กก.วัดยอมรับ-เบิกให้ไปใช้ แต่รีบคืนหลังเกิดเรื่องฉาว ปปป.ชี้เข้าข่าย-ผิดอาญาแห่เที่ยวเขื่อนตามร่องรอย‘ชาวพุทธ’งง-คนรุมเซลฟี่
ตร.ปปป.ลุยสอบอดีตพระกาโตะ ปมใช้เงินวัด 6 แสนอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ขณะที่ทิดฉาวคนดังยอมรับเบิกเงินวัดจริง แถมร่วมเซ็นอนุมัติเองด้วยอ้างธุระด่วนร้อนเงินแต่ไม่ได้ยักยอก ยันจะรีบเอาเงินครอบครัวไปใช้คืน กก.วัดเพ็ญญาติกางปีกป้อง บอกอดีตนักเทศน์คนดังหาเงินเข้าวัดทั้งหมด แค่ยืมเดี๋ยวก็คืน ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชสั่งตั้งกก.สอบเส้นทางเงิน 6 แสน พร้อมให้รายงานผลด่วน พระคนกลางส่องานเข้าหมายจับคดีเช็คเด้งโผล่

ตามรอยกาโตะ – ประชาชนพาครอบครัวไปเที่ยวชมสันเขื่อนกะทูน จ.นครศรีธรรมราช สถานที่อดีตพระกาโตะ มีสัมพันธ์กับสีกา ขณะที่ทิดกาโตะกลายเป็นคนดังในพื้นที่มีคนรุมขอถ่ายรูป ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของชาวพุทธ
จากกรณีอดีตพระกาโตะ หรือนายพงศกร จันทร์แก้ว พระนักเทศน์ชื่อดัง ตกเป็นข่าวฉาวมีสัมพันธ์กับสีกาก่อนจะยอมลาสิกขา เพื่อยุติปัญหา ต่อมามีการเปิดโปงพฤติกรรม เบิกเงินวัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอดีตพระกาโตะเคยบวชและรักษาการ เจ้าอาวาส นำไปใช้ปกปิดข่าวและจ่ายให้สีกาตามที่ข่าวเสนอไปนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 พ.ค. กรรมการวัดเพ็ญญาติ ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรี ธรรมราช เผยว่า ช่วง 2 วันก่อนที่อดีตพระ กาโตะจะลาสิกขา มาขอเบิกเงินจากวัด 600,000 บาท ซึ่งระเบียบการเบิกเงินนั้น จะต้องผ่านความเห็นชอบจากกรรมการวัดที่มี 3 คน ด้วยเสียง 2 ใน 3 ซึ่งต้องเซ็นยินยอมด้วย โดยอดีตพระกาโตะอ้างว่าจะเอาเงินไปปรับปรุงอาสนะของวัด กรรมการจึงเบิกให้ไป เพิ่งมารู้ทีหลังว่าพระกาโตะสึกแล้ว พร้อมนำเงินดังกล่าวไปให้สีกา นอกจากนี้ยังทราบด้วยว่าอดีตพระกาโตะก็ยอมรับแล้วด้วยว่า นำเงินไปจ่ายให้สีกาตองเพื่อจบเรื่อง รวมถึงให้คนกลางเอาไปให้นักข่าวยุติข่าว โดยจะนำเงิน 6 แสนบาทมาคืนวัดโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามพระคนกลางที่อดีตพระกาโตะระบุว่าจะเอาเงิน 3 แสนบาทไปปิดปากนักข่าวนั้น เมื่อไปถึงที่วัดก็ไม่พบว่าอยู่อาศัย และไม่สามารถติดต่อได้ ผู้สื่อข่าวจึงพยายามสอบถามเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถติดต่อได้ทั้งทางโทรศัพท์และที่วัด
ส่วนกรณีพระย้อยซึ่งเป็นผู้นำคลิปอดีตพระกาโตะมาเปิดเผยกับสื่อนั้น ล่าสุดถูกขุดคุ้ยประวัติกลับ พร้อมนำภาพพระย้อยกับสีกาคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยา โดยเป็นครูโรงเรียนหนึ่งใน อ.ร่อนพิบูลย์ ทั้งนี้ ภาพ ดังกล่าวเป็นรูปพระย้อยถ่ายเซลฟี่โดยมีสีกานั่งแต่งหน้าอยู่หน้าห้อง ซึ่งชาวเน็ตแชร์กันว่อนโซเชี่ยลเวลานี้
วันเดียวกัน ช่วงหนึ่งของรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ดำเนินโดย “หนุ่ม กรรชัย” ได้โฟนอินไปพุดคุยกับอดีตพระกาโตะ ถึงปมร้อนที่ยืมเงินวัดมา 6 แสนบาท เพื่อจ่ายให้สีกาใบตองและพระคนกลาง
โดยอดีตพระกาโตะกล่าวว่า ยอมรับเงิน 6 แสนบาทเป็นเงินวัด ยืมเงินวัดมา แต่ไม่ได้ไปอ้างหรือโกหกกับกรรมการวัดว่าจะนำเงินนี้ไปปรับปรุงวัด แต่แจ้งว่ามีธุระด่วน ขอยืมเงินวัดหน่อย ซึ่งกรรมการวัดยังไม่ได้แต่งตั้งตามระเบียบ แต่ต้องมีคนเซ็นยืนยัน 2 คน คือ ตนและช่างบ่าว ในฐานะกรรมการวัด ยืนยันเจตนาไม่ได้ยักยอกเงินวัด และเตรียมนำเงินไปคืนวัดพรุ่งนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเรื่องจะรีบคืนเงินวัดวันนี้เลย เพราะเจตนาไม่โกงเงินวัดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าตอนแรกบอกเงิน 6 แสนบาทเป็นเงินที่ได้จากทำบุญและเทศน์ อดีตพระ กาโตะกล่าวว่า ยืนยันมีเงิน 6 แสนบาท แต่ยังไม่สามารถเอาออกมาได้ จึงต้องไปยืมเงินวัดก่อน ซึ่งการนำไปคืนวัดวันนี้นั้น จะมีสื่อนำเสนอข่าวและมีพระผู้ใหญ่เป็น สักขีพยาน นัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว
ต่อข้อถามการเอาเงินวัดออกไปอาจถือเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว อดีตพระกาโตะกล่าวว่า ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าจะนำเงินไปคืนจริงๆ โดยเรื่องทั้งหมดหลังจากสึกออกมาได้จ่ายเงินไปแล้ว 6 แสน แยกเป็นให้ สีกาตอง 3 แสน และให้คนกลาง 3 แสน กรณีนี้หมดเงินไปกว่า 7 แสนปลายๆ แต่ตอนนี้ปัญหาเยอะมาก ต้องตั้งรับอยู่คนเดียว ส่วนกรณีนักข่าวท้องถิ่นแจ้งความเอาผิดและตำรวจอาจเชิญมาสอบปากคำในประเด็นเงินและพระคนกลางนั้น ตนยินดีเข้าให้ปากคำและข้อมูลกับตำรวจ
“เงิน 6 แสนเป็นเงินส่วนตัวที่ฝากไว้กับญาติ เป็นเงินเก็บส่วนตัว ทำให้ตอนนี้เงินในบัญชีเหลือเพียง 4 พัน เพราะเงินในบัญชี 6 แสนไม่ใช่ของตัวเองแล้ว ซึ่งยืนยันยืมเงินวัดไปแค่ 6 แสน ส่วนสาเหตุที่ต้องยืมเงินวัด เพราะพระคนกลางเร่งรัด แต่ไม่ได้กลัว พระคนกลาง” อดีตพระกาโตะกล่าว และว่า ตอนนี้เหมือนกรรมกำลังตามสนอง แต่เมื่อเราพลาดไปแล้ว ต้องยอมรับความจริง ตนยินดีรับกรรมที่ก่อไว้
ขณะที่เฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” โพสต์ข้อความว่า “โกหก ออกสื่อ ครั้ง 2 คราวนี้เป็น ‘คดี’ ครับ…ด่วน! ‘อดีตพระกาโตะ’ พงศกร จันทร์แก้ว ยอมรับ เบิกเงินวัดไป 6 แสน ในฐานะรักษาการ เจ้าอาวาส โดยช่างเป็นคนไปเบิกเงิน เพื่อนำเงินไปให้ ‘คนกลาง’ (จ่ายสีกาตอง และสื่อ)”
และข้อความ “ยืนยันกับหนุ่ม กรรชัย ว่า วันนี้จะนำเงินจากญาติ ไปคืนให้วัด ยืนยันไม่มีเจตนาเอาเงินวัด แต่เพราะคนกลางเร่งรัด จะเอาเงินให้ได้ครั้งแรก ในคลิปไม่ใช่เสียงอาตมา แค่เสียงคล้าย ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสีกาตอง ครั้งสองยอมรับว่ามีสัมพันธ์กับสีกาตอง แต่ใช้เงินส่วนตัว ไม่ใช่เงินวัด คดียักยอกทรัพย์ ยอมความได้ แต่ถ้าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ ยอมความไม่ได้”
ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวกรณีอดีตพระกาโตะเบิกเงินวัดเพ็ญญาติเพื่อจ่ายค่าปิดข่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง ผบก.ปปป. และพ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว หากผลตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่าการกระทำของอดีตพระกาโตะ ซึ่งเคยรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ เบิกเงินวัด 6 แสนบาท เพื่อนำไปจ่ายให้คนกลางสำหรับปกปิดข่าวของตนเองจริง จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอีกด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีมีการระบุถึง พระผู้ใหญ่หรือพระคนกลางนั้น มีผู้เสียหายคดีที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้รายหนึ่ง นำเอกสารหมายจับกุมผู้ซึ่งถูกพระผู้ใหญ่ รายนี้ฉ้อโกง เข้าเป็นหลักฐานและแจ้งว่าในคดีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องยังไม่สามารถจับกุมได้ไม่ทราบด้วยเหตุผลใด โดยหมายจับฉบับนี้เลขที่ 258/2561 ลงวันที่ 13 มี.ค.2561 ออกโดยศาลแขวงนครศรีธรรมราช ซึ่งระบุ ผู้ต้องหามีชื่อพระคนกลางรายนี้อยู่อย่างชัดเจนในข้อหาเช็คเด้ง หมายจับฉบับนี้มี อายุความ 5 ปี นับตั้งแต่ 15 ก.ย.2560 หมด อายุความ 15 ก.ย.2565
และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับพบว่า สถานะหมายยังคงมีผลบังคับใช้ ทั้งยังระบุด้วยว่าผู้ต้องหาอยู่ในสถานะหลบหนี ขณะที่ภาพแนบท้ายตามหมายจับตรงกับ พระคนกลางรูปนี้ ทั้งนี้ ผู้ให้ข้อมูลรายนี้ยังตั้งคำถามด้วยว่า เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการจากเจ้าหน้าที่ ปล่อยไว้จนหมายจับใกล้หมดอายุความ ผู้ต้องหาที่เป็นพระรายนี้เป็นนักวิ่งเต้นกับพระชั้นผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคน จึงขอเรียกร้องพระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตรวจสอบด้วย
ด้านลุงโชคดี นุมาศ หนึ่งใน 3 กรรมการวัดเพ็ญญาติ เผยว่า เงิน 600,000 บาทที่อดีตพระกาโตะเอาไป ถือเป็นการยืม เพราะเป็นเงินที่อดีตพระกาโตะหามาให้วัดทั้งสิ้น และเมื่ออดีตพระกาโตะบอกว่าจะนำเงินมาคืน ตนและกรรมการวัดจะเดินทางไปรับด้วย แต่จะไม่บอกว่าที่ไหน ยืนยันว่าจะไม่ไปแจ้งความ แค่เป็นการยืมเงิน เดี๋ยวก็เอามาคืน ไม่มีปัญหาใดๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ผิดหวังกับอดีต พระกาโตะ ที่ผ่านมาท่านทำประโยชน์ให้วัดมากมาย ทั้งสร้างวัดและพัฒนาวัด
ข่าวแจ้งว่า พระครูสิริธรรมาภิรัต เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช มีหนังสือลงวันที่ 1 พ.ค. ถึงพระครูอรรคธรรมโกวิท เจ้าคณะอำเภอฉวาง เรื่องขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดเพ็ญญาติ ใจความว่าตามที่พระกาโตะลาสิกขาเนื่องจากกรณีเสพเมถุนกับสีกา และในขณะที่ยังบวชอยู่ได้กล่าวอ้างว่าตนเองเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการ เจ้าอาวาสสำหรับการรับบริจาค หลังจากลาสิกขาไปแล้วมีข่าวแพร่กระจายตามสื่อว่า นำเงิน 600,000 บาท ไปให้สีกา 300,000 บาท และใช้ปิดข่าวจากสื่อมวลชน 300,000 บาท สร้างความสงสัยว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของวัดหรือไม่ ดังนั้น เพื่อคลายข้อสงสัยและเพื่อรักษาผลประโยชน์ของวัดและพระพุทธศาสนา จึงกราบเรียนมายังเจ้าคณะอำเภอฉวาง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดเพ็ญญาติโดยเร่งด่วน และหากผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร แจ้งให้ทางจังหวัดทราบด้วย จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีอดีตพระกาโตะแอบพาสีมาที่สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำกะทูน ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวจำนวนมาก โดยเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัว อีกทั้งยังส่งผลให้เขื่อน กะทูนขึ้นอันดับหนึ่งของกูเกิ้ล ที่มีนักท่องเที่ยวค้นหามากที่สุดในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมา เพื่อที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่