เริ่มที่กลุ่มอาสาป่วยต่ำหมื่นอีกตาย82มี1ขวบ

ChulaCov19 ชนิด mRNA วัคซีนฝีมือคนไทย ผลิตแล้วล็อตแรก ศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาฯ ยื่นขออย.อนุมัติทดสอบในคน คาดเริ่มได้เร็วๆ นี้ หากได้ผลดีจ่อขึ้นทะเบียน ควบคู่กับการพัฒนารุ่น 2 รับสายพันธุ์โอมิครอน มุ่งเป้าพัฒนาครบวงจร ไทยพึ่งตนเองหากมีระบาดใหม่ ศบค.แถลงยอดโควิดลดเหลือ 9 พันกว่ารายสามวันติด ตาย 82 เศร้าคร่า 1 ขวบ นักเรียน 1.75 ล้านคนขอฉีดไฟเซอร์เข็มบูสต์ครึ่งโดส สธ.เร่งส่งวัคซีนให้ทุกจังหวัดก่อนเปิดเทอม ‘บิ๊กตู่’ ยิ้มแก้มปริ Forbes advisor ยกให้อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมือง ทั่วโลกที่ควรเดินทางเยือนหลังโควิดแผ่ว

โควิดต่ำหมื่น 3 วันรวด
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด – 19 ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,288 ราย สะสม 4,290,824 ราย หายป่วย 19,119 ราย สะสม 4,153,310 ราย เสียชีวิต 82 ราย สะสม 28,860 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 108,654 ราย อยู่ใน ร.พ. 32,021 ราย อยู่ ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 76,633 ราย มีอาการหนัก 1,638 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 776 ราย อัตราครองเตียงสีเหลือง สีแดงอยู่ที่ 20.4%

ผู้เสียชีวิต 82 ราย มาจาก 41 จังหวัด เป็นชาย 43 ราย หญิง 39 ราย อายุ 1-100 ปี อายุเฉลี่ย 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 98% จ.มหาสารคาม เสียชีวิตสูงสุด 7 ราย, กทม. 6 ราย และชลบุรี 4 ราย ภาพรวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสียชีวิตรวมมากที่สุด 27 ราย ภาคกลางและตะวันออก 23 ราย ภาคเหนือ 16 ราย ปริมณฑล 8 ราย และภาคใต้ 2 ราย

ระบาดเกินร้อยใน 23 จว.
10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,061 ราย 2.บุรีรัมย์ 317 ราย 3.ศรีสะเกษ 300 ราย 4.สมุทรปราการ 270 ราย 5.ขอนแก่น 233 ราย 6.ชลบุรี 231 ราย 7.มหาสารคาม 231 ราย 8.อุบลราชธานี 201 ราย 9.นนทบุรี 170 ราย และ 10.ร้อยเอ็ด 165 ราย

ขณะที่จังหวัดติดเชื้อเกิน 100 ราย มีอีก 13 จังหวัด และจังหวัดที่ติดเชื้อไม่ถึง 100 ราย มี 53 จังหวัด จำนวนนี้ติดเชื้อน้อยกว่า 20 ราย มี 10 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง 18 ราย, ระนอง 13 ราย, สมุทรสงคราม 13 ราย, เชียงราย 12 ราย, ตรัง 10 ราย, แม่ฮ่องสอน 10 ราย, ปัตตานี 8 ราย, สตูล 7 ราย, ยะลา 3 ราย และลำพูน 3 ราย ส่วนจ.นราธิวาส ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

สำหรับการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 34 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 20 ราย ใน 8 ประเทศ โดยมาจากลาวมากที่สุด 6 ราย, เมียนมา 5 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 6 ราย กักตัว 9 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 5 ราย จากเมียนมา

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2565 ฉีดได้เพิ่มจำนวน 349,634 โดส สะสม 134,030,976 โดส เป็นเข็มแรก 56,325,614 ราย คิดเป็น 81% เข็มสอง 51,399,669 ราย คิดเป็น 73.9% และเข็ม 3 ขึ้นไป 26,305,693 ราย คิดเป็น 37.8% ภาพรวมผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็ม 3 แล้ว 41.6%

1.75 ล.น.ร.ขอฉีดบูสต์ครึ่งโดส
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดให้แก่นักเรียนทุกวัย เพื่อความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1/2565 ซึ่งโรงเรียนกว่า 90% จะเปิดวันที่ 17 พ.ค.นี้ ว่า ข้อมูลวันที่ 3 พ.ค. ผลการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาอายุ 12-17 ปี เป้าหมาย 4.7 ล้านคน ฉีดเข็มแรก 3.6 ล้านคน คิดเป็น 77.2 % ฉีดเข็ม 2 แล้ว 3.5 ล้านคน คิดเป็น 75.5 % และเข็มที่ 3 อีก 2.4 แสนคน คิดเป็น 5.2% จึงต้องเร่งรัดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นใน กลุ่มนี้

“ข้อมูลจาก ศธจ.ที่ประสานไปสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีนักเรียนอายุ 12 ปี ขึ้นไป ที่ประสงค์ต้องการรับวัคซีนไฟเซอร์เข็มกระตุ้นขนาดครึ่งโดส ผ่านระบบสถานศึกษา จำนวน 1.75 ล้านคน คิดเป็น 50% ทั้งนี้ คร.จะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ฝาม่วงสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 12-17 ปี ภายในวันที่ 6 พ.ค.” นพ.โอภาสกล่าว

ส่วนผลการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กประถมศึกษาอายุ 5-11 ขวบ เป้าหมาย 5.1 ล้านคน ฉีดเข็มแรก 2.7 ล้านคน คิดเป็น 53.3% และเข็ม 2 อีก 6.7 แสนคน คิดเป็น 13.1 % จึงต้องเร่งดำเนินการฉีดเข็มแรกและเข็มสองสูตรไฟเซอร์ 2 เข็ม นอกจากนี้ จากการสำรวจของกรมควบคุมโรค ข้อมูลวันที่ 28 เม.ย. มีเด็กอายุ 5-11 ขวบ ประสงค์รับวัคซีนเพิ่มเติม คือ วัคซีนไฟเซอร์เข็ม 1 เก็บตก จำนวน 1.1 แสนคน วัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 สูตรไขว้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ จำนวน 1.6 แสนคน ซึ่งกรมควบคุมโรคทยอยจัดส่งวัคซีนเพื่อฉีดกลุ่มเป้าหมายที่มีกำหนดนัดฉีดและที่แสดงความประสงค์เพิ่มเติมในทุกสัปดาห์

จุฬาฯผลิตวัคซีนล็อตแรกแล้ว
ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.บริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด “ChulaCov19” ชนิด mRNA สัญชาติไทย ว่า ภาพรวมถือว่าเป็นข่าวดี ซึ่งการพัฒนาระยะแรกเป็นการออกแบบวัคซีนและให้โรงงานในสหรัฐ อเมริกาผลิตล็อตแรก มีข่าวดีว่า ผ่านการพิสูจน์ในอาสาสมัครระยะที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้วมีความปลอดภัย กระตุ้นภูมิได้สูงเป็นที่น่าพอใจ ขนาดที่เราเลือกเมื่อเทียบกับวัคซีนไฟเซอร์ที่อนุมัติใช้ในไทยได้ภูมิ ที่สูงกว่าชัดเจน

ส่วนระยะที่ 2 คือ การผลิตวัคซีนในประเทศ โดยบริษัท ไบโอเน็ตเอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานในไทย ผลิตวัคซีนล็อตแรกเรียบร้อยแล้ว ผ่านการประกันคุณภาพแล้ว ทีมวิจัยได้ส่งเอกสาร ข้อมูลต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขอทดสอบในอาสาสมัครระยะที่ 1 และ 2 อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากอย. คาดว่าจะได้รับคำตอบเร็วๆ นี้ หากทดสอบได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ น่าจะขอขึ้นทะเบียนวัคซีนได้ภายในปลายปี 2565

ศ.นพ.เกียรติกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดในประเทศเริ่มดีขึ้น แต่การพัฒนาวัคซีนไม่ได้หยุด เราอยากเห็นวัคซีนรุ่นที่ 1 ที่ผลิตโดยคนไทยที่ตอนนี้พัฒนากันอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ วัคซีน mRNA ของจุฬาฯ วัคซีนใบยา และวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม หากขึ้นทะเบียนได้ก่อน 1 ชนิด หรือทั้งหมดจะยิ่งดี โดยวัคซีนรุ่นที่ 1 ตามขั้นตอนควรได้รับการขึ้นทะเบียนก่อน ผ่านการพิสูจน์ว่าปลอดภัย ระหว่างขอขึ้นทะเบียนก็มีการพัฒนารุ่นที่ 2 เพื่อป้องกันเชื้อโอมิครอนไปพร้อมกัน เพื่อรอขึ้นทะเบียนลำดับต่อไป

“การที่ประเทศไทยมีเทคโนโลยีของเราเอง ตั้งแต่คิดค้น ออกแบบ ทดสอบ และผลิตได้ในโรงงานในประเทศ ทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้ หากเกิดการระบาดของโควิดกลับมาใหม่ ไม่ว่าสายพันธุ์ไหน หรือเกิดโรคระบาดใหม่ๆ ขึ้น เราก็จะพัฒนาวัคซีนได้เองในระยะเวลาที่เร็วขึ้น เพราะพัฒนาได้ครบห่วงโซ่ด้วยตัวเราเอง ถ้าวัคซีนไทยขึ้นทะเบียนได้ภายในปีนี้ ก็ต้องอาศัยทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุน การที่เรามีเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เมื่อเกิดโรคระบาดจะทำได้เร็วขึ้น ทั้งคิดค้น ออกแบบ ผลิตและทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 ภายในไม่เกิน 6 เดือน ไม่ใช่ใช้เวลานานปีกว่าเหมือนตอนนี้ เพราะห่วงโซ่ยังไม่ครบวงจร” ศ.นพ.เกียรติกล่าว

‘บิ๊กตู่’เตือนมิจฉาชีพอ้างสธ.
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอให้ผู้ป่วยใหม่ทุกคนเข้าสู่ระบบการรักษาตามระดับอาการหรือลงทะเบียนในระบบ โฮม ไอโซเลชั่น พร้อมเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการแอบอ้างมาจากหน่วยงานสาธารณสุข โทร.หาผู้ป่วยเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้โอนเงิน หากพบกรณีเช่นนี้ อย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำไปสวมรอยทำธุรกรรมสูญเสียทรัพย์สิน หรืออาจถูกนำไปก่ออาชญากรรมอื่นๆ ได้ ซึ่งจะทำให้เดือดร้อนหรือยุ่งยากภายหลัง ขอเตือนผู้ที่คิดหาประโยชน์ อย่าซ้ำเติมผู้ป่วย และการหลอกลวงใช้ข้อมูลบุคคลอื่นเป็นความผิดทางกฎหมายและมีโทษทางอาญาด้วย ทั้งนี้ ได้รับการชี้แจงจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือจากสายด่วน สปสช. 1330 ว่า จะโทร.หาประชาชนเฉพาะในกรณีเมื่อบุคคลนั้นลงทะเบียนเข้ารับการดูแลในระบบเอชไอ และการโทร.หาผู้ป่วยจะไม่สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากได้รับแจ้งข้อมูลผู้ป่วยตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนแล้ว

ปลื้มต่างชาติยกกรุงเก่าน่าเที่ยว
นายธนกรกล่าวถึงกรณีที่ “Forbes advisor” เว็บไซต์ในเครือนิตยสาร Forbes จัดอันดับให้อยุธยาเป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนภายหลังการระบาดของโควิด-19 และเป็น 1 ใน 8 แห่งของทวีปเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับเท่านั้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับสถานที่ที่สวยงามเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยเอกลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่หลากหลายและได้รับความนิยมตลอดมา ประกอบกับศักยภาพการบริหารจัดการตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และการควบคุมโรคทางสาธารณสุข จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเดินทางในประเทศไทยอย่างคึกคักในเร็ววันนี้

แจงกฎจัดบุญบั้งไฟ
ที่สสจ.ศรีสะเกษ นพ.ทนง วีรแสงพงษ์ นพ.สสจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่ขณะนี้ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ กำลังจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ในเขตหลายอำเภอ ซึ่งได้ประชุมกันเกี่ยวกับเรื่องการขออนุญาตจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งทางจังหวัดได้ออกมาตรการเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในการจัดงานประเพณีดังกล่าว เช่น การจำกัดจำนวนคน การห้ามเล่นการพนันและการกำหนดเรื่องขนาดของบั้งไฟไม่ให้เกิน 3 นิ้ว ห้ามดื่มหรือจำหน่ายแอลกอฮอล์ และไม่ให้โยนคนลงไปในดินโคลน โดยหมู่บ้านที่จะจัดงานต้องฉีดวัคซีนเข็ม 3 เกิน 30% ขึ้นไป ผู้ที่เข้าไปจัดงานร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ ATK เป็นลบ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 แล้ว โดยทางจังหวัดต้อง ส่งคณะทำงานลงไปตรวจสอบแต่ละหมู่บ้านจัดงานได้ หมู่บ้านละ 1 วันเท่านั้น และต้องยึดมาตรการปลอดภัย Covid Free Setting ตามที่สธ.กำหนด

“ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดมีแนวโน้มลดลง สถิติการติดเชื้ออยู่มี 200 คนเศษต่อวัน ซึ่งก่อนเข้าสู่โรคประจำถิ่นในเดือนก.ค.นี้ ขอฝากเน้นย้ำว่าต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้มากที่สุด จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาฉีดเข็มกระตุ้นหรือทุกเข็มกัน” นพ.ทนงกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน