เบนซิน-โซฮอล์พุ่งอีก60สต. แต่ชาวนาครวญ-ข้าวราคาตก
ผัก-หมูแพงขึ้นอีก ‘ค้าภายใน’เผยผักชีโล 110 ขึ้นฉ่ายโล 90 ส่วนหมูขยับอีก 3 บาท ต่อกิโล ทำสามชั้นพุ่ง 240 สันนอกแตะ 210 แจงเหตุจากอากาศร้อน-พายุถล่ม ขนส่งเริ่มทยอยปรับราคาแล้ว ลั่นดีเซลถึงลิตร 35 บาทปรับใหญ่ เบนซิน-โซฮอล์ปรับขึ้นอีกลิตรละ 60 สตางค์วันนี้ รัฐบาลงดเก็บภาษีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3 เดือน หวังลดต้นทุนเกษตรกร
‘ตู่’เผยเศรษฐกิจไทยดีขึ้น
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2565 ปรับตัวดีขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้า จากมูลค่าส่งออกของราคาสินค้า และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่สำหรับอัตราเงินเฟ้อ อาจจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าตามราคาของพลังงาน ซึ่งอันนี้เราควบคุมไม่ได้ แต่จะหามาตรการดูแลอย่างไร ซึ่งวันนี้เรามี 10 มาตรการที่ออกไปแล้ว และจะติดตามสถานการณ์ทุก 1 เดือนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ขณะนี้ทั้งกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลังได้รับไปดูแลแล้ว โดยมีรายงานว่า ปรับตัวดีขึ้น มีการผลิต การส่งออกมากขึ้น แต่โดยรวมยังมีความเปราะบางอยู่จาก 2 ปัญหาเดิมคือ สถานการณ์โควิด-19 และสงคราม ทุกประเทศก็มีปัญหาเหมือนกัน ในเวลานี้ ตนคิดว่าหลายประเทศยิ่งกว่าเรา ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ 34.35 ต่อดอลลาร์ ถือเป็นการอ่อนค่าลงร้อยละ 1.9 จากสัปดาห์ก่อน ถือเป็นผลดีกับการส่งออก โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตร
งดภาษี-แก้อาหารสัตว์แพง
“ทุกอย่างมันผูกพันกันไปหมด เพราะอยู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ภูมิภาคไหนมันยึดโยงไปทั้งหมด สินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ที่ 4 ที่เพิ่มขึ้น ข้าวเปลือกเจ้านาปี ปาล์มทลาย สุกรขุนพันธุ์ผสมมากกว่า 100 กิโลกรัม ไก่รุ่นพันธุ์เนื้อ ไข่สดคละ ราคาสูงขึ้น ก็ดีขึ้น แต่มีผลกระทบที่ภาคการผลิต วันนี้ให้แก้ปัญหาเรื่องอาหารสัตว์ เรื่องข้าวโพดก็ต้องรอฤดูกาลใหม่ แต่ช่วงนี้จะทำยังไงให้สินค้าไม่ขาด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายอาหาร ผ่อนปรนมาตรการภาษีนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ในโควตา โดย องค์การคลังสินค้า (อคส.) และผู้นำเข้าทั่วไปเป็นผู้นำเข้าได้ ในช่วง 3 เดือน ระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค. 2565 อัตราภาษี 0% ปริมาณไม่เกิน 6 แสนตัน หรือร้อยละ 50 ของความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ จะเร่งรัดออกประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นโยบายและมาตรการตามข้อเสนอนี้ มีผลบังคับใช้โดยเร็วต่อไป ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความตกลงขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่ได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการในครั้งนี้ ตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์ที่จำหน่ายแก่ผู้บริโภคเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนด้วย
ทุ่ม 2 พันล.ประกันข้าว-ข้าวโพด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 โดยอนุมัติวงเงิน 2,149 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2565 วงเงิน 224.44 ล้านบาท มีพื้นที่เป้าหมาย Tier 1 จำนวน 2.06 ล้านไร่ พื้นที่ Tier 2 จำนวน 6 หมื่นไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย และเป็นการต่อยอดความช่วยเหลือของภาครัฐในการรองรับต้นทุนการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ส่วนโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 วงเงิน 1,925.07 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบโครงการส่วนในปีนี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับปี 2564 โดยอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ลูกค้าสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) มีพื้นที่ เป้าหมาย 28 ล้านไร่ โดยรัฐอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 59.40 บาทต่อไร่ และ ธ.ก.ส.จะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้อีก 39.60 บาทต่อไร่ ส่วนกลุ่มลูกค้าเกษตรกรทั่วไป ค่าเบี้ยประกันภัยแยกเป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 99 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง 199 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงสูง 218 บาทต่อไร่ รวมพื้นที่เป้าหมายไม่เกิน 500,000 ไร่ โดยรัฐอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 5940 บาทต่อไร่เท่ากันทุกพื้นที่ความเสี่ยง ส่วนค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ Tier 2 พื้นที่เป้าหมาย 500,000 ไร่ ซึ่งเกษตรกรจะต้องเป็นผู้ชำระเอง แบ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำ 27 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 60 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 110 บาทต่อไร่

แพงทั้งแผง – ผักสดในตลาดขายส่ง สี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ปรับราคาชนิดยกแผง หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขยับราคาตามต้นทุน ล่าสุดน้ำมันเบนซินขึ้นอีกลิตรละ 60 สตางค์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.
ค้าภายในรับผักชีโลละ 110
รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แจ้งถึงภาวะราคาขายสินค้าเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 2 พ.ค.2565 เปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (29 เม.ย.) ว่า ผักสดหลายรายการมีราคาปรับสูงขึ้นมาก เช่น ผักชี ปรับขึ้น 20 บาท/ก.ก. เป็น 100-110 บาท/ก.ก., พริกขี้หนู (จินดา) ปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 70-80 บาท/ก.ก. เป็นต้น
ถั่วฝักยาวคัด ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 65-70 บาท/ก.ก., ขึ้นฉ่ายคัด ปรับขึ้น 20 บาท/ก.ก. เป็น 80-90 บาท/ก.ก., พริกสดชี้ฟ้า ปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 60-70 บาท/ก.ก. และผักกาดหอมคัด ปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 50-55 บาท/ก.ก. เป็นต้น
เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด สลับกับพายุฝนส่งผลให้ผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหาย รวมทั้งราคาค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทำให้ราคาหมวดผักสดสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
หมูขึ้นอีก 2-3 บาท/ก.ก.
ส่วนราคาเนื้อหมูพบว่ามีราคาปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น 2-3 บาท/ก.ก. เป็น 99-100 บาท/ก.ก. ส่งผลกระทบทำให้ราคาจำหน่ายปลีกเนื้อหมูต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น เช่น เนื้อแดง สะโพกและไหล่ (ไม่ตัดแต่ง) ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 180-185 บาท/ก.ก., เนื้อสามชั้น ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 220-240 บาท/ก.ก. และเนื้อสันนอก ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 200-210 บาท/ก.ก. เป็นต้น เนื่องจากสุกรมีชีวิตราคาสูงขึ้นเพราะผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสุกร ในขณะที่ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผลปาล์มทะลาย (คุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%) ยังมีราคาปรับเพิ่มขึ้น 50 สตางค์/ก.ก. เป็น 10.70-12.10 บาท/ก.ก. เนื่องจากโรงสกัดยังคงแข่งขันรับซื้อผลปาล์มในราคาสูงเพื่อส่งมอบน้ำมันปาล์มดิบที่มีการซื้อขายล่วงหน้าแล้ว โดยส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบมีแนวโน้มหมวดพืชอาหารปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปบรรจุขวด 1 ลิตร ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64-68 บาท/ขวด
ตรึงสุกรหน้าฟาร์มได้แค่กทม.
ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคม ผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มว่า ผู้เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ และใกล้เคียงจะรักษาระดับราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้สูงเกินกว่า 100 บาท/ก.ก.เพื่อรองรับนโยบายการเปิดประเทศ แต่ต้องยอมรับว่าฟาร์มในภูมิภาคพื้นที่ห่างไกลออกไป เช่น ภาคเหนือ และภาคอีสานจะมีราคาสูงกว่า 100 บาท/ก.ก. เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งที่แพงกว่า
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) มีมติอนุมัติให้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ 1.2 ล้านตันเพื่อแก้ไขหมูแพงนั้น ไม่ทันกับการแก้ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและมีราคาแพง เพราะกว่าจะมีการสั่งซื้อและนำเข้ามาใช้ได้จริงอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน โดยช่วงช่องว่าง 2 เดือนนี้ไม่มีทางที่ราคาหมูจะปรับลดลงได้ และหากอาหารสัตว์ปรับราคาเพิ่มขึ้น หมูก็ต้องขึ้นราคาเช่นกัน โดยวัตถุดิบอาหารสัตว์นั้นมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2564 จนถึงขณะนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 60%
สิบล้อทยอยปรับราคาแล้ว
นายชัยวัฒน์ วิบูลย์วัฒนกิจ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยอมรับขณะนี้ผู้ประกอบการขนส่งบางรายทยอยปรับขึ้นค่าขนส่งแล้ว หลังราคาดีเซลในประเทศปรับขึ้น 2 บาท/ลิตร อยู่ที่ 32 บาท/ลิตร แต่บางรายยังชะลอการปรับค่าขนส่งเพื่อขอรอดูราคาน้ำมันในประเทศก่อน แต่หากราคาน้ำมันปรับขึ้นไปถึง 35 บาท/ลิตร ค่าขนส่งโดยรวมก็คงปรับขึ้น 15-20% แน่นอน
“ยอมรับภาพรวมค่าขนส่งต้องปรับขึ้นแน่นอน แต่จะขึ้นอย่างไร เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและการตัดสินใจของผู้ประกอบการขนส่งแต่ละรายที่มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เช่น เป็นธุรกิจส่วนตัว/บริษัท รับงานขนส่งกับเอกชน/ราชการ และระยะเวลางานต่างกัน ทำให้แต่ละรายขึ้นค่าขนส่งเร็ว/ช้าในระดับไม่เท่ากัน บางรายไม่อยากปรับค่าขนส่งขึ้นจุกจิก อาจรอให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่านี้แล้วปรับขึ้นทีเดียว ขณะนี้จึงอาจยังไม่เห็นค่าขนส่งปรับขึ้นมากนักเพราะผู้ประกอบการขนส่งก็ติดตามดูราคาน้ำมันแล้วปรับขึ้นตามความจริง ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 2 บาท/ลิตรจะปรับค่าขนส่งขึ้น 15% ก็คงไม่ได้”
นายชัยวัฒน์กล่าวย้ำว่า ภาคขนส่งยืนยันข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการผสมไบโอดีเซลหรือ B100 ในน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 1 ปี ช่วยลดราคาน้ำมันลงได้ถึง 1.60-2 บาท/ลิตร เพราะขณะนี้ราคาผลผลิตปาล์มปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้น้ำมันดีเซลมีต้นทุนสูงจากไบโอดีเซล เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติรัฐจะกลับมาใช้สูตรการผสมไบโอดีเซลตามเดิม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ผู้ประกอบการขนส่งก็รับได้ ไม่มีปัญหา และขอให้รัฐลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 20 สตางค์/ลิตร เป็นเวลา 1 ปีด้วย
เบนซิน-โซฮอล์ขึ้นอีก60ส.ต.
รายงานข่าวแจ้งว่า PTT Station และบางจาก ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้เบนซินอยู่ที่ 47.66 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 40.25 บาทต่อลิตร E20 อยู่ที่ 39.14 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 39.98 บาทต่อลิตร E85 อยู่ที่ 33.44 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ปรับขึ้น 1.40 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 39.36 บาทต่อลิตร มีผล 4 พ.ค. 2565 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม ได้แก่ ดีเซล B7 อยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร ดีเซล B10 อยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 อยู่ที่ 31.94 โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกทม.
ชาวนาพิจิตรชี้มีแต่ข้าวราคาตก
ที่ จ.นครสวรรค์ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารทอดในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ กล่าวว่า ร้านอาหารทอดทั้งหลายต้องใช้น้ำมันพืชและก๊าซหุงต้มเป็นองค์ประกอบหลักในการค้าขาย ซึ่งขณะนี้สินค้าทั้ง 2 ชนิด ขึ้นแบบรายวันทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงและเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละวันขายของแทบไม่เหลือกำไร ขณะที่หากจะขึ้นราคาสินค้าตามวัตถุดิบก็กลัวว่าลูกค้าจะรับไม่ได้ และไม่ซื้อสินค้าอย่างที่เคยจะทำให้ตนเองเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก ทุกวันนี้ต้องจำใจขายในราคาเดิมเพื่อให้มีรายได้หมุนเวียน สามารถมีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวได้เท่านั้น บางวันยอมขาดทุนเพื่อรักษาลูกค้าไว้ หวังว่าราคาต้นทุนจะลดลงในอนาคตอันใกล้
ที่ จ.พิจิตร นายศรชัย สิบหย่อม สมาชิก อบต.หนองโสน อ.สามง่าม ซึ่งเป็นชาวนา กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากราคาข้าวของต่างขึ้นราคากันรายวัน นอกจากนี้น้ำมันก็ขึ้นราคา ค่าปุ๋ยเดิมราคากระสอบละ 400-600 บาท แต่ขณะนี้ปรับขึ้นราคากระสอบละ 1,900-2,000 บาท จะอยู่กันได้อย่างไร รัฐบาลรู้อยู่เต็มอกว่าเศรษฐกิจแย่จนไปไม่ไหว ประชาชนนั้นเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า อยากฝากบอกไปยังรัฐบาลว่าข้าวของขึ้นราคา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ขึ้นราคาคือราคาข้าว ยังตกต่ำ เหลือเพียงตันละ 6 พันบาท อยากเรียกร้องรัฐบาลออกมาแก้ไข อย่าปล่อยให้ประชาชนเจอปัญหาหนัก คนจนอยู่ไม่ได้ แต่คนรวยอยู่ได้
ร้านค้าห่วงชาวบ้านซื้อของแพง
ที่จ.นครราชสีมา น.ส.ณัฐวรรณ กิตติรัตน์พัฒนา ผู้จัดการร้านวิรัตน์พานิช ร้านค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลประกาศเลิกอุ้มราคาน้ำมันดีเซล และปล่อยให้ขึ้นราคาเป็นขั้นบันไดจนทำให้ผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าเตรียมจะปรับขึ้นราคา ค่าขนส่งอีก 20% นั้นจะส่งผลกระทบต่อ ร้านค้าส่งแน่นอน ขณะนี้มีสินค้าบางอย่างปรับขึ้นราคาไปแล้ว 5-10 บาทเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งค่าครองชีพต่างๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นหมดแล้ว และผลพวงนี้ก็จะกระทบกันเป็นเหมือนโดมิโน เพราะจะทำให้ร้านค้าปลีกขึ้นราคาสินค้าตามไป ผู้ที่ได้รับผล กระทบก็คือประชาชนทั่วไปที่เป็นปลายน้ำ จะซื้อสินค้าที่แพงขึ้น สำหรับทางร้านอาจจะต้องบวกกำไรน้อยลง เพื่อให้ร้านค้าปลีกที่มารับสินค้าสามารถนำไปขายต่อได้ เขาอยู่ได้ เราก็จะอยู่ได้เช่นกัน
นางมะลิวัลย์ พรวนพิทักษ์ อายุ 77 ปี เจ้าของร้านก๋วยจั๊บมะลิวัลย์ หรือที่ชาวโคราชเรียกกันว่าก๋วยจั๊บหน้าค่าย เป็นร้านก๋วยจั๊บที่เปิดมานานกว่า 30 ปี บอกว่า จากราคาสินค้าที่แพงขึ้นทำให้ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาด้วยการลดปริมาณเครื่องของก๋วยจั๊บลง แต่ราคายังเหมือนเดิมโดยที่ร้านขายในราคา 35 พิเศษ 45 บาท ซึ่งทำให้ลูกค้ายังคงมากินก๋วยจั๊บที่ร้านอยู่ เพราะตนคิดว่าการปรับราคาขึ้นจะส่งผล กระทบต่อลูกค้าจึงยอมที่จะได้กำไรลดลงดีกว่าการปรับราคาแพงขึ้น ตอนนี้ยังพอพยุงต่อไปได้แต่ในอนาคตยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงหากของยังแพงอยู่แบบนี้ อยากให้รัฐบาลมาช่วยดูปัญหาของราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยเฉพาะราคาของแก๊ซเพราะที่ร้านของตนใช้แก๊ซในการประกอบอาหารในแต่ละวันจำนวนหลายถัง เพราะถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ตนก็ไม่รู้จะยังคงขายก๋วยจั๊บในราคาแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน

รับเปิดเทอม – พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่ร้านหนองคายอำนวยพร ตลาดชัยพร เขตเทศบาลเมืองหนองคาย เตรียมรับเปิดเทอมวันที่ 10 พ.ค.นี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ข้าวของแพงทุกอย่าง เมื่อวันที่ 3 พ.ค.
ต้องจำนำหาเงินซื้อชุดนร.
ที่จ.บุรีรัมย์ นายอิทธิเดช ทิพยแสง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ช่วงนี้ได้มีลูกค้า ทั้งบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองนักเรียน และกลุ่มเกษตรกร นำทรัพย์สินมีค่ามาใช้บริการจำนำที่สถานธนา นุบาลเฉลี่ยวันละ 100-200 ราย ส่วนมากกว่าร้อยละ 95 จะเป็นทองคำรูปพรรณ เพื่อเตรียมสำรองเงินไปเป็นค่าเทอมและซื้ออุปกรณ์การเรียนให้แก่บุตรหลานของตัวเอง และคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการคึกคักไปจนถึงวันเปิดเทอม ซึ่งทางสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ก็ได้เตรียมเงินไว้สำรองให้บริการลูกค้ามากถึง 200 ล้านบาท ทั้งนี้ยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนอีกด้วย
ด้านนางสุภาพร พรมพิทักษ์ อายุ 59 ปี ชาวบ้านปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย กล่าวว่า ปีนี้ซื้อชุดนักเรียนให้หลานคนละ 1 ชุด คนน้องเอาของเก่าของพี่ชายไปใช้ต่อ ส่วนพี่ชายก็ใช้ชุดเดิมที่มีอยู่ ซื้อเพิ่มให้เพียง 1 ชุด เพราะต้องประหยัด ข้าวของก็แพงขึ้นหลายอย่าง ต้องหาทางประหยัดช่วยด้วย
แม่ค้าชี้คนซื้อหมูลดลง
ผู้สื่อข่าวจ.ปราจีนบุรี รายงานว่า จากการสำรวจตลาดพบที่ตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี พ่อค้าได้ขึ้นป้ายราคา พบราคาเนื้อสุกรมีราคาสูงกว่า 200 บาท โดยเนื้อแดง-สะโพกราคา 200 บาท/ก.ก. ไหล่ 200 บาท/ก.ก. สันใน 250 บาท/ก.ก. สันนอก 250 บาท/ก.ก. สามชั้น 250 บาท/ก.ก. เนื้อหมูบด 180 บาท/ก.ก. ซี่โครง 150 บาท/ก.ก. คอหมู 200 บาท/ก.ก. ขณะที่แม่ค้าขายไข่ไก่กล่าวว่า ราคาไข่เบอร์ 0 ราคา 140 บาท/กระบะ เบอร์ 1 ราคา 120 บาท/กระบะ ราคาแพงขึ้นจากเดิมมาตั้งกว่า 1 อาทิตย์แล้ว
นางสมหมาย อ่วมนอก อายุ 61 ปี เจ้าของเขียงหมูกล่าวว่า ราคาหน้าฟาร์ม 102 บาท/ก.ก. ที่ร้านขายหมูเนื้อ, แดงสันนอก, สามชั้น, ราคา 200 บาท/ก.ก. เนื้อสะโพก, กระดูกอ่อน 180 บาท/ก.ก. กระดูกเล้ง 60 บาท/ก.ก. หมูติดมัน 160 บาท/ก.ก. หมูบดติดมัน 140 บาท/ก.ก. ขายประมาณวันละ 1-2 ตัว ขณะที่คนซื้อลดลงกว่าครึ่ง จากซื้อ 1 กิโลกรัมเหลือครึ่งกิโลกรัม ขนาดยังไม่ขึ้นราคา คนก็ไม่มีจะซื้อกันอยู่แล้ว
นางบุญเรือน พลหลับ อายุ 65 ปี แม่ค้าขายผักกล่าวว่า รับผักมาขาย บางส่วนปลูกขายเอง พบว่าผู้ซื้อน้อยลง หรือพากันประหยัดการซื้อกันมากขึ้น ผักที่ปลูกเองขายไม่แพงแต่ก็ไม่มีคนซื้อ ส่วนสวนผลไม้ที่ปลูกแบบผสมผสาน ผลผลิตจะขายได้กำไรมากน้อยหรือไม่ยังไม่รู้เพราะราคาน้ำมันแพง, ค่าไฟสูบน้ำ ราคาปุ๋ยแพงมากๆ ทำให้ต้นทุนสูง เกษตรกรชาวสวนต้องแบกรับภาระมากๆ
นายพรศักดิ์ แสงเจริญ พาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ราคาสินค้ายังนิ่งอยู่ ยังไม่ขยับขึ้น หมูเป็นหน้าฟาร์มราคาประมาณกิโลละ 98-100 บาท ราคาหมูเนื้อแดง ชำแหละหน้าเขียง ราคา 170-180 บาท/ก.ก. สามชั้น ราคา 110-120 บาท/ก.ก. คิดว่าของทุกอย่างมีโอกาสขึ้นได้ทั้งหมด รวมทั้งเกิดจากปัจจัยภายนอกเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา แต่ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ติดป้ายราคาสินค้าแล้วก็ขายให้ตรงตามราคาที่ติดป้ายไว้ มีการสำรวจตลาด ออกทุกวัน ตอนเย็น