‘สาทิตย์’ไล่บี้‘จุรินทร์’ไขก๊อก ภูมิใจไทยคึก-ชูธงยึด100สส. ป้อมจ่อตั้งทีมศก.หนุนรัฐบาล ‘สุรพล’เล็งงัดม.157ฟ้องกกต.
‘อนุทิน’ ประกาศกลางวงประชุมใหญ่ภูมิใจไทย เลือกตั้งครั้งหน้ากวาดส.ส.เกิน 100 ที่นั่ง ปชป.เดือดปิดไมค์วุ่นหลังเจอบี้ให้กก.บห. ลาออกรับผิดชอบคดีปริญญ์ ‘อู๊ดด้า’ ย้อนเมื่อเจ้าตัวลาออกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบให้เกินขอบเขต ยกกรณี ‘วิทยา’ ถูกกล่าวหาสมัยเป็นรมว.สธ. กรรมการบริหารพรรคขณะนั้นก็ไม่ได้ลาออก ผอ.พรรคแจงแค่ระบบซูมหลุด ‘จุรินทร์’ ลั่นไม่หนีปัญหา ‘สุวัจน์’ ดัน ‘เทวัญ’ทวงแชมป์ส.ส.โคราช ‘บิ๊กป้อม’ สั่งพปชร.ตั้งทีมเศรษฐกิจเสริมทัพรัฐบาลช่วยประชาชน ‘ธรรมนัส’ โวหัวหน้าทีมศก.เปรี้ยง เตรียมเปิดตัวพ.ค.นี้ ‘จุรีพร’ รุดคืนรองเท้า แบรนด์เนมให้ต้นสังกัด ‘สมชัย’ จี้ป.ป.ช.ตั้งกรรมการสอบ ‘สุรพล’ เล็งฟ้องมาตรา 157 กกต.แจกใบส้มทำเพื่อไทยเสียเก้าอี้ในสภา

ยกจังหวัด – งานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ของพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีรมต.-ส.ส.-สมาชิกพรรค ร่วมงานคึกคัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรค มั่นใจเลือกตั้งคราวหน้า กวาดยกจังหวัด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ภท.ถกใหญ่-‘เสี่ยหนู’ชูธงเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าอยุธยา ซิตี้ พาร์ค จ.พระนครศรี อยุธยา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค รัฐมนตรีของพรรค กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส.ส. สมาชิกพรรค รวมถึงนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่สวมเสื้อสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมงานด้วย

นายอนุทินกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยย่างเข้าปีที่ 15 เป็นพรรคที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากพอสมควร มั่นใจว่ามีพี่น้องประชาชนเป็นกำแพงที่จะปกป้องให้เราได้ทำงาน เพื่อให้เกิดประชา ธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ พวกเราซึมซับว่าทุกปัญหาของประชาชน คือปัญหาของเรา และเป็นงานของพวกเรา ถ้าประชาชนยังไม่ได้ กินดีอยู่ดี เราหยุดทำงานไม่ได้ จึงเป็นสโลแกนอยู่ในจิตสำนึกว่าพูดแล้วทำ ไม่ใช่พูดลมๆ แล้งๆ เห็นได้จากการที่ 3 ปีมานี้นโยบายหลักๆ ของพรรคทำด้วยความสำเร็จหมดแล้ว พรรคพูดไม่เก่งแต่ทำได้ทุกอย่าง และการทำงานในฝ่ายบริหารก็ทำงานอย่างมีเหตุมีผล ที่เรากล้าเพราะมีประชาชนคอยสนับสนุน ที่เขาเรียกว่าเห็นช้างตัวเท่ามด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐมนตรีของพรรคที่ได้เข้าไปทำงานในคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายอนุทินยังได้ประกาศความพร้อมในการเลือกตั้งว่า เวลาใกล้เข้ามาพอสมควรแล้วดึงอย่างไรก็ไม่เกิน 11 เดือน เรานั่งฝันกันอีกไม่ได้ เราต้องพูดจริงทำจริง ลงพื้นที่จริงเพื่อพี่น้องประชาชน เพราะการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น ดังนั้น เราต้องมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ เต็มที่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมแล้ว ขอให้ ทุกคนมั่นใจว่าคนพรรคภูมิใจไทยมีเลือด นักสู้ในทุกอณูของพวกเราที่พร้อมจะรับใช้บ้านเมือง

ตั้งเป้ายึดอยุธยา-ทั้งปท.เกิน 100
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า เรามาที่อยุธยา เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผู้แทนครบทั้ง 5 เขตของอยุธยา จากที่มีตอนนี้ 2 คน และวันนี้มาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อยุธยาเขต 3 อีก 1 คน คือ น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ยืนยันว่าเรามีความตั้งใจรับใช้ประชาชนเพื่อให้อยุธยา ขับเคลื่อนไปในมิติทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชนมีเขตเลือกตั้ง 5 เขต มีส.ส. 5 คน นั่นคือเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งเป้ากวาด 5 เก้าอี้ส.ส.อยุธยาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แม่ทัพคือนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.อยุธยา ที่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงพื้นที่ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะสร้างนโยบายให้ประชาชนมั่นใจ และเชื่อใจ เพื่อให้ได้ส.ส. ยกอยุธยาเข้าไปทำงานให้กับบ้านเมือง ช่วยกันผลักดันนโยบาย และการออกกฎหมายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อประเทศโดยรวม

ต่อข้อถามว่าตั้งเป้าได้ส.ส.ทั้งประเทศไว้เท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า หวังจะได้ส.ส.ครบทุกเขตที่พรรคส่ง เชื่อว่าจะได้เกิน 100 คนอย่างแน่นอน เพราะพรรคภูมิใจไทยจะต้องส่งผู้สมัครที่มีความทุ่มเท เสียสละ มีคุณภาพ เข้าใจ และเข้าถึงประชาชน มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยเป็นแพ็กเกจรวม ส่วนคนไม่ดียืนยันว่าพรรคจะไม่ส่ง ต่อให้มีความแข็งแกร่งในพื้นที่มากแค่ไหนก็ตาม หากจะเข้ามาเพื่อกอบโกยเราก็ไม่สนับสนุน เพราะพรรคภูมิใจไทยเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ชงหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันส่งชื่อนายอนุทินเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อนายกฯ 1 คน ซึ่งเป็นใครก็ได้ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ไม่เฉพาะเจาะจงคนนั้นคนนี้ แต่ข้อปฏิบัติที่พรรคยึดถือ และมีความมั่นคงตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา ไม่ใช่เฉพาะตอนเป็นรัฐบาล เพราะสมัยเป็นพรรคเล็กๆ เราก็มีความเป็นปึกแผ่น และยังดำรงเรื่องนี้มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เราทำงานได้สำเร็จ และไม่มีความแตกแยก

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็นพรรคขนาดใหญ่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใหญ่แบบไหนจะเป็นแบบรวมกันแล้วใหญ่ หรืออยู่กันแบบนี้ที่เป็นปึกแผ่นและมีความสามัคคี เราจะใหญ่ตรงที่ไปทำงานอะไรก็สำเร็จ เน้นตรงนี้มากกว่า พรรคจะใหญ่จะเล็กอยู่ที่ประชาชน แต่มั่นใจว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ หายใจเข้าหายใจออกก็เป็นเรื่องของประชาชนและชาติบ้านเมือง มั่นใจว่าผลงานจากการพูดแล้วทำเกิดขึ้น และจับต้องได้ จึงหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้ทำงานเป็นตัวแทนต่อไป

ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.อยุธยา กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยส่งชื่อนายอนุทินเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน เพราะมีความพร้อมทุกอย่าง

ปชป.จัดประชุม-จี้ถามปม‘ปริญญ์’
เมื่อเวลา 13.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม มีแกนนำพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ขณะที่สมาชิกพรรคบางส่วนประชุมผ่านระบบซูม เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นต้น

ก่อนการประชุม ว่าผู้สมัครส.ส. และสมาชิกภาคอีสาน ได้มาขอรดน้ำดำหัว พร้อมนำผ้าขาวม้าสีแดงมาผูกเอวนายจุรินทร์ พร้อมยกมือตะโกนว่า “อีสานสู้ๆ”

เวลา 15.00 น. นายจุรินทร์แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุมมีสมาชิกเพียงคนเดียวที่ได้สอบถามกรณีที่มีการเรียกร้องให้กก.บห.ทั้งหมดรับผิดชอบกรณีคดีของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรและได้ดำเนินการอะไรบ้าง ซึ่งตนได้ชี้แจงแทน กก.บห.ให้เข้าใจ ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งโดยมีน.ส.รัชดา ธนาดิเรก เป็นประธาน และบุคคลภายนอกพรรคที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชน บทบาทสตรี และผู้ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งจะได้ไปช่วยดูถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และในอนาคตจะหาทางป้องกันปัญหา แก้ไขปัญหาอย่างไร และปรับปรุงแก้ไขอย่างไรบ้าง ซึ่งอาจจะกลายเป็นตัวแบบสำหรับทุกพรรคการเมืองต่อไปในอนาคตก็เป็นได้

ส่วนประเด็นคนนำไลน์กลุ่มภายในพรรคไปเผยแพร่ข้างนอก ได้แจ้งให้ทราบแล้ว เช่นเดียวกันว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคตด้วย โดยมีนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ดำเนินการ

หนุน‘อู๊ดด้า’ – กลุ่มส.ส.พรรคปชป.ชูกำปั้นให้กำลังใจนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค สู้กับปัญหาที่รุมเร้าพรรค หลังเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

‘อู๊ดด้า’ยันกก.บห.ไม่หนีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะไม่ลาออกจากก.บห. นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนพูดเรื่องนี้ไปแล้วว่า ความรับผิดชอบถ้าเลยขอบเขตก็จะกลายเป็นความไม่รับผิดชอบ ฉะนั้นสิ่งที่ได้ทำไปคือ เมื่อปัญหาเกิดใน ยุคเรา ตนไม่ปัดความรับผิดชอบ และมีหน้าที่ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้ เราไม่ได้หนีปัญหา นี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมา หรือแม้แต่ในกรณีที่นายวิทยา แก้วภราดัย ออกมายกตัวอย่างในยุคที่ดำรงตำแหน่ง เป็นรมว.สาธารณสุข เคยถูกกล่าวหาทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง เขาได้แสดงความ รับผิดชอบและสปิริต ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

สิ่งที่ตนจะเรียนย้ำคือ กก.บห. ก็ไม่ลาออก แต่กก.บห.ชุดนั้น ไม่ได้หนีปัญหา และเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาด้วยการประชุมกก.บห. และมีมติในการที่จะให้ปรับครม. ซึ่งตนเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากมติพรรค ให้ปรับจากรมว.ศึกษาธิการ ไปเป็นรมว.สาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาในกระทรวงสาธารณสุขจากการที่นายวิทยาลาออกในครั้งนั้น นั่นเป็นมาตรฐานหรือสิ่งที่เราเคยปฏิบัติ มายุคนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนมาตรฐาน และยุคนี้ก็ได้ปฏิบัติไปตามนั้น

เมื่อนายปริญญ์เป็นผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค กก.บห. ก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบจนเกินเลยขอบเขตของการรับผิดชอบ จนกลายเป็นการหนีความรับผิดชอบอย่างที่ได้เรียนไป และกก.บห. มีหน้าที่ที่จะแก้ไขปัญหา นี่คือที่มาของการตั้งคณะกรรมการชุดของน.ส.รัชดา

เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 77
ต่อข้อถามว่า คิดว่าปัญหานี้จะจบหรือไม่เพราะหลายคนมองว่าเป็นระเบิดเวลา นาย จุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอตอบตรงนั้น เมื่อเรามีหน้าที่อะไรมีปัญหาเกิดขึ้นเราก็ต้อง รับผิดชอบด้วยการแก้ปัญหา ทุกวิกฤตมีโอกาส ฉะนั้นไม่ได้แปลว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์เจอปัญหานี้แล้วจะเดินหน้าต่อไม่ได้ หรือพรรคประชาธิปัตย์จบแล้วเหมือนที่บางคนพยายามพูดให้เป็นอย่างนั้น ทุกยุคทุกสมัยก็มีปัญหาเกิดขึ้น และกก.บห.ที่สมาชิกทั่วประเทศเลือกมาก็มีหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหา เป็นอย่างนี้ทุกองค์กรไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ ในรัฐบาลก็มีปัญหาไม่ใช่ไม่มี คนเป็นนายกฯ หรือรัฐมนตรี ต้องมีหน้าที่ต้องไปแก้ปัญหา เพราะเขาเลือกขึ้นมาเป็น ผู้บริหารพรรค หรือผู้บริหารองค์กร เพื่อให้ไปแก้ปัญหา ไม่ใช่หนีปัญหา

ขอขอบคุณสมาชิกจากทุกภาคทั่วประเทศ ที่เข้ามาให้กำลังใจตนและกก.บห. ขอขอบคุณทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ สิ่งที่ตนและกก.บห. จะทำได้ดีที่สุดคือเราต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด และสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อนำพาพรรคให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ ฉะนั้นจะต้องพลิกวิกฤตนี้ ให้เป็นโอกาสในการที่จะนำพรรคเดินไป ข้างหน้าต่อไป แล้วส่งไม้ต่อให้คนรุ่นต่อไป และคนรุ่นใหม่ให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุดต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต

เมื่อถามว่าหากมีกก.บห. ลาออกเพราะเรื่องนี้ จะดำเนินการอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละคน เราต้องเคารพการตัดสินใจของทุกคน และอย่างที่ตนพูดว่าในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส เมื่อเราไม่ประสงค์ให้ใครออกจากพรรค แต่เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็มีหน้าที่ต้องหาคนใหม่เข้ามาทดแทน ทุกองค์กรมีเข้ามีออก ไม่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ยั่งยืนยงมา 76 ปีแล้ว กำลังเดินหน้าสู่ปีที่ 77

เผย‘สาทิตย์’ไล่บี้-‘ติ่ง’จ่อไขก๊อก
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุม ครั้งนี้ ได้พิจารณาตามระเบียบวาระปกติ เมื่อดำเนินการถึงวาระที่ 3 เรื่องแผนยุทธศาสตร์ของพรรค 10 แผน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวต่อที่ประชุม ว่า รู้สึกติดใจแผนข้อที่ 8 และข้อที่ 9 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาคทางเพศ ที่พรรคได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตลอด หัวหน้าพรรคในฐานะที่ผลักดันบุคคลนี้เข้ามา และ มีปัญหาในเรื่องจริยธรรม แม้จะแถลงขอโทษ แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบเท่าที่ควร เช่นนี้สังคมจะเชื่อถือพรรคได้อย่างไร

“ยังมีประเด็นแช็ตไลน์ของกก.บห.หญิงคนหนึ่งที่กล่าวหาบุคคลภายในพรรคกับส.ส.ของพรรคในเชิงลักษณะชู้สาว สร้างความเสียหายมาก แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินการ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง หัวหน้าพรรคต้องลงโทษผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าว ที่ผมพูดเรื่องนี้ เพราะคาดว่ากรณีแช็ตไลน์จะส่งผลกระทบต่อพรรคในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าอย่างมาก ทั้งสองกรณีนี้เชื่อมโยงถึงการแสดงความ รับผิดชอบของผู้นำพรรค ผมรู้ว่าตำแหน่งนี้ได้มายาก แต่ตำแหน่งไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับเกียรติภูมิและอุดมคติ กับจุดยืนทางจริยธรรมของพรรค” นายสาทิตย์กล่าว

นายจุรินทร์ตอบกลับว่า ตนไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการแถลงขอโทษและลาออกจาก คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ทั้ง 2 ชุดแล้ว ส่วนกรณีนายปริญญ์ก็ได้แสดงความ รับผิดชอบไปแล้ว ถ้าตนลาออกก็เป็นการ ทิ้งปัญหาพรรค

ขณะที่มีส.ส.อีกหลายคนขออภิปราย เรื่องนี้ อาทิ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก แต่มีการปิดไมค์ไม่ให้พูด และนายจุรินทร์ได้สั่งปิดการประชุม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเป็นความผิดปกติของการประชุมใหญ่พรรค ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีการปิดไมค์ไม่ให้สมาชิกแสดงความเห็น และจะเปิดให้สื่อมวลชน ร่วมสังเกตการณ์ แต่ครั้งนี้ให้เข้าเก็บภาพบรรยากาศในการประชุมตอนต้นเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ได้เกิดกระแสข่าวว่า ติ่ง-น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ อาจจะขอ ลาออกจากกก.บห. หลังถูกวิจารณ์อย่างมากจากที่ส่งข้อความในแช็ตไลน์กลุ่มของกก.บห.

ผอ.ยันซูมหลุด-เปล่าปิดไมค์
น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนในฐานะ ผู้อำนวยการพรรค ที่ดำเนินการประชุมครั้งนี้ ขอชี้แจงว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ซูม) มีสมาชิกในระบบซูมจำนวน 200 คน และมีสมาชิกในห้องประชุม 100 คน ในขณะที่มีการดำเนินการประชุมอยู่นั้นมีสมาชิกคือ นายสาทิตย์ เพียงผู้เดียวที่ยกมือขออภิปราย ซึ่งการประชุมทางซูมนั้นการยกมือ คือการแสดงสัญลักษณ์รูปภาพที่ต้องกดที่หน้าจอรูปมือสีเหลือง ขณะที่นายสาทิตย์แสดงสัญลักษณ์เพื่อขออภิปรายนั้นระบบได้หลุดไปเป็นเวลาเกือบ 10 นาที แต่องค์ประชุมยังรอให้นายสาทิตย์ติดต่อเข้ามาอีกครั้งเพื่ออภิปรายประเด็นนั้นจนจบ

“ผมในฐานะผู้รับผิดชอบจัดงานครั้งนี้ ขอยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ไม่มีการปิดกั้นการอภิปรายการประชุม และไม่มีการห้ามสมาชิกพูดแต่อย่างใด” น.ต.สุธรรมกล่าว

‘สุวัจน์’ดัน‘เทวัญ’กู้แชมป์โคราช
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมแคนทารี่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานเปิดการประชุมมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค แกนนำพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมคับคั่ง

ที่ประชุมเห็นชอบปรับปรุงโครงสร้าง ของพรรค ยกเลิกตำแหน่งประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษา และให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค 4 ด้านคือ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านเทคโนโลยี มาทำหน้าที่แทน โดยนายสุวัจน์ได้รับฉันทานุมัติให้เป็นประธานพรรค ซึ่งจะเป็นประธานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน เพื่อจัดทำนโยบายและข้อเสนอแนะในการบริหารงานของพรรคให้ทันกับการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองและสร้างความอยู่ดี กินดี ให้กับพี่น้องประชาชน

นายสุวัจน์กล่าวถึงกรณีที่มีการนำป้ายรูปนายเทวัญ มาติดทั่วเมืองโคราช จนมีกระแสว่าอาจลงสมัครส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ว่า ยังไม่สามารถพูดอะไรอย่างเป็นทางการได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับมติของกก.บห. แต่ความเห็นส่วนตัวพรรคชาติพัฒนาเคยยึดพื้นที่ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 มาอย่างยาวนาน เพิ่งมาเสียแชมป์เมื่อสมัยเลือกตั้งล่าสุด การเลือกตั้งครั้งนี้ คาดหวังว่าจะต้องทวงแชมป์กลับคืนมาให้ได้ ก็ต้องหาตัวผู้สมัครที่ดีที่สุดลงชิงชัย ตนเห็นว่านายเทวัญเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน

“การเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคชาติพัฒนาคาดหวังว่าจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ในโคราชได้อีกครั้ง ส่วนจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในพื้นที่ เมื่อผมและพรรคชาติพัฒนาเกิดที่โคราช ผมก็พร้อมที่จะสู้ตายอยู่ที่โคราชเช่นกัน ขอเอาโคราชเป็นเรือนตายสำหรับตนเอง เที่ยวนี้พรรคชาติพัฒนาจะต้องคัมแบ๊ก เพื่อกลับมาสร้างยุคทองให้กับเมืองโคราชให้ได้อีกครั้ง” นายสุวัจน์กล่าว

ลุยทุ่งกุลา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายชัชวาล แพทยาไทย คณะทำงานด้านการ เกษตร และทีมงานจังหวัดร้อยเอ็ด-ยโสธร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาเกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

‘เสรีพิศุทธ์’ฝันชิงนายกฯ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. พรรคเสรีรวมไทย(สร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม พร้อมเปิดตัวสมาชิกพรรคและคณะทำงานที่สำคัญ ได้แก่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรค, นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เป็นประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่น, ส.อ.ณรงค์ อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม, นางเบญจวรรณ สุจริต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตด์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค และนายกษิติ กมลนาวิน คอลัมนิสต์

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า พรรคเสรีรวมไทยจะได้ส.ส.เข้าสภา 25 คน ซึ่งเพียงพอที่จะสนับสนุนชื่อตนให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเลือกเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าตนพร้อมจะลงส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อได้สิทธิช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งทุกพื้นที่ได้ และถ้าพี่น้องประชาชนคนไทยอยากให้เสรีพิศุทธ์เป็น นายกฯ ก็เลือกมาเลยทั้งคนทั้งพรรคจะได้จบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดอย่างไรที่ต้องแข่งเป็นนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์ นั้นหมูๆ ไม่มีอะไรหรอก จะอยู่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เค้าไม่เอาก็จบแล้ว”

สอท.เร่งเฟ้นผู้สมัครส.ส.
วันเดียวกัน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ลงพื้นที่จ.แพร่ พร้อมแกนนำพรรค เพื่อเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้พลังงานทดแทนโรงเรียน เชตวัน และรับฟังข้อเสนอเชิงนโยบายจากผู้นำชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน ปราชญ์ชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ 9 จังหวัดในภาคเหนือ

นายสนธิรัตน์กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไปว่า ในการประชุมใหญ่พรรคเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ได้ตั้งขุนพล 5 ภาค ที่จะมาดูแลการหาเสียงเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ ยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมของผู้สมัคร นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการการพิจารณา ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยมีผู้สมัครเข้ามามากในแต่ละพื้นที่ จึงต้องมีกระบวนการคัดเลือกคนที่เหมาะสม เป็นคนที่ประชาชนยอมรับและให้ความ ไว้วางใจ มีอุดมการณ์ที่จะสร้างอนาคตประเทศไทยไปพร้อมกับพรรค

เมื่อถามว่าพรรคคาดหวังจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า วันนี้ยังเร็วไปที่จะตอบว่าจะเป็นอะไร พรรคจะพิจารณาจากผลการเลือกตั้ง และยังไม่ทราบว่าประชาชนจะมอบความไว้วางใจให้พรรคใด ขอให้มั่นใจว่าเราเคารพในเสียงของพี่น้องประชาชน

พปชร.จ่อตั้งทีมศก.เสริมทัพรบ.
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในการประชุมกก.บห. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ได้พิจารณาเตรียมตั้งทีมเศรษฐกิจ เข้ามา เสริมทัพการทำงานของรัฐบาล เพื่อกำหนดมาตรการระยะสั้นในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในภาวะค่าครองชีพที่สูงจากระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น

“ขณะนี้การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้รุนแรงมากนัก และในที่สุดจะเป็นโรคประจำถิ่นในไม่ช้า จึงต้องเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป ดังนั้นการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจที่จะเข้ามาเสริมทัพ จะมีส่วนสำคัญที่จะเข้ามาหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน หลังจากนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมา กินดีอยู่ดีโดยเร็ว” นายสันติกล่าว

นายสันติกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะจัดให้มีการประชุมหารือในเร็วๆ นี้เพื่อรับฟังปัญหาและแนวทางในการนำไปตกผลึกเพื่อจัดทำเป็นนโยบายระยะสั้น โดยจะดึงผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจในสาขาต่างๆ เข้ามาเป็นทีมงาน และทำการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ ทั้งในและต่างประเทศที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อจะได้กำหนดเป็นแนวทางของพรรคเพื่อเข้าแก้ปัญหาใน ทุกมิติ ทั้งเรื่องราคาสินค้า การส่งเสริมการประกอบอาชีพ เสริมความรู้ให้เยาวชนให้ทันนวัตกรรมของโลกเพื่อให้ไทยก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

‘ธรรมนัส’เผยพ.ค.โชว์หน.ศก.
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก แนะนำที่ทำการพรรคเศรษฐกิจไทย หลังจัดประชุมใหญ่วิสามัญ เลือก กก.บห.ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. โดยระบุว่า แม้ว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะเป็นพรรคใหม่ แต่ทีมงานส่วนใหญ่มีประสบการณ์ ไม่ต่ำกว่า 20 ปี ที่ผ่านมามีคนถามว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคเศรษฐกิจไทย อันนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะเป็นไฮไลต์สำคัญที่จะเปิดตัวในเดือนพ.ค.นี้

เปิดชื่อมาก็เปรี้ยงเลย ในประเทศไทยมี ไม่กี่ท่าน ที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การตลาด ต้องเป็นบุคคลสำคัญที่มีประสบการณ์แก้วิกฤตขององค์กรแต่ละองค์กร รวมทั้งเคยบริหารบ้านเมืองมาก่อน ขอให้มั่นใจพรรคเศรษฐกิจไทย เนื่องจากบุคคลที่อยู่ข้างหลัง ล้วนเป็นคนที่สังคมให้ความเชื่อมั่น ที่จะนำพาประเทศชาติรอดได้

ส่วนตัวผู้สมัครมีเกือบทุกเขต แต่ละเขตมีผู้เสนอตัวไม่น้อยกว่า 4-5 คน จึงต้องคัดคนที่มีความรู้ ความสามารถเป็นตัวแทนของประชาชนได้ ด้านนโยบายของพรรค ไม่อยากทำนโยบายหลากหลาย จนไม่สามารถจับต้องได้ โดยจะเอาสิ่งที่ใกล้ตัวคนไทย นำเสนอให้แต่ละภาค แต่ละจังหวัด เกิดความหวังและฝากความหวังไว้กับพรรคเรา ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด แต่บางพรรคครั้งนี้จะกลับมายาก เพราะทำนโยบายขายฝัน ทิศทางการเมืองเราชัดเจน จะกลายเป็นพรรคที่เป็นความหวังของคนทั้งแผ่นดิน ที่ผ่านมากระแสตอบรับดีมาก จนไม่คาดคิดว่าจะดีขนาดนี้ ทำให้เกิดกำลังใจกับตัวเอง และเชื่อว่าหัวหน้า กก.บห. ทุกคนมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ขอบคุณที่ให้เกียรติพรรคเรา เราจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังและจะทำให้ดีที่สุด

‘จุรีพร’ร้อนใจ-คืนรองเท้าหรู
จากกรณีนางจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ แถลงข่าวคลิปหวย 15 ล้านบาท ที่เป็นบทสนทนากับนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โดยนำรองเท้าแบรนด์ เนมกุชชี่ แบบหญิง และรองเท้าแบรนด์เนมหลุยส์ วิตตอง แบบชาย ออกมาโชว์ เพื่อเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น วันรู้จักกับนายสุดสยาม มากแก้ว หรือนายกิ๊ก ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคน อัดคลิปดังกล่าวว่าได้นำรองเท้าดังกล่าวมาให้

จึงเกิดเสียงวิจารณ์ว่านางจุรีพรอาจกระทำการขัดพ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ ที่กำหนดมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท แต่หากรับมาแล้ว ต้องทำรายงานแจ้งผู้บังคับบัญชาภายใน 30 วัน เพื่อวินิจฉัยว่าเหมาะสมหรือไม่ และควรเก็บรักษาไว้หรือไม่ หากไม่กระทำ ถือเป็นความผิดตามมาตรา 128 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน หกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กระทั่งเวลา 15.40 น. วันที่ 22 เม.ย. นางจุรีพรได้นำรองเท้าแบรนด์เนมมาคืนที่สำนักเลขาธิการนายกฯ

นายจุรีพรกล่าวว่า เมื่อเรื่องเกิดขึ้นรู้สึกร้อนใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เมื่อได้รับคำแนะนำจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จึงรีบจองตั๋วเครื่องบินจากจ.ร้อยเอ็ด นำสิ่งของทั้งหมดมาคืนยังสำนักเลขาธิการนายกฯ ต้นสังกัด และจะจำเรื่องราวทั้งหมดไว้เป็นบทเรียน จากนี้จะเดินหน้าติดตามคดีเรื่องการปล่อยคลิปเสียงทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อไป

“ยืนยันว่าเจอนายกิ๊กครั้งแรกวันที่ 13 มี.ค. ที่จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่ได้มีการมอบอะไรให้กัน มาเจอกันอีกครั้งวันที่ 28 มี.ค. ที่นายกิ๊กนำรองเท้ามาให้ เมื่อเป็นประเด็นจึงรีบนำของมาคืนต้นสังกัดในวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งถือว่าไม่เกินกรอบ 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างแน่นอน” นางจุรีพรกล่าว

‘สมชัย’จี้ป.ป.ช.ตั้งกรรมการสอบ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า กรณีของนางจุรีพรนั้นท่านเคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในโอกาสแรกว่าได้มาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. ฉะนั้นการที่จะมาบอกว่าได้มาภายหลังนั้นจะต้องไปพิสูจน์กับเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นไปตามที่บอกหรือไม่ แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นการทำผิดประกาศของป.ป.ช. แล้วเนื่องจากต้องส่งรายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับของที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทให้กับผู้บังคับบัญชาภายใน 30 วัน ถ้านับจากวันที่ 13 มี.ค. ถือว่าเกิน 30 วันแล้ว

เรื่องนี้ถือว่าอยู่ในมือของป.ป.ช. แล้ว เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เรียกนางจุรีพรมาพบ รวมถึงดูพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะบอกว่าเพิ่งมาได้วันหลังแล้วจำวันผิด แบบนี้ดูง่ายเกินไป

ส่วนตัวจะดูท่าทีของป.ปป.ช.ก่อนว่าเอาจริงเอาจังเรื่องนี้หรือไม่ ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง ตนจะยื่นให้มีการไต่สวนป.ป.ช. และสิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้หากเห็นว่าป.ป.ช. ทำผิดก็สามารถเข้าชื่อกันได้ 20,000 รายชื่อ เพื่อยื่นให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระไต่สวนป.ป.ช.ได้ว่ามีการทำผิดประกาศของป.ป.ช.เอง นี่คือเรื่องใหญ่ จึงขอให้ป.ป.ช.ดูเรื่องนี้ให้ดีและมีการตัดสินใจเริ่มดำเนินการไต่สวน นางจุรีพรต้องมีแอ๊กชั่นต้องกระทำ หากไม่กระทำจะถือว่ามีความผิด คาดว่าไม่เกินสัปดาห์น่าจะเพียงพอที่จะรอ

