อียู-สวีเดนชมอร่อยดี‘มิลลิ’วอนอีกไม่ขึ้นราคาเร่งรัฐทำนโยบายจริงจังโชว์ซอฟต์เพาเวอร์ไทย
‘มิลลิ’ วอนอีก อย่าขึ้นราคาข้าวเหนียวมะม่วง ผู้ค้าต่างขอบคุณศิลปินแร็พสาว ฟื้นยอดขายมะม่วงให้ขายดิบขายดีกันทั่วประเทศ แม่ค้าโคราชอิ่มเอมใจหลัง ขายมะม่วง 500 กิโล หมดในไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ทุเรียนได้อานิสงส์ขายดีไปด้วย แม่ค้าตรังปลื้ม ยอดขายพุ่งพรวดวันละ 5-6 พันบาท ด้านเบตง ลูกค้าต่อคิวซื้อข้าวเหนียวมะม่วงกันยาวเหยียด ด้านสมาคมอาหารสำเร็จรูป คาดปีนี้ ส่งออกมะม่วง-ข้าวเหนียวมะม่วงพุ่งรับกระแสมิลลิฟีเวอร์ จี้รัฐกำหนดนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ระดับชาติอย่างจริงจัง กระตุ้นดัชนีไทยที่หล่นจากอันดับประเทศซอฟต์เพาเวอร์จาก 33 มาอยู่ที่ 35 ให้ดีดขึ้นยิ่งกว่าเดิม คณะทูตอียู-สวีเดนร่วมฟีเวอร์ โพสต์ภาพ-คลิปกินข้าวเหนียวมะม่วงยกนิ้วเอร็ดอร่อย
จากกรณีที่ “มิลลิ” ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินแร็พเปอร์ชื่อดังชาวไทยวัย 19 ปี ได้ร่วมโชว์บนเวทีระดับโลกอย่าง Coachella ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแร็พเนื้อเพลงบางส่วนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศไทย รวมทั้งนำข้าวเหนียวมะม่วง ขึ้นไปรับประทานบนเวทีระหว่างการแสดงที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 17 เม.ย. จนเกิดกระแสข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์ท่ามกลางเสียงชื่นชมว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของจริง และทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามะม่วงต่างยิ้มออกกันถ้วนหน้าที่มะม่วงและข้าวเหนียวมะม่วงขายดิบขายดีทั้งในตลาด และร้านค้าต่างๆ มีประชาชนมาอุดหนุนและมียอดสั่งซื้อเพิ่มเข้ามาจำนวนมาก ตามข่าวที่เสนอมานั้น

ฟีเวอร์ – ‘มิลลิ’ ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินแร็พเปอร์สาวไทยวัย 19 โพสต์ภาพกินข้าวเหนียวมะม่วง ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความ “วอนแม่ค้าอย่าขึ้นราคาข้าวเหนียวมะม่วงนะแม่นะ กราบ ????” เมื่อวันที่ 20 เม.ย.
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 20 เม.ย. “มิลลิ” ดนุภา ศิลปินแร็พเปอร์ชื่อดังชาวไทย ผู้สร้างกระแสข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก MILLI ว่า “วอนแม่ค้าอย่าขึ้นราคาข้าวเหนียวมะม่วงนะแม่นะ กราบ????”
ขณะที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก Embassy of Sweden in Bangkok ของสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ได้โพสต์คลิปวิดีโอ นายยอน-ออสเตริม เกรินดาห์ล เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ก็ไม่พลาดขอชิมเมนูข้าวเหนียวมะม่วง พร้อมให้คะแนนด้วย ซึ่งภายในคลิปได้ให้ท่านทูตลองทานเมนูข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งท่านทูตได้ถามว่า “ปกติต้องราดน้ำกะทิบนอะไรเหรอครับ บนข้าวเหนียวหรือบนมะม่วง หรือราดตรงไหนก็ได้” เจ้าหน้าที่ในคลิปจึงบอกว่า “ตรงไหนก็ได้” ท่านทูตจึงราดน้ำกะทิลงบนมะม่วง และชิมทีละคำ โดยเริ่มจากมะม่วงตามด้วยข้าวเหนียวมูน และเมื่อลองชิมทั้งข้าวเหนียวมูน และมะม่วงแล้วนั้น ท่านทูตสวีเดน กล่าวว่า “ดีครับ…อร่อยมากครับ…คะแนนเกือบเต็มสิบ แต่ให้แค่ 9 พอครับ”
ด้านแฟนเพจเฟซบุ๊กของคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทยโพสต์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. เป็นรูปของอุปทูตที่ถ่ายรูปคู่กับจานข้าวเหนียวมะม่วง ในท่าทางคล้ายกำลังจะรับประทาน
โพสต์ดังกล่าวมีข้อความระบุว่า “วันนี้เพื่อนๆ หลายคนน่าจะกลับเข้ามาทำงานแล้วหลังจากหยุดยาวในช่วงสงกรานต์และ อีสเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปขอชวนเพื่อนๆ มาเพิ่มความสดชื่นระหว่างวันด้วยการพักรับประทาน #ข้าวเหนียวมะม่วง สุดปัง อุปทูตของเราทานแล้ว ต้องยกนิ้วให้ว่า ‘อร่อยมากๆ ครับ!”
ส่วนบรรยากาศที่ตลาดต่างๆ ก็คึกคักกันอย่างต่อเนื่อง ที่ตลาดเทิดไท ริมถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผัก ผลไม้ และอาหารสดขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโซนตลาดผลไม้ พบว่ามีประชาชนแห่เข้าไปเลือกซื้อผลไม้กันอย่างคึกคัก ขณะที่แผงขายผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จะเป็นแผงขายมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งมีลูกค้ามายืนเลือกซื้ออยู่หน้าร้านกันอย่างเนืองแน่น บางร้านก็ขายหมดเกลี้ยงแผงไม่ในไม่กี่ชั่วโมง
จากการสอบถาม น.ส.จุฑามาศ ดอกโพธิ์ อายุ 25 ปี แม่ค้าขายมะม่วงน้ำดอกไม้ บอกว่า ร้านของตนเองนั้น รับมะม่วงมาขายวันละ 500 กิโลกรัม จากเดิมที่เคยขายได้วันละ 300-400 กิโลกรัม ตอนนี้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ขายหมดเกลี้ยงทั้ง 500 กิโลกรัม รู้สึกดีใจมากที่กระแสกินข้าวเหนียวมะม่วงของน้องมิลลิ ทำให้ผลไม้ไทยที่ราคาตกต่ำ กลับมาได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากผลไม้มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแล้ว ช่วงนี้ก็เข้าสู่ฤดูของทุเรียน ที่กำลังออกสู่ตลาด ทำให้บรรยากาศหน้าร้านขายทุเรียนต่างๆ มีลูกค้ามายืนออกเลือกซื้อทุเรียนกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน โดย น.ส.กัทลี ตะโกนอก อายุ 31 ปี ร้านบอลผลไม้ กล่าวว่า ร้านของตนเองรับทุเรียนมาขายวันละ 3 ตัน ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน ก็อยากฝากศิลปินคนอื่นๆ ถ้าได้มีโอกาสขึ้นเวทีระดับโลก อยากให้นำข้าวเหนียวทุเรียนไปกินดูบ้างก็จะดีมากเลย
ด้านจ.ตรัง บรรยากาศที่ร้านข้าวเหนียวมะม่วงก็คึกคึกเช่นกัน โดยที่ร้านของ นางเพียงพักตร์ คงสงฆ์ หรือเดียร์ อายุ 42 ปี ซึ่งตั้งโต๊ะขายข้าวเหนียวมะม่วงที่ถนนท่ากลาง เขตเทศบาลนครตรัง มีลูกค้าเข้ามาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง
นางเพียงพักตร์เล่าว่า อยากขอบคุณมากที่เกิดกระแสนี้ขึ้นมา ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีกระแสเช่นนี้มาก่อนก็รู้สึกดีขึ้นมาก ยอดขายได้ วันละ 5,000-6,000 บาท
ที่ร้านข้าวเหนียวมะม่วง ของ นางวรรณจษา ผาติสุขถาวร หรือเจ๊ขาว อายุ 53 ปี ซึ่งตั้งโต๊ะขายข้าวเหนียวมะม่วงหน้าร้าน 107 ไฮเทคของตัวเอง โดยมีลูกค้ามาเข้าคิวซื้อกันอย่างต่อเนื่อง
เจ๊ขาวเผยว่า ขายข้าวเหนียวมะม่วงมานานกว่า 15 ปีแล้ว โดยมีลูกๆ คอยทำข้าวเหนียวให้ อยากขอบคุณน้องมิลลิมากที่ทำให้เกิดกระแสนี้ขึ้นมาซึ่งมาตรงกับอาชีพของตน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีกระแสเช่นนี้มาก่อน ก็รู้สึกดีที่สร้างยอดขายได้วันละ 2,000-3,000 บาท
ส่วนที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายมนตรี สุขโต ลูกชายของป้าวิไลขนมหวาน บริเวณกองกำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรี อยุธยา เผยว่า ต้องขอบคุณนิองมิลลิ ตั้งแต่วันที่น้องโชว์กินมะม่วงบนเวทีคอนเสิร์ต ประชาชนจำนวนมากแห่มารอคิวซื้อข้าวเหนียวมะม่วงตั้งแต่ช่วงเช้า โดยร้านของตนเปิดตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งปกติจะขายได้อยู่ประมาณวันละ 100-110 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันต้องทำข้าวเหนียวเพิ่มขึ้นอีกวันละ 50-60 กิโลกรัมเพื่อให้พอกับยอดของลูกค้าที่มาซื้อ โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 100 บาท
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเปิดเผยถึงกระแสข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์ จากแร็พเปอร์สาวมิลลิ ดนุภา ว่า เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอาหารไทยให้เกิดการยอมรับในเวทีโลก หรือที่เรียกว่า ซอฟต์เพาเวอร์ ถือเป็นการกินข้าวเหนียวมะม่วงที่อยู่ในความทรงจำคนทั้งโลก สร้างการรับรู้ให้ชาวต่างชาติรับรู้ว่าไทยมีขนมหวานเมนูที่ชื่อ “ข้าวเหนียวมะม่วง” หรือ Mango Sticky Rice
“ผมเชื่อว่ากระแสความนิยมจากน้องมิลลิ จะเป็นโอกาสการขยายฐานการส่งออกมะม่วง มะม่วงแปรรูปและข้าวเหนียวมะม่วงของไทยไปยังต่างประเทศได้มากขึ้นตลาดที่มาแรง คือ อาเซียน เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายวิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมะม่วงที่นำไปแปรรูปและส่งออกได้คือมะม่วงแก้ว แก้วขมิ้น โชคอนันต์ ส่วนข้าวเหนียวมะม่วงนั้นส่งออกในรูปแบบแปรรูป คือ 1.ข้าวเหนียวมะม่วง FREEZE DRIED การทำให้แห้งด้วยการแช่เยือกแข็ง โดยนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูมานึ่งด้วยน้ำกะทิ กินกับมะม่วงอกร่อง หรือมะม่วงน้ำดอกไม้ที่นำมาอบกรอบซึ่งยังคงเดิม รสชาติต่างๆ ของข้าวเหนียวมะม่วงยังอยู่ครบหมดความเปรี้ยวอมหวานของมะม่วง ความหอมหวานมันเค็มของข้าวเหนียวมูนมัน ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังจีนและประเทศเพื่อนบ้าน และตั้งเป้าเพื่อเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด ไม่ใช่แค่ระดับโอท็อป
2.ข้าวเหนียวมะม่วง FROZEN มีการนำข้าวเหนียวมะม่วงไปผ่านกระบวนการแช่แข็ง FROZEN เพื่อถนอมอาหารให้อยู่ได้นานมากขึ้นมีความเหมือนกับข้าวเหนียวมะม่วงของไทย วิธีการกินก็สะดวกอุ่นข้าวเหนียวในไมโครเวฟ หรือแช่ในน้ำอุ่นก็พร้อมรับประทานคู่กับมะม่วงสุก และ 3.ข้าวเหนียวมะม่วงอบกรอบ ทำเป็นลักษณะของขนมทานเล่นแบบอบกรอบซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแปรรูปเพื่อให้เก็บได้นาน และมีความแปลกใหม่ในการรับประทาน ขยายตลาดในผู้บริโภควัยต่างๆ ได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2564 ไทยส่งออกสินค้ามะม่วง 14,242 ล้านบาท เติบโต 27% แบ่งเป็นมะม่วงสด 5,869 ล้านบาท เติบโต 50% อบแห้ง 4,497 ล้านบาท เติบโต13% แช่แข็ง 865 ล้านบาท เติบโต 4% และกระป๋อง 3,011 ล้านบาท เติบโต 21% ส่วนในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.2565) ไทยส่งออกสินค้ามะม่วง รวมมูลค่า 1,638 ล้านบาท เติบโต มากถึง 28% โดยเริ่มนำเข้าน้ำมะม่วงเป็นปีแรก โดยประเทศที่ไทยส่งออกมะม่วงมากที่สุด คือ มาเลเซีย และอื่นๆ 21% รองลงมาคือ ญี่ปุ่น 20% สหรัฐอเมริกา 18% เกาหลีใต้ 17% และออสเตรเลีย 3%
นายวิศิษฐ์กล่าวอีกว่า จากการสรุปดัชนี Global Soft Power Index 2022 จัดทำโดย Brand Finance บริษัทจัดการกลยุทธ์เกี่ยวกับ Brand Positioning ได้จัดอันดับประเทศที่มี ซอฟต์เพาเวอร์ ทรงพลังที่สุดในโลก สำหรับปี 2565 มีหลายประเทศที่มีอันดับเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด สหรัฐอเมริกา ผงาดกลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในทวีปเอเชีย ประเทศซอฟต์เพาเวอร์ อันดับต้นคือ จีน ตามมาด้วยญี่ปุ่น ขณะที่ไทยประเทศไทยไม่ได้ก้าวกระโดด แต่อันดับกลับหล่นลงมาจาก อันดับ 33 ในปี 2564 มาปีนี้ปรับลงมาที่อันดับ 35 ดังนั้นขอให้รัฐบาลไทยเร่งสนับสนุนซอฟต์เพาเวอร์ ที่มีรายละเอียดที่ลงลึกไปถึงมิติวัฒนธรรม วิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ อาหาร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมบันเทิง อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทางด้านการเงิน แต่ต้องมีนโยบายต่างๆ ที่ชัดเจนเป็นแผนการระดับชาติที่จริงจังและผ่านการระดมความคิดให้ทันยุคสมัยเพื่อสร้างนโยบายรูปแบบซอฟต์เพาเวอร์ ของไทยให้กระชากใจคนทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้า และบริการของไทย