ห่วงเด็กต่ำกว่า 5 ขวบป่วย-ตายพุ่ง ชงฉีดวัคซีนเชื้อตายให้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบเหมือนต่างประเทศ ยอดโควิดลดต่อเนื่อง ป่วยเหลือ 1.3 หมื่น แต่ดับยังพุ่ง 120 เศร้าคร่าเด็ก 2 ขวบ 18 จังหวัดยังระบาดหนักเกิน 200 ราย ต่ำกว่าร้อยเพิ่มเป็น 37 จังหวัด สธ.จี้พาผู้สูงวัย 11.8% มาฉีดบูสต์เข็ม 3 หลังไม่ยอมรับวัคซีนอีก กลัวเกิดผลข้างเคียง สพฐ.เร่งฉีดวัคซีนให้ครู-นักเรียน ยันมุ่งเปิดเรียนออนไซต์เป็นหลัก 17 พ.ค. พร้อมกันทั่วประเทศ เด็กไม่ฉีดก็เข้าเรียนได้ ครม.ขยายเวลายกเว้นภาษี ATK อีก 9 เดือนถึงสิ้นปี อนุมัติร่างพ.ร.ฎ.ที่เกี่ยวข้องอีก 3 ฉบับ เชียงใหม่ ยอดป่วยเริ่มลด ขานรับโรคประจำถิ่น ‘อนุทิน’ มั่นใจคุมโควิดได้ ช่วยไทยเปิดประเทศกว้างมากขึ้น เชื่อ 1 พ.ค. เดินทางสัญจรทั่วโลกได้มากขึ้น ขอให้ภาคธุรกิจ โก ออน รับแห่เที่ยว ย้ำต่างชาติเข้าไทยต้องฉีดเข็มบูสต์ และทำประกันโควิด
โควิดลดเหลือ1.3หมื่น-2ขวบดับ
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,816 ราย สะสม 4,194,684 ราย หายป่วย 21,072 ราย สะสม 3,999,541 ราย เสียชีวิต 120 ราย สะสม 28,019 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 167,124 ราย อยู่ในร.พ. 43,880 ราย อยู่ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 123,244 ราย มีอาการหนัก 1,825 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 868 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 24.3%
ผู้เสียชีวิตมาจาก 49 จังหวัด เป็นชาย 68 ราย หญิง 52 ราย อายุ 2-106 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 98% กทม.สูงสุด 8 ราย ตามด้วยนครราชสีมา เชียงใหม่ จังหวัดละ 6 ราย, บุรีรัมย์ อุทัยธานี จังหวัดละ 5 ราย, อุดรธานี พิจิตร นครนายก กาญจนบุรี จังหวัดละ 4 ราย ที่เหลือจังหวัดละ 1-3 ราย โดยภาคกลางและตะวันออกสูงสุด 40 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 35 ราย ภาคเหนือ 18 ราย ภาคใต้ 12 ราย และปริมณฑล 7 ราย
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,373 ราย 2.สมุทรปราการ 483 ราย 3.บุรีรัมย์ 453 ราย 4.ชลบุรี 446 ราย 5.นนทบุรี 429 ราย 6.ขอนแก่น 359 ราย 7.ศรีสะเกษ 335 ราย 8.นครปฐม 321 ราย 9.สุรินทร์ 312 ราย และ 10.ร้อยเอ็ด 281 ราย โดยจังหวัดติดเชื้อเกิน 200 ราย มีอีก 8 จังหวัดคือ นครราชสีมา 275 ราย, กาญจนบุรี 268 ราย, ฉะเชิงเทรา 243 ราย, อุบลราชธานี 231 ราย, นครศรีธรรมราช 223 ราย, สมุทรสาคร 208 ราย, หนองคาย 207 ราย และอุดรธานี 202 ราย
ป่วยเกินร้อยเหลือ 22 จว.
ระดับเกิน 100 ราย ลดลงเหลือ 22 จังหวัด และจังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 37 จังหวัด โดยจังหวัดที่ติดเชื้อน้อย เช่น ชัยนาท 17 ราย, สมุทรสงคราม 16 ราย, ปัตตานี 14 ราย, นราธิวาส 9 ราย, แม่ฮ่องสอน 6 ราย, สตูล 5 ราย และลำพูน 1 ราย เป็นต้น
สำหรับการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 1 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 57 ราย ใน 17 ประเทศ โดยมาจากลาวมากที่สุด 14 ราย อังกฤษ 7 ราย เยอรมนี 6 ราย สิงคโปร์ 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 48 ราย แซนด์บ็อกซ์ 3 ราย กักตัว 6 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-25 เม.ย.2565 มีผู้เดินทาง 336,275 ราย ติดเชื้อ 1,631 ราย คิดเป็น 0.49% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 319,614 ราย ติดเชื้อ 1,448 ราย คิดเป็น 0.45% Sandbox 13,393 ราย ติดเชื้อ 138 ราย คิดเป็น 1.03% และกักตัว 3,268 ราย ติดเชื้อ 45 ราย คิดเป็น 1.38%
ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2565 จำนวน 59,820 โดส สะสม 132,693,207 โดส เป็นเข็มแรก 56,162,809 ราย คิดเป็น 80.7% เข็มสอง 51,027,660 ราย คิดเป็น 73.4% และเข็ม 3 ขึ้นไป 25,502,738 ราย คิดเป็น 36.7%
ครม.ยืดยกเว้นภาษี ATK
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ขยายมาตรการด้านภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายการซื้อชุดตรวจ ATK ของบริษัทต่างๆ ต่อไปอีก 9 เดือน ของปี 2565 โดยยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 50% ของรายจ่ายที่ซื้อชุดตรวจ ATK เพื่อรองรับการข้ามผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปสู่การเปิดประเทศ และฟื้นฟู เดินหน้าเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากวันนี้เราใช้ชุดตรวจ ATK มากขึ้นเรื่อยๆ เราจำเป็นต้องดูแล ช่วยเหลือตรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ครม.มีมติเห็นชอบร่วมกันในโครงการติดตั้งระบบโครงข่ายระบบโทรคมนาคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่รองรับระบบรถไฟความเร็วสูงได้ ซึ่งจะทำให้ระบบการควบคุมรถต่างๆ ทำได้ดียิ่งขึ้น ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนรถไฟได้เป็นอย่างดี รวมทั้งไม่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการเวนคืนที่ดิน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลา ได้แก่ 1.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการนำเข้ายา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ต้านโควิด-19 สำหรับบริจาคเป็นสาธารณกุศล ออกไปจนถึง 31 ธ.ค.2566 และ 3.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง จนถึง 31 ธ.ค.2565
โดยร่าง พ.ร.ฎ.3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยคาดว่ารัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 9 ล้านบาท 2.ร่างพ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการนำเข้ายา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ต้านโควิด-19 สำหรับบริจาคเป็นสาธารณกุศล) คาดว่าจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ภาษีประมาณปีละ 25 ล้านบาท และ 3.ร่างพ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนรายจ่ายค่าซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits)) ออกไปอีก 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2565 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบเร่งด่วน เพื่อใช้สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างของตนเอง คาดว่ารัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 1,715 ล้านบาท
นายธนกรกล่าวว่า การขยายระยะเวลามาตรการภาษีทั้ง 3 ฉบับ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษี รวมประมาณ 1,749 ล้านบาท แต่จะลดภาระภาษีแก่ผู้ประกอบการ ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยสนับสนุนการป้องกัน การระงับ และการยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งจะเป็นผลดีแก่สุขภาพประชาชน ตลอดจนเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
1 พ.ค.มั่นใจแห่เที่ยวไทย
ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แนวนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทย” ระหว่างเปิดงาน MICE DAY 2022:ไมซ์ไทย ก้าวสู่วันอันยิ่งใหญ่ ว่า จากนี้น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศไทย มีความมั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไทยเปิดประเทศได้กว้างขึ้น ต่างชาติและคนไทยเดินทางสัญจรได้ทั่วโลกมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้เป็นต้นไป โดยเตรียมพร้อมประเมินสถานการณ์ทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ถ้ามีเหตุใดก็ตาม มีองคาพยพเพียงพอบริการแก่ผู้ที่อยู่ในประเทศและผู้ที่เดินทางเข้ามา ทั้งนี้ สธ.เปิดประเทศไทยด้วยมาตรการ 3 พอ คือ ยาและเวชภัณฑ์พอ หมอ บุคลากรสาธารณสุขพอ และเตียงสถานพยาบาลพอ
“ถ้าไทย โอเพ่น อัพ โดยเฉพาะหลังโควิด เชื่อว่าโลกให้ความสนใจ ใครอยากมาเที่ยวต้องเลือกประเทศไทย เพราะป่วยมี ร.พ.รองรับ เราดูแลนักท่องเที่ยวดี แม้แต่ในร.พ.รัฐ ถือเป็นแหล่งดึงดูดอย่างหนึ่งให้คนมาไทย จากนี้เป็นต้นไปถึงเวลาทำให้ไทยกลับคืนสู่ ซูเปอร์เพาเวอร์ ขอให้ โก ออน ภาคธุรกิจจะเดินหน้าเรื่องใด ทำเลย ให้ความมั่นใจว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้ดำเนินชีวิตเหมือนสมัยก่อนมีโควิดหรือดีกว่า เพราะมีความพร้อมหลายด้านและมีแรงดึงดูดที่ทำให้คนสนใจใช้ไทย เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพักผ่อน เพื่อสุขภาพ ไม่ได้โม้ และไม่กล้าโม้ ต้องเกิดก่อนแล้วมาพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนที่เป็นแผนก็ทำต่อไป ทุกอย่างดำเนินไป ภาครัฐ เอกชน และความร่วมมือปะชาชนก็เต็มที่” นายอนุทินกล่าว
แจงไม่โละไทยแลนด์พาส
เมื่อถามว่าหลังยกเลิก Test&Go ภาคเอกชนเรียกร้องให้ยกเลิก Thailand pass นายอนุทินกล่าวว่า ไทยแลนด์ พาส เน้นพิสูจน์ว่าได้วัคซีนโควิดแล้วหรือไม่ อาจต้องใช้วิธีแบบสากลที่ใครเข้ามา ขอให้มีวัคซีนพาสปอร์ต ตรวจสอบได้ แต่ขอให้เป็นตามขั้นตอน และประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เพราะเมื่อทำแล้วไม่อยากจะถอยหลังอีก โดยวัคซีนพาสปอร์ตต้อง 3 เข็มเป็นอย่างน้อย เพราะเป็นยุคบูสเตอร์โดสแล้ว และต้องมีประกันสุขภาพก่อนเข้า มาด้วย
เมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะยกเลิกไทยแลนด์ พาส ในเร็ววันนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิ่งต้องทำทุกอย่างให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด แต่ต้องเลือกจังหวะเวลาให้เหมาะสม ต้องพร้อม เมื่อเปิดแล้วมีปัญหาก็ดูแลได้ควบคุมสถานการณ์ได้จะไม่มีปัญหาในระยะต่อไป
ผู้สูงวัย 11%ไม่ฉีดบูสต์
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลวันที่ 18 เม.ย.2565 จากฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวนเป้าหมาย 12,704,543 คน รับวัคซีนเข็มแรก 10,673,379 คน คิดเป็น 84% เข็มที่ 2 จำนวน 10,111,943 คน คิดเป็น 79.6% และเข็มที่ 3 จำนวน 5,010,964 คน คิดเป็น 39.4% ขณะที่ผลการสำรวจอนามัยโพลเรื่องพฤติกรรมการป้องกันโรคและความกังวลต่อการฉีดวัคซีนของกลุ่ม ผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 1-21 เม.ย.2565 พบว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีน และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครบแล้ว 88.2% แต่ยังคงมีผู้สูงอายุที่ยังไม่แน่ใจที่จะฉีดวัคซีนหรือคิดว่าจะไม่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอีก 11.8% สาเหตุเพราะกลัวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน 37.99% รองลงมา คิดว่าฉีดวัคซีน 1-2 เข็มก็เพียงพอแล้ว 19.44% และอยากศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนฉีด 10.51% ดังนั้นขอให้บุตรหลานพาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีนให้ครบโดส 3 เข็ม เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิตหากติดเชื้อ
ห่วงโอมิครอนคร่าต่ำ 5 ขวบ
ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 ในเด็ก ความสำคัญของโรค กับการป้องกัน ความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในเด็กในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าผู้ที่มีอายุมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ ความรุนแรงในเด็ก มักจะเป็นเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 5 ปี
หลังจากการระบาดสายพันธุ์โอมิครอน ตั้งแต่ต้นม.ค.เป็นต้นมา ข้อมูลเบื้องต้นของสธ. มีเด็กเสียชีวิต 51 ราย พบว่า 39 ราย อายุน้อยกว่า 5 ปี ส่วนอายุ 5 ปีขึ้นไป มีเพียง 12 ราย ในจำนวนนี้เด็กปกติที่ไม่มีโรคประจำตัว และเสียชีวิตส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กเล็ก ถึงแม้จะน้อยกว่าเด็กที่มีโรคประจำตัว ที่รายงานเบื้องต้น ในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี 29 ราย มีโรคประจำตัว 19 ราย เป็นเด็กที่แข็งแรงดี 10 ราย ในเด็กโตที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะมีโรคประจำตัว
เมื่อดูอัตราการป่วยตาย จะพบว่าในเด็กอายุเกิน 5 ปี อัตราการป่วยตายจะอยู่ที่ 1 ในหมื่นที่ป่วย เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กเล็ก 0-4 ปี อัตราการป่วยตาย ในเด็กปกติที่ไม่มีโรคประจำตัวจะอยู่ที่ 3 ในหมื่นราย และเด็กที่มีโรคประจำตัวจะอยู่ที่ 5 ในหมื่นรายที่เป็นโควิด ปัจจุบันไม่มีวัคซีนที่ให้ในเด็กกลุ่มนี้ เพื่อลดความรุนแรงของโรคลง วัคซีนในหลายประเทศ มีการฉีดให้ตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่เป็นที่ยอมรับ จะเป็นวัคซีนเชื้อตาย มีความปลอดภัย และมีการเผยแพร่ในวารสาร Lancet การตัดสินใจจะเอาวัคซีนมาใช้ในเด็ก 3-5 ปี ในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับหลายหน่วยงาน ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน ปกป้องชีวิตอันน่ารักของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี
เร่งฉีดให้ครู-นร.รับเปิดเทอม
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ณ วันนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2565 ดังนั้น ทุกโรงเรียนต้องเปิดพร้อมกันในวันที่ 17 พ.ค. โดยมีเป้าหมายคือทุกคนในโรงเรียนทั้งเด็ก ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปลอดภัย โดยสพฐ.ได้ออกแบบให้โรงเรียนมีความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของอาคารสถานที่ การเดินทาง และความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
นายอัมพรกล่าวต่อว่า ในส่วนการเตรียมการด้านความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมุ่งไปที่การฉีดวัคซีนป้องกันซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยจะรณรงค์ให้นักเรียนอายุ 5-11 ปี มาฉีดวัคซีนให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน จะรณรงค์ให้ครูรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น รวมถึงนักเรียนอายุ 12-18 ปี ที่จะต้องเชิญชวนมาฉีดวัคซีนเข็ม 2 และเข็ม 3 เพิ่มขึ้นด้วย
ย้ำมุ่งเปิดเรียนออนไซต์
“เป้าหมายการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2565 คือ ให้โรงเรียนเน้นจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์เป็นหลัก โดยโรงเรียนต้องประเมินตนเอง และเสนอไปยังคณะกรรมการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัดเพื่อขออนุญาตเปิด อย่างไรก็ตามศบค.ได้วางแผนไว้ว่าจะผลักดันให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นในเดือนก.ค.นี้ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเปิดเรียนออนไซต์ทั้งหมดจึงมีค่อนข้างสูง แต่โรงเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 ของสธ.ด้วย” นายอัมพรกล่าว
ส่วนที่ผู้ปกครองเป็นกังวลว่าเด็กไม่ฉีดวัคซีนจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนได้หรือไม่ นายอัมพรกล่าวว่า ยืนยันว่าเด็กทุกคนไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนก็มีสิทธิ์มาเรียนที่โรงเรียน แต่ถ้าผู้ปกครองยังไม่เชื่อมั่นจะเรียนอยู่ที่บ้านก่อนก็ได้ ซึ่งโรงเรียนต้องจัดการเรียนสอนรูปแบบอื่นให้นักเรียนแทน แม้แต่การตรวจ ATK ก็ไม่มีการบังคับให้นักเรียนตรวจ โดยจะตรวจเฉพาะกรณีที่พบนักเรียนมีไข้ มีอุณหภูมิสูง และมีความเสี่ยงเท่านั้น รวมถึงหากพบว่ามีนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ก็จะไม่มีการปิดทั้งโรงเรียน แต่จะใช้มาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่ สพฐ.จัดเตรียมไว้ให้
แอพฯดูแลเจอ-แจก-จบ
วันเดียวกัน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขา ธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB DBANK) และ นพ.สุทธิชัย โชคกิจชัย ผอ.ฝ่ายการแพทย์ บริษัท กู๊ดด็อกเตอร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) แถลง สปสช.จับมือธนาคารไทยพาณิชย์ และกู๊ดด็อกเตอร์ ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 สีเขียว ด้วยระบบการแพทย์ทางไกล “พบแพทย์ผ่านออนไลน์ จัดส่งยาถึงบ้าน ตามแนวทางเจอ แจก จบ”
นพ.จเด็จกล่าวว่า การร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้ดำเนินการแอพพลิเคชั่น SPRING UP (สปริงอัพ) ดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านสุขภาพครบวงจร และกู๊ดด็อกเตอร์ ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ดูแลผู้ติดเชื้อโควิดสีเขียว ตามแนวทางเจอ แจก จบ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการและได้รับยาอย่างรวดเร็วผ่านแอพฯ SPRING UP ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.เป็นต้นไป เบื้องต้นเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑลก่อน ครอบคลุมสิทธิบัตรทอง ข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้บริการได้ฟรี แต่ยังไม่ครอบคลุมสิทธิประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อขยายสิทธิให้ครอบคลุม
ขั้นตอนการรับบริการ ดาวน์โหลดแอพฯ SPRING UP โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกแบนเนอร์ “ตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด หาหมอออนไลน์ รับยาเจอ แจก จบ ฟรี รับสิทธิ์เลย ด้วยความห่วงใยจาก สปสช. Spring Up GDTT” คลิกเข้าไปแล้วให้กรอกข้อมูล ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อาการของโรค ฯลฯ แนบภาพถ่าย ATK ผลบวก แล้วคลิกลงทะเบียน ข้อมูลจะส่งมาที่บริษัท เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเบื้องต้นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับบริการแบบเจอ แจก จบหรือไม่ เช่น ไม่เป็นผู้ป่วย สีเหลืองหรือแดง ไม่เป็นกลุ่ม 608 เป็นต้น เมื่อตรวจสอบแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่รับบริการได้ จะติดต่อกลับผู้ป่วยเพื่อยืนยันตัวตนและเข้ารับบริการกับแพทย์ได้เลย เมื่อแพทย์ตรวจอาการเสร็จก็จะสั่งยา ข้อมูลสั่งยาจะถูกส่งไปที่ร้านยาในเครือข่ายซึ่งมีกว่า 400 แห่ง หลังร้านยาจัดยาเสร็จ จะมีไรเดอร์ของแกร็บ มารับยาไปส่งให้ผู้ป่วยถึงบ้าน เมื่อครบ 48 ชั่วโมง แพทย์จะติดตามอาการผู้ป่วยอีกครั้ง
เชียงใหม่ป่วยเริ่มลด
ด้านสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผวจ.เชียงใหม่ แถลงว่า สถานการณ์โควิดของจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้นตามลำดับ ผู้ติดเชื้อยืนยัน RT-PCR และ ATK ผลบวกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังอีก 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตของจังหวัด พบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีโรคประจำตัว จึงต้องให้กลุ่มดังกล่าวได้รับการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค และเตรียมความพร้อมหากโรคโควิด-19 ได้รับการประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น ในวันที่ 1 ก.ค. ตามมติของศบค.
นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีมติและมาตรการในการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ จึงขอให้ชาวเชียงใหม่เตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา แล้วร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน ภายใต้มาตรการและความปลอดภัยจากโควิด
ลำปางเร่งฉีดวัคซีน
ที่ลานชั้น 1 หน้าสวนสนุก ห้างบิ๊กซี สาขาลำปาง นายสันติ รังษิรุจิ รองผวจ.ลำปาง พร้อมด้วย นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์ สสจ.ลำปาง นายธนารัฐ สายเทพ นอภ.เมืองลำปาง นายชูชาติ กาวิละ สสอ.เมืองลำปาง นพ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผอ.ร.พ.ลำปาง พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฉีดวัคซีนโควิด-19 ร่วมบูรณาการตั้งจุดบริการเชิงรุก เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือที่ได้รับการฉีดวัคซีนแต่ไม่ครบโดส ให้รีบเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มกระตุ้น หลังช่วงสงกรานต์มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ รวมถึงผู้เสียชีวิตจากโรคเพิ่มมากขึ้น โดยมีผู้ปกครองนำเด็กมาฉีดวัคซีนจำนวนมากไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ราย โดยเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.-10 พ.ค. เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
นพ.ประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดพบผู้ป่วยใหม่ 1,515 ราย จากการตรวจ ATK ผลบวก 1,513 ราย และ RT-PCR อีก 2 ราย เสียชีวิต 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน หรือยังไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น คาดการณ์ว่าช่วง 1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ผู้ติดเชื้อยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
โละTest&Goตรังเริ่มคึกคัก
ที่ จ.ตรัง พ.จ.อ.เมืองชล วงศ์สุวรรณ ผอ.ท่าอากาศยานตรัง กล่าวว่า การที่ ศบค.คลายล็อกโควิด ยกเลิก Test and Go และใช้การตรวจ ATK ยืนยันผลตรวจแทนนั้น ในส่วนของท่าอากาศยานตรัง หลังจากที่มีมาตรการผ่อนคลายลงนั้น ทำให้เที่ยวบินที่เดินทางมาจังหวัดตรังเป็น 6-7 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิมที่มี 3-4 เที่ยวบินต่อวัน หรือมีการเดินทางมาจังหวัดตรัง วันละ 1,500 คน เพิ่มขึ้น และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดีของการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และสินค้าต่างๆ ขายได้
โคราชป่วยยังพุ่ง 2.4 พัน
ที่ศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.นครราชสีมา นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ชี้แจงว่า พบผู้ป่วยใหม่ 2,447 ราย รักษาอยู่ 34,030 ราย รักษาหาย 91,475 ราย ป่วยสะสม 125,670 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 279 ราย
นพ.สุชาติ เจนเกรียงไกร รองผอ.ร.พ. มหาราช นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานะล่าสุดได้ให้การรักษาผู้ป่วยโควิด 192 ราย แต่เตียง ผู้ป่วยสีแดง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 35 ราย มีปัญหาพอสมควร เนื่องจากเตียงเต็ม เหลือเฉพาะเตียงป่วยหนักสำหรับเด็กที่มีขนาดเล็ก จึงได้วางแผนเตรียมการ เพิ่มพื้นที่และจำนวนเตียง แต่มีข้อจำกัดเรื่องบุคลากร จึงได้ประสานขอความร่วมมือร.พ.ขนาดใหญ่ คือ ร.พ.เทพรัตน์นครราชสีมา ร.พ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และร.พ.ค่ายสุรนารี ยังมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยหนักได้ระดับหนึ่ง และใช้ระบบหมุนเวียนเตียง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีน และร่วมใจออกมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น
ขอนแก่นยังให้ดริงก์ได้แค่ 3 ทุ่ม
ด้านนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นว่า จังหวัดยังพบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากต่อเนื่อง ทำให้ยังคงมาตรการตามประกาศจังหวัด แม้ว่าทาง ศบค.จะอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มสุราในร้านอาหารได้ถึงเวลา 23.00 น. แต่ทางจังหวัดอนุญาตให้จำหน่ายได้ถึงเวลา 21.00 น. เช่นเดิม ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เข็ม 3 ในเด็กนักเรียน อายุ 12-17 ปี ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเทอม ได้มอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่นเตรียมรายชื่อนักเรียน ส่งให้สสจ. เพื่อจัดสรรวัคซีนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนัดหมายการฉีดวัคซีนต่อไป
ประจวบฯยิ้มออกแห่เที่ยว
ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการ โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า กล่าวว่า การผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวตรวจแค่ ATK เป็นเรื่องที่ดีมากเป็นผลดีกับทางโรงแรมและการท่องเที่ยว ของ อ.หัวหิน เมืองตากอากาศ เพราะการตรวจ RT-PCR เป็นเรื่องที่จุกจิกและเสียเวลาให้กับ นักท่องเที่ยว ในส่วนยอดจองห้องพักชาวต่างชาติขณะนี้ยังปกติ เพราะศบค.เพิ่งประกาศคงต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง แต่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน ซึ่งทางโรงแรมก็มีความพร้อมอยู่แล้ว และถ้าหากรัฐบาลประกาศโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นเมื่อไหร่จะยิ่งดีกว่านี้ เพราะต่างประเทศเปิดการท่องเที่ยวหมดแล้วเหลือแต่ประเทศเรา
ด้านนายเสมา งามน้อย ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคลองวาฬรีสอร์ท อ.เมือง จ.ประจวบ คีรีขันธ์ กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศของ ศบค.ถือว่าเป็นผลดีมาก เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศอีกทางหนึ่ง หลังจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มมีการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ยอดจองห้องพักของทางโรงแรมเต็มจนถึงเดือนพ.ค. ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวแล้ว