แนะลูกหลานดูแลผู้สูงอายุ ยอดป่วยยังพุ่ง
ห่วงผู้สูงอายุเสี่ยงโควิดช่วงรดน้ำดำหัวขอพร แนะงดหรือลดจำนวนคนร่วมกิจกรรม เตือนสงกรานต์ทำเชื้อโควิดกระจายทั่วชี้ ‘โอมิครอน’ ติดจากที่ทำงานแล้วแพร่ไปยังครอบครัว วกกลับไปที่ออฟฟิศอีกรอบ วนเป็นวงจร ‘นายกฯ’ย้ำหลัก 3 ป. ประเมิน-ปรับ-ปฏิบัติ ร่วมกันคุมโควิดเทศกาลปีใหม่ไทย ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตยังเกินร้อยเป็น วันที่สาม ครม.ไฟเขียว 211 ล้านบาท ให้สถาบันวัคซีนใช้ในโครงการศึกษาความปลอดภัย ความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและประสิทธิภาพวัคซีน

ตายเกินร้อย 3 วันติด
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,982 ราย สะสม 3,925,854 ราย หายป่วย 28,057 ราย สะสม 3,662,166 ราย เสียชีวิต 101 ราย สะสม 26,289 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 237,399 ราย อยู่ในร.พ. 62,026 ราย อยู่ ร.พ.สนาม HI CI 175,373 ราย มีอาการหนัก 2,056 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 885 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 30%

ทั้งนี้ผู้เสียชีวิต 101 รายมาจาก 46 จังหวัด โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง-ภาคตะวันออก มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ภาคละ 28 ราย ภาคเหนือ 18 ราย กทม. 11 ราย ภาคใต้ 9 ราย และปริมณฑล 7 ราย เป็นชาย 47 ราย หญิง 54 ราย อายุ 3 เดือน-100 ปี เฉลี่ย 75 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 97%

ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,339 ราย 2.นนทบุรี 884 ราย 3.ชลบุรี 791 ราย 4.นครปฐม 736 ราย 5.สมุทรปราการ 724 ราย 6.สมุทรสาคร 544 ราย 7.ขอนแก่น 527 ราย 8.บุรีรัมย์ 489 ราย 9.นครศรีธรรมราช 478 ราย และ 10.ระยอง 433 ราย

12 จว.ติดเชื้อเกิน 300
สำหรับจังหวัดติดเชื้อเกิน 300 ราย มี 12 จังหวัดคือ ราชบุรี 418 ราย, สงขลา 408 ราย, เชียงใหม่ 403 ราย, นครราชสีมา 391 ราย, นครสวรรค์ 367 ราย, ปทุมธานี 354 ราย, ร้อยเอ็ด 342 ราย, อุดรธานี 337 ราย, หนองคาย 329 ราย, เลย 322 ราย, พระนครศรีอยุธยา 318 ราย และฉะเชิงเทรา 312 ราย

ขณะที่จังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย มี 28 จังหวัดได้แก่ สระบุรี 98 ราย, อำนาจเจริญ 96 ราย, สิงห์บุรี 94 ราย, ลำปาง 93 ราย, ตราด 86 ราย, ระนอง 86 ราย, พังงา 80 ราย, หนองบัวลำภู 76 ราย, อุทัยธานี 70 ราย, ตาก 69 ราย, เพชรบูรณ์ 69 ราย, ลพบุรี 64 ราย, กระบี่ 63 ราย, มุกดาหาร 59 ราย, พิจิตร 56 ราย, ชุมพร 49 ราย, ตรัง 47 ราย, พะเยา 43 ราย, นครนายก 38 ราย, ยะลา 35 ราย, สตูล 35 ราย, ปัตตานี 34 ราย, แม่ฮ่องสอน 26 ราย, นราธิวาส 24 ราย, อุตรดิตถ์ 18 ราย, ชัยนาท 9 ราย, เชียงราย 5 ราย และลำพูน 1 ราย

การติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 27 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 52 ราย ใน 18 ประเทศ โดยมาจากอังกฤษมากที่สุด 21 ราย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ประเทศละ 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 46 ราย แซนด์บ็อกซ์ 4 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 2 ราย จากกัมพูชา

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-11 เม.ย. มีผู้เดินทาง 153,683 คน รายงานติดเชื้อ 642 คน คิดเป็น 0.42% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 144,158 คน ติดเชื้อ 532 คน คิดเป็น 0.37% แซนด์บ็อกซ์ 8,004 คน ติดเชื้อ 69 คน คิดเป็น 0.86% และกักตัว 1,521 คน ติดเชื้อ 41 คน คิดเป็น 2.7%

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 44,671 โดส สะสม 131,325,546 โดส เป็นเข็มแรก 55,940,125 ราย คิดเป็น 80.4% เข็มสอง 50,610,252 ราย คิดเป็น 72.8% และเข็ม 3 ขึ้นไป 24,775,169 ราย คิดเป็น 35.6%

ครม.อนุมัติงบ 211 ล้าน
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ที่อนุมัติโครงการศึกษาความปลอดภัย ความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและประสิทธิภาพของแคนดิเดตซับยูนิต วัคซีนสำหรับป้องกันโรคโควิด-19 ที่ใช้พืชเป็นแหล่งผลิตในมนุษย์ระยะ 2a โดยบริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กรอบวงเงิน 211 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงาน, โครงการกลุ่มที่ 1 (การแพทย์, สาธารณสุข) ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพิ่มเติม พ.ศ.2564

พร้อมกับมอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกับบริษัทใบยาไฟโตฟาร์มฯ เร่งดำเนินการจัดทำแผนฉุกเฉิน เพื่อเตรียมการสำหรับรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการทดสอบการฉีดวัคซีนในมนุษย์ภายในเดือนก.ค.2565 ตามแผนดำเนินโครงการ เพื่อให้สามารถดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.2565 รวมถึงจัดทำแผนเร่งรัดการดำเนินโครงการในระยะที่ 3 เสนอคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นับจากวันที่ ครม.ได้อนุมัติโครงการ

ครม.ได้อนุมัติให้นำวงเงินกู้เพื่อการตามมาตรา 5(2) (เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 211 ล้านบาท มาใช้เพื่อการตามมาตรา 5(1) (เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรค โควิด-19) เพื่อดำเนินโครงการศึกษาความปลอดภัยฯ ของสถาบันวัคซีนและบริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด ข้างต้น โดยหลังการอนุมัติปรับปรุงการใช้งบประมาณครั้งนี้ ทำให้วงเงินตามพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม พ.ศ.2564 เหลืออยู่ 74,250 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 500,000 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ครม.ยังได้อนุมัติให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการ Thailand Festival Experience ใน 3 โครงการย่อย โดยให้ขยายระยะเวลาโครงการจากเดิมที่สิ้นสุดเดือนเม.ย.2565 เป็นสิ้นสุดเดือนก.ค.2565 พร้อมกับเปลี่ยนแปลงพื้นที่การจัดงานในแต่ละกิจกรรมให้ครอบคลุมเมืองหลักทางการท่องเที่ยวประเทศ

รวมถึงเปลี่ยนแปลงชื่อโครงการและกิจกรรมภายใต้โครงการย่อย 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการ Dazzling of The Andaman เปลี่ยนชื่อเป็น Dazzling of the Art 2.โครงการ Music Festival & Rhythm in Memory เปลี่ยนชื่อกิจกรรมย่อย Beach music festival เป็น Music Heritage festival และ 3.โครงการ Music Festival & Rhythm in Memory เปลี่ยนชื่อกิจกรรมย่อย Rock on the Boat Music Festival เป็น Rock on the Beach Music Festival

นายกฯย้ำหลัก 3 ป.
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ย้ำสงกรานต์ปลอดโควิด-19 ด้วยมาตรการ COVID FREE Setting

โดยเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วน เน้นหลัก 3 ป. ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดังนี้ 1.ป.ประเมิน-ความเสี่ยงกิจกรรมหรือรูปแบบงาน ได้แก่ ความหนาแน่นของจำนวนผู้ร่วมงาน หรือการเว้นระยะห่าง การพูดคุย การสวมหน้ากากและการระบายอากาศ ซึ่งหากพบกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ถือว่ามีความเสี่ยงสูง

2.ป.ปรับ-ถ้าประเมินว่ามีความเสี่ยง ควรปรับตามมาตรการความปลอดภัย COVID FREE Setting ทั้ง 3 ด้าน เจ้าภาพ ผู้จัดงาน ให้เลือกสถานที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี มีการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมหรือจุดเสี่ยงต่างๆ จัดสถานที่สำหรับล้างมือ เลี่ยงหรืองดกิจกรรมที่มีลักษณะที่มีการใกล้ชิดกันหรือเน้นการจำกัดจำนวนคนในบางกิจกรรม รวมทั้งผู้จัดงานและผู้ร่วมงานควรได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ รวมทั้งประเมินความเสี่ยงตนเองด้วย Thai Stop COVID Plus หาก พบว่ามีความเสี่ยงสูงควรงดไปร่วมงาน 3.ป.ปฏิบัติ-ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน DMHTA ในระหว่างร่วมงานอย่างเคร่งครัด หลังจากเข้าร่วมงาน ควรเฝ้าระวังตนเองอย่างน้อย 10 วัน

นายธนกรกล่าวว่า นายกฯ ย้ำถึงมาตรการ 2U ป้องกันควบคุมโรคโควิดในช่วงนี้ ทั้ง Universal Prevention สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง เมื่อใกล้ชิดผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง รวมทั้งงดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงการดูแลตนเองให้ปลอดความเสี่ยงติดเชื้อ (Self clean-up) ก่อนกลับไปเยี่ยมญาติ ผู้ใหญ่ และ Universal Vaccination ทุกกลุ่มอายุเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นอีกด้วย

สถานการณ์หลังสงกรานต์
น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงคาดการณ์สถานการณ์ โควิด-19 หลังสงกรานต์ ว่า ประเทศไทย วันนี้รายงานผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 14 วัน อยู่ที่ 25,033 ราย เสียชีวิต 101 ราย ซึ่งเสียชีวิตเกินหลักร้อยมา 3 วัน กำลังรักษา 237,399 ราย โดยอยู่ใน HI-CI ร.พ.สนาม 175,373 ราย และรักษาในร.พ. 59,970 ราย มีอาการปอดอักเสบ 2,056 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจ 885 ราย แนวโน้มกำลังเพิ่มขึ้นช้าๆ จึงยังต้องมีมาตรการป้องกันติดเชื้อ มาตรการเข้าสู่ระบบการรักษา และการฉีดวัคซีนป้องกัน ทั้งนี้ภาพรวมผู้เสียชีวิตแต่ละวัน 97% เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 8 กลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง ไตเรื้อรัง อ้วน หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และติดเตียง ซึ่งระยะหลัง ผู้ป่วยติดเตียงเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยสำคัญนอกจากโรคประจำตัวแล้ว คือการรับวัคซีน พบว่า 94% ของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งจะเป็นมาตรการหนึ่งในการลดอัตราเสียชีวิตลงได้

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังอยู่ในเส้นคาดการณ์ที่ดีที่สุดคือสีเขียว ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบอยู่ระหว่างเส้นคาดการณ์สีเขียวและสีเหลือง ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ในเส้นคาดการณ์ สีเหลืองขึ้นไป และผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับใกล้เส้นคาดการณ์สีเหลือง ภาพรวมทั้งหมดจากการประมวลเหตุการณ์และจากการเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมด สถานการณ์ขณะนี้อยู่ใกล้เส้นคาดการณ์สีเหลืองมากที่สุดคือ การร่วมมือของประชาชนอยู่ในระดับที่ดี หากคงมาตรการต่างๆ ไว้ได้ จะควบคุมการระบาดได้อย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนหลังเทศกาลสงกรานต์ถ้ามีการรวมตัวทำกิจกรรม โดยไม่เว้นระยะห่าง หรือหย่อนยานมาตรการ อาจมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้สงกรานต์จะเป็นเหตุการณ์สำคัญหนึ่งที่จะรับมือสถานการณ์การระบาด

“สธ.ขอความร่วมมือช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งก่อนเดินทาง ระหว่างสงกรานต์ และเดินทางกลับ ป้องกันทั้งโควิดและอุบัติเหตุ โดย Self Clean Up ลดกิจกรรมเสี่ยง 7 วันก่อนเดินทาง ตรวจ ATK ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ระหว่างสงกรานต์สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือ เว้นระยะห่าง ลดกิจกรรมสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งมีการห้ามจัดกิจกรรมสาดน้ำ ประแป้ง ขอให้เลี่ยงรับประทานอาหารร่วมกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะสถานที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และผู้สูงอายุควรรับวัคซีนให้ครบก่อนร่วมกิจกรรมก็จะปลอดภัย ส่วนหลังเทศกาล เนื่องจากพบว่ารูปแบบการติดเชื้อโอมิครอนคือ ติดจากที่ทำงาน ไปติดครอบครัวที่บ้าน แล้วกลับไปติดที่ทำงาน หรือตอนกิจกรรมสังสรรค์ วนเป็นวงจร ดังนั้นเมื่อกลับจากสงกรานต์ก็มีโอกาสนำเชื้อกลับมาติดที่ทำงานได้ จึงควรสังเกตอาการ 7 วัน หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ควรตรวจ ATK หลีกเลี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก สวมหน้ากากตลอดเวลา ทำงานที่บ้านตามเหมาะสม ส่วนลดอุบัติเหตุใช้มาตรการ 3 ม. 3 ด่าน” นพ.โอภาสกล่าว

เตือนคนแก่รดน้ำดำหัว
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 ในผู้สูงอายุ ผมได้รับคำปรึกษามีผู้ป่วยโควิดในผู้สูงอายุมากขึ้น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เช้านี้ 2 ราย อายุท่าน 90 ปี ปกติท่านอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ลูกหลานระวังอย่างดี ท่านได้รับเกียรติให้ไปงานตามประเพณีรดน้ำดำหัว ขอพร ต้องเจอคนหมู่มาก และน่าจะติดโควิด-19 มาจริงๆ ท่านอายุมาก ความเสี่ยงจะสูงมาก

ประเพณีของไทยเป็นสิ่งที่ดีงาม ในยุค โควิด ถ้ามีการดัดแปลง งด หรือมีมาตรการเข้มงวดต่างๆ ลดจำนวนคน ให้วัคซีนกระตุ้นให้ครบ 3-4 เข็ม ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ตรวจ ATK ใครมีอาการ ทางเดินหายใจ หวัด ไอ ระคายคอ ไข้ ไม่ควรเข้าร่วมเด็ดขาด จะเป็นการลดการแพร่กระจายโรค ความสูญเสียโดยเหตุที่ไม่ได้คาดคิด การเที่ยวสงกรานต์ก็พึงระวัง ตระหนักในการแพร่ะระบาดของโรคโควิด โรคแพร่กระจายได้ง่าย และ เมื่อเป็นแล้ว จะทำให้เกิดการติดกันได้ทั้งครอบครัว

โคราชเสียชีวิต 6 ทำ‘นิวไฮ’
เวลา 10.00 น. ศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จ. นครราชสีมา รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อร้ายแรงในพื้นที่ 32 อำเภอ นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ พบผู้ป่วยรายใหม่ 2,390 ราย ป่วยสะสม 89,202 ราย รักษาอยู่ 30,345 ราย รักษาหาย 58,758 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 6 ราย ถือเป็นยอด ‘นิวไฮ’ ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดเป็นเวลากว่า 2 ปี เป็นชายอายุ 81 ปี ต.ในเมือง อ.เมือง มีโรคประจำตัวอัลไซเมอร์ รับวัคซีน 3 เข็ม

ชายอายุ 81 ปี ต.ในเมือง อ.เมือง ประวัติเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ไม่เคยรับวัคซีน ชายอายุ 94 ปี ต.มะค่า อ.โนนไทย ประวัติเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน ชายอายุ 97 ปี ต.เทพาลัย อ.คง ประวัติเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ไม่ได้รับวัคซีน ชายอายุ 56 ปี ประวัติเป็นโรคเบาหวาน รับวัคซีน 2 เข็ม และชายอายุ 77 ปี ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ ประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไม่เคย รับวัคซีน เสียชีวิตสะสม 99 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน