หลังสงกรานต์ นนท์ปิดผับดัง เปิดเล่นสาดน้ำ เด้งตร.บางใหญ่ ตายพุ่งอีก128
สธ.แนะเวิร์กฟรอมโฮม 5-7 วันหลังสงกรานต์ สกัดเชื้อโควิดลาม พร้อม ตรวจเอทีเคก่อนกลับเข้าทำงาน ยอดตายทุบสถิติอีก 128 ราย มี 3 ขวบด้วย ขณะที่ติดเชื้อเริ่มลดลงเหลือ 1.7 หมื่น กำลังรักษา 2.1 แสน อาการหนัก-ใส่ท่อช่วยหายใจยังทรงตัวแต่มีทิศทางเพิ่มขึ้น สธ-ศธ.เล็งฉีดไฟเซอร์เข็ม 3 กลุ่มนักเรียน 12-17 ปี ช่วงต้นพ.ค.นี้ สร้างภูมิคุ้มกันรับเปิดเทอม ผู้การตำรวจภูเก็ตสั่งเด้ง 5 เสือป่าตอง หลังปล่อยสถานบันเทิงในโรงแรมดังเปิดเกินเวลาเสี่ยงทำโควิดระบาด ขณะที่ม็อบผับประท้วงคำสั่งปิดสถานบันเทิง
ตายทุบสถิติ 128-ติดเชื้อ1.7หมื่น
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,775 ราย ติดเชื้อสะสมระลอก โอมิครอน 1,806,524 ราย ยอดติดเชื้อสะสมตั้งแต่ระลอกแรกจำนวน 4,029,959 ราย ส่วนติดเชื้อเฉลี่ย 14 วัน จำนวน 22,740 ราย ติดเชื้อเข้าข่าย ATK 13,617 ราย หายป่วยเพิ่ม 24,545 ราย หายป่วยสะสม 3,788,523 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 128 รายซึ่งเป็นสถิติใหม่ในระลอกโอมิครอน เสียชีวิตสะสม 26,882 ราย อัตราเสียชีวิต 0.67% อยู่ระหว่างการรักษา 214,554 ราย อยู่ในร.พ. 57,729 ราย อยู่ร.พ.สนาม HI, CI 156,825 ราย มีอาการหนักปอดอักเสบ 2,079 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 911 ราย อัตราครองเตียงสีเหลือง สีแดงอยู่ที่ 26.5%
โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับ 9 ของโลก
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 128 ราย มาจาก 49 จังหวัด กทม. เสียชีวิตสูงสุด 15 ราย ตามด้วยนครสวรรค์ 7 ราย, สุโขทัย ตาก ลพบุรี จังหวัดละ 6 ราย, ชลบุรี 5 ราย, สมุทรปราการ นนทบุรี นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ พิษณุโลก สงขลา จังหวัดละ 4 ราย ที่เหลือเสียชีวิตจังหวัดละ 1-3 ราย
โดยภาคกลางและตะวันออกเสียชีวิตสูงสุด 37 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 29 ราย ภาคเหนือ 25 ราย ปริมณฑล11 ราย และภาคใต้ 11 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 72 ราย หญิง 56 ราย อายุ 3-95 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 98%
กทม.ติดเชื้อยังเกิน 3 พัน
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,168 ราย 2.ชลบุรี 654 ราย 3.ขอนแก่น 641 ราย 4.สมุทรปราการ 552 ราย 5.นนทบุรี 538 ราย 6.นครศรีธรรมราช 464 ราย 7.บุรีรัมย์ 448 ราย 8.สมุทรสาคร 389 ราย 9.สงขลา 380 ราย และ 10.ร้อยเอ็ด 371 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อเกิน 300 ราย มีอีก 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 360 ราย, อุบลราชธานี 343 ราย, หนองคาย 338 ราย, นครปฐม 308 ราย และนครราชสีมา 306 ราย
ติดเชื้อระดับ 200 ราย มี 18 จังหวัด จังหวัดติดเชื้อระดับ 100 ราย มี 17 จังหวัด และจังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 27 จังหวัด ได้แก่ตราด 99 ราย, สระบุรี 93 ราย, ยโสธร 92 ราย, เพชรบูรณ์ 90 ราย, สุราษฎร์ธานี 90 ราย, พังงา 87 ราย, นครนายก 81 ราย, มุกดาหาร 78 ราย, ลพบุรี 76 ราย, กระบี่ 66 ราย, สิงห์บุรี 61 ราย, พิจิตร 52 ราย, เชียงราย 47 ราย, สมุทรสงคราม 44 ราย, ระนอง 41 ราย, ตาก 40 ราย, ชุมพร 37 ราย, พะเยา 35 ราย, ตรัง 33 ราย, สตูล 29 ราย, ยะลา 28 ราย, ปัตตานี 25 ราย, แม่ฮ่องสอน 20 ราย, อุตรดิตถ์ 19 ราย, ชัยนาท 13 ราย, นราธิวาส 9 ราย และลำพูน 3 ราย
สำหรับการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 85 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 82 ราย ใน 21 ประเทศ โดยมาจากซาอุดีอาระเบีย มากสุด 35 ราย ออสเตรเลีย 7 ราย อิสราเอล 6 ราย อังกฤษ อินเดีย ประเทศละ 5 ราย เยอรมนี 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 73 ราย แซนด์บ็อกซ์ 4 ราย กักตัว 1 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 4 ราย จากเมียนมา 2 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย และสเปน 1 ราย สำหรับผู้เดินทาง เข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-16 เม.ย. 2 565 มี ผู้เดินทาง 222,376 คน รายงานติดเชื้อ 1,039 คน คิดเป็น 0.47% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 209,706 คน ติดเชื้อ 893 คน คิดเป็น 0.43% แซนด์บ็อกซ์ 10,527 คน ติดเชื้อ 101 คน คิดเป็น 0.96% และกักตัว 2,143 คน ติดเชื้อ 45 คน คิดเป็น 2.1%
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2565 จำนวน 19,811 โดส สะสม 131,672,140 โดส เข็มแรก 56,005,600 ราย คิดเป็น 80.5% เข็มสอง 50,673,263 ราย คิดเป็น 72.9% และเข็ม 3 ขึ้นไป 24,993,277 ราย คิดเป็น 35.9%
ย้ำเฝ้าระวัง 7 วันหลังสงกรานต์
ด้านพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวว่า สถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์จนถึงปัจจุบันในภาพรวมถือว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชน และภาคเอกชนเป็นอย่างดี ขณะที่ส่วนราชการต่างๆ ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันตามนโยบายและข้อสั่งการต่างๆ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมได้มอบไว้ โดยให้ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ตั้งแต่การเดินทาง การจัดกิจกรรมสงกรานต์ และการ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หลังสงกรานต์
พล.อ.สุพจน์กล่าวต่อว่า นายกฯ ยังมีความห่วงใยและขอเน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วน ขอให้ความสำคัญกับช่วง 7วัน หลังเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 18-24 เม.ย.นี้ โดยขอให้ทุกคนที่ได้ร่วมกิจกรรมและเดินทางในช่วงสงกรานต์ได้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเองและครอบครัว รักษาระยะห่าง หากไม่มั่นใจขอให้ตรวจเอทีเค ด้วยตนเอง หรือขอเข้ารับการตรวจ ณ จุดบริการที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน หากพบว่าติดเชื้อขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกไว้ให้แล้วอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้มีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม มาตรการที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันได้เป็นอย่างดีคือการร่วมมือกันบริหารจัดการให้มีการทำงานที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม ของทั้งส่วนราชการและภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดอย่างได้ผล
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า นายกฯ ยังสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับจัดให้มีบริการการตรวจเอทีเค ให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งให้กำกับแผนการยกระดับแผนการเตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระดับต่างๆ ตามที่เคยสั่งการไว้แล้วให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการรับแจ้ง การคัดกรองการบริหารจัดการรักษาที่บ้าน (Home Isolation) การบริหารจัดการสถานที่กักตัวในระดับชุมชน (Community Isolation) โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนามระดับต่างๆ ตลอดจนโครงการเจอแจกจบ ที่รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ศบค.ถกศุกร์นี้จ่อคลายล็อกเพิ่ม
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ลดลงนั้น เรื่องนี้นายกฯ ได้ติดตามและสั่งการให้เตรียมการในทุกวิถีทางมาตั้งแต่ต้น และผู้เสียชีวิตร้อยละ 90 ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งเรื่องนี้ได้กำชับให้มีการดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยอาการหนักมาก มีการรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยง (กลุ่ม 608) ได้ระมัดระวังและเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงต้องทำความเข้าใจ และรณรงค์อย่างกว้างขวางต่อไป เพื่อป้องกันให้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกสาขา ช่วยการประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจและรณรงค์ให้อย่างกว้างขวางด้วย
พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ในระยะต่อไป คาดว่าศบค.จะเรียกประชุมคณะกรรมการภายในสัปดาห์นี้ เพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ และพิจารณาแนวทางต่างๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้จะได้พิจารณาสิ่งที่ต้องเตรียมการสำหรับอนาคตที่นายกฯ ได้สั่งการไว้คือการเตรียมความพร้อมของการเปิดภาคเรียน และการปรับมาตรการการเข้าออกประเทศทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม การประเมินความร่วมมือในการปรับตัวของประชาชนและผู้ประกอบการต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค รวมทั้งการพิจารณาเงื่อนไข และความสอดคล้องที่จะนำไปสู่แผนการปรับโรคโควิด-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่นในระยะยาวควบคู่ไปด้วย
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า การประชุมศบค.ครั้งที่ 7/2565 จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล
แนะตรวจเอทีเคก่อนเข้าทำงาน
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนทุกคน โดยวันที่ 18 เม.ย. 2565 จะเป็นวันแรกของการทำงานภายหลังวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งภาคเอกชน ห้างร้าน สังเกตอาการ และเน้นตรวจเอทีเคของพนักงาน บุคลากร ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน ย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ที่กรมควบคุมโรคได้ออกคำแนะนำ สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับจากสงกรานต์ให้สังเกตอาการตนเองและเฝ้าระวัง 7 วัน หากมีอาการสงสัยติดเชื้อ มีไข้ ไอเจ็บคอ ให้ตรวจเอทีเคหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมาก หากต้องพบผู้อื่น ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเวิร์กฟรอมโฮมตามความเหมาะสม และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดตลอดเวลา อย่างเคร่งครัด โดยเน้นการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
นายธนกรกล่าวด้วยว่า นายกฯ เชื่อมั่นว่าเมื่อทุกคนได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ กำลังกายพร้อม ได้รับกำลังใจจากคนสำคัญในช่วง วันหยุดยาว จะเป็นพลังให้กลับมาทำงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากประเทศไทยขณะนี้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อพอสมควร อยากให้ทุกคนเฝ้าระวังตนเองขั้นสูงสุด ด้วยการสังเกตอาการตนเอง คัดแยกบุคคลเสี่ยงสูง และขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนจัดมาตรการตรวจเอทีเคตามมาตรการควบคุมโรค ถือเป็นการแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ด้วย
เวิร์กฟรอมโฮม 7 วัน
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังประชาชนเดินทางกลับจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลักสำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ที่อยากให้องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนปฏิบัติ คือให้ทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม 5-7 วันก่อน พร้อมให้ตรวจเอทีเค ก่อนกลับเข้าทำงานวันแรก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะไม่นำเชื้อกลับมากทม. ทำให้การติดเชื้อไม่มากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ คือวันละ 3 พันราย อย่างไรก็ตาม เราเน้นการลดอัตราเสียชีวิตของโควิด คือการฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นที่ตอนนี้ฉีดได้เพียง 37% จากเป้าหมาย 60% จึงจะเรียกได้ว่ามีความปลอดภัย ย้ำว่าการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นยังไม่น่าห่วงเท่าการติดเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุในบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะป้องกันได้ดี แต่หากติดเชื้อมากขึ้นก็อาจจะหลบเลี่ยงได้ยาก แต่กลุ่ม 608 ในพื้นที่กทม.ฉีดวัคซีนไปได้ครอบคลุมแล้ว อัตราการป่วยตายก็จะเพิ่มขึ้นไม่เยอะ
“การเสียชีวิตจากโควิดเคยเห็นตัวเลข สูงถึงวันละ 300 ราย เมื่อเราดูตัวเลขสำคัญก่อนที่จะเสียชีวิต คือผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ ขณะนี้ผู้ป่วยปอดอักเสบอยู่ที่ 2,000 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจ700-800 ราย ยังห่างจากตัวเลขที่เคยพบสูงสุดในระลอกเดลตาที่พบผู้ป่วยปอดอักเสบถึง 6,000 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจอีกเกือบ 1,500 ราย หลังสงกรานต์ก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาราว 20-30% แต่ไม่ถึงจำนวนพีกที่สุดแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีระบบการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และรักษาที่บ้าน ก็จะเข้ามา ช่วยได้มากขึ้น ลดความหนาแน่นในสถานพยาบาลได้” นพ.จักรรัฐกล่าว
นพ.จักรรัฐกล่าวต่อว่า สิ่งที่จะทำให้เราผ่านช่วงเวลาเสี่ยงนี้ไปด้วยดี คือ “2U” Universal Prevention และ Universal Vaccination เป็นการฉีดวัคซีนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่ก็สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง เป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภาพรวมทั่วประเทศ ต้องถึง 80% และครอบคลุมกลุ่มสูงอายุมากกว่า 60 ปีต้องได้ถึง 60% เพื่อก้าวสู่โรคประจำถิ่นต่อไป
สปน.เวิร์กฟรอมโฮมถึง 30 เมย.
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนมีข้อสั่งการ เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ตามที่ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จากการที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก และเมื่อหลังกลับจากสงกรานต์แล้ว ขอให้ทุกคนสังเกตอาการตัวเอง 7 วัน หากพบว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อให้ตรวจ ATK หลีกเลี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก ในช่วงที่สังเกตอาการ พร้อมกับขอให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (เวิร์ก ฟรอม โฮม)
นายธีรภัทรกล่าวต่อว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ศบค.ประกาศไว้ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 18-30 เม.ย. 2565 จึงขอให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปฏิบัติ ดังนี้ 1.ให้บุคลากรสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานภายในที่พัก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ระหว่างวันที่ 18-30 เม.ย. 2565 โดยการปฏิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบภารกิจการให้บริการประชาชน
2.ให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับควบคุมดูแลการปฏิบัติงานภายในที่พักของบุคลากรในสังกัดในเวลาราชการอย่างเคร่งครัด โดยต้องสามารถมาปฏิบัติงานที่สำนักงานฯ ได้ทันที หากมีเรื่องเร่งด่วน ทั้งนี้ บุคลากรที่ต้องเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ ขอให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก
3.ให้ผู้ที่เข้าปฏิบัติงานที่สำนักงานฯตรวจ ATK ทุกวันจันทร์และพฤหัสบดีของสัปดาห์ 4.การประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรม คณะทำงาน และการตรวจราชการ ขอให้พิจารณาใช้การประชุมผ่านระบบทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) ตามความเหมาะสม 5.บุคลากรที่ให้บริการที่ศูนย์บริการประชาชน 1111 ขอให้ดำเนินการตามประกาศ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับวันที่ 1 ก.พ. 2565 ที่เคยประกาศไว้ 6.ให้บุคลากรในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากศบค. อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ในการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จำกัดการรวมกลุ่ม ฉีดวัคซีนให้ครบ ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี กรณีมีเหตุการเสี่ยงหรือฉุกเฉินเกี่ยวกับสุขภาพขอให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที
นายธีรภัทรกล่าวว่า แผนปฏิบัติงาน WFH ดังกล่าวอาจปรับตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา และได้ประสานแจ้งหัวหน้าส่วนราชการทุกกระทรวงพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงานด้วยแล้ว
ต้นพ.ค.เริ่มฉีดเข็ม 3 นร.12-17ปี
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากมติการประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 2/2565 แนะนำให้เด็กอายุ 12-17 ปี หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้วมาประมาณ 4-6 เดือน ให้เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ เป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต โดยกลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง จะเป็นการฉีดเข็มกระตุ้นผ่านระบบการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเทอมภาคการศึกษาที่ 1/2565 โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์กระตุ้นภูมิคุ้มกันดี มีผลข้างเคียงน้อยลง และเป็นวัคซีนที่พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องผสมน้ำเกลือก่อนฉีด สามารถเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้นานขึ้นเป็น 10 สัปดาห์ หลังเปิดใช้แล้วต้องฉีดให้หมดภายใน 2-6 ชั่วโมง ซึ่งสูตรการฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12-17 ปี จะฉีดคนละ 15 ไมโครกรัมต่อโดส โดยจะเริ่มฉีดพร้อมกัน ทั่วประเทศช่วงต้นเดือนพ.ค.2565
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มนักเรียนนอกระบบการศึกษา เช่น Home School การจัดการเรียนการสอนที่บ้าน กลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.โรคอ้วน 2.โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 3.หัวใจและหลอดเลือด 4.ไตวายเรื้อรัง 5.มะเร็งและภูมิคุ้มกันต่ำ 6.เบาหวาน 7.โรคพันธุกรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทรุนแรง และเด็กที่มีพัฒนาการช้า ให้เข้ารับการบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบสถานพยาบาล นอกจากนี้กลุ่มที่มีเงื่อนไขเฉพาะ หรือมี ข้อจำกัดในการรับวัคซีนตามผ่านระบบการศึกษา ให้เข้ารับวัคซีนผ่านระบบสถานพยาบาล โดยให้หน่วยบริการพิจารณาฉีดวัคซีนตามดุลพินิจของแพทย์ ภายใต้หลักวิชาการ คำแนะนำจากบริษัทผู้ผลิต ความสมัครใจของ ผู้ปกครองและผู้รับวัคซีน
โคราชติดเชื้อพุ่ง-3เดือนเกินแสน
ศูนย์โควิด-19 โคราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2,370 ราย จากผลการตรวจเอทีเค 2,074 ราย และจาก PCR 296 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นชายอายุ73 ปี ต.คูขาด อ.คง ประวัติไม่ได้รับวัคซีน และชาย อายุ 77 ปี ต.ในเมือง อ.เมืองรับวัคซีน 2 เข็ม ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนม.ค.65 จำนวน 101,461 ราย รักษาหาย 70,703 ราย กำลังรักษา 30,639 ราย และเสียชีวิตสะสม 119 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 0.12% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด
สำหรับผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ 30,639 ราย พบว่าเป็นผู้ป่วยเคสสีแดง อาการรุนแรง 143 ราย และผู้ป่วยเคสสีเหลือง อาการปานกลาง 1,170 ราย กับผู้ป่วยเคสสีเขียว อาการน้อย หรือแสดงอาการ 29,326 ราย ซึ่งทั้งหมดกระจายรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,775 ราย, อยู่โรงพยาบาลสนาม 147 ราย, อยู่สถานแยกกักชุมชน CI 1,133 ราย, แยกกักที่บ้าน HI 9,125 ราย และเป็นผู้ป่วยนอก แยกกักตัว ที่บ้าน OP-SI อีก 18,459 ราย
ขณะนี้หลายหน่วยงานในจังหวัดยังเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้สามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ว 4,456,476 โดส แบ่งเป็นฉีดเข็ม 1 จำนวน 2,002,359 ราย คิดเป็น 76.04% เข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 1,719,724 ราย คิดเป็น 65.31% และเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้น ฉีดแล้ว 734,393 ราย คิดเป็น 27.89%
ทั้งนี้ บริเวณใต้ต้นโพธิ์หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พบประชาชนส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่ตรวจเอทีเค ด้วยตนเอง ผลขึ้น 2 ขีด และกลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติสัมผัสหรือบุคคลใกล้ชิดป่วยรวมทั้งมีความวิตกกังวลหลังเทศกาลสงกรานต์ทยอยเดินทางมาขอรับการตรวจเอทีเคกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ให้บริการฟรี
สงขลาโควิดคร่าอีก 4 ศพ
สำนักงานสาธารณสุขสงขลารายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่ม 4 ราย เสียชีวิตสะสม 84 ราย โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่ม 608 และไม่ได้รับวัคซีนเข็ม 3 ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่จากตรวจ RT-PCR มี 300 ราย ติดเชื้อสะสม 30,906 ราย ส่วนการตรวจหาเชื้อจาก ATK จำนวน 714 ราย พบติดเชื้อรายใหม่ 500 ราย กำลังรักษา 14,000 ราย อยู่ในกลุ่มสีเขียวคือไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย
ภูเก็ตติดเชื้อรายใหม่ 158
ส่วนจ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในจังหวัดและต่างประเทศรวม 158 ราย เป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัด 138 รายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 4 ราย test&go 26 ราย ผู้ติดเชื้อกลับบ้าน 129 ราย ผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ตั้งแต่ม.ค. 65 จำนวน 50,133 รายเสียชีวิตสะสม 106 ราย ยังคงรักษา 1,543 ราย
สำหรับผลตรวจ ATK อ.เมืองตรวจ 152 ราย พบติดเชื้อ 98 ราย อ.กะทู้ตรวจ 11 ราย พบติดเชื้อ 3 ราย อ.ถลางตรวจ 47 ราย พบติดเชื้อ 21 ราย
‘บิ๊กโจ๊ก’ลุยภูเก็ตตรวจป่าตอง
จากกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวภูเก็ตว่าได้รับความเดือดร้อน จากโรงแรม…มีการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา มั่วสุม เสียงดัง ก่อความรำคาญและมีสิ่งผิดกฎหมายมาเป็นปีๆ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ก็นิ่งเฉย มาดูด้วยตาตัวเองปรากฏว่าสถานบันเทิงนี้เปิดยันเช้าจริง และคนเยอะขนาดนี้หากเกิดคลัสเตอร์ใหม่อีกจะทำยังไงนั้น
พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้สั่งให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร.ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง ล่าสุดพล.ต.ท. สุรเชษฐ์สั่งการให้ พล.ต.ต.เสริมพันธ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พิจารณาโทษ 5 เสือของสภ.ป่าตอง ภายในวันนี้ โดยให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์เดินทางตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจฝ่ายปกครองและสาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่ด่าน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 65 ในพื้นที่หมู่ 6 ถนนเทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาทราบถึงนโยบายของผบ.ตร.
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวถึงกรณีทนายคนดังไลฟ์สดโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.ภูเก็ต ส่งเสียงดังและเปิดสถานบริการเกินเวลานั้นว่า เป็นเรื่องการเปิดสถานบริการเกินเวลา ตามคำสั่งของผู้ว่าฯ ภูเก็ตเป็นหลัก ทางผู้ว่าฯ ภูเก็ตมีคำสั่งอยู่แล้วว่าการเปิดสถานบริการต้องไม่เกินเวลา 23.00 น. อีกทั้งสถานที่ดังกล่าวเป็นโรงแรมไม่ใช่สถานบริการ ทั้งนี้สั่งการไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ดำเนินการด้านการปกครองของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จากนี้จะร่วมประชุมในพื้นที่ หากโรงแรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดก็จำเป็นต้องออกคำสั่งปิดโรงแรม จะทำหนังสือต่อผู้ว่าฯ ปิดโรงแรมดังกล่าว เพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องนี้ต้องดำเนินการโดยชัดเจน ซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้แล้วว่า บ่อนการพนัน อบายมุข รวมถึงสถานบริการ จะต้องไม่มีรวมถึงสถานบริการที่เปิดเกินเวลา ที่สำคัญคือการป้องกันโรคระบาดหากเราไม่เข้มงวดโรคระบาดก็จะกลับมาอีกรอบดึกจะทำให้คนภูเก็ตกลับมาลำบากได้อีก
เด้ง 5 เสือป่าตองเซ่นผับเปิดเกิน
ด้านพล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า จากกรณีคลิปทนายษิทราฯ ทางโซเชี่ยล ในภูเก็ต ได้ให้สภ.ป่าตองตรวจสอบคลิปที่ออกมาว่าเป็นพื้นที่ของป่าตองหรือไม่ คลิปที่ปรากฏมีการกระทำผิดตามในคลิปหรือไม่ ผกก.สภ.ป่าตอง รายงานว่าใช่ เป็นการดำเนินการโรงแรมที่เกิดเหตุจริง เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2565 เวลาประมาณตี 2 จึงให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ มีการแจ้งความดำเนินคดีจับกุมผู้จัดการโรงแรมดังกล่าว ที่จัดให้มีการจำหน่ายสุรา และฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ให้ขายสุราได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. รวมทั้งเสนอขายยาสูบบารากู่ ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว การกระทำผิดครั้งนี้มีความผิดโทษจำและปรับตามกฎหมาย ขึ้นกับศาลจะพิจารณา
พล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้มอบให้รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การกระทำของสภ.ป่าตองมีการปล่อยปละละเลย หรือมีข้อบกพร่องใดที่ปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ 5 เสือของสภ.ป่าตอง ประกอบด้วย 1.พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.ป่าตอง 2.พ.ต.ท.ปรีชา บาริงพัฒนกูล รองผกก.ป. 3.พ.ต.ท.ประเสริฐ ทองเปลว รองผกก.สืบสวน 4.พ.ต.ต.สุชาติ ชมภูแสง สว.สส.สภ.ป่าตอง และ 5.พ.ต.ต.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา สวป.สภ.ป่าตอง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ศปก.ภ.จว.ภูเก็ต) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม และมอบหมายให้รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ตที่รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็น ผู้ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจดังกล่าว ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และในวันที่ 18 เม.ย. จะมีหนังสือถึงผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้พิจารณาดำเนินการโรงแรมที่เกิดเหตุกรณีฝ่าฝืนคำสั่งจ.ภูเก็ต
ทั้งนี้ที่ผ่านมาผลการดำเนินการจับกุมจำหน่ายสุราเปิดเกินเวลา ถึงตี 1-2 มีในพื้นที่สภ.ฉลอง หากรวมทั้งจังหวัดเฉพาะในเดือนเม.ย.65 ดำเนินการจับกุมรวม 7 ราย ส่วนเฉพาะสภ.ป่าตอง ตั้งแต่เดือนต.ค.2564 จับกุม 22 ราย ที่ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดภูเก็ต
ม็อบผับป่าตองประท้วงถูกปิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 16 เม.ย. กลุ่มพนักงานสถานบันเทิง ชาวป่าตองกว่าร้อยคนรวมตัวในซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมชูป้ายประท้วงทนายคนดังกล่าวกรณีไลฟ์สดโรงแรมดังย่านป่าตอง อ้างมีคนร้องเรียนเรื่องเปิดบริการ เกินเวลา
พร้อมตั้งคำถามไปยังทนายรายนี้ว่า กลุ่มพนักงานชาวป่าตองไม่สามารถเปิดทำมาหากินได้นานเกือบ 3 ปีแล้ว เดือดร้อนมาก เพิ่งลืมตาอ้าปาก ทำมาหากินได้ ก่อนหน้านี้รายได้ไม่มี แต่รายจ่ายเท่าเดิม ค่าภาษีก็ปรับขึ้น 100% เต็ม และค่าเช่าร้าน ไม่รู้จะหันหน้าไปทำอาชีพอะไรใหม่ หรือจะให้ไปเป็นทนายดีครับ
นนทบุรีสั่งปิด‘มูนบาร์’สาดน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 16 เม.ย. พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางใหญ่ นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอบางใหญ่ นายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นางลัดดาวัลย์ ธเนศอนุกุล สาธารณสุขอำเภอบางใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าตรวจสอบร้านมูนบาร์ สถานบันเทิงชื่อดังย่านบางใหญ่ หลังมีการแชร์ภาพและคลิปจนเป็นกระเเสและมีการแชร์กันในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการจอดรถในช่องทางสาธารณะ 3 เลนของนักท่องราตรี ตั้งแต่ทางเข้าตลาดบางใหญ่ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าบิ๊กคิงส์ ทำให้การจราจรติดขัด อีกทั้งยังปล่อยให้มีการเล่นสาดน้ำในร้าน ถือเป็นการ ขัดคำสั่งจังหวัดนนทบุรี ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการเล่นน้ำ เล่นประแป้ง ปาร์ตี้โฟม หรือกิจกรรมใดๆ ที่เป็นความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในทุกพื้นที่
พ.ต.อ.วันชัยกล่าวว่า หลังจากมีการแชร์ภาพและคลิปในโลกโซเชี่ยลเกี่ยวกับสถานบันเทิงดังกล่าวปล่อยให้มีการเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีลูกค้านำรถมาจอดซ้อนคัน โดย วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวแล้วพบว่ามีความผิดจริง ทางฝ่ายปกครองอำเภอบางใหญ่ จึงเสนอผู้ว่าฯ ให้สั่งปิด 5 วัน ตั้งเเต่วันที่ 17-21 เม.ย. ส่วนสภ.บางใหญ่มีคำสั่งให้กวดขันเรื่องวินัยจราจรอย่างเข้มงวด และดำเนินคดีกับนายพลพล เเสงสง่า อายุ 26 ปี ผู้จัดการร้าน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนนทบุรี และก่อนเปิดร้านต้องให้พนักงานทุกคนตรวจ ATK และทำตาม คำสั่งสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
สั่งเด้ง 4 เสือโรงพักบางใหญ่
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไพศาล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพข่าวทางสื่อโซเชี่ยลว่ามีการจัดงานสงกรานต์ที่ร้าน The moon bar บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตพื้นที่รับผิดชอบของสภ.บางใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 13-16 เม.ย. 2565 และมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ในลักษณะที่แออัด เข้าลักษณะสถานบริการ อันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคโควิด รวมทั้งมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกําหนด ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคำสั่งของจ.นนทบุรีนั้น ดังนั้น เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยให้ขาดจากต้นสังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน ดังนี้
1.พ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางใหญ่ 2.พ.ต.ท.จุลชิต พรหมเพียงชัย รองผกก.ป. สภ.บางใหญ่ 3.พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน รองผกก.สส. สภ.บางใหญ่ 4.พ.ต.ท.นพวัตติ์ วสุภักดิ์นพคุณ สวป.สภ.บางใหญ่ โดยมอบหมายให้รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เป็น ผู้ควบคุมกํากับดูแลการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจดังกล่าว. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ไพศาล มีคำสั่งให้พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ รองผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรจ.นนทบุรี รักษาราชการแทนผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.สมภพ เชาว์เพชรไพโรจน์ รองผกก.สส.บก.ภ.จว.นนทบุรี รักษาราชการแทนรองผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.พรนารายณ์ แสงทอง สวป.สภ.ปากเกร็ด รักษาราชการแทนสวป.สภ.บางใหญ่ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง