มีสัมพันธ์ในรถ-บนเขื่อน คู่กรณีโต้ลั่นปมแบล็กเมล์ แต่ยอมรับได้เงิน3แสนจริง
‘กาโตะ’รับแล้วเสพกามสีกาในรถบนเขื่อน โฟนอินสารภาพกลางรายการโทรทัศน์ชื่อดัง อ้างเหตุพลาดเพราะอายุน้อยถูกคู่กรณียั่วยวนจนขาดสติ ด้านสาวคู่กรณีเปิดเส้นทางความสัมพันธ์ แต่ที่ออกมาแฉเพราะรู้สึกผิด เผยรับเงิน 3 แสนจากอีกฝ่าย แต่ก็ยังเดินหน้าพูดความจริง ด้านพระพยอมจี้ตรวจสอบเส้นทางเงินอดีตพระฉาวว่าใช้เงินวัดโอนให้กับใครบ้าง
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ ‘หมอปลา’ เข้านมัสการ พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อขอคำชี้แนะกรณี นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตหลวงพี่กาโตะ ที่ตกเป็นข่าวฉาวกรณีมีคลิปเสียงคล้ายกับตนเองสนทนากับหญิงสาว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมาอดีตหลวงพี่กาโตะตัด สินใจที่จะขอลาสิกขายุติการครองสมณเพศ
พระพยอมกล่าวว่า พฤติกรรมพระแบบนี้เปรียบเสมือนตาลยอดด้วน ไม่มีโอกาสได้แทงยอดออกใบอีกต่อไปเหมือนกับพระ รูปนี้ ดังนั้นแม้ว่าจะตัดสินใจลาสึกออกไปแล้ว การสอบสวนยังต้องดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงินว่ามีการใช้เงินของวัดไปโอนให้กับใครบ้าง โอนเพื่ออะไร โอนไปทำไม เชื่อว่าการที่อดีตพระ กาโตะตัดสินใจสึกกะทันหันโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงตามข้อครหา เป็นเพราะถูกกดดันหรือมีคนแนะนำมาให้สึก เพื่อเอาตัวรอดไปก่อน
ส่วนเรื่องที่สีกาตองบอกว่ามีพระผู้ใหญ่สอนให้พูดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาป่วยเป็นโรคทางประสาทนั้น ถ้ามีพระผู้ใหญ่ไปแนะนำให้พูดจาบิดเบือนแบบนั้นจริง สอนให้คนโกหกอันนี้แสดงว่าตัวเองต้องมีความผิดด้วยและแอบปกปิดอะไรเอาไว้ แค่การพูดโกหกผิดศีลใน 5 ข้อแล้ว การสอนให้คนโกหกไม่มีอยู่ในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเลย นอกจากพวกเนื้องอกหรือสาวกเทียมเท่านั้น สถานการณ์ในตอนนี้เลยกลายเป็นว่าพระย้อยที่ไปฉายเดี่ยวในเรื่องนี้ สุ่มเสี่ยงทำผิดวินัยสงฆ์ไปเสียเอง คือเป็นพระแล้วไปกล่าวหาพระด้วยกันเอง มีความผิดต้อง สังฆาทิเสสแต่ไม่ถึงขั้นปาราชิก ต้องไปอยู่กรรมชดใช้
ด้านนายจิรพันธ์กล่าวว่า เรื่องคดีน้องตองกับพระกาโตะได้รับข้อมูลมาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.แล้ว น้องตองเป็นคนนำหลักฐานส่งคลิปเสียงมาให้ตั้งแต่ในวันนั้น และยืนยันว่าตัวน้องไปมีสัมพันธ์กับพระรูปนี้ในรถจริง แต่เนื่องจากหลักฐานในตอนนั้นเห็นว่ายังไม่แน่นหนาเพียงพอ จึงนัดพบกันอีกครั้งที่บ้านของตนในจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 16 เม.ย. แต่เนื่องจากน้องตองเป็นคนใจร้อนนำเรื่องคลิปเสียงนี้ไปเปิดเผยกับพระย้อยก่อนจนกลายเป็นข่าวขึ้นมา
วันเดียวกัน นายจิรพันธ์ พร้อมน.ส.ตอง (นามสมมติ) สีกาที่มีสัมพันธ์กับอดีตพระกาโตะ และพระย้อยที่เป็นผู้เผยแพร่คลิปฉาว ไปออกรายการโหนกระแสดำเนินรายการโดย ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย
น.ส.ตองเผยว่า ไปถวายเพลที่วัด วันที่ 31 ม.ค. ตอนนั้นถวายเพลอย่างเดียวแล้วเดินชมวัดชวนคุยทำให้รู้สึกสบายใจ ตอนนั้นรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง เพราะวันนั้นที่ไปถวายเพล บอกท่านว่าไม่สบายกลับมารักษาจิตใจ พอแยกย้ายไปถามพระท่านว่าถ้าคราวหน้าจะถวายเพลอีกจะติดต่อยังไง ท่านบอกว่าสามารถแอดเบอร์นั้นได้เลย มีการแอดไลน์คุยกัน เพื่อไว้นัดและเวลามาทำบุญที่วัด

รับเสพกาม – ‘หลวงพี่กาโตะ’ หรืออดีตพระพงศกร จันทร์แก้ว โฟนอินเข้าไปใน ‘รายการโหนกระแส’ ที่นำน.ส.ตอง คู่กรณีมาเปิดใจ โดยยอมรับสารภาพว่ามีเพศสัมพันธ์กับฝ่ายสาวขณะเป็นพระจริง อ้างอายุยังน้อย ทนความเย้ายวนไม่ไหว
หลังจากนั้นพูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์มาโดยตลอด เริ่มแสดงออกถึงพฤติกรรมชู้สาว ส่วนสาเหตุที่นำไปสู่การมีสัมพันธ์บนรถนั้น เกิดจากที่อดีตพระกาโตะทักไลน์มาพูดคุยว่า รู้สึกปวดเมื่อยเอวมากจากการไปนั่งเทศเป็นเวลานานๆ พร้อมกับออกอุบายว่า อยากให้คนมานวด จึงแนะนำว่าให้ทายาหม่อง แล้วถามว่าปกติหมอสามารถนวดให้ได้มั้ย หมอผู้หญิงหรืออะไรแบบนี้ เขาบอกว่านวดได้ แล้วถ้าเป็นตองจะนวดให้ได้มั้ย เขาบอกว่าถ้าเราเจตนาดีนวดได้ จึงนัดกันว่าท่านเทศน์เสร็จเวลานี้ๆ ประมาณเกือบๆ สี่ทุ่ม เมื่อไปถึงบริเวณ สันเขื่อนตามที่อดีตพระกาโตะต้องการจึงเริ่มนวด หลังจากนั้นเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น
ส่วนเหตุที่ต้องออกมาแฉเพราะขัดแย้งกันในใจระหว่างความถูกกับความผิด มันติดอยู่ในใจตลอดเวลาอึดอัดใจมาก เพราะปรึกษาใครไม่ได้ แต่พอตัดสินใจว่าจะทำในสิ่งที่ ถูกต้อง เพราะถึงผิดพลาดอะไรไป อย่างน้อยก็ไม่เสียใจที่เลือกแล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ช่วงหนึ่ง หนุ่ม-กรรชัย ถามถึงกรณีมีคนเสนอเงิน 3 แสนเพื่อให้หยุดพูด น.ส.ตองยอมรับว่าจริงนัดรับเงินนัดรับหลังเซียร์รังสิต แต่มีข้อแม้ว่าให้ไปปิดบัญชีธนาคาร ให้ลบไลน์ทิ้ง ต่อหน้า อัดวิดีโอไปด้วย การปิดบัญชี เขาเอาสลิปที่ปิดบัญชีจัดเก็บไปด้วย
หนุ่ม-กรรชัย ถามอีกว่า เอามาแล้ว 3 แสน ยังแฉต่อ อีกฝ่ายตอบยืนยันว่า พูดความ จริงค่ะ ต้องพูด ขอน้อมรับทุกคำด่าว่าเลว ชั่วจริงๆ ขอโทษวงการพระพุทธศาสนา ขอโทษทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ คนที่ทำให้เดือดร้อนกับ เรื่องนี้ มันเกิดจากความไม่มีสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ยอมรับว่าผิด
ช่วงหนึ่งของรายการ อดีตพระกาโตะโทรศัพท์เข้าไปร่วมพูดคุยในรายการยอมรับว่าก่อเหตุ พลาดจริงๆ เพราะอายุเรายังน้อย ด้วยผู้หญิงเย้ายวน ตั้งแต่รอบแรกมาก็โดนบังคับขู่เอาเงินตลอด เขาบอกว่าหลวงพี่ฉันมีหนี้นะ เราพลาดกันแล้วต้องรับผิดชอบ ตั้งใจว่าจะลาสึกช่วงปลายปี เพราะอยากจะสร้างวัดให้เสร็จ รู้ว่าพลาดเผลอใจไป แต่สังคมยังเข้าใจ แฟนคลับยังเข้าใจ แต่เราไม่อยาก ออกสื่อเพราะเราอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ผู้หญิงเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เขาบอกว่าต้องใช้เงินเท่านั้น พอเราโอนไปเขาเก็บหลักฐานคิดว่าจบ แต่ไม่จบขาบอกมีค่านี้อีก
“ถ้าดูจากคลิปผมปฏิเสธทุกอย่าง ว่ามาไม่ได้นะ แต่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มโดนแบล็กเมล์แล้ว ผมเลยปฏิเสธอะไรได้ไม่มาก เพราะเรื่องเงินมาแล้ว พอขอก็เริ่มอ้างหมอปลาแล้ว ที่มีคลิปออกไป ที่ผมบอกว่าไปพามาเลยหมอปลา ผมระเบิดแล้ว ผมรู้สึกว่าเงินฉันให้ไปหมดแล้ว ทำไมเธอทำร้ายฉันมาก เธอบอกว่าขาดเงิน 3 หมื่นบาทจะเอาไปจ่ายค่าหนี้ เราก็รับผิดชอบจ่ายให้คือจบนะ แต่ไม่จบ มาขออีก 4 หมื่นนะ 3 พันนะ เราก็ให้ เพราะมันพลาดไปแล้ว เราพลาดเพราะเราเป็นวัยรุ่น สุดท้ายผมเริ่มมั่นใจว่าโดนแบล็กเมล์ เพราะเขาเริ่มมาหาผมตลอด หาวันว่างได้มั้ย พอบอกไม่ได้ ก็บอกว่างอนแล้วนะ ต้องจัดหาเวลาให้ เราก็ไม่รู้ว่าเราไปแล้วจะเป็นยังไง โดนอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน” อดีตพระกาโตะกล่าว
อดีตพระกาโตะ กล่าวยืนยันอีกว่า เงินทั้งหมดที่ให้อีกฝ่ายไป เป็นเงินส่วนตัวที่ได้จากกัณฑ์เทศน์ไม่เคยใช้เงินของวัด เกิดหลังจากมีคลิปเสียงแล้ว ทางฝ่ายหญิงโทร. มา บอกว่าต้องรักษาโรคไบโพลาร์หนักมากเพราะนักข่าวโทร.มาเยอะมาก ไม่ไหวแล้ว จำเป็นต้องขอค่ารักษา และจบเพียงแค่นี้จริงๆ เขาเป็นฝ่ายเสนอมา 3 แสนบาท แต่ไม่จบมีการอ้างโน่นอ้างนี่ จริงๆ ไปขอคำปรึกษาหลวงพ่อ หลวงพ่อหวังดีบอกว่ากาโตะ เดี๋ยวจะคุยอย่างสันติวิธี เพราะว่าไหนๆ ปลายปีก็สึกแล้ว ไม่ได้อยากเป็น เจ้าอาวาสหรือรักษาเจ้าอาวาสเหมือนข่าวออก เราต้องการทำวัดให้เสร็จก่อน ถ้าออกสื่อไปคนก็เห็นว่าวัดกำลังสร้างอยู่มากเป็นห่วงวัดอยากให้เสร็จ
หนุ่ม-กรรชัย ถามอีกว่าตอนนี้ถือว่า ปาราชิกมั้ย อดีตพระกาโตะกล่าวว่า แล้วแต่สังคมว่าเลย ผมยอมรับถึงขนาดนี้แล้ว ยอมรับว่าเราพลาดจริง เผลอใจจริงๆ ขอโทษด้วยเราเป็นวัยรุ่นคนนึงที่ยังขาดสติพอสมควร ขอโทษสังคม ขอโทษศาสนา ขอโทษผู้ใหญ่ น้อมรับผิดคนเดียว ด้วยความไร้เดียงสายังเด็กเป็นวัยรุ่น การตัดสินใจยังไม่ชัดเจนอ่อนต่อพระธรรมวินัย ขอโทษตรงนี้ แม่ พี่น้องผมเต็มที่แล้ว วันนี้ออกมาพูดความจริงแล้ว จำเป็นต้องพูดความจริง ขอโทษคู่กรณีด้วย
ในช่วงท้ายของรายการอดีตพระกาโตะและสาวคู่กรณียังโต้แย้งกันเรื่องการแบล็กเมล์ นอกจากนั้น หนุ่ม-กรรชัยยังสอบถามถึงกระแสข่าวว่า นอกจากจ่ายเงินให้ฝ่ายหญิงแล้ว ยังจ่ายเงินให้นักข่าวในพื้นที่เพื่อปิดข่าว โดยอดีตพระกาโตะยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจบรายการ อดีตพระกาโตะโพสต์ข้อความบนโลกโซเชี่ยลว่า ขอยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะด้วยการขาดความยับยั้งชั่งใจ และความคึกคะนองของผม วันนี้ผมต้องขอยุติการเป็นพระนักเทศน์ ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนี้ไป ผมจะหาคอนเทนต์ เรื่องราวดีๆ เรื่องตลกๆ ที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกท่านๆ ที่ติดตามผม ผมจะไม่ทิ้งแฟนคลับไปไหน ผมขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่รักผมนะครับ
วันเดียวกัน สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรม ราช โดยนายสุเชษฐ์ แรกรุ่น นายกสมาคมผู้สื่อข่าวฯ ออกมาเคลื่อนไหวถึงกรณี อดีตพระ กาโตะออกมาระบุว่าให้เงินนักข่าวจำนวน 3 แสนบาทเพื่อปิดข่าว ผู้สื่อข่าวใน จ.นครศรี ธรรมราช ได้พยายามเช็กว่าเป็นบุคคลใด ในที่สุดพบว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งจำวัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช พานักข่าวคนหนึ่งไปเคลียร์เรื่องนี้กับอดีตพระกาโตะ และให้เงินสดไปแล้ว 3 แสนบาท โดยพระรูปนั้นเป็นผู้รับเงิน แต่ไม่ได้จ่ายให้นักข่าวเพราะเห็นว่าข่าวนี้ไม่สามารถปิดได้
สำหรับกรณีนี้สมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรม ราช ขอยืนยันว่า สมาชิกสมาคมฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด เพราะเท่าที่ได้ลงพื้นที่ทำข่าว “ทิดกาโตะ” มาตั้งแต่ต้น ติดตามทำข่าวมาอย่างต่อเนื่อง นำเสนอทุกด้าน คิดว่าไม่มีใครกล้าที่จะรับเงินแน่ เพราะเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจทั่วประเทศ และล่าสุดสมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช โทร.สอบถาม พระธนวัฒน์ จกฺกวโร หรือ “พระย้อย” ถึงที่มาที่ไปกรณี ดังกล่าว โดย “พระย้อย” บอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง แต่เท่าที่ทราบนักข่าวยังไม่ได้รับเงิน แต่อย่างใด และได้แจ้งทีมงานโหนกระแสไปแล้วหลังรายการ
ในส่วนของการสอบสวนของคณะกรรมการสงฆ์ในกรณี “ทิดกาโตะ” เสพเมถุนนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าทั้งเรื่องการเงินของวัดเพ็ญญาติ รวมทั้งผลสอบ ปรากฏว่าไม่มีพระรูปใดออกมาให้สัมภาษณ์ ยังคงเก็บตัวเงียบโดยไม่ยอมออกมาให้รายละเอียดแต่อย่างใด บอกเพียงว่า “ไม่สะดวก” ในการให้ข้อมูล
ด้านนายสมบัติ พิมพ์สอน ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีนาย กาโตะออกมายอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับสีกาจริงในขณะที่ยังดำรงสมณเพศ ถือว่าต้องอาบัติปาราชิกในเรื่องการเสพเมถุนแล้ว ไม่สามารถบวชใหม่ได้อีกต่อไป ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการวินิจฉัยในเรื่องนี้เพื่อให้มีการออกเป็นเอกสารยืนยันชัดเจน ซึ่งการที่ออกมายอมรับแล้วถือว่าในเรื่องของโทษอาบัติปาราชิกมีความชัดเจนแล้ว
นายสมบัติกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องที่นายกาโตะบอกว่ามีพระผู้ใหญ่มาแนะนำให้สึก รวมทั้งให้โกหกเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับสีกานั้น เชื่อว่าพระผู้ใหญ่ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องการให้โกหก แต่น่าจะเป็นการแนะนำทางออกให้ว่า หากรู้ตัวแล้วว่าผิดก็ขอให้สึกออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ เพราะพระผู้ใหญ่ที่อ้างถึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้สึก ดังนั้น จึงเชื่อว่าเป็นการแนะนำทางออกให้มากกว่า แต่ในเรื่องความผิดทางพระธรรมวินัยในช่วงที่ทิดกาโตะยังเป็นพระก็จะต้องตรวจสอบต่อไป