เปิดไลน์แฉ‘กิ๊ก-ชู้’ในพรรค ‘ชวน’แนะเผชิญหน้าปัญหา ชี้กระทบดร.เอ้-ผู้สมัครสก.
พิษข่าวอื้อฉาว ทำพรรคปชป.ร้าว ไลน์กลุ่มเดือด ส.ส.-กก.บห.พรรคซัดกันนัว สาวไส้ใครเป็นกิ๊ก-ใครเป็นชู้ ลูกพรรคโอดกระทบชื่อเสียง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียกร้องผู้บริหารขอโทษประชาชน‘ชวน’ แนะอย่าหนีปัญหา โฆษกรัฐบาลเย้ยฝ่ายค้านคุยโม้รายวัน ท้าโชว์หมัดเด็ดซักฟอก พรรคเศรษฐกิจไทยฮึ่ม ถ้ารัฐมนตรีตอบข้อสงสัย ไม่ได้ ใครจะไว้วางใจ เพื่อไทยยันข้อมูลอภิปรายแน่นปึ้ก เชื่อส.ส.รัฐบาลไม่กล้าหลับหูหลับตาโหวตหนุน ถ้าค้านสายตาประชาชน ‘เรืองไกร’ ร้องป.ป.ช.สอบ 3 ปชป. ปมครอบครอง-ซื้อขายที่ดิน
รัฐบาลพร้อมแจงซักฟอก
วันที่ 16 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการ เตรียมการก่อนเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ ขณะที่ฝ่ายค้านเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปแล้ว ว่า ตนไม่สามารถตอบได้ถึงสาเหตุที่ฝ่ายค้านเลื่อนการยื่นญัตติดังกล่าว อยู่ที่ฝ่ายค้านชี้แจงว่าพิจารณาอย่างไรและมีความพร้อมแค่ไหน สำหรับรัฐบาลนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องพร้อมชี้แจง เพราะการเป็นรัฐบาลต้องยอมรับการตรวจสอบ หรือต้องถือว่ากลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกหนึ่งในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ก็ต้องเคารพกัน
โฆษกรัฐท้างัดหมัดเด็ด
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ประธานวิปฝ่ายค้านระบุการอภิปรายไม่ไว้วางใจเน้นคุณภาพ ยก 5 ต้องน็อกเอาต์ ว่า ก่อนฝ่ายค้านจะโม้ว่าจะน็อกรัฐบาลในยก 5 นั้น ช่วยสรุปวัน ผู้อภิปรายและประเด็นให้ลงตัวกันเองในฝ่ายค้านก่อนจะดีกว่า ไม่ใช่โม้รายวันว่ามีข้อมูลเด็ด แต่เอาเข้าจริงมีแต่น้ำท่วมทุ่ง หากหาข้อมูลอภิปรายไม่ได้ก็ควรทำใจยอมรับความจริง ไม่ใช่สติแตก โหมโรงหลอกชาวบ้านไปวันๆ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมชี้แจงฝ่ายค้านต่อสภาในทุกประเด็น
เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะใช้จำนวนผู้อภิปรายไม่มาก ควรหันมาเน้นคุณภาพบ้าง หากข้อมูลเนื้อหามีคุณภาพจริงๆ ใช้ผู้อภิปรายแค่ 2-3 คนก็พอ ไม่ใช่อ้างว่าส่งไม้ต่อกันไปเรื่อยๆ งัดหลักฐานที่ว่าเด็ดออกมาโชว์ได้เลยหากพบว่ามีความผิดปกติจริงนายกฯ ไม่ปล่อยเอาไว้แน่นอน ไม่อยากให้พูดอะไรแค่เอามัน ที่บอกว่ารอบนี้ยก 5 จะน็อกรัฐบาลนั้นดีไม่ดี ฝ่ายค้านเองที่จะยืนระยะไม่ถึงยก 3 ด้วยซ้ำ ถ้าหากการอภิปรายยังเป็นแบบเดิมๆ เพราะประชาชนคงรับไม่ได้ และไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านเสียเอง
ศท.รอฟังรัฐบาลแจงงบฯ 66
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ โฆษกพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคหารือกับแกนนำศท. เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 และศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะเกิดขึ้นในการเปิดสมัยประชุมสภา 22 พ.ค.นี้ว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรค ศท., ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯ พรรค กก.บห.พรรค และ ส.ส.พรรคทุกคนได้แสดงจุดยืนว่า ศท.จะทำทุกอย่างโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก
ในส่วนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 อะไรที่ไม่จำเป็น ทำให้ประชาชนเสียหาย ส่งผล กระทบต่อประเทศพรรคก็ต้องพิจารณา เช่น หลังเทศกาลสงกรานต์สถานการณ์โควิด-19 คงเพิ่มมากขึ้น จะมีมาตรการรับมือและดูแลอย่างไร ทั้งนี้ การจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณต้องไม่เหมือนเดิม รัฐบาลต้องมองไปอีก 5 ปีข้างหน้า เรื่องร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ คงต้องฟังการชี้แจงในสภาก่อน แล้วพรรคจะได้ประชุมเพื่อตัดสินใจต่อไป
ซักฟอก-รมต.แจงมีหนาว
ส่วนกระแสข่าวกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่พรรคฝ่ายค้านจะมาขอเสียงสนับสนุน ยังไม่ทราบว่าการอภิปรายจะ เกิดขึ้นเมื่อใด ต้องฟังฝ่ายค้านว่ามีเอกสาร หลักฐานอะไรบ้าง รวมถึงต้องฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรีผู้ที่ถูกอภิปรายก่อนว่าสามารถชี้แจงได้หรือไม่ ที่สำคัญหากประชาชนสงสัยแล้วไม่สามารถตอบหรือชี้แจงได้ ตรงนี้ใครจะให้ความไว้วางใจ โดย ศท.ไม่ได้อยู่ตรงกลาง แต่เราเลือกข้างแล้วว่าเราอยู่กับประชาชน
พท.ปลุกสส.ฟังประชาชน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 26 เม.ย.ว่า วันดังกล่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสรุปประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่แต่ละพรรคได้ไปทำการบ้านในช่วงสงกรานต์มา คงได้เห็นรูปร่างว่าจะดำเนินการอย่างไรจะมีเป้าหมายว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน ส่วนวันยื่นอภิปรายคงได้หยิบยกมาหารือ แต่จะสรุปได้เลยหรือไม่นั้นขอให้รอฟังวันที่ 26 เม.ย. สิ่งที่เราจะเห็นชัดเจนคือเนื้อหาและทิศทางว่าจะพุ่งเป้าไปที่ใคร
ยืนยันรอบนี้เรามีข้อมูลแน่น สามารถมัดรัฐมนตรีที่ประพฤติมิชอบได้อย่างแน่นอน และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเองต้องหนักใจหากจะยกมือให้ เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าหลับหูหลับตายกมือค้านความรู้สึกประชาชน เพราะการเลือกตั้งรออยู่ ประชาชนเขาจับตาและคงไม่ปล่อยให้ ส.ส.ที่ไม่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้เขากลับเข้าสภาอีก
ปชป.ร้าว-กลุ่มไลน์เดือด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้า ปชป. ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค เนื่องจากถูกกล่าวหาคดีล่วงละเมิดทางเพศหลายราย มีการพูดคุยกันภายในกลุ่มไลน์ของ กก.บห.พรรค ที่มีสมาชิกรวม 36 คน โดยนางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นำข้อความที่นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้มีการตรวจสอบจริยธรรมกก.บห. ปชป. ที่สนับสนุนให้นายปริญญ์ เข้ามา เป็นรองหัวหน้าพรรค ซึ่งนายจุรินทร์ ส่งข้อความในไลน์ว่า “แปลว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ” ขณะที่นางศรีสมร ตอบว่า “ไม่มีความเห็นค่ะท่าน”
ติ่งสาวไส้-ใครกิ๊กใครชู้
จากนั้น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล กก.บห.พรรค คนสนิทของนายจุรินทร์ โพสต์ข้อความสวนลักษณะเปิดประเด็นเหน็บแนมคนในพรรคอย่างดุเดือดว่า “พฤติกรรมของคนหนึ่งคน ควรถูกสอบจริยธรรมทั้งกรรมการบริหารพรรครึ? แปลว่าอยากอะไร? อยากเปลี่ยนหัวหน้าพรรค? อยากเปลี่ยนกรรมการบริการพรรค หรืออยากอะไร? เรื่องนี้เป็นกระบวนการหรือเปล่า
ในฐานะหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค 39 คน เรื่องของปริญญ์ยังไม่รู้เลยว่า ผิด ถูก เป็นอย่างไร แต่ถ้าเทียบกัน!! เรื่องที่คนรู้กันทั้งพรรคว่าคนคนหนึ่ง เป็น “ชู้” ของเมียคนอื่นมานานนม!! แบบนี้ต้องสอบจริยธรรมไหม หรือพวกที่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็น “กิ๊ก” ของผัวคนอื่น หรือพวกที่เอาเสื้อไปแขวนไว้บนรถของผัวคนอื่นเพื่อไปงานด้วยกัน…หรือให้ผัวคนอื่นขับรถไปรับถึงบ้านตนเอง แบบนี้ เรียกว่าต้องสอบจริยธรรมไหม?…
หรือคนบางคนเป็น “ชู้” ของผัวคนอื่นมานาน จนถึงขั้นสุด “รู้กันทั้งบาง” มาวันหนึ่ง เปลี่ยนทางจากผัวของอีกคนมาเป็นผัวของ อีกคน!! แล้วคนคนนั้น เป็น ส.ส.ในสภาด้วย!! แบบนี้ เราต้องสอบจริยธรรมไหม???? ใครจะสอบ!!!! ถ้าต้องตั้งกรรมการมาสอบจริยธรรมกรรมการบริหารพรรค ตั้งเลย!! สอบตั้งแต่กรรมการเนี่ยแหละ”
หลังโพสต์ดังกล่าวในกลุ่ม กก.บห.พรรค ห้องดังกล่าวก็เงียบ ไม่มีใครโพสต์อะไร
สส.จี้ผู้บริหารขอโทษประชาชน
ขณะที่ในไลน์กลุ่ม “อดีต ส.ส.และส.ส.ประชาธิปัตย์” ที่มีสมาชิกในห้องรวม 155 คน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง โพสต์ว่า “ขออนุญาตนะครับ เรื่องที่เป็นข่าวฉาวในขณะนี้กระทบคนที่ทำงานในพื้นที่อย่างหนัก ผมเชื่อว่าผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.จะยิ่งหนักกว่า หนักที่สุดคือชื่อเสียงของพรรคเรา ที่อีกไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ผมขอให้ผู้บริหารมีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้ ที่จะสร้างความมั่นใจกับสังคมว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่เพิกเฉย ดูดาย หรือเกียร์ว่างกับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ ขออนุญาตที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา”
จากนั้นไม่มีสมาชิกพรรคหรือผู้บริหารพรรคตอบ ต่อมา นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ตอบว่า “ปัญหาต่างๆ ที่ไม่จบก็เพราะไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอย่างตรงไปตรงมา เห็นใจคนลงพื้นที่ค่ะ” ขณะที่นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา โพสต์ต่อว่า “น่าเสียดายเหตุการณ์นี้ไม่น่ามาซ้ำเติมพรรคให้ตกต่ำลงไปในสายตาประชาชนเลย สงสารพี่เอ้ และบรรดาผู้สมัคร ส.ก.ทุกคน ถ้าฝ่ายบริหารไม่สืบสวนความจริงและออกมาขอโทษประชาชนในเรื่องนี้ ก็จะกระทบภาพของพรรคในอนาคตอีกด้วยครับ”
‘ชวน’ปรามอย่ากลัว-หนีปัญหา
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภา และอดีตหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้อาวุโสที่สุดในห้องไลน์กลุ่มนี้ ส่งข้อความว่า “อย่ากลัวปัญหา เมื่อมีปัญหาก็อย่าหนีปัญหา” หลังจากนั้นไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ต่ออีก
นิพนธ์ขอเห็นแก่พรรค
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีไลน์กลุ่ม กก.บห.ตอบโต้เดือด ว่า คิดว่าวันนี้เรื่องของนายปริญญ์ เมื่อตัดสินใจดำเนินการตามที่แถลงแล้วก็จบที่นายปริญญ์ได้พิจารณาดีที่สุดแล้ว และเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายในพรรคก็เดินหน้าปฏิบัติภารกิจของพรรคต่อไป อะไรที่พูดกันภายในก็อย่าเอาไปข้างนอก เรื่องในบ้านบางครั้งก็ให้เป็นการคุยกันภายใน เราคุยกันแบบพี่น้อง เหมือนครอบครัว ถ้าเอาเรื่องภายในไปบอกข้างนอกก็ดูเป็นบ้านที่ไม่สงบสุข
“ผมขอร้องและวอนทุกฝ่ายให้เห็นกับพรรค เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนในพรรคร่วมแรงร่วมใจกันทำภารกิจให้พรรคตามหน้าที่ตามความรับผิดชอบ ส่วนใครมีความเห็นส่วนตัวอย่างไรก็ว่าไป ผมเคารพทุกฝ่ายและเป็นสิทธิส่วนตัว ประชาธิปัตย์ไม่ใช่ใครสั่งให้ใครหยุดพูดได้ เพราะประชาชนเป็นเจ้าของพรรค แต่พูดอะไรก็ควรดูวันเวลา และคำนึงถึงพรรคบ้างและในเวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าพวกเราสามัคคีกันและเดินไปข้างหน้า และเตรียมพร้อมสู้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีก 8-9 เดือนข้างหน้า” นายนิพนธ์ กล่าว
จี้ปปช.สอบทรัพย์‘เฉลิมชัย-ชินวรณ์’
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า ช่วงเช้าตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึง ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง 3 ราย ว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ดังนี้ 1.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อ 11 เม.ย.65 ว่า ที่ดิน ภบท.5 ที่แจ้งบัญชีไว้นั้นเป็นของภรรยาแต่ขายไปแล้ว กรณีดังกล่าวเมื่อตรวจสอบบัญชีที่นาย ชินวรณ์ ยื่นไว้กรณีรับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อ 25 พ.ค. 62 พบว่ามีที่ดิน ภบท.5 ที่แจ้งไว้ 4 แปลง เนื้อที่รวม 70 ไร่ มูลค่ารวม 2,980,000 บาท และมีบ้านอยู่บนที่ดินแปลงหนึ่งด้วย ซึ่งแจ้งมูลค่าไว้ 500,000 บาท ดังนั้น เมื่อแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวขายไปแล้ว กรณีจึงมีเหตุที่ต้องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า ขายไปเมื่อใด ขายบ้านด้วยหรือไม่ รวมราคาเท่าใด ขายให้ใคร ชำระกันอย่างไร ส่งมอบการครอบครองอย่างไร เสียภาษีหรือไม่ อย่างไร
2.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อ 12 เม.ย. 65 ว่า ที่ดิน ภบท.5 จำนวน 120 ไร่ มูลค่า 3.6 ล้านบาท ไม่มีอยู่แล้ว เป็นข้อมูลเก่าเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อตรวจสอบการยื่นบัญชีกรณีรับตำแหน่ง รมต.เกษตรฯ เมื่อ 16 ก.ค.2562 ไม่พบรายการที่ดินตามข่าว แต่เมื่อย้อนไปดูบัญชีของนาย เฉลิมชัย ที่เคยยื่นไว้หลายครั้งพบว่า ที่ดิน ภบท.5 ดังกล่าว มีการยื่นไว้กรณีรับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อ 22 ม.ค. 2551 แต่กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ 10 พ.ค. 2554 ไม่พบที่ดินดังกล่าว จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ที่ดิน ภบท.5 ดังกล่าวที่ไม่มีอยู่ในบัญชีนั้นขายหรือโอนให้ใคร ในราคาเท่าใด โดยวิธีใด และมีการเสียภาษี หรือไม่
หลานเฉลิมชัยเทียบคดีเอ๋
3.นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อ 15 ธ.ค.2564 แจ้งที่ดินลำดับที่ 6 คือ ส.ป.ก. เลขที่ 513 ไม่ระบุที่ตั้ง เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 73 ตรว. ได้มาเมื่อ 6 ธ.ค. 2550 มูลค่า 1 ล้านบาท และแจ้งว่ามีรายได้จากการเลี้ยงสัตว์และขายไข่ไว้รวม 2 ปี ปีแรก รายได้รวม 1,100,000 บาท ปีที่สอง รายได้รวม 1,300,000 บาท
การยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก. หลังจากเป็น ส.ส.และมีรายได้ต่อปีเกินกว่าล้านบาทนั้น เมื่อเทียบบรรทัดฐานกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลน.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พปชร. และศาลฎีกาพิพากษาวางหลักเรื่องเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมไว้แล้ว กรณีของนายจักรพันธ์ จึงมีเหตุที่ต้องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่
สายัณห์ลั่นองครักษ์พิทักษ์ตู่
นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 ได้เตรียมทีมองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือไม่ ว่า คงไม่ต้อง เตรียมในทางปฏิบัติ เพราะยังไม่ได้รู้ว่าจะมีการอภิปรายนายกฯ เรื่องอะไร ตอนนี้องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ก็ไม่มี นายสิระเจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี ไม่อยู่แล้ว เหลือตนคนเดียว
“ไม่มีนายสิระ และ น.ส.ปารีณา ก็ยังมีสายัณห์ คนเดียวก็สามารถช่วยเหลือได้อย่าประมาท และให้จับตามองในการเป็นองครักษ์พิทักษ์ตู่” นายสายัณห์กล่าว เมื่อถามว่าเหลือคนเดียวจะรับมือไหวใช่หรือไม่ นายสายัณห์กล่าวว่า รับไหว นายกฯ ไม่ได้มีอะไรด่างพร้อย ทำไมต้องมีองครักษ์พิทักษ์ด้วย ทุกอย่างอยู่ในสภา ภาคสนาม ว่าเขาพูดจริงหรือพูดเท็จ ถ้าพูดจริงเป็นข้อมูลที่ประชาชนเชื่อถือใครจะประท้วงให้เสียคน ถ้าเขามีข้อมูลดีๆ น่าเชื่อถือคงไม่มีใครกล้าพิทักษ์
เย้ยฝ่ายค้านมีแต่หมัดแย็บ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ฝ่ายค้านอาจ จะหยิบยกกรณีคลิปเสียง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงการแบ่งโควตาลอตเตอรี่ ตกลงผลประโยชน์กัน มาอภิปรายนายกฯ นายสายัณห์กล่าวว่า คิดว่านายกฯ จะสามารถตอบได้เพราะบางอย่างเป็นเพียงหน้าสื่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง สื่อโยงนั่นโยงนี่ สำหรับตนอยู่ฝ่ายนายกฯ หากมาพูดเรื่องส่วนตัว หรือข้อมูลเท็จ ตนก็ต้องปกป้อง เป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยเหลือนายกฯ เพราะนายกฯ ทำงานเพื่อประชาชน
เมื่อถามว่าการที่นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค พท. ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ยก 5 ต้องน็อกเอาต์แล้ว มองว่าตอนนี้ฝ่ายค้านมีหมัดเด็ดทำอย่างนั้นได้หรือไม่ นายสายัณห์ กล่าวว่า ก็ไม่เห็นเคยจะน็อกสักที หมัดเด็ดก็ไม่มี มีแต่แย็บๆ ตนมองว่าอยู่ที่ข้อมูล ข้อเท็จจริง และนายกฯ จะสามารถตอบได้หรือไม่ มั่นใจในตัวพล.อ.ประยุทธ์
ดร.เอ้ชี้ปมปริญญ์ไม่กระทบ
ที่ตลาดบองมาร์เช่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณ สวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 4 ปชป. พร้อมพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผอ.เลือกตั้งฯ ลงพื้นที่หาเสียงเขตจตุจักร และพบปะพ่อค้า แม่ค้า และผู้มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดบองมาร์เช่ นายสุชัชวีร์กล่าวว่าพื้นที่เขตจตุจักรซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมค่อนข้างมาก ยืนยันจะใช้ศักยภาพที่มีแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.ให้ได้
นายสุชัชวีร์กล่าวกรณีนายปริญญ์ พานิช ภักดิ์ อดีตผอ.เลือกตั้งฯ ที่ถูกกล่าวหาคดีล่วงละเมิดทางเพศว่า เชื่อว่าประชาชนจะแยกแยะได้ระหว่างเรื่องส่วนบุคคลกับการเลือกตั้งเพราะไม่เกี่ยวข้องกัน เชื่อว่ากรณีของนาย ปริญญ์จะไม่ส่งผลถึงการหาเสียง หรือทำให้เสียเปรียบผู้สมัครคนอื่น แต่จะเป็นพลังให้เร่งลงพื้นที่เพื่อขอกำลังใจจากประชาชนและลุกขึ้นสู้ทุกวัน
ทั้งนี้ ค่ำวันที่ 15 เม.ย. นายสุชัชวีร์ได้ไปรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจการค้าร้านอาหารกลางคืน พนักงานเสิร์ฟ และนักดนตรี ที่ต่างเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด ซึ่งนายสุชัชวีร์ระบุ เมื่อได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. เรื่องแรกที่ตั้งใจจะจัดการคือลงไปต่อสู้กับโควิดอย่างเข้มข้น
วิโรจน์บุกดินแดงชูเก็บขยะ
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล ลงพบปะประชาชนที่ตลาดกลางดินแดงและซอยประชาสงเคราะห์ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนและชาวตลาดกลางดินแดง นายวิโรจน์กล่าวว่า การมาพบปะกับชาวตลาดดินแดงครั้งนี้จะเน้นไปที่นโยบายการทำให้การจัดเก็บขยะมีประสิทธิภาพ รวดเร็วมากขึ้น และทำให้ทั้งคนเดินเท้าและ ผู้ค้าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก
จากนั้นไปเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยปฐมพยาบาล อปพร. รวมถึงตำรวจ สน.ดอนเมือง นายวิโรจน์ให้สัมภาษณ์ว่าการแก้ปัญหาจราจรต้องไม่ยึดติดวิธีคิดเดิมๆ เช่นขยายหรือตัดถนนใหม่ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้ดีเท่านั้น และถ้าตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.เมื่อไร จะเปิดเผยสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวฉบับเต็ม
ชัชชาติลุยทุ่งครุ-อุดจุดอ่อน
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงเขตทุ่งครุ สำรวจตลาดเช้าตลาดใหม่ทุ่งครุ ตลาดพลาซ่า พื้นที่การค้าชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จากนั้นหาเสียงบนขบวนรถหาเสียง EV ครั้งแรกในพื้นที่ฝั่งธนฯ เริ่มต้นซอยประชาอุทิศ 61- ซอยประชาอุทิศ 79 เดินพบพี่น้องประชาอุทิศ 79 หมู่บ้านวิเศษสุข แล้วขึ้นบนขบวนรถหาเสียงแห่ในซอยประชาอุทิศ 75- ซอยประชาอุทิศ 69 ก่อนเดินไปโรงเรียน สหมุสลิมพบเด็กนักเรียนและพูดคุยกับผู้ใหญ่ในชุมชน นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่าเขต ทุ่งครุเป็นเขตที่อ่อน ฝั่งธนบุรีใต้คะแนนตน ไม่ค่อยดี ก็พยายามเจาะ
โต้ตั้งคนพท.นั่งรองผู้ว่าฯ
นายชัชชาติปฏิเสธข่าวประกาศชื่อรอง ผู้ว่าฯ ว่า เป็นเฟกนิวส์ ชื่อที่ออกมาก็ไม่เกี่ยวข้อง มีเพียง น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ทีมเศรษฐกิจของเราแต่ก็ยังไม่ได้เป็นรองฯ ผู้ว่า ส่วนอีก 3 คนเป็นของ พท. ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย คนที่ออกข่าวมาเป็นผู้ไม่หวังดีจริงๆ ขอให้อ่านเฉยๆ อย่าส่งต่อ เพราะการให้คุณให้โทษกับผู้ลงสมัครก็มีความผิด
ส่วนเรื่องออกประกาศการบิน ช่วง 15 ปีที่ผ่านมาธุรกิจการบินของไทยบูมมาก ตนทำงานที่คมนาคมปี 2554-2555 จะเห็นว่าปี 51-62 ผู้โดยสารเพิ่มจาก 58 ล้านคน เป็น 120 ล้านคน ธุรกิจการบินบูมทั่วโลก การออกประกาศการบินของไทยมีคณะกรรมการการพิจารณา เมื่อพิจารณาเสร็จถูกต้องตามกฎหมายก็ส่งให้รมต.คมนาคมอนุมัติ ซึ่งอนุมัติตามกฎหมาย ส่วนที่ไอเคโอติงเป็นใบ AOC ไม่เกี่ยวกับกระทรวง และเป็นปี 58 ตนออกมาแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริต ถ้ามีทุจริตตนคงไม่ได้อยู่ตรงนี้คงไปนานแล้ว
สกลธีดูเส้นทางจักรยาน-ทางเท้า
เวลา 8.00 น. นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 3 ร่วมกับกลุ่ม Bike in the City ปั่นจักรยานสำรวจประเด็นปัญหาและแนวทางปรับปรุงเส้นทางจักรยานบริเวณแนวถนนเลียบด่วน ลาดพร้าว- รามอินทรา ระยะทาง 10 กิโลเมตร
นายสกลธีกล่าวว่า เป้าหมายการลงพื้นที่ปั่นจักรยานสำรวจเส้นทางในวันนี้เพื่อต้องการดูปัญหาและแนวทางการเพิ่ม เส้นทางจักรยานอื่นๆ ใน กทม. เนื่องจากเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางจักรยานที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการสร้างเพิ่มเติมในเขตอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ พื้นที ่ฟุตปาธต่างๆ คิดว่าจำเป็นต้องปรับปรุงให้มีความปลอดภัยทั้งคนใช้จักรยาน ผู้สูงอายุ หรือคนพิการด้วย ทางเท้าที่เรียบร้อยจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุได้สัญจรไปมาอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีแนวความคิดจะเพิ่มรถตู้ช่วยรับส่งผู้สูงอายุ ไปโรงพยาบาล หรือคนพิการไปกิจธุระ