สุรพล’เล็งฟ้องม.157 กกต.
นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 8 สมัย เผยกรณีศาลจังหวัดฮอดพิพากษาให้ชนะคดีแพ่ง และสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง รวม 14 คน ชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยา รวม 64.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมเป็นเงิน 70 ล้านบาท ว่าทางพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมทีมทนายความเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ที่พรรค เพื่อไทย ถึงคำพิพากษาศาลดังกล่าวว่ามีทิศทางและผลกระทบอย่างไรบ้าง โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พร้อมผู้บริหารพรรคร่วมชี้แจง โดยให้ทีมทนายความชี้แจงประเด็นทางกฎหมาย และตอบข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ

กรณีดังกล่าวเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ภายหลังจากศาลฎีกายกคำร้องกรณีที่ถูกร้องเรียนบูชาเทียนทำบุญวันเกิด จำนวน 2,000 บาท และศาลแพ่งให้ชนะคดีดังกล่าว ทำให้พรรคสูญเสียที่นั่ง ส.ส.ในสภา มีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล หรือตรวจสอบ อภิปราย การลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล รวมทั้งการเสนอและแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชน ที่สำคัญทำให้ตนพลาดเป็น ส.ส.สมัยที่ 9 ของเชียงใหม่ด้วย

ส่วนการฟ้อง กกต.และเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมาจากการใช้อำนาจในทางมิชอบ หรือกลั่นแกล้งผู้สมัครนั้นต้องหารือกับพรรคและทีมทนายความก่อนว่าดำเนินการทางกฎหมายอย่างไร เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง หรือเป็นบรรทัดฐาน เพื่อให้ กกต.วินิจฉัยอย่างบริสุทธิ์และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง ส่วนการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้ายืนยันลงสมัครพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

‘ดร.เอ้’ฟิต-เดินตลาดแต่เช้า
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. บรรดาผู้สมัครต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง

เวลา 05.30 น. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 เดินแนะนำตัวหาเสียงที่ตลาด วงเวียนใหญ่ และตลาดวัดเศวต พร้อมนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล หรือบ๊วย ผู้สมัคร ส.ก. เขตคลองสาน หมายเลข 1

นายสุชัชวีร์กล่าวถึงการเดินหาเสียงว่ารู้สึกตื่นเต้น เมื่อคืนที่ผ่านมานอนไม่หลับแม้จะหาเสียงจนจำวันคืนไม่ได้ แต่จดจำรอยยิ้มและการต้อนรับอย่างดีจากพี่น้องประชาชนในเขตคลองสานที่มีทั้งกวักมือเรียกมาคุย ขอถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง สามารถจดจำนโยบาย “ไวไฟฟรี 150,000 จุด” ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนายสุชัชวีร์ยังชูการแก้ปัญหาอื่น อาทิ ปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่า ที่ตั้งใจจะนำวิธีการแก้ปัญหาที่ทั่วโลกทำแล้ว หรือ world class solution มาแก้ปัญหาซ้ำซากในกทม.สักที ให้ปัญหาจบที่รุ่นเรา ไม่ส่งต่อปัญหาให้ลูกหลาน

‘อภิรักษ์’มาแล้ว-ร่วมขบวนพี่เอ้
ขณะที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม. และส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงของ นายสุชัชวีร์ในวันที่ 24 เม.ย.ว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. จะมาร่วมนำขบวนหาเสียงให้กับนาย สุชัชวีร์ พร้อมด้วยผู้สมัครส.ก.ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัครส.ก.เขตประเวศ หมายเลข 3 ร.ต.อ.ไพศาล มั่งมี ผู้สมัครส.ก.สวนหลวง หมายเลข 7 และนายพลาวุฒิ เลิศศิลาทอง ผู้สมัครส.ก.บางนา หมายเลข 1 ที่สวนหลวง ร.9 ตั้งแต่เวลา 05.45 น.เป็นต้นไป

จากนั้นจะขึ้นรถแห่ออกจากสวนหลวง ร.9 ไปยังตลาดสดบุญเรืองฯ (วัดตะกล่ำ) ซ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซ.22 และเข้าวัดตะกล่ำ วนเข้าหมู่บ้านเคหะนคร แปลง 2 ออกมายังชุมชนชอุ่ม 2 แล้วออกถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อไปยังหมู่บ้านอิมพีเรียล รับฟังปัญหาของหมู่บ้านเกี่ยวกับกลิ่นขยะซึ่งมาจาก โรงขยะ 800 ตัน

‘ชัชชาติ’ตีปี๊บ‘บริหารจัดการดี’
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 เดินหน้าหาเสียง 30 วันก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยได้ลงพื้นที่เขตรามอินทราและเขตบึงกุ่ม เดินตลาดเช้าสายเนตร รามอินทรา 77 ก่อนมุ่งหน้ารับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชนในพื้นที่หลายแห่ง เช่น ชุมชนเปรมฤทัย 1 ชุมชน บ.ก.ทหารสูงสุด ชุมชนสุเหร่าแดง ชุมชนวิมานสุขรับฟังปัญหาเส้นเลือดฝอยชุมชนพื้นที่รอบ นอกกทม. และชูนโยบาย “บริหารจัดการดี” กระจายอำนาจชุมชนร่วมกำหนดงบประมาณ กทม. พร้อมเพิ่มเงินสนับสนุนพร้อมปรับเงินเป็นรายปี หวังชุมชนมีอำนาจพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยได้ในระยะยาว

นายชัชชาติกล่าวว่า นโยบาย “บริหารจัดการดี” 1 ใน 9 มิติการพัฒนาเมืองน่าอยู่เพื่อทุกคนของทีมเพื่อนชัชชาติ ด้วยการ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณ กทม.ต้องจัดงบประมาณที่ชุมชนมีสิทธิตัดสินใจเลือกโครงการเอง กระจายอำนาจให้ชุมชน สอดคล้องกับนโยบายของเราในการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนตัดสินใจ อาจอยู่ในรูปแบบของการตัดสินใจด้าน งบประมาณ หรือในรูปแบบกองทุนที่ลงมาในพื้นที่เลย เพื่อให้ชุมชนมีสิทธิตัดสินใจ เองว่าต้องการพัฒนาอะไร

‘อัศวิน’แจงงบคลองช่องนนทรี
เมื่อเวลา 07.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ลงพื้นที่ตลาดศักดิ์เจริญ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 เขตบางพลัด, ตลาดวัดเจ้ามูล ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 เขตบางพลัด พบปะประชาชนในชุมชนสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ตลอดวันจะ เดินทางไปพบประชาชน 3-4 แห่ง เพื่อมา บอกความตั้งใจว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ ที่มีคุณภาพดี หลายคนที่ลงสมัครเลือกตั้ง แต่อยากให้ประชาชนเลือกตนเพราะไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ และอะไรที่ทำงานไว้แล้วอยากจะมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดตกบกพร่อง และมาทำสิ่งใหม่ๆ ให้กับชาวกรุงเทพฯ

ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงเรื่องการปรับภูมิทัศน์คลองช่องนนทรีจนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้างและสร้างความเสียหายในช่วงนี้ว่า การออกแบบเป็นองค์กรที่เป็นน่าเชื่อถือระดับประเทศเป็นผู้ออกแบบไว้ การใช้ งบประมาณจริงๆ ของคลองช่องนนทรีที่บอกว่าหลายพันล้านไม่เป็นความจริง ทำไปเพียง 80 ล้าน วาทกรรมในการพูดมันพูดได้ แต่ให้ไปดูข้อเท็จจริงด้วยว่าใช้เงินไปเท่าใด ไม่ต้องอธิบายมาก ให้ไปดูเอาเอง ถ้าใช้เงิน 5-6 พันล้านได้แค่นี้ต้องเอาตนไปตัดคอแล้ว

‘สกลธี’เน้นความถี่การเก็บขยะ
ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 ใช้เวลาช่วงวันหยุดลง พื้นที่หาเสียงตลาดย่านเขตสายไหม ยังคงชูประเด็นฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของชาวกทม. รวมทั้งการจัดการปัญหาด้านการจราจร และระบุว่าจากที่เดินพบปะประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องให้ช่วยจัดการเรื่องขยะ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องจัดเก็บ เพราะความถี่ในการจัดเก็บไม่มากพอจึงทำให้มีผลกระทบต่อท่อระบายน้ำ ถ้าตนได้เป็นผู้ว่าฯ จะแก้ไขปัญหานี้ทันที เพราะเท่าที่ฟังและเดินพบปะพี่น้องชาวตลาด รวมไปถึงชุมชนต่างๆ เห็นว่าปัญหาขยะยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องรีบแก้ไข

ที่ตลาดศิริเกษม เขตบางแค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรค ก้าวไกล หมายเลข 1 ไปพบปะและแนะนำตัวกับพี่น้องประชาชน และกล่าวว่า ตนเคยมาที่ตลาดศิริเกษมหลายครั้ง เห็นได้ชัดเจนว่าไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน เป็นภาพที่สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ตนไม่อยากปล่อยให้คนในกทม.ดิ้นรนแบบนี้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยโอบอุ้มให้ชีวิตคนกทม.ดีขึ้น ซึ่งในตลาดศิริเกษมนี้เห็นผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของด้วย แววตาที่โศกเศร้ากับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตนขอเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ในการทำให้คุณภาพชีวิตคนกทม.ดีขึ้น

น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 11 เดินพบปะพี่น้องชุมชนคลองเตย เขตวัฒนา เช่น ชุมชนล็อก 123 ชุมชนริมทางรถไฟ ชุมชนแฟลต 1-10 และชุมชนน้องใหม่ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมือง จึงมีความคุ้นเคยกับวิถีของชุมชน คุ้นเคยกับภูมิศาสตร์ต่างๆของพื้นที่ ที่สำคัญยังคุ้นเคยกับพี่น้องประชาชนชาวคลองเตยทุกคน จึงเข้าใจดีว่าปัญหาของชาวคลองเตยเป็นอย่างไร และจะต้องแก้แบบไหนเพื่อให้ตรงตามความต้องการของชาวชุมชน จึงขอโอกาสได้เข้าไปรับใช้พ่อแม่พี่น้องทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน