ปชป.ส่งซ่อมราชบุรี-พปชร.งด กกต.จ่ออุทธรณ์จ่ายสุรพล70ล.‘อุตตม’โล่ง-รอดบ่วงคดี‘สิระ’
‘บิ๊กป้อม’ โต้บินพบ ‘ทักษิณ’ ยันไม่เจอกันตั้งแต่ปี 48 แค่ลาไปหาหมอ แต่ไม่ได้ไปอังกฤษ ‘นิโรธ’ จับเข่าคุย ‘2 ป.’ สั่งเน้นงานสภาเชิงรุก การันตีเสียงหนุนรัฐบาลไร้ปัญหา ยังเชื่อ ‘ธรรมนัส-พรรคเล็ก’ ร่วมมือดี ‘อุตตม’ โล่ง กกต.ลงมติไม่ผิด กรณีอนุมัติส่ง ‘สิระ’ ลงเลือกตั้งส.ส. ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ กกต.เล็งยื่นอุทธรณ์ กรณีศาลสั่งชดใช้ 70 ล้านให้ ‘สุรพล’ ‘วิษณุ’ ถึงกับงง สู้คดียังไงถึงแพ้ รับสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 วันแรก ‘ชัยทิพย์’ ค่ายปชป.ได้เบอร์ 2 พปชร.ส่อไม่ส่งคนลงแทน ‘เอ๋ ปารีณา’ ‘บิ๊กตู่’เตรียมล่องใต้ 25 เม.ย. ติดตามงานสงขลา-พัทลุง
‘บิ๊กตู่’ล่องหาดใหญ่-พัทลุง 25 เม.ย.
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สงขลา และจ.พัทลุง ในวันจันทร์ที่ 25 เม.ย. โดยออกเดินทางจากท่าอากาศ บน.6 ดอนเมือง เวลา 09.15 น. ไปท่าอากาศยานทหารกองบิน 56 ต่อรถยนต์ไปที่คลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจติดตามโครงการพระราชดำริ ร.9 การแก้ไขอุทกภัย ในโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ปรับปรุงคลองภูมินาถดำริ เวลา 11.45 น. พบปะเยี่ยมประชาชนที่เทศบาลนครหาดใหญ่
ช่วงบ่ายขึ้นฮลิคอปเตอร์ไปหอประชุมจังหวัดพัทลุง ต.คูหาสวรรค์ เพื่อเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพัทลุง ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานสภาท้องถิ่น กำนันในพื้นที่ และอบจ.พัทลุง เวลา 16.00 น. เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการส่งเสริมศิลปวัฒธรรมพื้นบ้าน การแสดงมโนราห์ “สืบสานศิลป์แผ่นดินโนรา มรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) อ.เมืองพัทลุง จากนั้นเป็นสักขีพยาน และมอบเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้ผู้แทน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้าโอท็อปและกลับถึงบน.6 ดอนเมือง เวลา 19.35 น.
‘นิโรธ’ถก‘2ป.’-เสียงหนุนปึ้ก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ประธานคณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ วันที่ 22 พ.ค.ว่า ตนได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดประชุมสภา เบื้องต้นจะปรับการทำงานให้เป็นเชิงรุกมากขึ้นจากเดิมช่วงที่ตนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ การทำงานตกเป็นฝ่ายตั้งรับ และจะกำชับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลให้เตรียมพร้อมเข้าร่วมประชุมและเป็นองค์ประชุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ กังวลปัญหาเล่นเกมในสภาหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า นายกฯ ไม่กังวล สำหรับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลมีความพร้อมชี้แจง ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นั้น เบื้องต้นจะพิจารณาช่วงวันที่ 1 มิ.ย. และไม่กังวลว่า ฝ่ายค้านจะเล่นเกมโหวตคว่ำร่างกฎหมาย งบประมาณที่เป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล
“เสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าเหนียวแน่น ส่วนกลุ่มส.ส.พรรคเล็กหรือกลุ่มพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) นั้น เชื่อว่าไม่มีปัญหาและไม่เป็นตัวแปรที่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย พูดกับผมว่าหากมีอะไรขอให้ประสานมา จึงเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี” นายนิโรธ กล่าว
‘บิ๊กป้อม’โต้พบ‘แม้ว’ที่อังกฤษ
ส่วนการพูดคุยกับนายกฯ ประเด็นการแสดงของ มิลลิ หรือ น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินและแร็พเปอร์ชาวไทยบนเวทีเทศกาลดนตรีและศิลปะโคเชลลาแวลลีย์ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐนั้น นายนิโรธกล่าวว่า นายกฯ กล่าวชื่นชมที่ช่วยโปรโมตประเทศ ตนได้ถามนายกฯ ด้วยว่าก่อนหน้านี้มิลลิได้ออกมาคอลเอาต์นายกฯ ด้วย ซึ่งนายกฯ ระบุว่าเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามิลลิสนใจงานด้านการเมือง และติดตามการทำงานของนายกฯ ยอมรับว่าที่ผ่านมานายกฯ ทำงานเยอะ จึงมีข้อผิดพลาด ดังนั้นจากนี้ไปจะทบทวนตนเอง พร้อมขอบคุณมิลลิที่หวังดีและให้คำแนะนำ
นายนิโรธกล่าวถึงการเข้าพบ พล.อ. ประวิตรว่า เป็นการเข้าพบหัวหน้าพรรคหลังจากที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งตนได้สอบถามว่าได้เจอกับนายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ ทำให้พล.อ.ประวิตร นิ่งเงียบไปพักนึง ก่อนตอบว่าเขาฝากความคิดถึงให้ตนด้วย ก่อนจะถามตนกลับว่าตนเป็นผู้สื่อข่าวสำนักไหน เพราะถามเหมือนเป็นนักข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า เขาที่ฝากความคิดถึง หมายถึงนายทักษิณใช่หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า “ผมเข้าใจว่าแบบนั้น เพราะผมถามถึงคุณทักษิณ”
ต่อมา นายนิโรธให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการตั้งข้อสังเกตว่ามีการพบกันจริงระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับนายทักษิณ ว่า “ท่านอำผมเล่น ไม่ได้ไปพบกันจริงๆ เป็นการพูดหยอกล้อกันเท่านั้น”
ด้านพล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าวไปพบนายทักษิณ ว่า ไม่ได้ไปพบ อยู่คนละประเทศ จะไปเจอกันได้อย่างไร ไม่เคยเจอหน้า ไม่เคยคุยกันเลย ตั้งแต่ปี 2548 แล้ว (สมัยเป็น ผบ.ทบ.) และตนไม่ได้ไปประเทศอังกฤษด้วย ซึ่งตนขอลาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลเท่านั้น ยืนยันไม่ได้ไปไหนเลย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามถึงเส้นทางการเมือง ว่า “ตอนนี้ยังไม่มี” เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะไปเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์กล่าวว่า “ไม่มี ตอนนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร”
‘อุตตม’โล่ง-รอดปม‘สิระ’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้อง กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นให้เอาผิดนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฐานเจตนารับรองส่งนายสิระ เจนจาคะ ลงสมัครส.ส.ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562
กกต.เห็นว่าการสมัครรับเลือกตั้งปี 2562 มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2561 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ซึ่งข้อ 4 ให้ยกเลิกข้อความมาตรา 144 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และใช้ข้อความใหม่ที่มีเนื้อหาไม่ให้นำมาตรา 47 ถึงมาตรา 56 ที่กำหนดเกี่ยวกับวิธีการทำไพรมารีโหวต การส่งผู้สมัคร การให้หัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองผู้สมัครมาบังคับใช้กับการสรรหาผู้สมัครในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลัง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มีผลใช้บังคับ และกำหนดวิธีการสรรหา การส่งผู้สมัครของพรรคไว้เป็นการเฉพาะ
ดังนั้น การที่นายอุตตมลงนามรับรอง การส่งนายสิระ ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาคดีฉ้อโกง ลงสมัคร จึงไม่สามารถนำบทโทษตามมาตรา 117 ถึงมาตรา 120 พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ที่กำหนดโทษสูงสุดของหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หรือผู้เกี่ยวข้องกับการส่งผู้สมัครไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนดว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง 5 ปี มาเอาผิดได้
ย้ำสอท.พร้อมนำชาติพ้นวิกฤต
เวลา 15.00 น. นายอุตตมโพสต์เฟซบุ๊กว่า ตนขอขอบคุณทุกท่านสำหรับเสียงตอบรับพรรคสร้างอนาคตไทย ภายหลังจากที่พรรคได้จัดการประชุมสามัญครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย. และขอขอบคุณท่านสมาชิกพรรค อีกครั้ง ที่ไว้วางใจให้ตนรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตนพร้อมจะร่วมเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติไปกับทุกท่าน ตามที่ได้เรียนไว้ในที่ประชุมพรรค ถือเป็นวันประวัติศาสตร์สำคัญของพรรคสร้างอนาคตไทยอีกวันหนึ่ง ที่ได้เริ่มต้นก้าวสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศ ด้วยจุดยืนและอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ที่จะจับมือกับทุกภาคส่วนร่วมกันนำพาประเทศก้าวออกจากวิกฤตเศรษฐกิจ และหลุดจากความขัดแย้งในเชิงสังคมและการเมือง ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหาที่ทำให้อนาคตประเทศไทยเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง
มีคำถามว่าพรรคสร้างอนาคตไทย จะสามารถทำตามสิ่งที่คิดได้หรือไม่ ขอเรียนว่า ปัญหาประเทศสะสมมาเป็นเวลายาวนาน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขให้หมดไปโดยเร็ว แต่เราจะปล่อยให้ปัญหาเหล่านั้นคงอยู่และลุกลามต่อไปอย่างนั้นหรือเราต้องลงมือทำเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพื่อส่งต่อความมั่นคง ยั่งยืน ให้กับลูกหลานในอนาคต ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทย มั่นใจในความพร้อมของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีอุดมการณ์ตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อประเทศชาติเพื่อประชาชน
พรรคเชื่อมั่นในกระบวนการสร้างความมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ในการรวบรวมความคิดเห็นและข้อมูลมาตกผลึกเป็นชุดความคิดใหม่ ที่จะนำเสนอเป็นนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและทำได้จริง ตามนโยบาย 5 สร้าง ซึ่งท่านคงได้รับทราบในเบื้องต้นผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว พรรคพร้อมเปิดกว้างที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายที่ทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ แต่จะปฏิเสธในทุกกรณีที่เห็นว่าเป็นการทำร้ายทำลายหรือ ซ้ำเติมปัญหาประเทศ
กกต.เล็งอุทธรณ์คดีชดใช้ 70 ล.
จากกรณีที่ศาลจังหวัดฮอด ต.หางดง อ.ฮอด พิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ. 164/2562 และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ. 23/2565 ลงวันที่ 20 เม.ย.2565 ให้นาย สุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย(พท.) ชนะคดีที่ยื่นฟ้องกกต. และเจ้าหน้าที่ รวม 14 คน ชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยาฐานทำให้เสียชื่อเสียงภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีบูชาเทียนเพื่อทำบุญวันเกิด จำนวน 2,000 บาท ไม่ใช่เป็นการซื้อเสียง หรือทุจริตเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 แต่กกต.วินิจฉัยให้ใบส้ม แก่นายสุรพล และจัดเลือกตั้งใหม่ โดยศาลจังหวัดฮอดให้กกต.จ่ายค่าเสียหายและเยียวยา 64.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครนายสุรพลชั่วคราวหรือใบส้ม ข้อหามีพฤติการณ์เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการ เลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา73 (2) ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงินนั้น มีกกต. ที่พิจารณาประกอบด้วย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี นายปกรณ์ มหรรณพ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ซึ่งยังไม่มีกกต.คนใดแสดงความเห็นเรื่องนี้ แต่คดีคาดว่ากกต.จะขออุทธรณ์ภายใน 1 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด
‘วิษณุ’งง!สู้ยังไงถึงแพ้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าใจว่านายสุรพลไม่ได้ฟ้องเป็นรายบุคคล แต่ฟ้องในฐานะที่เป็นองค์กร องค์กรนั้นจึงต้องรับผิดชอบ เหมือนฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือแม้กระทั่งกระทรวง หากแพ้คดีมาท้ายที่สุดก็ต้องใช้เงินหลวง แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด กกต.สามารถอุทธรณ์ต่อได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า แปลกใจหรือไม่กับกรณีที่เกิดขึ้น นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่มีความเห็น แต่กกต.สู้คดียังไงถึงแพ้ ผมยังงงอยู่เหมือนกัน เพราะต้องคิดก่อนที่จะมีคำสั่งออกไป เข้าใจว่า กกต.ต้องเชื่อหลักฐานที่มี แต่นายสุรพลไปงัดเอาหลักฐานอื่นที่เหนือกว่าขึ้นมา สุดท้ายแพ้คดี”
ส่วนที่สื่อถามสุดท้ายแพ้คดีใช้เงินใครนั้น กกต.แต่ละคนที่ออกคำสั่งไปไม่ได้สั่งโดยเถยจิต หรือเจตนาร้ายเป็นส่วนตัว เป็นการทำในหน้าที่ราชการ เหมือนตำรวจกระทำผิดแล้วเราฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถ้าแพ้คดี เราจะฟ้องตำรวจไม่ได้ หากแพ้ ตร.ก็ต้องควักเงินจ่าย เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งแต่ละปีรัฐควักงบประมาณจ่ายเพื่อการเช่นนี้มากอยู่
‘สมชัย’ชี้8คนต้องรับผิดชอบ
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. กล่าวว่า เชื่อว่ากกต.คงเชิญฝ่ายกฎหมายมาหารือจะดำเนินการอย่างไร เชื่อว่าคงยื่นอุทธรณ์คำตัดสินศาลภายใน 1 เดือน เพื่อสู้คดี ไปเสี่ยงเอาข้างหน้า ก็ไม่รู้ว่าจะชนะคดีหรือไม่ หรือวงเงินที่ต้องชดใช้ความเสียหายให้นายสุรพลจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจาก 64.1 ล้านบาท หากศาลยืนยันว่ามีความผิด เป็นหน้าที่ของกกต.จะถูกบังคับให้จ่ายค่าเสียหาย ต้องมาไล่บี้ว่าใครอยู่ในข่ายต้องจ่ายค่าเสียหาย
เท่าที่ดูผู้ที่ต้องรับผิดชอบ คือ กกต.ชุดปัจจุบัน 7 คน ต้องไปดูว่ามีใครบ้างลงมติตัดสิทธินายสุรพล ซึ่งต้องร่วมรับผิดชอบ ใครไม่ลงมติตัดสิทธิก็ไม่มีความผิด และอาจรวมถึงเลขาธิการกกต.ต้องมีความผิดด้วย ในฐานะเป็นผู้รวบรวมสำนวนเสนอต่อกกต. มี 7-8 คนแน่นอนที่ต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหาย จะหารกันเท่าไร ส่วนระดับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ทำสำนวนขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แม้จะเป็นผู้ทำสำนวนมา แต่สุดท้ายแล้วผู้ใช้วินิจฉัยตัดสิน คือ กกต.ที่จะให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามที่เจ้าหน้าที่เสนอมาก็ได้
เพื่อไทยหนุนฟ้องอาญา
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีของนายสุรพลเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่าเป็นคนแรกและคนเดียวที่โดนใบส้มตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เรียกกันว่าถูกตัดออกจากเวทีเลือกตั้งทั้งๆ ที่จะเป็นส.ส.อยู่ไม่กี่วันข้างหน้า เขาเป็นส.ส.มาหลายสมัย จึงเข้าใจความรู้สึกดี
สำหรับเรื่องคำพิพากษาของศาลแพ่งที่ให้ กกต.ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายสุรพล เข้าใจว่าเป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง ที่ยกคำร้องที่ กกต.ร้องให้เพิกถอนสิทธินายสุรพล โดยฟังว่านายสุรพลมิได้กระทำผิด ค่าเสียหายดังกล่าวเข้าใจว่า กกต.คงอุทธรณ์ เรื่องคงจะยังไม่ยุติในขณะนี้ ส่วนเรื่องคดีอาญานั้นคงต้องให้เป็นเรื่องนายสุรพล ตัดสินใจเพราะเป็นผู้เสียหาย เรายินดีสนับสนุน
สมัครเลือกซ่อมราชบุรีวันแรก
วันเดียวกัน ที่สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี คณะกรรมการการ เลือกตั้งจังหวัดราชบุรี (กกต.จ.ราชบุรี) เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจะเปิดสมัครระหว่างวันที่ 21-25 เม.ย. เลือกตั้งวันเสาร์ที่ 21 พ.ค. ซึ่งวันแรกของการเปิดรับสมัคร มีนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต. เดินทางมาดูแลความเรียบร้อย ภายในห้องประชุม
ดร.สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่ามีอะไรที่รุนแรง ประชาชนชาวราชบุรีมีการตื่นตัวในการเลือกตั้งพอสมควร ครั้งที่แล้วมาเลือกตั้งร้อยละ 81 จึงเชื่อว่าการตื่นตัวของประชาชนไม่น่าจะมีใครมาแทรกแซงได้ มีประชาชนผู้มีสิทธิในพื้นที่จำนวน 138,262 คน คาดว่าหวังไว้ไม่อยากให้ต่ำกว่าเดิม เชื่อว่าคนราชบุรีจะมาช่วยกันเพื่อให้ได้ผู้มาใช้สิทธิเยอะ ได้ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน
‘ชัยทิพย์’ได้เบอร์ 2-สร.เบอร์1
สำหรับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คือ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีตส.จ.ราชบุรี อดีตผู้สมัครส.ส. ครั้งที่แล้ว เขตอ.โพธาราม ได้เดินทางมาลงสมัครแต่เช้า โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส. รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ ส.ส.ของพรรค อาทิ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พ.ท.ดร.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นางกัลยา ศิริเนาวกุล อดีตผู้สมัครส.ส.ราชบุรี และสมาชิกพรรคมาให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย (สร.) คือ นางณัฐทนันต์ นิธิภณยางสง่า มาสมัครด้วย
เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัคร ได้ใช้วิธีตามข้อตกลงด้วยการเป่ายิงฉุบ แทนการจับสลาก ในการที่จะเข้ารับสมัครเพื่อยื่นเอกสารต่อ เจ้าหน้าที่ กกต. ปรากฏว่า นางณัฐทนันต์ ได้หมายเลข 1 ส่วนนายชัยทิพย์ ได้หมายเลข 2 จากนั้นนายชัยทิพย์ ไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เพื่อความเป็นสิริมงคล
นายองอาจให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่สำคัญ และเรามีบุคลากรที่มีความพร้อม มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถมาก พร้อมที่จะทำงานรับใช้ประชาชน และเป็นอดีตส.จ. ที่ทำงานคลุกคลีกับพี่น้องประชาชนมาตลอดเวลายาวนาน ฉะนั้นเรามีความเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนถ้าได้ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน จ.ราชบุรี โดยเฉพาะที่อ.โพธาราม และอ.จอมบึง
ปชป.ยันไม่เสียมารยาทการเมือง
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตว่าหลังพรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมที่ภาคใต้แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งผู้สมัครลงแข่งว่า เป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เพราะระยะเวลาของสภา ถึงแม้จะเกิน 180 วัน แต่ก็เกินมาไม่นาน ความสนใจของพรรคการเมืองที่จะส่ง ผู้สมัครลงในวาระสภาที่เหลืออาจจะเป็นปัจจัยหนึ่ง
ในส่วนของพรรคอื่นเข้าใจว่าคงจะไปดูปัจจัยเกณฑ์คะแนนการเลือกตั้งครั้งที่แล้วว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 จึงทำให้มีความต้องการของผู้สมัครที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ตนเสนอไป แต่เป็นเรื่องของกก.บห.พิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ถือเป็นการเสียมารยาททางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่เดิมของพรรคพลังประชารัฐ นายสาธิตกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นพรรคอื่นส่ง เพราะที่ผ่านมาเห็นผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว ตนไม่แน่ใจว่าจะมีพรรคร่วมอื่นส่งหรือไม่
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่หลายคนสอบถามถึงประเด็นพื้นที่เขตเลือกตั้งดังกล่าว เป็นเขตเดิมของพรรคร่วมรัฐบาล หากส่งผู้สมัครลงจะมีผลอะไรหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าทุกพรรคสามารถส่งผู้สมัครได้หากเห็นว่ามีความพร้อมและความเหมาะสม สิ่งสำคัญคือความสุจริตในการหาเสียงเลือกตั้งที่ทุกพรรคจำเป็นต้องยึดหลักการนี้ไว้
พปชร.ส่อไม่ส่งคนรักษาเก้าอี้
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันที่ 22 เม.ย. คณะกรรมการบริหารพรรคจะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่อง การส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนเอ๋-น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หลังจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเดินทางกลับจากการพักผ่อนที่ต่างประเทศช่วงสงกรานต์ และมีแกนนำพรรคทยอยเข้าพบที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ อย่างต่อเนื่อง และได้พูดถึงสนามเลือกตั้งซ่อมส.ส. แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เนื่องจากปัจจัยสำคัญคือ เรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครที่ต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลา 90 วัน ทำให้พรรคสรรหาสมาชิกพรรคที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่และเหมาะสมได้ยาก แม้จะมีผู้เสนอตัวเข้ามาบ้างแล้ว แต่แกนนำหลายคนกังวลว่าจะไม่เป็นที่รู้จักมากพอที่จะทำให้พรรคได้รับชัยชนะ
อีกทั้งระยะเวลารัฐบาลและสภาที่เหลือไม่ถึง 1 ปี จะมีการเลือกตั้งใหญ่ จึงทำให้มีแกนนำบางคนเสนอว่า ให้เว้นการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไปก่อน ซึ่งมีผลกระทบน้อยกว่าส่งไปแล้วแพ้ จะทำให้พรรคถูกมองว่าแพ้ซ้ำซาก ส่งผลต่อคะแนนนิยมภาพรวมของพรรค หลังจากแพ้รวดมาถึง 3 สนามก่อนหน้านี้ ขณะที่แกนนำบางคนเห็นว่าต้องส่ง เพราะเป็นพื้นที่เก่าของพรรค ดังนั้นในการประชุมกก.บห.จะหาข้อสรุปเรื่องนี้ และมีแนวโน้มจะไม่ส่งลงเลือกตั้งซ่อม
‘ชัชชาติ’ยอมรับมีจุดอ่อน
ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา(สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. ทางผู้สมัครได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงย่านแยกสาทร-นราธิวาส สำรวจตลาดฮ่องกง พื้นที่จำหน่ายอาหารที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ และพฤติกรรมการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ของหนุ่มสาวออฟฟิศ
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินกระแสตัวเองว่า เรามีจุดอ่อนหลายจุด ประชาชนไม่รู้จักเรา เมื่อลงพื้นที่หาเสียงประชาชนไม่รู้จักเราก็มี หรือยังเข้าใจว่ายังอยู่พรรคเพื่อไทย ต้องชี้แจงให้ทราบว่าตนชื่ออะไร และไม่ได้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย จึงต้องเดินลงพื้นที่ให้หนัก แม้จุดแข็งเราจะอยู่ที่โซเชี่ยลมีเดียที่คนเข้าถึงเรา ยืนยันคงไม่มีการจับมือกับใคร เพราะเราเป็นอิสระอยู่แล้ว ส่วนส.ก.ไหนที่สนับสนุนนโยบายตน ก็ยินดี
‘สุเทพ’เชียร์‘สกลธี’สุดใจ
เวลา 14.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP 25 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ว่า ตอนนี้ในกรุงเทพฯ เป็นช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สังเกตดูผู้สมัครหลายคนที่เป็นผู้สมัครอิสระ เขาก็อิสระจริงๆ แต่ผู้สมัครบางคนอ้างว่าสมัครอิสระ แต่แอบมีพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่ คงหลอกคน กทม.ไม่ได้
“สำหรับคุณสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครหมายเลข 3 ตอนนี้เท่าที่ติดตามมีคะแนนดีขึ้นมาตามลำดับ โพลสุดท้ายของนิด้าโพลพบว่า คุณสกลธีไล่ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ผมก็ใจจดใจจ่อคอยเอาใจช่วยด้วยเหมือนกัน คุณสกลธี พูดถึงเรื่องนโยบาย ดูไม่ซับซ้อน ฟังดูแล้วง่ายๆ คือทำทันที อันนี้สำคัญบางทีพูดนโยบายมาสวยหรู แต่พอไปปฏิบัติจริงทำไม่ได้ แต่คุณสกลธี พยายามจะบอกกับคนกรุงเทพฯ ว่า เคยเป็นส.ส.กรุงเทพฯ เคยเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.แล้วเป็นนักปฏิบัติการ ไม่ใช่นักโฆษณา อันนี้น่าสนใจ ครั้งหลังก็เห็นคุณสกลธี ออกไปเยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชนในย่านธุรกิจต่างๆ ดูแล้วทำได้เป็นธรรมชาติดี สู้ๆ นะคุณสกลธี มวลชนอย่างพวกเราเอาใจช่วยอยู่” นายสุเทพกล่าว
‘วิษณุ’แจง‘จุรีพร’รับของเกิน3พัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นข่าวเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับรองเท้าแบรนด์เนมกุชชี่แบบหญิง และรองเท้าแบรนด์เนมหลุยส์ วิตตอง แบบชายว่า กฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ห้ามข้าราชการการเมืองรับของมูลค่าเกิน 3,000 บาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรับมาโดยไม่รู้มูลค่าของสามารถคืนได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ การคืนสามารถทำได้ 2 อย่างคือ คืนเจ้าของ ซึ่งหมายความว่าไม่รับ เหมือนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีเคยรับแหวนทองแล้วคืนทันที หรืออีกอย่างคือ ส่งมอบคืนให้หน่วยงานต้นสังกัด แต่มีกรอบเวลาอยู่ ถ้าเลยกรอบเวลาคงต้องไปแก้ตัวว่าทำไมจึงไม่สามารถคืนได้ในกรอบเวลาที่มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนทั่วไปหากเห็นเป็นรองเท้าแบรนด์เนม คงประเมินได้ว่ามีมูลค่าเกิน 3,000 บาท แบบนี้เจ้าตัวน่าจะต้องรู้ว่าเกิน 3,000 บาท นายวิษณุกล่าวว่า ก็เป็นไปได้ โดยสามัญสำนึกควรจะเข้าใจได้ เมื่อถามว่า นายกฯ ในฐานะที่เป็นคนแต่งตั้งนางจุรีพร จะดำเนินการอะไรได้หรือไม่ นายจุรีพรกล่าวว่า นายกฯ ทำได้หลายทาง แต่เรื่องนี้ยังขึ้นมาไม่ถึงนายกฯ จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามีการให้ที่ไหน มอบอะไร ราคาเท่าไหร่ ใครที่พบเห็น รู้เรื่องก็ไปร้องกับ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช.จะแจ้งมายังผู้บังคับบัญชา
‘สมชัย’เตรียมยื่นป.ป.ช.เอาผิด
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภา ผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีนางจุรีพร คงไม่ต้องยื่นเรื่องให้ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องที่มีความชัดเจนที่นางจุรีพรเป็นผู้บอกเอง สามารถไปยื่นเอาผิดต่อ ป.ป.ช.ดำเนินการได้เลย จะรอดูหากภายในสัปดาห์หน้าไม่มีใครไปยื่นเอาผิดนางจุรีพรต่อป.ป.ช. ตนจะไปยื่นเอาผิดเอง กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ขัดต่อประกาศป.ป.ช.เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานรัฐ
กรณีดังกล่าวประกาศป.ป.ช.ระบุชัดเจน หากรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทมาแล้ว ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบใน 30 วัน เพื่อวินิจฉัยว่าเหมาะสมหรือควรเก็บรักษาไว้หรือไม่ ซึ่งนางจุรีพรรับมาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2565 และนำเรื่องมาแถลงข่าววันที่ 20 เม.ย. ถือว่า 30 วันแล้ว โดยไม่มีการนำไปคืน ถือว่ามีความผิดแล้ว อยู่ในอำนาจที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการเอาผิดได้ จะรอดูหากไม่มีใครไปยื่นเอาผิด จะดำเนินการเอาผิดเอง

ข้องใจตร. – น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เข้าพบตำรวจ สน.พญาไท สอบถามสาเหตุทำไมถูกระงับการออกหนังสือเดินทาง เนื่องจากอัยการยังไม่ส่งฟ้องคดีอาญามาตรา 112 และ 116 และศาลยังไม่มีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.

ร่วมยินดี – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมคณะนักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย ที่ชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียน 2022 ระหว่างเข้าพบคารวะที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 เม.ย.