ปชป.ประชุมแล้ว ‘รัชดา’ ย้ำพร้อมเยียวยาเหยื่ออดีตรองหัวหน้าพรรค จัดทนายความ หญิงให้ ด้านรองผบช.น.ลั่นดำเนินคดีเฉียบขาดแน่ ถ้ามี ผู้ปลอมเป็นผู้เสียหายมาป่วนคดีปริญญ์ด้วยการแจ้งเท็จ รวมถึงกรณีการข่มขู่พยานก็จะเอาผิดไม่ไว้หน้าเช่นกัน เผยตอนนี้มีผู้เสียหายรวมทั้งสิ้น 15 คดี บช.น.รับไว้ 9 คดี ที่เหลือเป็นคดีที่เชียงใหม่และเพชรบุรี มี 2 คดีขาดอายุความ และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดินหรือไม่ 1 คดี ยืนยันดำเนินคดีให้ผู้เสียหายทุกรายอย่างเต็มที่

จากกรณีที่มีหญิงสาวผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ทำให้ยอดรวมจนขณะนี้ มีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์แล้วรวม 14 คน และให้การว่าเคยถูกนายปริญญ์ปลุกปล้ำกระทำอนาจาร 1 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นตรวจสอบคดีทั้งหมด 15 คดี สน. ลุมพินี รับไว้ 8 คดี ส่งให้ จ.เพชรบุรี 1 คดี สน.ห้วยขวาง 1 คดี และมีคดีที่ จ.เชียงใหม่อีก 1 คดี ในจำนวนนี้ ขาดอายุความ 2 คดี ความผิดนอกราชอาณาจักร 1 คดี และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดินอีก 1 คดี ยืนยันดำเนินคดีให้ผู้เสียหายทุกราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนกรณีเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาอีกคดี อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะแจ้งความหรือไม่ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและจะรวบรวมพยาน หลักฐานมากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีมีอดีตพล.ต.ต.เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ในรูปคดีหรือสำนวนการสอบสวนยังไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด ต้องพิสูจน์ทราบว่ากรณีเป็นการแทรกแซงผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนที่ทนายความคุยกับผู้เสียหายตนไม่ทราบ หากมีการข่มขู่พยานหรือคนที่เกี่ยวข้องกับคดีตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนจะกลับคำให้การหรือไม่นั้น เป็นความผิดยอมความได้ ตำรวจจะไม่ก้าวล่วง แต่ถ้ายอมความไม่ได้ต้องถูกดำเนินคดี ถึงแม้ ผู้เสียหายไม่เอาเรื่องก็ตาม

เมื่อถามว่ามีการส่งผู้เสียหายปลอมเข้า มานั้น พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ทุกกรณีเน้นย้ำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำความผิด และสอบสวนให้ชัดเจนให้สิ้นกระแสความ ตำรวจตรวจสอบโดยละเอียดทุกคน อย่างไรก็ตาม ทนายความติดต่อผู้เสียหายไม่ได้ ตำรวจคงไม่ก้าวล่วง ส่วนกรณีทนายพาสื่อมวลชนไปเป็นการกดดันตำรวจหรือไม่ ตนเชื่อมั่นในพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี และการทำงานของผกก.สน.ลุมพินี รวมถึงที่ตนลงมาดูแลด้วยตัวเอง ส่วนที่มีการนำเสนอตามโซเชี่ยลมีเดียไม่สามารถทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปได้ เพราะตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานเท่านั้น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ กำหนดแนวทางในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมนัดแรกว่า เป็นการวางกรอบคุณสมบัติบุคคลที่จะมาทำงานกับพรรค ซึ่งนอกจากจะมีความรู้ความสามารถแล้วจะต้องมีความประพฤติที่ดี เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค จึงต้องหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจะหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีของนายปริญญ์ เพื่อแสดงน้ำใจและความรับผิดชอบเท่าที่จะช่วยได้ โดยอาจจะเป็นการช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย หาทนายหญิงให้ รวมถึงกระบวนการดูแลในมิติต่างๆ โดยข้อเสนอทั้งหมดจะต้องปฏิบัติได้จริง

“ขอให้ความมั่นใจว่า คณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นจะไม่แทรกกระบวนการยุติธรรม เพราะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอก ร่วมเป็นกรรมการด้วย 4 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ต่อต้านการคุกคามทางเพศ ส่งเสริมบทบาทสตรีมาอย่างยาวนานและหลายคนก็ทำงานเชิงรุกในกรณีนี้ ซึ่งพรรคพร้อมเปิดให้กรรมการภายนอกเสนอข้อคิดเห็นอย่างเต็มที่” น.ส.รัชดากล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ระบุว่ามีตำรวจยศพลตำรวจตรีเข้าไปแทรกแซงในคดีนี้ น.ส.รัชดากล่าวว่า เป็นคำพูดของทนายตั้ม แต่พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่าไม่แทรกแซงแน่นอน เพราะยอมรับว่าเรื่องนี้สร้างความเจ็บปวดและความเสียหายให้กับพรรค ประชาชนศรัทธาพรรคน้อยลง แม้จะเป็นความผิดส่วนตัวแต่พรรค ก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ วันนี้จึงแสดงความจริงใจอยากแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะจุดยืนของพรรคคือต่อต้านการคุกคามทางเพศ และยืนยันไม่กลัวการตรวจสอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน