ยี่ห้อ‘ลีน’-ข่าวดังปี61 น้องโวยหวั่นพี่ตายฟรี
วอนทนายช่วย พี่สาวกินยาลดอ้วนดับ แต่ 4 ปีคดีไม่คืบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตำรวจแถลงจับกุมใหญ่โต ได้ 3 ผู้ต้องหาต่อมาเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับกลายเป็นพยาน ส่วนผู้ต้องหาเหลือคนเดียว เป็นเจ้าของโรงงาน สำนวนสั่งฟ้องระบุแอบเติมสารอันตรายเองคนเดียว สุดท้ายเจ้าของโรงงานหนีไปทำให้คดีค้าง ด้านทนายสงสัยคดีตั้งแต่ปี 61 แต่ทำไมถึงเพิ่งส่งฟ้องปี 64 เตรียมยื่นผบ.ตร.ตรวจสอบ

คดีไม่คืบ – นายวุฒิกร หมอนอิง ร้องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร จ.นนทบุรี กรณีน.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง อายุ 31 ปี พี่สาวเสียชีวิตจากการกินอาหารเสริมลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม ผ่านมา 4 ปี คดีไม่คืบหน้า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ถนนประชาราษฎร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายวุฒิกร หมอนอิง น้องชาย น.ส.พิมลวรรณ หรือแก้ว หมอนอิง อายุ 31 ปี อดีตพนักงานธนาคาร ผู้เสียชีวิตจากการกินอาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อ ลีน (LYN) จนเสียชีวิต ซึ่งเป็นข่าวใหญ่เมื่อช่วงปี 2561 ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรัชพล ศิริสาคร เพื่อขอให้ช่วยเหลือเร่งรัดติดตามคดี

โดยนายวุฒิกร น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากที่พี่สาวตนเสียชีวิตจากการรับประทานอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าวจนเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลที่กาญจนบุรีระบุชัดว่าเกิดจากสารต้องห้าม 2 ชนิดที่ผสมอยู่ในอาหารเสริม คือสารไซบูทรามีนและสารนอร์ไดอะซีแปม

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับอนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีในปี 61 ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ 3 ราย คือ น.ส.พิมพ์ลภัทร และนายพันธ์ชนะ 2 สามีภรรยาเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลด น้ำหนักยี่ห้อ LYN และนายณัฐวัฒน์ วโรดม อายุ 46 ปี เจ้าของบริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานรับผลิตอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.61 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหาฐานร่วมกันปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค และทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากมี ผู้บริโภคไปซื้ออาหารเสริมดังกล่าวมารับประทานแล้วเสียชีวิตไป 4 ราย โดย 1 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตคือ น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี

นายวุฒิกรกล่าวอีกว่า หลังแถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหาจนเป็นข่าวใหญ่โตในช่วงนั้น แต่ผ่านมาเกือบ 4 ปี ปรากฏว่าคดียังคงไม่มีความคืบหน้าไปไหน เมื่อถูกพักคดีเนื่องจากเมื่อต้นปี 64 ที่ผ่านมา มีการยื่นฟ้องเจ้าของโรงงานที่ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียวแทน ส่วน 2 สามีภรรยาเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เคยถูกจับกลับไม่ถูกดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา แต่กลับกลายมาเป็นพยานในคดีนี้แทน โดยอ้างว่านายณัฐวัฒน์เจ้าของโรงงานที่ผลิตอาหารเสริมเป็นผู้แอบนำสารต้องห้ามทั้ง 2 ชนิดไปใส่ผสมในอาหารเสริมเอง โดยที่สองสามีภรรยาเจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่รู้เรื่อง และนายณัฐวัฒน์ถูกทางสองสามีภรรยาฟ้องร้องแทน

แต่ก่อนที่ศาลมีคำสั่งนัดพิจารณาคดีนายณัฐวัฒน์ซึ่งตกเป็นจำเลย หลบหนีไม่เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลตามที่นัดหมาย จากนั้นคดีการเสียชีวิตของพี่สาวตนจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดังกล่าวก็เงียบหายไป

นายวุฒิกรกล่าวอีกว่า ตนจึงมาขอความช่วยเหลือจากทนายรัชพล เพื่อให้ช่วยติดตามคดีการเสียชีวิตของพี่สาวตนจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดังกล่าว ที่พี่สาวตนซื้อมากินได้เพียง 10 วัน ก็เสียชีวิตเมื่อเดือน มี.ค.ปี 61 จนต่อมามีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี และศาลอนุมัติออก หมายจับผู้ต้องหา 3 คน แต่เพิ่งมาถูกส่งฟ้องศาลเมื่อต้นปี 64 และจากผู้ต้องหา 3 คน กลายมาเป็นเหลือผู้ต้องหาคือเจ้าของโรงงานเพียงคนเดียวที่หลบหนีไป ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์กลับกลายมาเป็นพยานในคดีนี้แทน ตนก็ไม่รู้ว่าคดีทำไมถึงออกมาเป็นแบบนี้ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่คดีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 61 ตนไม่เคยได้รับการติดต่อใดๆ ให้ไปขึ้นศาลเลย จึงเกรงว่าคดีจะเงียบหายไปและพี่สาวตนจะตายฟรี ทั้งๆ ที่ผลการชันสูตรสาเหตุการ เสียชีวิตระบุชัดเจนว่ามาจากการแทรกซ้อนจากสารไซบูทรามีนและสารนอร์ไดอะซีแปม ที่สำนักงานอาหารและยาได้ตรวจและประกาศว่าอาหารเสริมยี่ห้อนี้มีสารต้องห้ามทั้ง 2 ชนิดผสมอยู่จริง

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นข่าวโด่งดัง ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ตนก็สงสัยว่านี่มันปี 2565 ทำอะไรกันอยู่ทำไมถึงไม่ส่งฟ้อง เพิ่งมาฟ้องเอาเมื่อปี 64 เสียเวลานานมาก และอีกประเด็นคือออกหมายจับ 3 คน แต่กลับมาเหลือผู้ต้องหาคนเดียวในคดีนี้แถมยังหลบหนีไปอีก และอีก 2 คนกลับกลายมาเป็นพยานแทน ทำไมไม่ถูกดำเนินคดี จนทำให้ญาติเขาต้องเดินทางมาร้องเรียนเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนคิดว่าคดีนี้ต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะการที่ศาลจะอนุมัติหมายจับใครสักคนนั้นแสดงว่าต้องมีพยานหลักฐานมีมูลเหตุจริงในการกระทำผิด อีกทั้งอาหารเสริมทั้ง 2 ตัวก็มีการประกาศรับรองว่าผลการตรวจพบสาร 2 ตัวที่เป็นอันตรายจริงจากสำนักงานอาหารและยา ซึ่งหลังจากนี้ตนจะรวบรวมเอกสารเพื่อนำผู้เสียหายเดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน