ขายส่งพรวดลัง30บาทส.ผู้ค้าทำใจฟอง3.50บ.หมื่นคันรถขนส่งอีสานปรับราคา20%เริ่ม1พค.
ไข่ยุคนายกฯตู่ แพงสุดเป็นประวัติการณ์ พุ่งฟองละ 3.50 บาทแล้ว ด้าน ‘มาม่า- ไวไว’ อั้นต่อไม่ไหว ขึ้นราคาขายส่งลังละ 30 บาท สมาคมค้าปลีกแจงมีผลทันที 1 พ.ค. หลังรัฐเลิกอุ้มน้ำมันดีเซล รถขนส่งอีสานหมื่นกว่าคันแจ้งขึ้นค่าบริการ 20% จี้มาตรการช่วย พาณิชย์ยอมรับน้ำมันปาล์มก็ขยับแล้ว หลังอินโดนีเซียห้ามส่งออก หอการค้าคาดหนี้ภาคแรงงานพุ่ง 2 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงสุดในรอบ 14 ปี หวั่นสิ้นปีพุ่งแตะ 95% จีดีพี เหตุรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย สินค้าแพง ต้องกู้มาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ลดจีดีพีเหลือ 3% เหตุกำลังซื้อถดถอยถึงสิ้นปี ปตท.-บางจาก ขึ้นเบนซินอีกลิตรละ 80 สตางค์ วันนี้
แจงปรับขึ้นดีเซลลิตรละ 32 บ.
จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเมื่อวันที่ 27 เม.ย. เห็นชอบปรับขึ้นราคาขายปลีกดีเซลแบบขั้นบันไดเป็น 32 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ ที่รัฐบาลเลิกอุดหนุน้ำมันดีเซล ตามข่าวที่เสนอมานั้น
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากนี้ กบน. จะพิจารณาปรับราคาน้ำมันดีเซลเป็นขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนที่เกี่ยวกับการตรึงราคาน้ำมันดีเซล หากไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ประมาณ 40 บาท/ลิตร และจากการอุดหนุนเพียงครึ่งเดียว จะทำให้เพดานการปรับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 35 บาท/ลิตร ซึ่งในแต่ละรอบสัปดาห์ราคาน้ำมันตลาดโลกมีการปรับลดลง ก็จะปรับเงินอุดหนุนและปรับเพดานราคาลดลงตามความการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันต่อไป
ในส่วนของน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมจะทยอยปรับลดการชดเชยลงเช่นกัน สัปดาห์ละ 2 บาท และมีเป้าหมายจะจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลพรีเมียมลิตรละ 1 บาท นอกจากนี้ กบน.ยังได้ปรับลดการชดเชยในกลุ่มน้ำมันเบนซิน อี85 ลงสัปดาห์ละ 1 บาท จากในปัจจุบันที่อุดหนุนอยู่ที่ 3.53 บาท/ลิตร โดยมีเป้าหมายให้มีการอุดหนุนที่ 0.53 บาทต่อลิตร
ขนส่งอีสานขยับราคา 20%
ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 26 เม.ย.2565 ติดลบ 56,278 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 24,302 ล้านบาท และบัญชีแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 31,976 ล้านบาท
ด้านสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ซึ่งมี ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกมากกว่า 700 ราย รถบริการขนส่งสินค้ามากกว่า 10,000 คัน เตรียมขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีกร้อยละ 20 เพื่อความอยู่รอด โดยนายสมคิด กิ่งกรดกลาง เจ้าของ “บุรีรัมย์พนมรุ้งขนส่ง” ในฐานะนายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวว่า หากปล่อยลอยราคาน้ำมันเป็นลิตรละ 32-35 บาท ตามมติ กบน. จริง ทางผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ที่เป็นสมาชิกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ซึ่งมีสมาชิกอยู่กว่า 700 คน รถวิ่งให้บริการมากกว่าหมื่นคัน อาจต้องปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีกร้อยละ 20 เพื่อความอยู่รอด และเชื่อว่าค่าขนส่งสินค้าจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบร้านค้า และประชาชนผู้บริโภค จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง หรือแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงอย่างเร่งด่วนด้วย
มาม่า-ไวไวขึ้นซองละ .83 สต.
ขณะที่ บริษัท ไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อมาม่า ได้แจ้งการปรับขึ้นราคาสินค้าไปยังคู่ค้าต่างๆ หลังจากที่พยายามตรึงราคามาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้แจ้งว่าตั้งแต่เดือนพ.ค.นี้ ขอปรับขึ้นต้นทุนขายส่งอีก 20 บาทต่อลัง โดยลังใหญ่ขนาด 6 กล่อง กล่องละ 30 ซอง ปรับขึ้น 4-5 บาทต่อกล่องหรือ 10 สตางค์ต่อซอง ส่วนราคาขายปลีกยังคงเดิมที่ซองละ 6 บาท ทำให้ร้านค้าปลีกรายย่อยๆ หรือโชห่วยกำไรลดลง 10 สตางค์ต่อซอง จากเดิม 1 บาทต่อซอง
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นมาสูงมากจริงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการ ผู้อำนวยการได้ยอมรับว่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ต้นทุนการผลิตมาม่าปรับตัวสูงขึ้นในทุกๆด้าน โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่มีสัดส่วน 60-70% หลักๆ คือ แป้งสาลี และ น้ำมันปาล์ม ที่ปรับราคาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2563 มาจนถึงปีนี้ต้นทุนพลังงาน และมาม่าไม่ได้ขึ้นมาแล้ว 14 ปี
ขณะที่นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 รายใหญ่ ทั้งมาม่า และไวไว (โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย) ได้ปรับขึ้นราคาขายส่งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย.แล้ว เฉลี่ย 3 บาท/กล่อง (30 ซอง) หรือ 0.083 สตางค์ต่อซอง ขณะที่ ยำยำ (อายิโน๊ะโมะโต๊ะ) และนิสชิน (นิสชินฟูดส์) ยังไม่มีการแจ้งปรับราคาขายส่ง แต่คาดว่าอาจแจ้งตามมาในเร็วๆ นี้
ด้านนายสุธาศิน อมฤก นายกสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพ่อค้าส่งมีกำไรจากการขายไข่ไม่มากแค่ 5% เท่านั้น ขณะที่ฟาร์มไข่ก็ประกาศขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มต่อเนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยในระยะนี้ สมาคมจะยอมปรับลดกำไรลงโดยไม่ปรับขึ้นราคาขายส่งไข่ไก่ แต่หากราคาดีเซลมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้นจะทะลุ 32 บาท/ลิตร อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาไข่ขายส่ง เพื่อให้สอดคล้องกับภาระค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะคนไม่มีกำลังซื้อ
“วิธีแก้ไขปัญหาไข่แพงคือรัฐต้องไปดูแลราคาอาหารสัตว์ไม่ให้แพง เพราะเป็นต้นทุนสำคัญของการเลี้ยง วันนี้ไข่คละหน้าฟาร์มปรับราคาขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี ล่าสุดมาอยู่ที่ 3.50 บาท ต่อฟอง ถือเป็นราคาที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ธุรกิจการค้าไข่เริ่มซึม ขายยาก หลังจากผ่านช่วงสงกรานต์มา เพราะผู้บริโภคบางส่วนหันไปบริโภคโปรตีนชนิดอื่นทดแทน ขณะที่ผู้ค้าส่งรายใหม่ที่เข้ามาค้าไข่ในตลาดต้องเจ๊งปิดกิจการไปกว่า 80% เพราะคนไม่มีกำลังซื้อ” นายสุธาศินกล่าว
จ่อไฟเขียวบางสินค้าขึ้นราคา
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ก่อนการเดินทางไปประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ไทย-ภูฏาน จ.ภูเก็ต ว่า เรื่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นยังไม่อนุมัติให้ปรับราคาขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) จะพยายามเข้าไปดูให้ดีที่สุด ตรึงราคาไว้ให้นานที่สุดที่จะทำได้ เพื่อให้กระทบกับผู้บริโภคน้อยที่สุด แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันจะมีผลสำคัญต่อต้นทุนราคาสินค้าก็ตาม
“ขณะนี้สินค้าสำคัญ 18 หมวดยังพยายามตรึงราคาอยู่ ต้องยอมรับความจริงว่าราคาน้ำมันมีส่วนมากทำให้ราคาสินค้าได้รับ ผลกระทบ อาจต้องให้ปรับขึ้นบ้างในบางรายการที่ต้นทุนสูงขึ้นมาก และพยายามดูให้อยู่ได้ทั้ง 3 ฝ่ายทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบโดยเฉพาะเกษตรกร กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคซึ่งเป็นนโยบาย” นายจุรินทร์กล่าว
ด้านร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดว่า ยอมรับว่า ขณะนี้ราคาปาล์มขวดได้ปรับราคาขึ้นบ้างจากต้นทุนผลปาล์มที่สูงขึ้น แต่ยังไม่เกินราคาควบคุม โดยปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ขวดละ 64.75 บาท ส่วนกรณีที่อินโดนีเซียผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก เตรียมประกาศระงับการส่งออกปาล์มตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย.นี้ เบื้องต้นเป็นการหยุดการส่งออกปาล์มขวด ไม่ใช้น้ำมันปาล์มดิบที่นำมาผลิตปาล์มขวด อย่างไรก็ตาม กรมจะต้องเร่งหารือกับผู้ประกอบการโรงกลั่น และโรงสกัดผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศ เพื่อติดตามสต๊อกภายในประเทศไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคา ปาล์มขวดในประเทศ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม สมาพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนแนวทางปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำมันดีเซล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ โดยยืนยันมีความห่วงใยประชาชนทุกภาคส่วน ที่จะได้รับผล กระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งต้องขอให้ผู้ประกอบการภาคขนส่งเข้าใจรัฐบาลด้วยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดูแลตรึงราคาน้ำมันดีเซลมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ใช้เงินกองทุนพลังงานจำนวนหลายหมื่นล้านบาทจนหมด และถึงแม้ได้กู้เงินมาเสริมก็หมดลงไปแล้วเช่นกัน ดังนั้น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน
หนี้แรงงานพุ่ง 2 แสน/บ้าน
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า เปิดเผยถึงผลการสำรวจสถานภาพแรงงานไทย กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน จำนวน 1,260 ตัวอย่าง พบว่า 52% อยู่ในระบบประกันสังคม และ 48% อยู่นอกระบบ เมื่อเปรียบเทียบรายได้ปี 2565 กับปี 2564 70.2% ตอบว่าเท่าเดิม, 22.2% ลดลง และ 7.5% เพิ่มขึ้น ส่วนรายจ่าย 55.1% ตอบว่าเท่าเดิม 38.4% สูงขึ้น และ 6.5% ลดลง ส่วนการออม 66.5% ตอบว่าเท่าเดิม 31% ลดลง และ 2.5% เพิ่มขึ้น
แรงงานส่วนใหญ่ 99% มีภาระหนี้ และอีก 1% ไม่มีหนี้ ส่วนใหญ่ก่อหนี้ไปใช้ในการใช้จ่ายประจำวัน รองลงมาคือ ใช้หนี้บัตรเครดิต หนี้ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น โดยหนี้บัตรเครดิต ส่วนใหญ่ 31.7% นำไปใช้ในการอุปโภคบริโภค ซื้อสินค้า, 17.2% ใช้หนี้เดิม, 15.3% ซื้อสินค้าคงทน, 9.2% ค่าเล่าเรียน โดยมีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ 217,952 บาท และมีการผ่อนชำระต่อเดือน 7,935 บาท แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 68.9% อัตราดอกเบี้ย 7.6% และนอกระบบ 31.1% อัตราดอกเบี้ย 12.5% ส่วนการผิดนัดชำระหนี้ 68.5% ตอบว่ายังไม่ผิดนัดเนื่องจากมีมาตรการผ่อนผัน ส่วน 31.5% ผิดนัด สาเหตุที่ผิดนัด 20.2% เพราะมีหนี้เยอะ รองลงมา 18.7% เพราะค่าครองชีพสูง และ 17.7% มีรายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบรายได้ต่อการผ่อนชำระพบว่า คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท ราว 33% ต้องผ่อนชำระมากกว่า 5,000 บาท
เมื่อถามถึงความกังวลในปัจจุบัน ส่วนใหญ่กังวลเรื่องของเศรษฐกิจ และราคาสินค้าในอนาคต และยอมรับระดับราคาสินค้าในปัจจุบันกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ระหว่าง 5,000-10,000 บาท/เดือน ส่งผลให้เงินสะพัดในวันหยุดแรงงาน 1 พ.ค. ปีนี้จะอยู่ที่ 1,525 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 14.9%
หดจีดีพีโตแค่ 3%
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์ฯ กล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานมองว่าเศรษฐกิจไทยหยุดทรุดตัวแล้วแต่ยังไม่ฟื้น และยังภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยตัวเลขหนี้ 217,952 บาท/ครัวเรือน ถือว่าสูงขึ้นสูงสุดในรอบ 14 ปีที่มีการสำรวจ
เนื่องจากค่าครองชีพสูงทำให้มีเงินเพื่อการใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ที่ได้รับ ทำให้คนเริ่มประหยัดซึ่งจะกระทบทำให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นช้า และอาจจะส่งผลกระทบทำให้หนี้ครัวเรือนภายในสิ้นปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้น 90% เป็น 95% ของจีดีพี โดยจีดีพีปีนี้จะโตได้เพียง 3% ต่ำกว่าคาดการณ์ 3.5% ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการลอยตัวน้ำมันดีเซล โดยการปรับขึ้นดีเซลทุกๆ 1 บาทจะฉุดจีดีพีให้ลดลง 0.2%
นายธนวรรธน์กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาดีเซลส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง โดย ตั้งแต่เดือนพ.ค. จะเห็นสินค้าเริ่มปรับราคาขายส่ง โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำดื่ม กระทบกำลังซื้อปีนี้จะทรุดตัวตลอดทั้งปี ดังนั้นการต่ออายุมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 เพิ่มเติมเงินในระบบอีก 4.5 หมื่นล้านบาท ยังจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหากปรับขึ้นอีก 492 บาททั่วประเทศตามข่าว ถือว่าปรับสูงขึ้นถึง 10-20% จะส่งผลกระทบทันทีต่อสภาพคล่องของนายจ้างอสเอ็มอีต้องปรับปลดคนงาน และปรับขึ้นราคาสินค้า ดังนั้นควรมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำตามที่ประชุมไตรภาคีแต่ละจังหวัด ไม่ควรเกินอัตรา 3-5% สอดคล้องกับประมาณการเงินเฟ้อในปีนี้
ปชป.หนุนปลดรมว.พลังงาน
ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน คณะที่ 2 สภา ผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากข้อเรียกร้องของสหพันธ์สมาคมการขนส่งทางบก ที่เรียกร้องให้ปลด รมว.พลังงาน หากแก้ปัญหาน้ำมันแพงไม่ได้ ซึ่งทางอนุกมธ. เคยมีความเห็นเรื่องนี้มาแล้วว่า ถ้ารมว.พลังงาน แก้ไขปัญหาไม่ได้ คิดว่านายกฯ ก็ต้องพิจารณาข้อเสนอให้ปลดรมว.พลังงานออกจากตำแหน่ง
เบนซินขึ้น 80 สตางค์
รายงานข่าวแจ้งว่า พีทีที สเตชั่น และบางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 80 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 47.06 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.65 บาท อี20 อยู่ที่ 38.54 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 39.38 บาท อี85 อยู่ที่ 31.84 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
ขณะที่กลุ่มดีเซลคงเดิม โดยดีเซล บี7 บี10 และบี20 อยู่ที่ 29.94 บาท ส่วนดีเซลพรีเมียม บี7 อยู่ที่ 35.96 บาท