ตร.จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มเผยยังไม่มีถอนคดี

ตร.ยื่นขออนุมัติหมายจับปริญญ์คดีพราก ผู้เยาว์ แต่ศาลให้ออกหมายเรียกก็พอ ระบุผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเเล้ว 4 คดี เเละมีเงื่อนไขในการประกันตัว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกหมายจับซ้ำในคดีที่มีลักษณะเดียวกันอีก ด้านพนักงานสอบสอบสวนนัดให้รับทราบข้อหาใหม่ที่สน. ห้วยขวางในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ขณะที่สน.ลุมพินีก็เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเช่นกัน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.ดูแลด้านกฎหมายและคดี ได้เดินทางมาประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีนาย ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศต่อหญิงสาวหลายราย

ต่อมาเวลา 17.44 น. หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.ไตรรงค์เปิดเผยว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะคดีที่สน.ห้วยขวาง พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอเเล้ว วันนี้ได้ยื่นขอศาลออกหมายจับในข้อหาพรากผู้เยาว์เเละกระทำอนาจาร เเต่ศาล ไม่อนุมัติหมายจับ โดยให้เรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาเเทน โดยให้ความเห็นว่า ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน และมีคดีในชั้นศาลแล้ว 4 คดี และได้ประกันตัวในชั้นศาล ประกอบกับผู้ต้องหาไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อ กล่าวหาที่สน.ห้วยขวาง ในวันที่ 5 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

พล.ต.ต.ไตรรงค์เปิดเผยต่อว่า สำหรับประเด็นการถอนแจ้งความนั้น ขณะนี้ผู้เสียหายทั้งหมด 15 รายมี 12 คดี ยังไม่มีรายใดถอนแจ้งความ เเละเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเเละสอบปากคำใกล้เสร็จสิ้นเเล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถเเจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาได้ ส่วนคดีที่จังหวัดเชียงใหม่เเละจังหวัดเพชรบุรีก็ให้เเต่ละพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจไม่มีความกังวลใจในสำนวนคดีเเละพยานหลักฐานต่างๆ เเม้ว่าจะเกิดเหตุกับผู้เสียหายเเต่ละรายมานานเเล้ว เเต่หลักฐานอื่นๆ ก็สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ส่วนตัวผู้ต้องหานั้นได้สอบปากคำเสร็จไปเเล้ว 3 คดี ส่วนคดีอื่นๆ หากจำเป็นต้องสอบปากคำเพิ่มเติมก็จะเรียกผู้ต้องหามาสอบปากคำ ยืนยันตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เเม้เเต่ตัวผู้ต้องหาเองก็สามารถเเสวงหาพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนได้

พล.ต.ต.ไตรรงค์ชี้แจงสาเหตุที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ แต่ให้ออกหมายเรียกแทนนั้น เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเเล้ว 4 คดี เเละมีเงื่อนไขในการประกันตัว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกหมายจับซ้ำในคดีที่มีลักษณะเดียวกัน ส่วนข้อกังวลว่าผู้ต้องหาจะออกมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเเละผู้เสียหายนั้น ในเงื่อนไขการประกันตัวระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน มิเช่นนั้นจะถูกถอนประกันตัวทันที ซึ่งขณะนี้ตั้งเเต่ดำเนินคดีไปยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาเเจ้งว่า ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน