเมืองพังพินาศทุกมิติทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ยอดคนเสียชีวิตโควิด-19 มากกว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนแล้ว และขอประกาศว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151

“เมื่อเปิดประชุมสภา รัฐบาลเจอแน่ เราจะฉายหนังให้คุณดู เตรียมตอบได้เลย เราต้องรีบไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกโดยเร็ว ประเด็นที่จะไล่พล.อ.ประยุทธ์ คือเรื่องเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ การสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ รถไฟฟ้าสายสีเขียว และการแก้โควิดที่ล้มเหลว พรรคเพื่อไทยพร้อมล้มพล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว เตรียมเจอในสภาได้เลย” นายยุทธพงศ์ กล่าว

‘ธนกร’ย้อนระวังถูกน็อกเอง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมล้ม พล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายในสภา ว่า ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร เพราะพรรคเพื่อไทยพูดโหมโรงแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เพียงแต่สลับหน้ากันพูด ใครที่คิดว่ากำลังจะถูกประชาชนลืมก็รีบออกมาพูดบ้างก็เท่านั้น ก่อนที่จะกลายเป็นส.ส.ที่ชาวบ้านลืม แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ขอให้ทำได้จริงอย่างที่ปากพูดด้วย ไม่ใช่โม้เพื่อหวังชิงพื้นที่สื่อรายวันเท่านั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงข้าม รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงสิ่งที่ถูกบิดเบือนมาตลอดด้วย

“ฝ่ายค้านอย่าเอาแต่ฉายหนังตัวอย่างซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เพราะคนดูเขาจับไต๋ได้หมดแล้ว อย่าอภิปรายแบบน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ประชาชนฟังแล้วนอกจากจะไม่ได้อะไร ยังน่าเบื่ออีกต่างหาก ดีไม่ดี ที่โม้ว่าจะล้มนายกฯ ไปๆ มาๆ จะถูกนายกฯ น็อกกลางสภา เสียเอง ดังนั้น เผื่อใจไว้หน้าแตกด้วยก็ดี ถึงเวลาจะได้ไม่ขายขี้หน้ามากนัก” นายธนกรกล่าว

‘ปปช.เร่งสอบสส.ถูกร้องปมที่ดิน
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ ส.ส. ที่มีการร้องมายังป.ป.ช.เพื่อให้เอาผิดข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ลักษณะเดียวกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามาหลายรายพอสมควร นอกจากที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เคยมายื่นไว้ 19 รายชื่อ ยังมีคนอื่นมายื่นอีก และมีที่ ป.ป.ช.ตรวจพบจากการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน 50-60 ราย แต่ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 50-60 ราย จะมีมูลเหมือนกับของ น.ส.ปารีณา ทั้งหมด ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป

สำหรับเรื่องการครอบครองที่ดินมีการ แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปบ้างแล้ว ประมาณ 1-2 ราย แต่ละกรณีข้อเท็จจริงอาจจะมีความแตกต่างกัน และมีความยุ่งยากแตกต่างกัน อย่างกรณีน.ส.ปารีณา ทางหน่วยงานลงไปตรวจสอบและส่งข้อมูลมาให้ ป.ป.ช.ทั้งหมด เลยวินิจฉัยได้ง่าย แต่รายอื่นต้องมีการประสาน กับหน่วยงานอื่นลงไปตรวจสอบ และลงพื้นที่ ไปดูว่าครอบครองที่ดินเมื่อไหร่ อย่างไร ตรงนี้ เป็นความยุ่งยากพอสมควร

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งถือครองที่ดินของรัฐ (น.ส.2) โดยมิชอบ นายนิวัติไชยกล่าวว่า เป็นคดีเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินเช่นกัน มีการไต่สวนในเรื่องของจริยธรรมด้วย ขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นระยะ

‘ประเสริฐ’ไม่หวั่น‘เอ๋’จี้เชือด
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.ปารีณา ระบุว่าตนครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิเหมือนกัน แล้วทำไมยังลอยหน้าลอยตา ลอยนวลอยู่ และจะไปร้องป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ ในวันที่ 11 เม.ย.ว่า ไม่อยากโต้อะไรหรือไปกล่าวพาดพิง น.ส.ปารีณายืนยันว่าตนไม่ได้หวั่นไหวหรือวิตกกังวลอะไร ซึ่งตนพร้อมอยู่แล้วไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้หมด และในกรณีของตนก็เป็นคนละเรื่องกับคดีของ น.ส.ปารีณาด้วย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า กรณีของนายประเสริฐ ตนมั่นใจเพราะตรวจสอบรายละเอียดแล้ว ไม่ใกล้เคียงกับน.ส.ปารีณา เพราะนายประเสริฐ ใช้สิทธิ์การเช่าที่ราชพัสดุ ซึ่งใครก็ทำได้ แต่การครอบครองที่ดินส.ป.ก.ก็ว่ากันไป ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ดินที่ครอบครอง

ส่วนกรณีที่เกิดกับน.ส.ปารีณา ส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับความผิดจริยธรรมร้ายแรง ที่กำหนดโทษถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต และหากมีโอกาสต้องแก้รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ โทษศาลและยอมรับคำตัดสิน แต่การเสนอเรื่องเข้าป.ป.ช.แล้วให้ยื่นต่อศาลฎีกา โดยไม่มีการอุทธรณ์ มองว่ากระบวนการอาจไม่มีความเป็นธรรม ตนไม่ได้ปกป้องใคร แต่มองว่าลักษณะนี้สามารถกลั่นแกล้งกันได้ และนักการเมืองก็อาจโดนเช่นน.ส.ปารีณาได้ ส่วนโทษทางอาญาก็ว่ากันไป ขึ้นอยู่ที่เจตนา

‘สาธิต’ยันกม.ลูกเสร็จทันเปิดสภา
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่….) พ.ศ….เปิดเผยว่า หลังหยุดยาวจากเทศกาลสงกรานต์ กมธ. จะพิจารณาเรื่องไพรมารีโหวตและสูตรการ คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ซึ่งจะอภิปรายก่อน โดยยังไม่ได้นัดลงมติ

เมื่อถามว่าหากยังไม่มีการลงมติประเด็นนี้และมีการยุบสภาก่อนจะทำอย่างไร นายสาธิตกล่าวว่า ไม่อยากให้มีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เราพยายามทำให้เสร็จจะได้เข้าสู่วาระที่ 2-3 โดยจะดูเนื้อหา หากต้องเพิ่มเวลา จะเพิ่มเวลาให้เสร็จก่อนวันที่ 22 พ.ค. ตอนนี้เนื้อหาสาระของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้ผ่านประเด็นสำคัญไปบ้างแล้ว หากพูดถึงเนื้อหาก็ผ่านไป 1 ใน 3 แต่ประเด็นสำคัญจะเหลืออีก 3-4 ประเด็นของเนื้อหาทั้งหมด มั่นใจว่าจะเสร็จทัน ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 22 พ.ค.

นิด้าโพลชี้‘ชัชชาติ’นำลิ่วผู้ว่าฯกทม.
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิก สภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. ซึ่งมีผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. 31 คน ส่วนนายกเมืองพทยา มีผู้สมัคร 4 คน คือ หมายเลข 1 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ทีมเรารักพัทยา หมายเลข 2 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ กลุ่มอิสระ หมายเลข 3 นายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย คณะก้าวหน้าพัทยา หมายเลข 4 นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มพัทยาร่วมใจ

วันเดียวกัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ หรือนิด้า เผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 65 รอบที่ 1” เพื่อสำรวจประเด็นที่หลากหลายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ เน้นกลุ่มตัวอย่างที่ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครอบคลุม 50 เขต

พบว่าบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 1 ร้อยละ 38.84 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้เหตุผลที่เลือกคือ เป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจในการทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน

อันดับ 2 ร้อยละ 26.58 บอกว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 10.06 จะเลือกพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เพราะเป็นคนมีประสบการณ์ บริหารงานเก่ง และสามารถสานต่องานได้อย่างต่อเนื่อง อันดับ 4 ร้อยละ 6.83 เลือก นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดใหม่ๆ สามารถพัฒนาให้กรุงเทพฯ มีความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าต่างชาติได้ อันดับ 5 ร้อยละ 6.02 เลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ มุ่งมั่นในการทำงาน และอันดับ 6 ร้อยละ 2.94 บอกว่าจะไปลงคะแนน แต่ไม่เลือกใคร (Vote NO)

‘อัศวิน’มั่นใจจะขยับขึ้นที่ 1
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ให้สัมภาษณ์ถึงผลนิด้าโพลที่อยู่อันดับ 3 ว่า ความจริงตนอยู่อันดับที่ 2 เพราะอันดับ 1 เป็นของนายชัชชาติ และอันดับ 2 ร้อยละ 26.58 ยังไม่ตัดสินใจ จึงเชื่อว่าตนยังได้รับความนิยมอยู่ในอันดับที่ 2 มองว่าการทำโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเป็นเรื่องที่ดี ต้องการให้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนออกมาเยอะๆ

ตนยังมั่นใจและเชื่อว่า จะต้องขยับขึ้นมาอันดับที่ 1 อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การหาเสียงอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่เดินหน้าหาเสียงทบทวนความจำของพี่น้องประชาชนในสิ่งที่ตนเคยทำไปแล้ว และจากนี้ ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ย้ำว่า ตนไม่มีนโยบาย ที่เลิศหรูมากมาย ตนคือนักปฏิบัติ ไม่ต้องมี นโยบายใดที่ดูโก้หรือดูเท่ เพียงแค่เราลงมือทำ ซึ่งแบบนี้ในภาษามวยเรียกว่า พูดน้อยแต่ต่อยหนัก ทำมากๆ แล้วจะดีเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน