สลดมะเร็งคร่าลูกสาวชัช 2โพล-ชี้ชัชชาติยังนำลิ่ว
‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ปิดห้องคุย ปัดตอบปมการเมือง ‘สุชาติ’งงข่าวนายกฯ ขัดตาทัพ ชี้ไร้สาระ อัด ‘ธรรมนัส’ อย่ามโน มั่นใจพรรคเล็กหนุนนายกฯ ศึกซักฟอก ไผ่ ฉุนพปชร. กล่าวหาเกาะกระแส ชี้ควรขอบคุณด้วยซ้ำ เสนอ ‘บิ๊กป้อม’ นายกฯ สำรอง ฝ่ายค้านเปิดเวที ถล่มรัฐบาลทำประชาธิปไตยเสื่อม ‘อ๋อย’ แซะ ประวิตร เป็นนายกฯ ประเทศยิ่งพัง ‘นิคม’ อ้างข่าววงใน ‘บิ๊กตู่’ ลาออกไม่เกินมิ.ย.นี้ เผยมอบเลขาฯ เพื่อไทย ดีลพรรคเล็ก-ไม่ปิดทางคุย ‘ธรรมนัส’ รวมเสียงโค่นนายกฯ ‘ชัชชาติ’ คะแนนนิยมนำลิ่วทั้ง ดุสิตโพล-นิด้าโพล ‘พรพิมล ลูกชัช’ ตัวเต็งส.ก.บางซื่อ พรรคไทยสร้างไทยเสียชีวิตติดเชื้อในกระแสเลือด

‘ตู่-ป้อม’ควงออกงาน-รูดซิปการเมือง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางมาถึงเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ระหว่างรอเปิดงาน ได้เข้าไปพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เดินทางมาถึงก่อน และเข้าไปนั่งในห้องพักรับรอง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้เกาะไหล่พล.อ.ประยุทธ์ เดินเข้าห้องประชุมไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ก่อนและหลังเปิดงานวันแรงงาน พล.อ.ประวิตรไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด เช่นเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นการเมือง

เสี่ยเฮ้งงงข่าวนายกฯคนนอก
ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอเรื่องนายกฯ สำรอง หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองว่า งงกับข่าวเหมือนกัน โดยโฆษกพรรคชี้แจงไปแล้ว คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็น จึงไม่อยากพูดหรือคิดอะไรมาก ส่วนกระแสจะมาจากไหน ต้องถามสื่อว่าข้อมูลมาจากไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องดังกล่าว นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เสนอโดยไปสอดคล้องกับท่าทีของพรรคหนึ่ง นายสุชาติกล่าวว่า ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลไม่มีใครคิดเรื่องนี้ คนที่ให้ข่าวต้องถามกลับไปที่พรรคนั้นว่าคิดจากอะไร แต่พรรคพลังประชารัฐชี้แจงชัดเจนแล้ว ส่วนพรรคอื่นเขาไม่ตอบเพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระ ไม่ใช่เรื่องจริง

ย้ำสัมพันธ์‘ตู่-ป้อม’ยังปึ้ก
เมื่อถามว่าข่าวที่ออกมาจะเป็นเครื่องมือขยายความขัดแย้งระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ผู้ใหญ่คงไม่ได้คิด แต่คนพูดไม่รู้ว่ามาอย่างไรและไม่รู้ว่ามีเครดิตขนาดไหน และในงานวันแรงงาน ก็เห็นว่าทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร นั่งอยู่ด้วยกันและพูดคุยกัน ซึ่งตนก็อยู่ด้วย ถ้ามัวแต่ฟังใครคนหนึ่งพูดแล้วนำมาคิดตามหมดประเทศจะอยู่อย่างไร เราต้องมีความสามัคคี เพื่อให้ประเทศได้ก้าวผ่านไป

เมื่อถามถึงร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) พูดถึงนายสุชาติ ที่ไปนัดกินข้าวกับพรรคเล็ก นายสุชาติกล่าวว่า ได้ดูอยู่ วิทยายุทธ์อาจจะน้อยกว่า วันไหนเจอ ต้องถามเขาว่าต้องสอนหน่อย ส่วนที่ไปทานข้าวเพราะรู้จักกันมาก่อน หลายคนรู้จักก่อนเป็นส.ส. และสนิทสนมกับคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว และพรรคเล็กก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีอะไรก็คุยไปกินข้าวและถ่ายรูปกัน ไม่ได้มีอะไร ภาพที่หลุดเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องจริง เพราะเราเป็นผู้แทน เป็นเพื่อนกินข้าวกัน ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ใช่เพื่อนกัน และที่กินข้าวอยู่ด้วยกันมีอยู่ 15-16 คน ส่วนที่พรรคเล็กไปทานข้าวกับพรรคเพื่อไทย เท่าที่เห็นน่าจะมีแค่คนเดียว คนอื่นไม่ได้ไป

เชื่อพรรคเล็กหนุนนายกฯลุยซักฟอก
ผู้สื่อข่าวกล่าวถึงข้อสังเกตว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปขอข้อมูลฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุชาติกล่าวว่า นายพิเชษฐเป็นคนที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้และความสามารถ เป็นรัฐมนตรีมาก่อน การจะทำอะไรที่เกี่ยวกับการเมือง เชื่อว่านายพิเชษฐมีจุดยืน มีมุมมองและมารยาททางการเมือง ไม่มีอะไร เมื่อมาอยู่พรรคพลังประชารัฐก็ได้รับคำแนะนำจากท่านหลายเรื่อง เราเป็นพรรคใหญ่ เหมือนบริษัทใหญ่ที่ไม่สามารถรู้จักทุกคนได้ เราอาจสนิทกับ คนนั้น แต่ไม่สนิทกับคนนี้ แต่ตนเป็นเด็กให้ความเคารพทุกคน

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าพรรคเล็กจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุชาติกล่าวว่า เชื่ออย่างนั้น เพราะพรรคเล็กพูดแล้วว่าจะดูข้อมูลในการอภิปรายและดูว่า น้ำหนักเป็นอย่างไร ส.ส.มาจากเสียงของประชาชน การที่เขาจะตัดสินใจในวันนี้ หรือพูดในอนาคตที่ยังไม่เห็นจะไม่กล้าพูดผูกมัดตัวเอง เมื่อพูดแล้วว่าอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล บางคนก็พูดว่ากับนายกฯ ไม่ได้มีประเด็นอยู่แล้ว แต่ถ้าคนอื่นหรือรมต.คนใดกระทบใครก็ชี้แจง พรรคเล็กทุกคนก็เป็นส.ส.ที่มีประสิทธิภาพ

แซะ‘ธรรมนัส’พูดกลับไปมา
เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนไหว เพราะร.อ.ธรรมนัส เตือนว่ารอเปิดสภามีใครซ่อนมีดไว้ข้างหลัง นายสุชาติกล่าวว่า “เขาอาจจินตนาการไปเอง พรรคร่วมรัฐบาลมีใครพูดแบบนี้บ้าง แต่คนที่พูดไม่ใช่พรรคร่วม แต่ถ้าพรรคร่วมพูด ถึงจะน่ากลัว และท่านเป็นพรรคที่ต้องสนับสนุนรัฐบาล ตอนอภิปรายก็พูดอยู่ว่าสนับสนุนรัฐบาล ก็คงเป็นไปตามที่พูด และตอนที่ออกไป ก็พูดกันชัดเจนยังสนับสนุนรัฐบาล สิ่งที่พูดวันนั้นกับวันนี้ จะสะท้อนให้เห็นว่าออกไปแล้วบอกว่าสนับสนุนรัฐบาล จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ ไม่มีใครพูดเรื่องนี้”

ไผ่โวยคนพปชร.โต้เศรษฐกิจไทย
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ให้สัมภาษณ์กรณีตอบโต้นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปม นายกฯ คนนอกว่า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจกับนายรงค์ เมื่อออกจากพลังประชารัฐมาแล้ว ไม่เคยพูดถึงอะไรที่ไม่ดี ไม่มีก้าวล่วงเพราะรู้อะไรเป็นอะไร แต่นายรงค์ พูดเหมือนเราไปเกาะกระแส ทั้งที่เขาไม่ได้มีกระแส และครั้งหน้ายังไม่ทราบว่านายรงค์ จะได้กลับมาเป็นส.ส.หรือไม่ เท่าที่เห็นบทบาทในพรรค ก็ไม่ค่อยมีอะไร เราไม่ได้ปกป้องใคร แต่มา พูดแบบนี้กับพวกตนไม่ถูก เพราะคนละบริบทกัน

นายไผ่กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์โดยบอกว่าหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจะทำอย่างไร และเป็นคำถามจากผู้สื่อข่าว ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราไปบอก นายรงค์จะบอกว่าคนทั้งประเทศไทย ไม่มีใครเหมาะสม มีคนเดียวที่เหมาะสมอาจไม่ถูกต้อง 100% สมมติว่าเราไม่เตรียมหรือคิดไว้ ถึงวันเวลาจริงอาจจะ เข้าสู่เดดล็อกทางการเมืองแบบทุกครั้งก็ได้ ส่วนที่ตนโพสต์อาจจะเเรง แต่เห็นว่าพล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคของนายรงค์ หากมีเหตุการณ์อะไร เรายังสนับสนุนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่จริงต้องขอบคุณ ไม่ใช่มาว่าเกาะกระแส และที่ว่าเกาะกระแส หากนายรงค์ไปห้างกับตน ถามว่าประชาชนรู้จักใครมากกว่า และจะได้รู้ว่าใครเกาะกระแสใคร ที่จริงกับนายรงค์ ไม่ได้มีปัญหากัน แต่มาว่าเราก่อนก็ต้องตอบโต้

เผย‘ศท.-กลุ่ม 16’นัดถกซักฟอก
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวว่า หลังจากกลุ่ม 16 แสดงจุดยืนจะโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกรณีการประมูลระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซีโดยไม่โปร่งใสนั้น ปรากฏว่า มีผู้ส่งข้อมูลความน่าสงสัยเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวมาให้ตนจำนวนมาก ทราบว่าในการประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพื่อพิจารณาทบทวนมติ เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบรับรองผลการคัดเลือกเอกชนดำเนินโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2565 มีกรรมการร่วมประชุม 9 คน จาก 12 คน โดยที่ประชุมลงมติยืนยันให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง เป็นผู้ชนะประมูลโครงการด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ใน 3 เสียงนั้น มี 2 เสียงขอให้รอคำพิพากษาศาลปกครองตามที่มีผู้ไปร้องคัดค้าน อีก 1 เสียงลงมติงดออกเสียง และมีผู้ไม่เข้าร่วมประชุม 3 เสียง เพราะไม่อยากเสี่ยงติดคุกในการร่วมลงมติ

นายพิเชษฐกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า นพ. ชลน่านได้นัดกลุ่ม 16 และพรรคเศรษฐกิจไทย หารือถึงข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะพูดคุยถึงประเด็นความน่าสงสัยโครงการระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซีด้วย แต่ยังไม่กำหนดชัดเจนจะนัดหารือวันใด ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แม้กลุ่ม 16 เป็นฝ่ายรัฐบาล จะไปพูดคุยกับฝ่ายค้านเพราะอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาว่า มีความเข้มข้นในการตรวจสอบรัฐบาล แม้จะอยู่ฝ่ายรัฐบาล ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยกับรัฐบาลทุกเรื่อง ต้องรอดูข้อมูลฝ่ายค้าน ถ้ามีข้อมูลหนักแน่นก็พร้อมยกมือสวน เพื่อเรียกศรัทธาประชาชนในระบบรัฐสภากลับมา หลังขาดความเชื่อมั่นกรณีสภาล่มซ้ำซาก

รับฟังปัญหา – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมแกนนำพรรคฝ่ายค้าน จัดเวที ‘ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทย เพื่อประชาชน’ ครั้งที่ 3 มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ที่โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ฝ่ายค้านถล่มรัฐบาลทำปชต.เสื่อม
ที่ห้องประชุมแสนสุข โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวที “ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทยเพื่อประชาชน” ครั้งที่ 3 โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ประชาธิปไตยเสื่อม ประเทศชาติโทรม ประชาชนสิ้นหวัง ขาดสิทธิ หมดเสียง สิ้นเสรีภาพ รัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว เสมือนร่างกายที่หัวใจพิการ” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า สาเหตุที่คนไทยต้องทวงคืนอำนาจ เพราะเราในฐานะเจ้าของอำนาจถูกปล้นอำนาจไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 และตลอด 8 ปียังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน วันนี้ถ้าเราไม่ทวงคืนอำนาจ กลับมา อนาคตประเทศจะมืดมน

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมาใช้บังคับ เกิดภาวะวิกฤตไม่สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาประชาชน เอื้อแต่ประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจ ถ้าเปรียบเป็นร่างกายมนุษย์รัฐธรรมนูญก็เหมือนหัวใจที่พิการ ถูกล่ามโซ่ให้ขาดโอกาสคิดพัฒนาประเทศ โดยถูกล่ามด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าประเทศกำลังเสื่อมโทรม ประชาธิปไตยเสื่อม และประชาชนสิ้นหวัง

ซัด‘ป้อม’นายกฯสำรอง-ปท.ยิ่งพัง
ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาธิปไตยเสื่อม หมายถึงระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองได้ ระบบแบบนี้ทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่สนใจจะตอบสนองประชาชน เพราะมีส.ว. 250 คนคอยสนับสนุน โดยไม่ต้องง้อ ส.ส.หรือฟังเสียงประชาชน

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีหลายฝ่ายเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นนายกฯ สำรอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองนั้น ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ปัจจุบันหรือลูกพี่ ก็ไม่หวั่นทั้งคู่ เพราะเป็นก็ยิ่งพัง ทำไมเรายังพูดว่า 2 คนนี้จะเป็นนายกฯ อีก เพราะ 2 คนนี้ตั้งส.ว. 250 คนขึ้นมา รอให้ฝ่ายค้านชนะเยอะๆ ได้เสียงเกินส.ว. รองรับ 2 คนนี้ไม่ได้เป็นนายกฯ และจะหยุดสร้างความเสียหายให้ประเทศเสียที

เชื่อ‘ประยุทธ์’กำลังถูกโดดเดี่ยว
ด้านน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมา เหมือนทศวรรษที่สูญหายของคนทั้งประเทศ เราไม่เห็นความพยายามประนีประนอมกับประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งเลย การแก้ปัญหาทุกเรื่องเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น สถานการณ์แบบนี้รัฐบาลจึงไปต่อยากมาก เรากำลังเห็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่รอวันปะทุ คาดว่าในอนาคตจะปะทุอย่างรุนแรง ส่วนปัญหาขัดแย้งภายในของรัฐบาล ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เกิดความง่อนแง่น วันนี้คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งกอดเก้าอี้นั่งรากงอกมา 8 ปีแล้วกำลังโดดเดี่ยว รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไร้ซึ่งความศรัทธาจากประชาชนแล้ว ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชนได้แล้ว

ปูดข่าววงใน‘บิ๊กตู่’ไขก๊อกมิ.ย.นี้
ขณะที่นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า เรามีผู้นำขาดวิสัยทัศน์ความรู้ความสามารถ เชื่อว่าไม่เกินเดือน มิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก นี่คือข่าววงใน เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ข่มขืนใจพวกเรามานาน เรายังจะอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อหรือออกไป

ฝ่ายค้านพร้อมคุยพรรคเล็ก
จากนั้นเวลา 13.00 น. นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคเล็ก เพื่อเสนอแนวทางการโหวตร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ฟังข้อเสนอเขาแล้วดูเป็นประโยชน์ ซึ่งเราต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคเล็ก เห็นพ้องกับข้อมูลของเราอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าพูดคุยกันได้ในมุมของเราถือว่าเป็นประโยชน์ และพรรคเล็กอาจจะคิดว่าการที่เขาช่วยโหวตน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศก็ได้ เพราะวันนี้บ้านเมืองเกิดวิกฤตประชาธิปไตยเสื่อม ประเทศและประชาชนสิ้นหวัง ถ้าทุกฝ่ายมองอย่างนี้ ตนถือว่าเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายที่ชัดเจน แต่มีการติดต่อประสานมา เราก็รับข้อเสนอที่จะพูดคุย เพราะตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นประโยชน์

เมื่อถามว่าการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในครั้งต่อไปจะเชิญตัวแทนพรรคเล็กมาร่วมหารือด้วยเลยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คนละเวทีกัน ฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ของเรา แต่เรื่องข้อมูล หากพรรคเล็กต้องการเสริมในประเด็นใด เรามีคณะทำงานของฝ่ายค้านที่แยกไปคุย แล้วนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน พูดง่ายๆ ว่า ข้อมูลของฝ่ายค้านเป็นข้อมูลลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งไม่ใช่เราไม่ไว้วางใจ แต่เป็นสิทธิ์ของผู้อภิปรายจะต้องรักษาข้อมูลของตัวเองไว้เป็นความลับ แต่หากใครจะ เพิ่มเติมอะไรเราพร้อมเปิดรับจากทุกฝ่าย

ไม่ปิดทางคุย‘ธรรมนัส’โค่นนายกฯ
เมื่อถามว่าสังคมมองเป็นเกมปั่นราคากล้วยของพรรคเล็ก นพ.ชลน่านกล่าวว่า หลายคนอาจคิดแบบนั้น แต่ตนมองว่าหากเขามีเจตนาที่ดีกับประเทศจริงๆ ถือว่าเขาทำโจ่งแจ้ง ไม่ได้ทำลับๆ ล่อๆ เขาประกาศว่าอยากช่วยในเรื่องที่เห็นว่าเป็นความเสียหาย ซึ่งการประกาศเช่นนี้ หมายถึงเขาสัญญากับประชาชนว่าเขาจะทำ ดังนั้น ถ้าเขาไม่ทำแล้วไปเข้าสมมติฐานว่าปั่นราคา เขาจะเสียหายเอง เขาคงไม่คิดฆ่าตัวตายทางการเมือง เพราะจะเป็นการเล่นการเมืองครั้งสุดท้ายของเขาเลย จึงเชื่อว่าเขาต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองจริงๆ

เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส ด้วยใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมี 208 เสียง การจะมีเสียงไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งต้องใช้ 238 เสียง ดังนั้น การแสวงหาเสียง นอกจากใช้ข้อมูลแล้ว การติดต่อประสานงานกับพรรคที่เห็นแก่บ้านเมือง ก็เป็นแนวทางที่จะเข้าไปพูดคุยอยู่แล้ว แต่จะเป็นจังหวะไหนค่อยดูกันอีกครั้ง

“ถ้าได้เสียงจากพรรคเศรษฐกิจไทย ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะล้มพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เผลอๆ อาจตัดสินใจก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยก็ได้ หากกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ผ่านวาระ 3 กลางเดือน มิ.ย.นี้ ดังนั้น ช่วงกลางเดือนมิ.ย. จะเป็นช่วงที่มีการตัดสินใจหลายเรื่อง หากนายกฯ ต้องการรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และคิดว่าท่านออกไปแล้วจะมีคนเข้ามาทำหน้าที่ได้ดีกว่า หรือแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ท่านอาจตัดสินใจในช่วงนี้เลย ซึ่งง่ายที่สุดคือการลาออก” นพ.ชลน่านกล่าว

ตั้ง‘ประเสริฐ’มือดีลพรรคเล็ก
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรับประทานอาหารร่วมกับพรรคเล็กว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล ได้พูดถึงความอึดอัดใจต่อโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเรา ขนาดปรารภว่าถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าในความเสียหายที่เกิดขึ้น เขาจะไม่ยกมือสนับสนุน ถ้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีเรื่องนี้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม การติดต่อประสานงานกับพรรคเล็ก หัวหน้าพรรค ได้มอบให้ตนเป็นผู้ประสานเบื้องต้น ว่าจะมีการพูดคุยกันหรือไม่

เมื่อถามว่ามีการประเมินตัวเลขกลุ่ม 16 ที่จะร่วมยกมือกับฝ่ายค้านอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า เรายึดตัวเลขกลุ่ม 16 อยู่ เมื่อถามว่าตัวเลขกลุ่ม 16 อาจไม่พอล้มรัฐบาล จะติดต่อพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปตย์ด้วยหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่อยากให้มองแบบนั้น เพราะวันนี้พรรคเศรษฐกิจไทย ยังไม่แสดงตนว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น 18 เสียง จะโยกไปทางไหนยังตอบไม่ได้ แต่ถ้าพรรคเศรษฐกิจไทยรวมกับพรรคเล็กจะมี 30 กว่าเสียง ซึ่งก็มี นัยยะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้

ดุสิตโพลชี้‘ชัชชาติ’นำ‘อัศวิน’ตาม
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจเรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในสายตาคนกรุงเทพฯ” สำรวจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 2,522 คนวันที่ 12-28 เม.ย. สรุปผลได้ดังนี้
พบว่า ร้อยละ 82.20 ระบุจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค.นี้อย่างแน่นอน ร้อยละ 11.86 คงจะไป ร้อยละ 4.32 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 1.62 คงจะไม่ไป

ส่วนความสนใจผู้สมัครแบบใด ร้อยละ 56.11 ระบุผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 29.58 ผู้สมัครที่สังกัดพรรค ร้อยละ 14.30 ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนจะตัดสินใจเลือกจากสาเหตุใด อันดับ 1 มีนโยบายดี ร้อยละ58.37 อันดับ 2 ขยัน ตั้งใจทำงาน ร้อยละ 50.32 อันดับ 3 ภาพลักษณ์ดี นิสัยดี ประวัติดีร้อยละ 47.18 ทั้งนี้ การหาเสียงในปัจจุบัน ร้อยละ 43.54 มีผลต่อการตัดสินใจมาก ร้อยละ 38.30 ค่อนข้างมีผล ร้อยละ 14.16 ไม่ค่อย มีผล ร้อยละ 4.00 ไม่มีผล

คนกรุงเทพฯ ชื่นชอบผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนใดมากที่สุด อันดับ 1 นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 39.94 อันดับ 2 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 14.16 อันดับ 3 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิร้อยละ 13.37 อันดับ 4 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 10.00 อันดับ 5 น.ต.ศิธาทิวารี ร้อยละ 4.01 อันดับ 6 นายสกลธี ภัททิย กุล ร้อยละ 3.09 อันดับ 7 น.ส.รสนา โตสิ ตระกูล ร้อยละ 1.94 อันดับ 8 ผู้สมัครอื่นๆ ร้อยละ 1.47 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 12.02
ส่วนคะแนนนิยมจากการทำโพลสำนักต่างๆ ร้อยละ 64.79 ระบุไม่มีผลต่อการ ตัดสินใจ ร้อยละ 35.21 มองว่ามีผล

นิด้าโพลเผยชัชชาติก็นำโด่งเช่นกัน
ส่วนศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 65 รอบที่ 2” สำรวจวันที่ 27-29 เม.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 1,357 หน่วยตัวอย่าง พบว่า บุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 1 ร้อยละ 44.58 นายชัชชาติ เพราะเป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 11.42 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขอดูนโยบายและการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครก่อน อันดับ 3 ร้อยละ 11.27 พล.ต.อ.อัศวิน เป็นคนมีประสบการณ์ บริหารงานเก่ง และสานต่องานได้อย่างต่อเนื่อง

อันดับ 4 ร้อยละ 8.99 นายสุชัชวีร์ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดใหม่ๆ พัฒนาให้กรุงเทพฯ ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 6.93 นายวิโรจน์ เป็นคนรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ มุ่งมั่นทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 5.75 ระบุว่า ไปลงคะแนนไม่เลือกใคร อันดับ 7 ร้อยละ 3.17 นายสกลธี มีประสบการณ์บริหารงาน และช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง อันดับ 8 ร้อยละ 2.51 น.ต.ศิธา เพราะชื่นชอบนโยบายและเชื่อมั่นในพรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.28 น.ส.รสนา เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานดี มีผลงาน และเป็นคนมีวิสัยทัศน์ อันดับ 10 ร้อยละ 2.14 ระบุจะไม่ไปลงคะแนน และร้อยละ 0.96 ระบุว่า อื่นๆ

เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจ รอบที่ 1 พบว่า ผู้ที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง ขณะผู้ที่ระบุว่า นายชัชชาติ พล.ต.อ.อัศวิน นายสุชัชวีร์ นายวิโรจน์ ไปลงคะแนนไม่เลือกใคร นายสกลธี น.ต.ศิธา น.ส.รสนา และจะไม่ไปลงคะแนน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

‘พรพิมล ลูกชัช’เสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พรพิมล คงอุดม ลูกสาวคนโตของนายชัชวาลล์ คงอุดม (ชัช เตาปูน) หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งเป็นผู้สมัครส.ก. เบอร์ 2 เขตบางซื่อ พรรคไทยสร้างไทย ได้เสียชีวิตไปด้วยวัย 59 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และโรคมะเร็งลำไส้ ที่ร.พ.วิชัยยุทธ มีกำหนดการรดน้ำศพที่วัดมัชณันติการาม (วัดน้อย) เขตบางซื่อ วันที่ 2 พ.ค. โดยจะสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน และมีกำหนดพระราชทานเพลิง ในวันเสาร์ที่ 7 พ.ค.
สำหรับน.ส.พรมิมล เคยเป็นอดีตส.ก.เขตบางซื่อ 4 สมัยในนามพรรคประชาธิปัตย์ และส.ก.อิสระ และเป็นผู้สมัครส.ก.ตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคไทยสร้างไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน