เจ้าตัวรับจ่ายเงิน7แสน ให้สีกาตอง4-ปิดข่าว3 สื่อเมืองคอนรุดแจ้งจับ ‘พระพยอม’แนะแก้กม. เชือดพระต้องปาราชิก
ถึงแม้สึกไปแล้วแต่ยังไม่จบ สำนักพุทธฯสั่งสอบการใช้จ่ายเงินของ ‘กาโตะ’เมื่อครั้งอยู่ในสมณเพศ หลังยอมรับว่าเสพเมถุนและจ่ายเงินให้ ‘สีกาตอง’ นับแสน ขณะเดียวกันก็เตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีต้องปาราชิก รวมทั้งให้คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตเข้าไปตรวจสอบกรณีพระที่เป็นผู้ประสานงานจ่ายเงินให้สื่อเพื่อปกปิดข่าวอื้อฉาวนี้ด้วย ด้านเจ้าตัวยอมรับจ่ายให้คนกลางจริง 3 แสนบาท แต่คาดว่าเงินยังไม่ได้นำไปใช้และขอให้นำมาคืน พร้อมยอมรับว่าเปย์ให้สาว ‘ใบตอง’ รวมทั้งสิ้น 4 แสนบาท

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นางพัทยา ทองเสภี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรี ธรรมราช กล่าวถึงกรณีนายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตพระกาโตะออกมายอมรับมีเพศสัมพันธ์กับสีกาจริงในขณะที่ยังดำรงสมณเพศ ถือว่าอดีตพระกาโตะต้องอาบัติปาราชิกในเรื่องการเสพเมถุนแล้ว ไม่สามารถบวชใหม่ได้อีก แต่ในส่วนของคณะสงฆ์ยังต้องดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของนายกาโตะเมื่อครั้งยังดำรงสมณเพศต่อไป

พระครูปลัดปัญญาวรวัฒน์ (หรรษา ธัมมหาโส) ผอ.หลักสูตรสันติศึกษาและผอ. วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่าหลัง กาโตะสึกไปแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะตั้ง ข้อสังเกตไว้ คือบาดแผลที่เกิดในใจของพุทธศาสนิกชน หรือความศรัทธาที่มีต่อศาสนาในเชิงลบของคนบางกลุ่ม ใครจะเข้ามารับผิดชอบและเยียวยา กาโตะใส่ใจและสนใจประเด็นเหล่านี้หรือไม่ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ถ้ามีปัญหามากนักก็หนีสึกเลยจะได้จบๆ กันไป เมื่อสึกแล้วก็จบแล้ว อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง ชุมชน สังคม หรือพระผู้ปกครองได้ช่วยกันเก็บตก เพื่อจะได้หาทางในการรักษาศรัทธาของ ศาสนิกชน ศาสนาจะอยู่ได้อย่างไรถ้าเราไม่สนใจ หรือไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความรู้สึกนึกคิดของพุทธบริษัท ขอได้โปรดอย่าพากันบอกว่าให้มันจบๆ กันไป เพราะหากเราใช้การจบแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะหมายถึงการจบสิ้นของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย โดยที่ไม่ต้องไปโทษหรือกล่าวหาว่าใคร เป็นคนทำ

ลุยกาโตะ – นายสุเชษฐ์ แรกรุ่น นายกสมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช พร้อมคณะ เข้าแจ้งความสภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ตรวจสอบอดีตพระกาโตะ กรณีจ่ายเงิน 3 แสนบาทให้สื่อเพื่อปิดข่าว เมื่อวันที่ 3 พ.ค.

ที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นายสุเชษฐ์ แรกรุ่น นายกสมาคมผู้สื่อข่าวนครศรี ธรรมราช, นางนุชจรี แรกรุ่น, นายกฤษณะ ทิวัฒน์ศิริกุล และคณะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิด อันเนื่องมาจากนายพงศกร หรืออดีตพระกาโตะให้ข้อมูลผ่านรายการโหนกระแสว่า มีการจ่ายเงินให้นักข่าวเพื่อยุติการนำเสนอข่าวโดยให้เงินไป 3 แสนบาท ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นไม่ได้ระบุชื่อบุคคลใด แต่เป็นการ สื่อสารที่ทำให้ผู้สื่อข่าวได้รับความเสียหายโดยรวม ถูกเข้าใจผิดว่าเรียกรับเงิน ถูกดูถูกและเกลียดชัง จึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีพ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย รองผกก.สอบสวน หน.พนักงานสอบสวน รับแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และสอบสวนหากเข้าข่ายการกระทำความผิด ก็จะขอให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไปโดยพนักงานสอบสวนได้ขอหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อประกอบสำนวนคดี

วันเดียวกัน ที่สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีอดีตพระกาโตะยอมรับในรายการ โหนกระแสว่ามีการจ่ายเงินให้แก่สื่อจำนวน 300,000 บาท เพื่อปิดข่าวความสัมพันธ์กับสีกาใบตองว่า ตน พร้อมด้วยนายไพฑูรย์ อินทศิลา รองนายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับนายพงศกรหรืออดีตพระ กาโตะ ที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จนกว่านายพงศกรจะนำหลักฐานการโอนเงินที่อ้างว่าจ่ายให้แก่นักข่าวมาเปิดเผย โดยขอให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กระจ่าง หากไม่ได้รับความร่วมมือและไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“วันนี้สื่อมวลชนในนครศรีธรรมราชเหม็นเน่า ท่านกล้าพูดก็ต้องกล้ารับ เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องออกมาบอกเลยว่าจ่ายให้สื่อ คนใด และใครเป็นคนรับเงิน ไม่ใช่ซัด มุมกว้าง และว่าสื่อมวลชนทั้งจังหวัดเตรียมเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาผิดกับทิดกาโตะอีกด้วย” นายยุทธนากล่าว

ผู้สื่อข่าวอาวุโสรายหนึ่ง กล่าวว่า จับตามองคดีที่เกิดขึ้น ผู้ร่วมสมคบคิด ตนรู้แล้วกรณีกาโตะลึกกว่าที่คิด ตั้งแต่การสุมหัววางแผน เอี่ยวผลประโยชน์ภายในวัด โดยพระบางรูปร่วมวางแผน ร่วมกับฆราวาสบางคนร่วมคิดร่วมทำ มีพระที่ใกล้ชิดกับนักข่าว บางคน รับงานต่อ ข่าวเริ่มดัง เรื่องเงินเริ่มมาวางแผนปิดข่าวผ่านพระนักประสาน นักข่าวบางคนได้รับการติดต่อ นัดเจรจากัน แต่ข่าวดังเกินกว่าจะปิดได้ ดีลไม่ลงตัว ซึ่งเงินจำนวนนั้นยังอยู่กับพระที่เป็นนักประสานงาน

ด้านนายขาม ชลชาล ชาวบ้านในอ.ฉวาง กล่าวว่า ทิดกาโตะ ตกเป็นเครื่องมือของพระด้วยกัน ด้วยวัยที่อายุยังน้อย เด่น ดัง มีชื่อเสียง ก็เลยเกิดความอิจฉา จากเด็กชายข้ามขั้นมาเป็นพระเทศน์ชื่อดัง เปลี่ยนบทบาทการ เทศน์แบบใหม่เลยทำให้พุทธศาสนิกชน ชอบฟัง ไม่เบื่อ ประกอบกับหน้าตาดี เทศน์น่าฟังเลยเป็นที่ชื่นชอบ

“ผมว่าตัวละครใหม่วันนี้ต้องเป็นนักข่าวกับพระผู้ใหญ่ที่คอยประสานเรื่องเงิน 3 แสน เป็นใคร อยู่ไหน ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน กาโตะไม่ผิด ตัวเองมีเรื่องต้องการให้เรื่องเงียบ ก็หารือพระผู้ใหญ่ แต่ถูกแนะนำว่าจ่ายสื่อเพื่อปิดข่าว เรื่องสาวตองเบาลงทันที ผมมองว่ายังมีพระอีกรูปที่น่าจับตามองอาจเกี่ยวข้องด้วย”นายขามระบุ

ส่วนในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดยพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เปิดใจนายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในจ.นครศรีธรรมราช ถึงกรณีอดีตพระกาโตะถึงปมเงิน 3 แสนบาทที่อ้างจ่ายให้คนกลางไปเคลียร์ให้สื่อท้องถิ่นพื่อปิดข่าว

นายไพฑูรย์กล่าวว่า เรื่องเงิน 3 แสนบาทนั้น เมื่อวันที่ 26 เม.ย. มีพระคนกลางรูปหนึ่งโทร.มาหาและมาหาที่บ้าน หลังจากมีข่าวเรื่องอดีตพระกาโตะเพื่อให้ช่วยหาทางออก ก่อนบอกจะให้เงินสีกากีจำนวน 3 แสน และสื่อต้องการเท่าไรบอกมา แต่ขอให้ปิดเรื่องนี้ ส่วนตัวยืนยันไปว่าจะปกปิดเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องให้สึกอย่างเดียวเท่านั้น

จากนั้นหนุ่ม กรรชัย เปิดโฟนอินให้ กาโตะเข้ามาในรายการว่า ยืนยันจ่ายเงินให้คนกลาง เพื่อนำไปจ่ายให้สื่อ โดยคนกลางมาบอกมีสื่อสามารถเคลียร์ได้ แต่ไม่ทราบว่าสื่อคนนั้นเป็นใคร ซึ่งคนกลางไม่ขอบอกว่าเป็นใคร และเป็นพระหรือไม่ แต่ส่วนตัวจ่ายเงินไปแล้ว 3 แสน เงินอยู่ที่คนกลางแล้ว แต่จะเอาไปใช้อะไร ส่วนตัวมีหน้าที่จ่ายให้จบ ถ้ายังไม่นำเงิน 3 แสนไปจ่าย ก็สามารถนำ มาคืนได้

เมื่อถามว่า คนกลางบอกนำไปให้นักข่าวหรือไม่ กาโตะกล่าวว่า ก็ประมาณนั้น คนกลางไม่ได้บอกว่านักข่าวขอมา แต่บอกเอามาเก็บไว้ก่อน ตนไม่ได้ว่าใคร แต่เงินอาจจ่ายไปแล้ว

กาโตะกล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้ประคองคนกลาง ยืนยันพูดความจริง โดยโอนเงินไปให้เข้าบัญชี ยืนยันของตนของจริง โดยมีสลิปการโอนเงินเก็บไว้หมด ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ได้กล่าวถึงนักข่าวคนไหน เพราะเราไม่รู้ชื่ออะไรและไม่รู้จักสื่อในเมืองนครศรีธรรมราช

กาโตะกล่าวต่อว่า เรื่องนี้อยากให้จบลงและให้สื่อเข้าใจกัน รวมถึงให้สังคมเข้าใจด้วย อาจเป็นการสื่อสารกันผิดพลาด โดยเงิน 3 แสนที่ให้ใบตองไป คนกลางไม่รู้เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ตนมีทนายดูแลอยู่ ส่วนตัวตอนนี้เครียดมาก โดยตนรับรู้เรื่องเพียงแค่นี้ ซึ่งจ่ายเงินให้ใบตองไปนั้นรวมทั้งหมด 4 แสนบาท

เมื่อถามว่าใบตองบอกไม่ได้ยั่ว กาโตะกล่าวว่า ตอนแรกก็สนทนากัน แต่ตอนหลังเหมือนจะบอกอยากจะช่วยนวดให้ ส่วนที่ออกไป 4 ทุ่ม เพราะตบะแตกแล้ว ยืนยันอีกฝ่ายยั่วยวน โดยคุยกับใบตองแบบภาษาวัยรุ่น ส่วนตัวอยากชี้แจงเท่านั้น โดยอยากขอโทษสื่อด้วย

ด้านนายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักพุทธฯ กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุถึงพระมหารูปหนึ่งที่รับเงินจากทิดกาโตะ จำนวน 3 แสนบาท เพื่อจะนำมาให้นักข่าวในพื้นที่ช่วยปิดข่าวของทิดกาโตะในขณะที่กำลังเกิดเรื่องกับสีกานั้น สำนักพุทธฯ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา ถึงความผิดทางพระธรรมวินัย พร้อมทั้งจะมีการประสานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทิด กาโตะของคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝ่ายธรรมยุต ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

หลังจากสมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราชร่วมเข้าชื่อลงนามแนบท้ายหนังสือแจ้งความ เข้าแจ้งกับพ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และขอให้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท หลังจากที่อดีตพระกาโตะ กล่าวในทำนองได้จ่ายเงินจำนวน 3 แสนบาทให้กับผู้สื่อข่าวนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.นครศรีธรรมราช เข้าติดตามให้ข้อแนะนำกับการแจ้งความ โดยระบุว่า ให้บันทึกประจำวันไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานและติดตามตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น หากเข้าข่ายการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน หากเข้าข่ายกระทำความผิดจะต้องดำเนินการทางคดีด้วย ส่วนการเจรจาหรือการเรียกรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบว่าใครอยู่ในกระบวนการบ้าง ซึ่งอาจมีความชัดเจนหลังมีการสอบสวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นกุฏิที่พักของพระภิกษุรูปที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ที่รับหน้าที่คนกลางจ่ายเงินนั้น ในวันเดียวกันนี้ปรากฏว่าไม่ได้อยู่ที่วัดและไม่สามารถติดต่อได้ โดยไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ มีเพียงช่างก่อสร้างที่ทำงานก่อสร้างทำงานอยู่ที่หน้ากุฏิภายในวัดเท่านั้น

ส่วนที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดนครศรี ธรรมราชภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ก็ปิดเงียบโดย ไม่สามารถติดต่อใครได้ในทุกกรณี

ด้านพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี กล่าวถึงอดีตพระกาโตะกับสีกาตอง หลัง ความจริงถูกเปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน แต่ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยจากการต้อนถามไปมา ต้องชมสื่อบางสำนักที่รู้ทัน สืบเสาะข้อมูลจนรู้ความจริงว่ามีเงินไปอยู่กับพระคนกลางอีกทอดต่อหนึ่ง ซึ่งอาตมาสรุปได้ว่า มีการร่วมมือกันพยายามปกปิด และบิดเบือนข่าวเพื่อจะทำให้ตัวเองบริสุทธิ์ให้ได้ โดยมีแนวร่วมเป็นพระคนกลางเข้า มาเกี่ยว แต่ไม่ใช่แนวร่วมที่จะปกป้องศาสนาพุทธ กลับกลายเป็นแนวร่วมในการปกป้องคนผิดแทน น่าเสียดายที่ศาสนาพุทธมีพระแบบนี้ ไปสนับสนุนให้กลับผิดเป็นถูก แบบนี้เขาเรียกว่าไม่ควรในสิ่งที่ควร ควรในที่ไม่ควร มีหน้าที่อะไรที่จะไปไกล่เกลี่ย ปิดปากนักข่าว โชคดีที่นักข่าวไหวตัวทันเก็บบันทึกอัดเสียงไว้หมดแล้วว่าเงินยังอยู่ที่อาตมา ไม่ได้ไป จ่ายนักข่าว งานนี้นักข่าวก็เลยรอดตัวไป พ้นมลทินในข้อนี้ไป ส่วนพระคนกลางนี้ที่ช่วยปกปิดความผิดของภิกษุที่ไม่ดี มีความผิด 100% ส่วนเรื่องการที่พระมีเงินเป็นจำนวนมากนั้น อาตมาก็เคยบอกชาวบ้านที่ชอบทำบุญไปหลายครั้งแล้วว่า เวลาทำบุญกับพระให้ระบุไปเลยว่า ถวายเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาไม่ใช่ถวายส่วนตัว คนที่เอาเงินวัดไปใช้แบบนี้ตายไปยมบาลเขกตัวแตกเลย

พระพยอมกล่าวอีกว่า เรื่องอดีตพระ กาโตะกับสีกาตอง เป็นอย่างที่อาตมาคิดวิเคราะห์เอาไว้ตั้งแต่แรกเลย ว่าทำไมตอนเกิดแต่ทีแรกไม่ยอมออกมาเปิดเผยเลย เพราะยังไถเงินไม่พอ ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่าเป็นไบโพลาร์ อาตมาไม่เชื่อ แต่เชื่อว่าน่าไพบ้าเงินมากกว่าหรือเป็นโรคบ้าเงินมากกว่า อาตมาว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อปกป้องพระศาสนาอย่างแท้จริง เชื่อว่าถ้าปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้เข้มงวด รับรองได้ว่ามีล้มตึงเรียงแถวอย่างแน่นอน ไม่ใช่ว่าเป็นพระแล้วกระทำผิดก็ จับสึกออกไปเพียงอย่างเดียว

พระพยอมกล่าวอีกว่า อดีตพระกาโตะมีความผิดในเรื่องนี้เท่าที่อาตมาเห็นมีทั้ง ลักทรัพย์และเสพเมถุน ไม่แตกต่างกับพระที่มีพฤติกรรมไม่ดีในอดีตเช่นกัน ที่เที่ยวไปออกอุบายหลอกสีกาว่าให้พระจับนมแล้วจะได้บุญ แต่ครั้งนี้ยังน้อยที่ออกอุบายแค่ว่าถูกเนื้อต้องตัวพระไม่บาป อาตมาจึงอยากฝากเตือนไปถึงพระสงฆ์รูปต่างๆ ด้วยว่า เมื่อบวชเข้ามาแล้วขอให้ตามรอยพระอรหันต์ตามรอยพระพุทธองค์ อย่าไปตามรอยพระสงฆ์ ที่ล่มสลายเสียหายพรหมจรรย์ เพราะคำว่าพรหมจรรย์แปลว่าผู้ประพฤติอย่างประเสริฐ ท่านจงรักษาพรหมจรรย์เยี่ยงชีวิตเลย ส่วนสีกาที่มีความคิดในลักษณะนี้เช่นกัน อาตมาอยากขอร้องว่า ถนอมพระไว้ให้สืบทอดพระพุทธศาสนาหน่อย เพราะผู้ชายที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนานั้นมีไม่มาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน