บิ๊กปั๊ดนำทีมเองถกผบ.ตร.กัมพูชาคุมตัว68คนไทยส่งกลับประเทศ
‘บิ๊กรอย-บิ๊กโจ๊ก’ รับ 68 คนไทยเหยื่อแก๊งคอลจากกัมพูชา หลังตำรวจ 2 ประเทศผนึกกำลังช่วยเหลือกลับสู่มาตุภูมิสำเร็จ เหยื่อเผยชีวิตสุดรันทด แก๊งนายทุนจีนบีบบังคับให้แต่งชุดตำรวจวิดีโอคอลตุ๋นเงินคนไทยด้วยกันวันละ 2 ล้าน ไม่ถึงเป้าจะถูกขังและทำร้ายทุบตี ชี้ยังมี คนไทยอีกพันกว่ารอการช่วยเหลือ เผยบิ๊กปั๊ด นำทีมเจรจาช่วยเหลือเอง ตร.เร่งขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งนรก
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 เม.ย. ที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ฐานะผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ต้อนรับตำรวจของกัมพูชานำโดย พล.ต.อ.วรรณวีระ สม ผู้ช่วย ผบ.ตร.กัมพูชา นำคนไทย 68 คนไทยซึ่งได้รับการช่วยเหลือให้ออกมาจากบ่อนผิดกฎหมาย ส่งตัวกลับประเทศไทย หลังจากเมื่อวันที่ 10-11 เม.ย. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์นำทีมตำรวจไทยร่วมกับตำรวจกัมพูชาเข้าช่วยเหลือเหยื่อคนไทยทั้ง 68 คนจากกรุงพนมเปญ เมืองพระสีหนุ และเมืองบาร์เวต ประเทศกัมพูชา ที่ถูกบังคับทำงานหลอกลวงคนไทยด้วยกัน ก่อนที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพล.ต.อ.รอย นำคณะเดินทางไปยังกัมพูชาในเวลาต่อมา และเข้าพบ พล.ต.อ.เน็ท สะเวิน ผบ.ตร.ของกัมพูชา หารือถึงความร่วมมือป้องกันการหลอกลวงคนไทยมาทำงาน ผิดกฎหมายในกัมพูชา รวมทั้งการนำคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือกลับประเทศโดยเร็ว

ส่งกลับ – 68 คนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ตำรวจไทย-กัมพูชาประสานความร่วมมือช่วยเหลือ คุมตัวส่งกลับ ในจำนวนนี้มี 27 รายถูกออกหมายจับคดีค้ามนุษย์ ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 15 เม.ย.
ทั้งนี้ หลังจากที่เหยื่อทั้ง 68 คนเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่จะเร่งนำทั้งหมดเข้าสู่กระบวนตามมาตรการสาธารณสุข และคัดแยกเหยื่อดำเนินคดีการค้ามนุษย์และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่ผู้โฆษณาหลอกลวงเหยื่อในสื่อโซเชี่ยล ผู้นำพาเหยื่อหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติ จนถึงนายทุนชาวจีนที่เป็นหัวหน้าแก๊ง
โดยเหยื่อทั้งหมดยอมรับว่า พวกตนเดินทางโดยรถตู้จากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงจนมาถึงจ.สระแก้ว ต่อมาใช้การเดินเท้าผ่านป่าตามแนวตะเข็บชายแดนข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา จากนั้นมีรถมารับไปกักตัวที่ตึกแห่งหนึ่ง ก่อนถูกส่งตัวให้กับกลุ่มนายทุนชาวจีนซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในกรุงพนมเปญ และเมืองพระสีหนุ ประเทศกัมพูชา โดยถูกบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หากไม่ทำตามจะถูกทำร้าย ถูกกักขัง บางรายถูกขายต่อไปยังนายทุนจีนคนอื่นในราคา 3,000 ดอลลาร์ พวกตนพยายามขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไทยมาโดยตลอด กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย-กัมพูชา เข้าช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ยังมีคนไทยอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 คนถูกบังคับให้ทำงานอยู่อีกหลายเมืองในกัมพูชา
หนุ่มไทยรายหนึ่งเผยว่า อยู่กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 7 เดือน ทำหน้าที่หลอกลวงคนไทยด้วยกัน ด้วยการแต่งชุดตำรวจของไทยก่อนจะโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลไปหาเหยื่อ จากนั้นจะพยายามพูดจาหว่านล้อม หรือแจ้งเหยื่อไปว่าพบกล่องพัสดุของเหยื่อที่มีปัญหา ให้เหยื่อส่งข้อมูลส่วนตัวให้ทั้งหมด โดยมีกลุ่มนายทุนชาวจีนบังคับให้หลอกลวงคนไทยให้ได้วันละ 2 ล้านบาท หากทำไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือขัดขืนหรือไม่ยอมทำตามคำสั่ง จะถูกทำร้ายร่างกาย กักขัง ทุบตี และถูกส่งขายต่อไปยังนายทุนกลุ่มอื่น
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาช่วยเหลือคนไทยกลับมาเป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการหลายราย วันเดียวกันนี้ยังเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินคดี และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้คนไทยถูกหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับคนไทยที่เดินทางกลับมาได้ก็ให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ล่าสุดได้สั่งการในที่ประชุมให้ขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างเฉียบขาดรวดเร็ว
ขณะที่ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) เผยว่า คนไทยกลุ่มนี้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ในฝั่งกัมพูชา กระทั่งกลางเดือนเม.ย. พล.ต.อ.สุวัฒน์นำคณะทำงานปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย เข้าพบพูดคุยกับผบ.ตร.กัมพูชา ขอความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานบัญชาการอยู่ในหลายเมืองใหญ่ๆ ของกัมพูชา ก่อนที่ตำรวจไทยและตำรวจกัมพูชาจะสนธิกำลังเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกรุงพนมเปญ เมืองสีหนุ จ.กัมปงทม และเมืองบาร์เวต จ.สวายเรียง ประเทศกัมพูชา ได้คนไทยทั้งสิ้น 68 คน โดยเป็นคนไทยที่ถูกออกหมายจับมากถึง 27 คน ในการดำเนินคดีการค้ามนุษย์และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่ผู้โฆษณาหลอกลวงเหยื่อในสื่อโซเชี่ยล ผู้นำพาหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติจนถึงนายทุนชาวจีนที่เป็นหัวหน้าแก๊ง