เจอแจกจบที่นั่น โครงการทั่วปท.
ตรวจ ATK เป็นบวก ถ้าไม่มีอาการ สปสช.แนะไปรับบริการ ‘เจอ แจก จบ’ ได้ที่ร้านยามีเภสัชกรให้คำปรึกษา จ่ายยาสามัญตามอาการหรือยาฟ้าทะลายโจร ส่วนฟาวิพิราเวียร์ต้องมีใบสั่งแพทย์ ย้ำไม่ต้องให้ทุกราย สธ.คาดหลังสงกรานต์ ป่วยโควิดทะยาน 5 หมื่น-1 แสนคนต่อวัน ‘หมอธีระ’หวั่นปลายพ.ค.ตัวเลขพุ่ง 2 เท่าจากเม.ย. หากป้องกันไม่ดียอดพุ่ง 3 เท่า เผยติดเชื้อรายใหม่ 2.3 หมื่นราย จำนวนผู้เสียชีวิตยังเกินร้อยรายเป็นวันที่สี่ สลดเด็ก 4 ขวบ และทวด 107 ปีเสียชีวิตด้วย ‘ตู่-จตุพร’ ร่วมชุมนุมรำลึก 12 ปีวีรชนฯ โพสต์ติดโควิด
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23,015 ราย สะสม 3,948,869 ราย หายป่วย 27,626 ราย สะสม 3,689,792 ราย เสียชีวิต 106 ราย สะสม 26,395 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 232,682 ราย อยู่ใน ร.พ. 60,460 ราย อยู่ ร.พ.สนาม HI CI 172,222 ราย มีอาการหนัก 1,971 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 834 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 27.7%
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 106 ราย มาจาก 44 จังหวัด กทม.เสียชีวิตสูงสุด 8 ราย ตามด้วยนครราชสีมา กาฬสินธุ์ จังหวัดละ 6 ราย อุดรธานี สกลนคร ชลบุรี จังหวัดละ 5 ราย ที่เหลือเสียชีวิตจังหวัดละ 1-4 ราย โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสียชีวิตสูงสุด 35 ราย ภาคกลางและตะวันออก 29 ราย ภาคเหนือ 16 ราย ภาคใต้ 9 ราย และปริมณฑล 9 ราย เป็นชาย 62 ราย หญิง 44 ราย อายุ 4-107 ปี เฉลี่ย 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 97%
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 2,932 ราย 2.นนทบุรี 1,082 ราย 3.ขอนแก่น 994 ราย 4.ชลบุรี 981 ราย 5.สมุทรปราการ 712 ราย 6.นครปฐม 554 ราย 7.สมุทรสาคร 549 ราย 8.นครศรีธรรมราช 528 ราย 9.บุรีรัมย์ 514 ราย และ 10.สงขลา 479 ราย
ลำพูนติดเชื้อลดเหลือแค่ 1
สำหรับจังหวัดติดเชื้อเกิน 300 ราย มี 21 จังหวัด คือ มหาสารคาม 472 ราย, สุพรรณบุรี 442 ราย, อุบลราชธานี 442 ราย, ร้อยเอ็ด 426 ราย, ศรีสะเกษ 426 ราย, ฉะเชิงเทรา 405 ราย, ราชบุรี 390 ราย, สุรินทร์ 365 ราย, ลำปาง 351 ราย, นครสวรรค์ 350 ราย, กาฬสินธุ์ 348 ราย, ระยอง 347 ราย, อุดรธานี 345 ราย, กาญจนบุรี 338 ราย, นครราชสีมา 336 ราย, หนองคาย 334 ราย, เลย 332 ราย, ปราจีนบุรี 331 ราย, น่าน 330 ราย, เชียงใหม่ 313 ราย และสุโขทัย 311 ราย
ขณะที่จังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย มี 21 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย 96 ราย, สุราษฎร์ธานี 95 ราย, ตราด 88 ราย, กระบี่ 84 ราย, พังงา 84 ราย, ระนอง 79 ราย, สิงห์บุรี 76 ราย, สมุทรสงคราม 72 ราย, ชุมพร 69 ราย, ชัยนาท 66 ราย, อำนาจเจริญ 65 ราย, พะเยา 61 ราย, นราธิวาส 55 ราย, มุกดาหาร 51 ราย, พิจิตร 45 ราย, แม่ฮ่องสอน 40 ราย, ลพบุรี 40 ราย, ยะลา 32 ราย, ปัตตานี 31 ราย, ตรัง 26 ราย และลำพูน 1 ราย
สำหรับการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 57 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 95 ราย ใน 18 ประเทศ โดยมาจากซาอุดีอาระเบียมากที่สุด 16 ราย อังกฤษ 15 ราย เยอรมนี 10 ราย ออสเตรเลีย 9 ราย อิสราเอล 7 ราย ฝรั่งเศส 6 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-4 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 86 ราย แซนด์บ็อกซ์ 7 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 2 ราย จาก เมียนมา สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-12 เม.ย. 2565 มีผู้เดินทาง 164,879 คน รายงานติดเชื้อ 732 คน คิดเป็น 0.44% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 154,636 คน ติดเชื้อ 615 คน คิดเป็น 0.4% แซนด์บ็อกซ์ 8,587 คน ติดเชื้อ 76 คน คิดเป็น 0.89% และกักตัว 1,656 คน ติดเชื้อ 41 คน คิดเป็น 2.48%
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 12 เม.ย. จำนวน 122,962 โดส สะสม 131,448,508 โดส เป็นเข็มแรก 55,965,161 ราย คิดเป็น 80.5% เข็มสอง 50,635,127 ราย คิดเป็น 72.8% และเข็ม 3 ขึ้นไป 24,848,220 ราย คิดเป็น 35.7%
ห่วงป่วยหลังสงกรานต์
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวการป้องกันโควิด-19 ในการใช้บริการขนส่งสาธารณะช่วงกลับบ้านสงกรานต์ว่า จากสถิติสถานการณ์โควิด-19 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปี 2563 มีการใช้มาตรการเข้มงวด เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ ยกเลิกกิจกรรมทางสังคม งดเว้นการเดินทาง ทำให้การติดเชื้อรายวันหลังสงกรานต์ลดลง 15.2% ส่วนปี 2564 มีการผ่อนมาตรการให้เดินทางได้ อนุญาตรวมกลุ่ม ฉีดวัควีนแต่ยังไม่มาก 7 แสนกว่าโดส การติดเชื้อรายวันจึงเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน
คาดว่าสงกรานต์ปี 2565 ที่มีการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ และการควบคุมโรคอย่างสมดุล จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องบุคคล กิจกรรม สถานที่ และช่วงเวลา โดยประชาชนรับวัคซีนมากขึ้น แต่ไม่ได้ป้องกันติดเชื้อ 100% ใช้ ATK ตรวจคัดกรองมากขึ้น ก็มีโอกาสพบผลลบลวง คาดการณ์ว่าหลังสงกรานต์ปี 2565 จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาก คาดว่าประมาณ 5 หมื่น-1 แสนรายต่อวัน ซึ่งรวมทั้งการตรวจ RT-PCR, ATK และที่ไม่ตรวจเลย เพราะฉะนั้นจึงขึ้นกับความร่วมมือของทุกฝ่ายที่จะช่วยชะลอป้องกันหรือลดการติดเชื้อว่าจะอยู่ในระดับใด และต้องดูแลผู้เสียชีวิตให้ไม่เกิน 200-250 คนต่อวัน รวมถึงดูแลผู้ป่วยอาการรุนแรงให้อยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับ
ดังนั้น ขอประชาชน ผู้ประกอบการและ ผู้จัดกิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการ VUCA เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับโควิด สอดคล้องกับการปรับจากโรคติดต่ออันตราย เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังของประเทศไทย ส่วนมาตรการรับมือ โควิดทุกสายพันธุ์ คือ 1.ฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์และรับเข็มกระตุ้น ลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต วัคซีน 3 เข็มป้องกันการเสียชีวิตได้ ร้อยละ 98-99 2.มาตรการ DMH บุคคลที่มีความเสี่ยงหรือโอกาสใกล้ชิดผู้ป่วย ควรสวมหน้ากากสองชั้น (หน้ากากผ้ากับหน้ากากอนามัย) ต้องสวมให้ถูกต้อง ปิดจมูกปากและกระชับกับใบหน้า และ 3.มาตรการสิ่งแวดล้อม ใช้แอลกอฮอล์ 70% หรือสารทำความสะอาดทั่วไปพิจารณาเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดให้มีการระบายอากาศเข้าและออกได้ เพื่อลดอัตราการติดเชื้อได้
หวั่นพ.ค.พุ่ง2-3เท่า
นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thira Woratanarat” วิคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ระบุว่า สถานการณ์ไทยบทเรียนจากสงกรานต์และปีใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา หากไม่ป้องกันให้ดี หลังสงกรานต์จะมีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 2-3 เท่า
ทั้งนี้ ช่วงปลายพ.ค. อาจมีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงกว่าช่วงปลายเม.ย.ได้มากขึ้นอีก 2 เท่า ข่าวเช้านี้เห็นการกินดื่มตอนกลางคืนตามร้านอาหารในถนนข้าวสาร และมีการจำหน่ายปืนฉีดน้ำให้นักท่องเที่ยว อาจต้องช่วยกันเตือนให้ระมัดระวังให้ดี ทั้งเรื่องการไม่ใส่หน้ากาก การกินดื่มร่วมกัน รวมถึงการเล่นน้ำ ซึ่งจะมีโอกาสแพร่เชื้อติดเชื้อกันได้ง่าย และจะกระทบต่อการทำงานหรือการประกอบกิจการของร้านค้าต่างๆ ได้
เฉกเช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศ รวมถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อไปหาครอบครัวและเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ของประชาชนในจังหวัดต่างๆ การใส่หน้ากากสำคัญที่สุด เพราะเป็นปราการด่านสุดท้าย โควิด…ติด…ไม่ใช่แค่คุณ โควิด…ติด…ไม่จบแค่หายหรือเสียชีวิต แต่จะส่งผลให้เกิดปัญหา Long COVID ตามมาในระยะยาว
แนะ‘เจอแจกจบ’ที่ร้านยา
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ผู้ที่ตรวจ ATK แล้วพบผลบวกหรือติดเชื้อโควิด-19 ขอให้มีสติ อย่าตื่นตระหนก โดยถามตัวเองก่อนว่า 1.ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือ 3 เข็มหรือไม่ 2.อายุเกิน 60 ปี อายุ 0-5 ปีหรือไม่ 3.มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้หรือโรคอ้วนหรือไม่ และ 4.เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์หรือไม่ หากไม่ใช่กลุ่มดังกล่าวข้างต้นและมีอาการน้อย สามารถรักษาได้โดยอยู่บ้าน กินยาสามัญประจำบ้าน หรือฟ้าทะลายโจร, เข้าระบบรักษาที่บ้าน (HI) โทร.1330 กด 14 เพื่อลงทะเบียนจับคู่หน่วยบริการ
หากเป็นกลุ่มสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วมที่มีอาการป่วยให้กด 18 และการเข้าบริการ “เจอแจกจบ” ได้ทั้ง ร.พ., คลินิกชุมชนอบอุ่น และร้านยาที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังรองรับเฉพาะสิทธิบัตรทอง
“ขอให้มั่นใจว่า เจอแจกจบที่ร้านยา จะได้คำปรึกษาจากเภสัชกรประจำร้านที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะประเมินและจ่ายยาสามัญประจำบ้าน หรือยาฟ้าทะลายโจร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ มีการติดตามอาการใน 48 ชั่วโมง ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ต้องจ่ายยาโดยมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ขอย้ำว่าไม่จำเป็นต้องรับทุกราย เนื่องจากขณะนี้คนมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่ฉีดเข็ม 1 มากกว่า 80% และเข็ม 2 อีก 70% ส่วนใหญ่อาการน้อย การใช้ยาที่มากเกินความจำเป็นก็ส่งผลต่อการทำงานของตับได้เช่นกัน ซึ่งต่างจากช่วงแรกที่จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันที ตามคำแนะนำของกรมการแพทย์ เพราะช่วงนั้นการฉีดวัคซีนยังครอบคลุมน้อย” ทพ.อรรถพรกล่าว
รองเลขาธิการสปสช.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ร้านยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเจอแจกจบ มีความพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่อาจจะมีการติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น ผู้ที่อาการน้อยสามารถติดต่อรับยาได้เลย โดยไม่ต้องโทร.เข้า 1330 ซึ่งขั้นตอนการรับยาต้องเตรียมบัตรประชาชน และยืนยันตัวตนกับทางร้านยา จะมีการถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชน ซักข้อมูล อย่างไรก็ตามต้องขอให้ผู้ติดเชื้อยืนยันการรักษาในระบบใดระบบหนึ่ง เช่นหากได้เข้าระบบ HI แล้วก็ไม่ควรมาติดต่อเจอแจกจบที่ร้านยา เพราะจะมีผลต่อการที่ร้านยาจะส่งเบิกจ่ายกับสปสช.
นายกฯขอบคุณคนไทย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ฝากขอบคุณคนไทยที่ร่วมฉลองสงกรานต์แบบใหม่ New Normal คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง ลดอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล และศบค.ที่จะดูแลสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มที่ ในการเตรียมพร้อมด้านเวชภัณฑ์และสถานพยาบาลให้เพียงพอ หากมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นในช่วงวันหยุดยาว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุข กับวันหยุดพักผ่อน ใช้เวลาที่มีคุณค่ากับครอบครัว
สำหรับรายงานภาพรวมการฉีดวัคซีน โควิด-19 สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่ 28 ก.พ.- 11 เม.ย. รวม 131,509,798 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 55,955,320 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 สะสม 50,617,229 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 สะสม 22,577,925 โดส และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 สะสม 2,359,324 โดส
‘ตู่-จตุพร’เจอผลบวก
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ได้ตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 โดยมีเนื้อหาดังนี้ว่า “ต้องกราบขออภัยอย่างสูง ผมพึ่งตรวจ ATK พบว่า ติดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ท่านที่ได้พบกับผมได้โปรดไปตรวจ ATK ด้วย ต้องกราบขออภัยอีกครั้ง”
ทั้งนี้นายจตุพรเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ในการจัดงานรำลึก 12 ปีวีรชน 10 เมษายน 2553 ที่ห้องอภิวันท์ วิริยะชัย อาคาร PEACE TV โดยมีแกนนำและมวลชนคนเสื้อแดงร่วมงานจำนวนมาก
ชวนร่วมวิจัย‘ลองโควิด’
ร.พ.จุฬาภรณ์ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการวิจัยการศึกษาความชุกของอาการที่ยังคงอยู่ในผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 หรือภาวะ “ลองโควิด (Long COVID)” ในไทยที่ 1 และ 3 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา
คุณสมบัติผู้สมัคร 1.อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป 2.ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR 3.ได้รับการรักษาตัว จนได้รับอนุญาตให้ออกจากสถานพยาบาล หรือสถานที่รักษาอื่นๆ และครบระยะกักตัว ครบ 1 เดือน และ 3 เดือน 4.สามารถลุกยืน หรือเดินได้ 5.สามารถเข้าใจ หรือสื่อสารด้วยภาษาไทยได้ 6.ไม่มีปัญหาด้านการมองเห็นหรือได้ยินระดับรุนแรง จำนวนที่รับ 250 คน
ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการตรวจประเมินอาการ หากพบความผิดปกติจะได้รับคำแนะนำ และเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางตามข้อกำหนดของโครงการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อสอบถาม : ศูนย์เวชกรรมฟื้นฟู ชั้น 12 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็ง วิทยาจุฬาภรณ์ ร.พ.จุฬาภรณ์ โทร.0-2576-6000 ต่อ 6802-3 โครงการวิจัยนี้ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน EC No.204/2564
มท.เข้ม3มาตรการ
นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การควบคุมกำกับและรองรับการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 สำหรับสถานประกอบการ สถานที่เสี่ยง ชุมชน และประชาชนช่วงสงกรานต์ มท.ได้บูรณาการทุกส่วนในพื้นที่ โดยใช้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. เพื่อเข้มมาตรการ 3 เรื่อง คือ 1.ระดับครอบครัว ประสานประชาชนเข้ารับวัคซีนทั้งผู้ที่จะเดินทางและผู้อยู่ที่บ้าน 2.ระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ให้ศปก.ตำบล/อำเภอประสานให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข การจัดงานขนาดใหญ่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทำการตกลงร่วมกับผู้จัดในการทำมาตรการตามที่กำหนด ขณะนี้กว่า 6,000 จุดจัดงานยังให้ความร่วมมืออย่างดี และ 3.หลังกลับ กำชับให้ทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดูแลตนเอง