มีผล1พค.หลังลอยตัว‘สิบล้อ-สองแถว’ขยับค้าปลีกอั้นไม่อยู่แห่ขึ้นสินค้าพาเหรดแพงอื้อ

เตรียมรับสภาพของแพง สมาคม ผู้ค้าปลีกชี้สินค้าหลายประเภทแห่ ขอปรับราคา หลังรัฐ เลิกอุ้มน้ำมันดีเซลลิตร 30 บาทตั้งแต่ 1 พ.ค. จากที่ทั้งปุ๋ย-บะหมี่ซอง-ปลากระป๋อง ขอขึ้นราคาไปแล้วก่อนหน้าแต่พาณิชย์ยังไม่อนุมัติ ยันให้ 18 สินค้าควบคุมตรึงราคาต่อไป เรือด่วนเจ้าพระยาขอปรับอีกระยะทางละ 1 บาท เป็น 16-26 บาทต่อเที่ยว รวมทั้งเรือข้ามฟากด้วย ด้านรถสิบล้อ-ขนส่งบุกทำเนียบ ยื่น นายกฯ ตรึงราคาดีเซลต่ออีก 1 ปี ลั่นขึ้นราคาขนส่งทันทีถ้าเลิกอุ้ม ส่วนรถสองแถว 3 พันคันทั่วกรุงจ่อขึ้น 2 บาท จี้รัฐออกมาตรการช่วยเยียวยาเหมือนแท็กซี่-วินจยย.รับจ้าง ที่ประชุมบอร์ดกองทุนน้ำมัน ไฟเขียวให้ขึ้นราคาดีเซลแบบขั้นบันไดล็อตแรกเป็น 32 บาท มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค. หลังปล่อยให้ราคาดีเซลลอยตัว จากนี้ให้ประเมินผลทุก 7 วัน โดยกำหนดเพดานขึ้นสูงสุดไม่เกิน 35 บาทในล็อตต่อไป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนสมาพันธ์และ ผู้ประกอบการขนส่ง เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อขอให้ช่วยพิจารณาตรึงราคาน้ำมันดีเซล 30 บาทต่อลิตร ที่จะสิ้นสุดมาตรการวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย 1.ขอให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรเป็นระยะเวลา 1 ปี 2.ปรับรุงโครงสร้างราคาน้ำมันให้เป็นธรรมโดยตัดไบโอดีเซล (บี 100) ออกจากสูตรน้ำมันดีเซล ซึ่งจะช่วยปรับราคาน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 1.50 ถึง 2 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี 3.ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีซลให้เหลือ 20 สตางค์เป็นระยะเวลา 1 ปี 4.ยกเลิกการใช้ถ่านหินน้ำมันสำเร็จรูป ณ โรงกลั่นสิงคโปร์เนื่องจากมีค่าขนส่งและค่าประกันภัยรวมอยู่ด้วย และ 5.พิจารณาปรับเปลี่ยนการบริหารงานในตำแหน่งรมว.พลังงานเนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ค้านลอยตัว – เครือข่ายรถขนส่ง ทั่วประเทศยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านลอยตัวน้ำมันดีเซล โดยเรียกร้อง ให้ตรึงราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาทต่อไป เพื่อลดผลกระทบ ต่อประชาชน ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 เม.ย.

“อยากให้รัฐหยุดการขึ้นดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตร แม้วันที่ 1 พ.ค.จะทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันได ไม่ลอยตัวทันที เพราะเห็นว่ายังมีช่องทางอื่นช่วยเหลือได้ ประชาชนกำลังลำบาก ท้ายที่สุดหากขึ้นราคาทุก 1 บาทต่อลิตร ค่าขนส่งจะเพิ่ม 3% ซึ่งค่าขนส่งปัจจุบันอิงต้นทุนดีเซล 25 บาทต่อลิตร ยกตัวอย่างรัฐบาลขึ้นดีเซล 3 บาทต่อลิตร เทียบจากฐาน 25 บาท จะขึ้น 8 บาท เท่ากับค่าขนส่งจะขึ้น 24% เราจะออกมาเรียกร้องวันนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากวันที่ 1 พ.ค.รัฐบาลจะขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเท่าไหร่เราไม่สนใจ และจะประกาศปรับราคาขนส่งทันที ตามดัชนีของรัฐบาลที่ลอยตัวค่าน้ำมันอยู่ การเพิ่มขึ้นของน้ำมันด้วย เป็นความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน” นายอภิชาติกล่าว

จากนั้นเวลา 10.20 น. ผู้ประกอบการรถสองแถว 3,000 คันทั่วกรุงเทพฯ ได้มายื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้ชะลอการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแบบลอยตัวเช่นกัน โดยนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือ

นายฉัตรชัย ภู่อารีย์ ที่ปรึกษาชมรม ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชน กรุงเทพมหานคร หรือ รถสองแถว เปิดเผยว่า หากภายหลังการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันปรับขึ้นไปอยู่ที่ลิตรละ 35 บาท จะส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนวิ่งรถเพิ่มขึ้น 25-30% ดังนั้น รถสองแถวที่วิ่งให้บริการ 3,000 คัน ทั่วกรุงเทพฯ มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท คือปรับจากเหมาจ่ายตลอดเส้นทาง 8 บาท/เที่ยว เป็น 10 บาท/เที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน รวมทั้งรถสองแถวไม่สามารถหยุดวิ่งให้บริการได้แม้ว่าต้นทุนน้ำมันจะแพง เพราะตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกบังคับให้ต้องเปิดให้บริการประชาชนทุกวันแม้ว่าจะไม่มีคนใช้บริการ เพื่อไม่ให้ ผู้โดยสารเกิดความเดือดร้อนจากการเดินทาง

“รถสองแถวไม่อยากขึ้นราคา เพราะประชาชนก็เดือดร้อน ไม่มีเงินจะมาจ่ายค่าขึ้นรถ เนื่องจากราคาข้าวของแพง ดังนั้น อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยรถสองแถวด้วย ที่ผ่านมามีมาตรการช่วยเหลือแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มของนายทุนทั้งนั้น ดังนั้น ควรปรับมาตรการให้ครอบคลุมรถสาธารณะทุกประเภท อยากให้รัฐช่วยหาน้ำมันราคาพิเศษให้จะได้ไม่ต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยอาจแจกคูปองเติมน้ำมันราคาพิเศษให้รถสองแถวจ่ายลิตรละ 25-27 บาท และรัฐบาลจ่ายส่วนต่างที่เหลือซึ่งในอดีตเคยทำมาแล้ว” นายฉัตรชัยกล่าว

สำหรับการจัดเก็บค่าบริการของรถสองแถวในพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันใช้รูปแบบเหมาจ่ายตลอดเส้นทาง โดยจัดเก็บในอัตรา 8 บาท/เที่ยว มีระยะทางให้บริการเฉลี่ยระหว่าง 5-20 ก.ม.ต่อเส้นทาง

ด้านนาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า หากการปล่อยลอยตัวทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท บริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเรือด่วน 1 บาท/คน/เที่ยว หรือปรับจากราคา 15-20 บาท/คน/เที่ยว เป็น 16-26 บาท/คน/เที่ยว

โดยเรือธงส้มตลอดสายจะปรับจาก 15 บาท เป็น 16 บาท/คน/เที่ยว, เรือธงเหลืองปรับจาก 20 บาท เป็น 21 บาท/คน/เที่ยว และเรือธงเขียว ปรับระยะละ 1 บาท คือ ปรับจาก 11 บาท, 20 บาท และ 32 บาท เป็น 12 บาท, 21 บาท และ 33 บาท

ส่วนเรือข้ามฟากนั้น เมื่อวันที่ 12 เม.ย.คณะทำงานกรมเจ้าท่าได้หารือร่วมกับบริษัทเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับราคา โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือข้ามฟาก 0.50-1 บาท/คน/เที่ยว หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท เนื่องจากเรือข้ามฟากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงกว่า 70% โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียงวันละ 300 คนเท่านั้น

“เรือด่วนเราช่วยรัฐบาลตรึงราคาค่าโดยสารมาปีกว่าแล้ว แม้ว่าราคาน้ำมันจะเกิน 29บาท/ลิตร ตามข้อตกลง แต่ก็ไม่ได้ปรับราคา ขณะที่ผู้ใช้บริการก็ลดน้อยลงจากปัญหาการระบาดโควิด ทำให้ปี 2563 เราขาดทุน 50 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านบาทในปี 2564 ดังนั้น หากรัฐปล่อยลอยตัวทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น กระทรวงคมนาคมควรอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและทำธุรกิจต่อไปได้” นาวาตรีเจริญพรกล่าว

วันเดียวกัน มีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ภายหลังการประชุม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมกบน. มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาขายปลีกดีเซลแบบขั้นขั้นบันไดล็อตแรกเป็น 32 บาท/ลิตร ให้มีผลทันทีในวันที่ 1 พ.ค.นี้ กำหนดเพดานใหม่ให้ปรับขึ้นสูงสุดไม่เกิน 35 บาท/ลิตร จากปัจจุบันรัฐอุดหนุนไว้ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร และจากราคาจริงอยู่ที่ 40 กว่าบาท/ลิตร เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบหมายให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังอุดหนุนครึ่งหนึ่งของราคาที่ปรับขึ้น โดยกระทรวงพลังงาน กองทุนฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกทุก 7 วัน หากจำเป็นต้องปรับขึ้นอีก จะทยอยปรับไม่เกิน ครั้งละ 1 บาท/ลิตร

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐอุดหนุนดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร จากราคาจริง 40 กว่าบาท/ลิตร เท่ากับรัฐอุดหนุนอยู่กว่า 10 บาท/ลิตร รัฐจึงปรับเพดานอุดหนุนใหม่ที่ 35 บาท/ลิตร เท่ากับรัฐยังอุดหนุนอยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งกองทุนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากต้องปรับราคาน้ำมันขึ้นก็จะขึ้นครั้งละไม่เกิน 1 บาท/ลิตร และสูงสุดไม่เกิน 35 บาท/ลิตร โดยการปรับขึ้นวันที่ 1 พ.ค.นี้ ที่เกิน 30 บาท/ลิตร และการปรับเพดานใหม่ไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร ถือเป็นการปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 14 ปี นับจากปี 2551 ที่ดีเซลเคยขึ้นสูงสุดที่ 43.64 บาท/ลิตร

ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตสินค้าแจ้งขอปรับขึ้นราคามาเพิ่มเติม โดยต้องรอดูหลังจากวันที่ 1 พ.ค. ที่รัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งจะกระทบต้นทุนค่าขนส่งสินค้าแน่นอน ซึ่ง ผู้ผลิตอาจปรับขึ้นราคาขายส่งสินค้าอีกหลายรายการ โดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่ ด้วยวิธีการขอตัดส่วนลดการค้าเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้กำไรของผู้ค้าส่งลดลงอีก แต่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าที่ผู้ผลิตได้ทยอยยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายมายังกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เช่น ปุ๋ยเคมี ทุกสูตร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และกลุ่มอาหารกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยืนยันว่ายังไม่อนุมัติให้สินค้าจำเป็น 18 รายการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เรียกร้องให้ขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 492 บาททั่วประเทศ ตามที่พรรคพลังประชารัฐ เคยหาเสียงไว้ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เตรียมเดินทางไปพบปะกับกลุ่มผู้ใช้แรงงานและมอบนโยบายในวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ ที่กระทรวงแรงงาน เวลา 10.50 น. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมงานด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน