จี้คลังตั้งกก.สอบ ท่อน้ำอีอีซีสะดุด
‘ตู่’ไม่เชื่อมีขบวนการจ้างส.ส. ล้มนายกฯ ลั่นไม่หวั่นไหว แต่สั่งทุกพรรคตรวจสอบข้อมูล พปชร.-ภท.ชี้เป็นไปไม่ได้ ตัวเลข 5-30 ล้าน ไม่สอดคล้องกับอายุที่เหลือของรัฐบาล อาจแค่พรรคเล็กปั่นข่าวสร้างราคา ‘ป้อม’ ให้ยึดคำชี้แจง ‘วิษณุ’ ปมนั่งรักษาการนายกฯ พปชร.ชี้ ‘พิเชษฐ’ กินข้าวกับฝ่ายค้าน เรื่องปกติทางการเมือง กรมธนารักษ์เลื่อนเซ็นสัญญาผู้ชนะประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี นายกฯ สั่งตั้งกรรมการสอบ ครม.ไฟเขียวหย่าศึก ‘ฟิลลิปมอร์ริส’ กกต.ตั้ง 50 ชุดเคลื่อนที่เร็ว จับตาศึกเลือกตั้งส.ก.-ผู้ว่าฯ กทม.

ตู่ครวญโดนรุม-กู้เงินญี่ปุ่น
เวลา 13.40 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกฯญี่ปุ่น เยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล เมื่อ 2 พ.ค. และเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ไทย 5 หมื่นล้านเยนจะกู้หรือไม่ ว่า นึกแล้วเมื่อ 2 พ.ค.ที่มีรูปตนและมีข่าวญี่ปุ่นให้กู้เงิน ก็มารุมเล่นงานว่านายกฯจะกู้อีกแล้ว ความจริงเงินกู้ก้อนนี้อยู่ในยอด พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่มีการอนุมัติไปแล้ว

“เรื่องการกู้เงิน ผมเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ว่าจะล้านล้านบาท หรือ 5 แสนล้านบาท จะทยอยกู้ตามความจำเป็นโดยใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก แต่ทางญี่ปุ่นมาช่วย ถ้าเราจะกู้ก็จะได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่เขามีข้อแม้ว่าต้องนำมาดูแลเรื่องโควิด-19 การพัฒนาตรวจคัดกรองตามจังหวัดชายแดนของเราจากประเทศรอบบ้าน อย่าบอกว่ารัฐบาลกู้เงินอีกแล้วเลย” นายกฯกล่าว

ขอหลักฐานซื้อสส.ล้มนายกฯ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกระแสข่าวมีขบวนการซื้อเสียง ส.ส.เพื่อล้มนายกฯ โดยส่ายหัวก่อนตอบว่า “ไปหาหลักฐานมาสิ ใครจะพูดอะไรก็พูดได้” เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่มีการซื้อเสียง ส.ส.ในวงเงินตั้งแต่ 5-30 ล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ เพราะตนไม่เคยทำ

เมื่อถามว่าเป็นเพียงการปั่นราคาของ ส.ส. ไม่มีการล้มเก้าอี้จริง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ เมื่อถามว่าสถานการณ์อะไรก็ยังไม่เกิดทำไมมีกระแสข่าวการล้มนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ไปถามเขาสิ เออไม่อ่านละ” เมื่อถามว่า ต้องสืบสาวราวเรื่องหรือไม่ใครเป็นคนปลุกกระแส พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ข่าวมาจากไหนล่ะ” เมื่อถามว่า ได้คุยเรื่องนี้กับพล.อ.ประวิตร หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คุยกันอยู่ทุกวัน

ไม่ตอบป้อมหนุนนั่งนายกฯ
ทั้งนี้ ก่อนครม. พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามว่าสบายใจหรือยังที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อและได้พูดคุยกันหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม แต่หันมากล่าวทักทาย “สวัสดีจ้ะ” พร้อมยักคิ้วให้สื่อมวลชน

ไม่หวั่นไหวข่าวซื้อสส.ล้มนายกฯ
รายงานข่าวเผย ก่อนประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าไปหารือกันในห้องพักรับรอง ติดกับห้องประชุมครม.ครู่หนึ่ง และเข้าไปในห้องรับรองอีกครั้งช่วงพักการประชุม ขณะที่บรรยากาศประชุมครม.ราบรื่น พล.อ.ประยุทธ์ค่อนข้างอารมณ์ดี เดินทักทายรัฐมนตรีทั่วห้อง และพูดคุยกับรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเอง

ช่วงท้ายการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ อ่านคำถามของสื่อมวลชน โดยเมื่ออ่านถึงคำถามซื้อตัว ส.ส.5-30 ล้านบาท และมีกระแสข่าวล็อบบี้พรรคเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ระบุ “ผมไม่หวั่นไหว จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องนายกฯคนนอก นายวิษณุ บอกไปแล้ว ผมไม่ได้ตอบอะไร”

สั่งทุกพรรคตรวจสอบข่าว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ตอบคำถามตามที่นายกฯ มอบหมาย กรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีต รองนายกฯ แฉมีขบวนการจ่ายค่าหัว ส.ส. 5-30 ล้านบาท เพื่อโหวตล้มนายกฯว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่าขอให้ช่วยกันติดตาม ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และ เป็นสิ่งที่ทุกพรรคต้องไม่ดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนกรณีกรมธนารักษ์เตรียมเซ็นสัญญาสัมปทาน 30 ปีกับบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในฐานะผู้ชนะการประกวดราคาโครงการท่อส่งน้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกร้องว่าไม่โปร่งใสนั้น นายกฯสั่งการกระทรวงการคลังตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยเร็วในทุกขั้นตอน ส่วนที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ด้วย พล.อ. ประยุทธ์ ทราบดีอยู่แล้ว จึงสั่งการให้ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่ามีใครได้ใครเสียด้วยความเป็นธรรม ล่าสุดกรมธนารักษ์ประกาศเลื่อนการเซ็นสัญญา นายกฯก็ชี้แจงว่า ให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ป้อมยึดวิษณุแจงนายกฯสำรอง
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ หัวหน้าพปชร. ปฏิเสธจะตอบคำถาม หากพล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่งกรณีดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี พล.อ.ประวิตรสามารถเป็นนายกฯรักษาการได้ โดยพล.อ.ประวิตร ไม่ได้หันมามองผู้สื่อข่าว แต่เดินขึ้นห้องประชุมครม. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทันที

หลังครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการระบุเรื่องนายกฯรักษาการหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า “อาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกฯบอกแล้ว” เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องนี้หรือเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

อนุทินเมินข่าวซื้อสส.ล้มนายกฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวกรณีเป็น 1 ในบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับพล.อ.ประยุทธ์ จากประเด็นวาระ 8 ปี โดยกล่าวติดตลกว่า “หากเป็นนายกสมาคมเกลียมัวนั้นเป็นมานานแล้ว” ก่อนชี้แจงว่า บัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ที่ทุกพรรคต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวซื้อพรรคเล็ก 5-30 ล้านบาทเพื่อล้ม พล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า มีแต่ข่าว ฟังดูแล้วมีเหตุผลหรือไม่ ถ้าฟังแล้วไม่มีเหตุผลเราก็ไม่ให้ความสำคัญ เมื่อถามว่าตัวเลขไม่น่าจะเป็นไปได้ นายอนุทินกล่าวว่า การกระทำก็ไม่น่าเป็นไปได้ ส.ส.ถ้าทำตัวแบบนี้แต่ละพรรคต้องมีมาตรการ ภท.ไม่มีแบบนี้ กระบวนการล้มนายกฯ ไม่มี ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเราต้องทำงานและรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนข้อสังเกตว่าช่วง ส.ค.สถานการณ์ของ พล.อ. ประยุทธ์ จะแย่มากนั้น ภท.สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว หากนายกฯหรือตนถูกอภิปราย ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถชี้แจงได้หรือเกิดการทุจริตอย่างเห็นได้ชัดก็ต้องสนับสนุนกันไป

สมศักดิ์ชี้โมเม-ค่าหัวสส. 30 ล้าน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กก.บห.พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเล็กไปกินข้าวกับพรรคเพื่อไทย ถูกตั้งข้อสังเกตหารือล้มรัฐบาลในสภา ว่า ปีสุดท้ายของรัฐบาลจะเป็นแบบนี้ ฝ่ายค้านก็จะต้องติดตามงานของรัฐบาล เราก็ต้องเร่งงานให้เป็นรูปธรรม พรรคเล็กถ้าไม่ออกมาพูดหรือมีบทบาทช่วงปีสุดท้ายเพื่อทำให้มีราคาเขาก็ไม่มีราคา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวค่าหัวส.ส. 5-30 ล้านบาท เพื่อล้มพล.อ.ประยุทธ์ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ จะใช้อะไรมากมายขนาดนั้น การจะล้มรัฐบาลหรือล้มใคร 30 ล้านบาทมากเกินไปกับเวลาของรัฐบาลที่เหลือไม่กี่เดือน เป็นไปไม่ได้ โมเมไปเอง ย้ำว่าเป็นไปไม่ได้เพราะตัวเลขไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาของรัฐบาลจากวันนี้ไปถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือวันที่อาจมีปัญหาในวันข้างหน้าก็เหลือไม่กี่เดือน จะไปจ่ายอะไรตั้ง 30 ล้าน จากประสบการณ์ดูแล้วไม่ใช่และไม่น่าเชื่อและไม่น่าจะมี

พปชร.โยนรัฐสภาเลือกนายกฯ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรค จึงไม่ได้พูดคุยเรื่อง นายกฯ สำรอง ยืนยัน กก.บห.ไม่ได้พูดคุยกัน ตามรัฐธรรมนูญไม่มีเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าประเมินและเตรียมแผนรองรับไว้หรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ พล.อ.ประยุทธ์ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตามกลไกรัฐธรรมนูญมีเรื่องการรักษาการ และเป็นเรื่องที่นายกฯ และรองนายกฯ พูดคุยกันแล้ว แต่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองก็ต้องมาคุยกันเพราะเป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องของพปชร. หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ต้องมี ส.ว.ร่วมด้วย เร็วเกินไปที่จะมาพูดหรือตัดสินใจเรื่องนี้

ส่วนที่มีข่าวลักษณะนี้ช่วงก่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้ามก็ต้องประโคมข่าว สร้างประเด็นข่าวหรือกระแสกดดันรัฐบาลให้เกิดความไม่เชื่อมั่น อยากฝากถึงประชาชนว่ารัฐบาลยังคุมเสียงข้างมากได้ สามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้อย่างแน่นอนและคงทำงานได้ต่อไป เมื่อถามถึงข่าวจ่ายค่าหัว ส.ส. 5-30 ล้านบาท นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตนไม่ทราบ การพูดถึงเรื่องเงินเรื่องทองลักษณะนี้ตนฟังมาตลอด ก็ไม่เห็นมีข้อเท็จจริงอะไร

ป้องพิเชษฐยังไม่ผิด
เมื่อถามกรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เดินสายรับประทานอาหารร่วมกับฝ่ายค้าน รองหัวหน้าพปชร. กล่าวว่า นายพิเชษฐมีสไตล์แบบนี้ คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวอย่าไปมองเป็นเรื่องของพรรคหรือปัญหาทางการเมือง ตนก็ออกไปกินข้าวกับฝ่ายค้านบ้างไม่เห็นมีปัญหาอะไร เป็นเพื่อนกัน บางครั้งก็เป็น กมธ.ชุดเดียวกัน ไปสังสรรค์กันได้ เมื่อถามว่านายพิเชษฐท้าให้พรรคขับออก นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบแต่คงไม่ถึงขั้นนั้น นายพิเชษฐยังไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ไปพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เท่าที่ฟังดูก็ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นปัญหา

สันติการันตีประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการ พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิเชษฐเตรียมนำเรื่องโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจกับฝ่ายค้านว่า ตนพร้อมชี้แจงแต่คงไม่มีอะไร กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ทำทุกอย่างตามขั้นตอน การให้ข้อมูลที่ไม่ใช่ความจริงถ้าพูดแบบส่วนตัวก็ว่าไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทอีสท์วอเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพราะการประปาส่วนภูมิภาคถือหุ้นอยู่ 40% จึงเป็นบริษัทเอกชนไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ไม่สามารถไปเอื้ออะไรได้ การแข่งขันราคาก็ชัดเจนว่าบริษัทที่แพ้ประมูลให้ประโยชน์กับรัฐระยะเวลา 30 ปี ประมาณ 24,000 ล้านบาท บริษัทที่ชนะให้ 25,600 ล้านบาท

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทที่ได้รับสัมปทานจ่ายผลประโยชน์ให้รัฐ 552 ล้านบาท เมื่อเปิดประมูลใหม่บริษัทที่แข่งขันให้ผลประโยชน์รัฐ 25,000 ล้านบาท ต่างกันมากกว่ากี่เท่าก็คำนวณไม่ถูก และต้องถามบริษัทที่แพ้ประมูลว่าในอดีต 30 ปีที่ผ่านมา เงินเหล่านี้ไปไหนหมด เป็นข้อสำคัญที่เราไปตรวจสอบ

ธนารักษ์เลื่อนลงนาม
วันเดียวกัน นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ แจ้งว่าจะแถลงข่าวพิธีลงนามในสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ระหว่างกรมธนารักษ์ กับ บริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง วันนี้ เวลา 11.00 น. แต่ก่อนเริ่มงานแถลงข่าวเพียง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กรมธนารักษ์ แจ้งสื่อมวลชนเป็นการเร่งด่วนว่า ขอเลื่อนงานแถลงข่าวออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หากได้วันและ เวลาที่จะแถลงข่าว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

รายงานข่าวระบุ สาเหตุที่เลื่อนแถลงข่าวลงนาม เนื่องจากถูกหลายฝ่ายจับตามองเรื่องความถูกต้องในการประมูล เซ็นสัญญา โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่กำลังตรวจสอบว่าโปร่งใสหรือไม่

วิปรัฐถก 17 พ.ค.ก่อนสภาเปิด
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พปชร. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของวิปรัฐบาลก่อนเปิดประชุมสภา 22 พ.ค.นี้ว่า วิปรัฐบาลนัดประชุมร่วมกัน 17 พ.ค. ผ่านระบบซูม เบื้องต้นมีวาระหารือเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 66 ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่มีการหารือ คงต้องรอให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติก่อน

เมื่อถามกรณีกลุ่มพรรคเล็ก โดยนาย พิเชษฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 เคลื่อนไหวพร้อมพบผู้นำฝ่ายค้านเพื่อรับฟังข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายนิโรธกล่าวว่า ตนไม่ชอบเล่นเกมการเมือง และก็ไม่มีประสบการณ์ในการเป็นวิปรัฐบาลมาก่อน แต่หากรักประชา ธิปไตยกันจริงขอให้ช่วยกันรักษาประชา ธิปไตย ทำให้ถูกต้องตามครรลอง และมั่นใจว่าเสียงสนับสนุนรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

สาธิตย้ำสูตรหารด้วย 100
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องหาร 100 หรือหาร 500 ว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีการแยก ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และเขียนไว้ว่าให้คำนวณเป็นสัดส่วนกับความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง ดังนั้น หากตีความตามรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขไปแล้ว มีความชัดเจนคือต้องหารด้วย 100 แต่ถ้าใครเห็นต่างต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาในชั้นกมธ.

ส่วนกมธ.ที่กำลังพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งนั้น ยังไม่พิจารณาถึงเรื่อง ดังกล่าว คาดว่าจะพิจารณาสัปดาห์หน้า ยอมรับว่ามีส.ส.พรรคเล็กเสนอแปรญัตติใช้สูตรหารด้วย 500 ถือว่าเป็นสิทธิ แต่จากการพูดคุยกับกมธ. เห็นเป็นทางเดียวกันว่าควรหารด้วย 100

ไม่ว่าสูตรไหนก็จบที่ศาลรธน.
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… รัฐสภา กล่าวถึงการประชุมกมธ. 5 พ.ค. ว่าที่ประชุมจะพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองให้แล้วเสร็จก่อน เบื้องต้นยังค้างอยู่ 4 มาตรา คงใช้เวลาพอสมควร และคงพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ทัน เนื่องจากมีประเด็นการพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้พิจารณา 11 พ.ค.นี้ ส่วนสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีกมธ.ให้ความเห็นว่าต้องใช้ตัวเลข 100 หารนั้น เป็นความเห็นของกมธ. 2-3 คนเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ใช้ตัวเลข 500 หาร ตนในฐานะผู้เสนอหลักจะขอไปต่อสู้ในชั้นกมธ.

เมื่อถามว่าหากใช้ 500 หาร อาจมีคนยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นพ.ระวีกล่าวว่า ไม่ว่าแนวทางที่ถูกเห็นชอบจะเป็นหารด้วย 100 หรือ 500 ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด เนื่องจากขัดต่อเจตนารมณ์ และบทหลักของรัฐธรรมนูญคือ หากหารด้วย 100 จะขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญว่าด้วยส.ส.พึงมี รวมถึงมาตรา 93 และมาตรา 94 ส่วนกรณีหารด้วย 500 แม้จะขัดกับมาตรา 91 แต่สอดคล้องกับมาตรา 93 มาตรา 94 และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ส.ส.พึงมี

ไพฑูรย์ยกคณะพบ‘ชวน’
เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้อนรับคณะ ส.ส.และอดีตส.ส.ภาคเหนือ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประมาณ 15 คน นำโดยนายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษา ปชป. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า ปชป.ดูแลภาคเหนือ พร้อมมอบพระไพรีพินาศ กระเช้าผลไม้ ให้กำลังใจและขอคำแนะนำในการแก้ปัญหาภายในพรรค

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีตส.ส.สุโขทัย ปชป. เผยว่า ที่เข้าพบนายชวน เนื่องจากนายไพฑูรย์จะจัดประชุมส.ส.และอดีตส.ส.ทุกวันอังคารต้นเดือนอยู่แล้ว เพื่อติดตามผลงานการลงพื้นที่ว่าใครทำอะไรถึงไหนและถูกต้องหรือไม่ จะมีการแนะนำกัน โดยวันนี้นัดประชุมเวลา 09.00 น. เมื่อมีเวลาจึงติดต่อเข้าคารวะนายชวนตอนเที่ยง มาขอพรและขอคำแนะนำ และให้ผู้สมัครส.ส.ใหม่มาสภา เพื่อมาดูการทำงาน

หนุนจุรินทร์นั่งหน.พรรค
“นายชวน ยังพูดถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนทำงานและเข้ามาตามระบบ จะมาไล่ออกกลางคันก็ไม่สมควร นายจุรินทร์ไม่ได้ทำผิดเอง ในประวัติไม่เคยมี หากมาไล่ตอนนี้ก็จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่ามีเรื่องอะไรก็มาไล่ออกอีก ดังนั้นต้องช่วยกันเพราะเดี๋ยวนายจุรินทร์ก็ต้องไปตามวาระ อีกทั้งนายจุรินทร์เป็นคนทำงาน ขยัน ไม่มีวันหยุด ตอนเป็นฝ่ายค้านก็อภิปรายดีมาก เป็นคนฉลาด” นายสัมพันธ์กล่าวและว่า นอกจากนั้น นายชวนยังขอให้ทุกคนในภาคเหนือรักสามัคคีกัน ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ อดทนและลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพราะเหลืออีกไม่ถึงปีก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว

ครม.หย่าศึกฟิลลิปมอร์ริส
รายงานข่าวเผยว่า ครม.มีการพิจารณาวาระลับมาก (ริมแดง) เรื่องข้อพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์กับไทยในองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีไทยฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส จากการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ กระทรวงการคลังขอความเห็นชอบและขออนุมัติลงนามร่างความเห็นร่วมระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ เพื่อระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับบุหรี่จากฟิลิปปินส์ ซึ่งสาระสำคัญคือ ฟิลิปปินส์จะไม่ใช้สิทธิ์ตอบโต้ทางการค้ากับไทยอีก และการสืบสวนสอบสวนใดๆจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งไทยตกลงว่าจะทำตามข้อตกลงนี้ด้วย ซึ่งครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวต่อไป โดยถือว่าเรื่องข้อพิพาทดังกล่าวที่เกิดขึ้นมานานเป็นอันจบ

เปิดวิสัยทัศน์ – ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วมเวทีเปิดวิสัยทัศน์ด้านสิทธิมนุษยชนความเหลื่อมล้ำของคนกรุงเทพฯ หัวข้อ ‘กรุงเทพ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ จัดโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่าย ที่โรงแรมสุโกศล พญาไท เมื่อวันที่ 3 พ.ค.

50 ชุดเคลื่อนที่เร็วจับตาศึกกทม.
ที่สำนักงาน กกต. นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. เป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สำหรับช่วยเหลือภารกิจการเลือกตั้งส.ก.และผู้ว่าฯกทม. ที่จะเลือกตั้ง 22 พ.ค.นี้ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจาก บช.น. จัดตำรวจ 50 ชุดชุด ละ 3 นาย ประกอบด้วย ชั้นสัญญาบัตร 1 นาย และชั้นประทวน 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่ 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-22 พ.ค.

โดยขาดจากหน้าที่เดิมชั่วคราว ให้มีหน้าที่และอำนาจ 1.ป้องปรามและหาข่าว ลาดตระเวน เผชิญ หรือระงับเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรค การเมือง 2.กรณีพบการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือได้รับแจ้งโดยมีพยานหลักฐานอันน่าเชื่อถือ ให้มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน