บุญจงลาพปชร.กลับคืนเพื่อไทย

‘บิ๊กตู่’ย้ำ สั่งตรวจสอบโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีแล้ว อธิบดีกรมธนารักษ์ชงรมว.คลังตั้งกรรมการเคลียร์ข้อมูล ยันประมูลโปร่งใส ‘พิเชษฐ’ เผยหัวหน้าป้อมโทร.สั่งให้เบาเครื่องลงหน่อย แต่ย้ำจุดยืนโหวตคว่ำ ‘สันติ’ นายกฯ โวยสื่อถามเรื่อง ‘บิ๊กป้อม’ ทุกวัน ‘ชลน่าน’ ยุส่ง ให้หัวหน้าพรรค พปชร.นั่งนายกฯ ขัดตาทัพ ได้ทั้งสืบทอดอำนาจ และพาประเทศเดินหน้า เพื่อไทยเปิดตัว 9 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.โคราช-บุรีรัมย์ ‘บุญจง วงศ์ไตรรัตน์’ หวนคืนถิ่นเก่า ‘อิทธิพล’ ปัดข่าวจ่อยกทีมบ้านใหญ่ชลบุรี ย้ายค่าย ยืนยันยังอยู่กับ พปชร.

‘บิ๊กตู่’ถกกพศ.-เร่งฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนประชุมว่า การประชุมวันนี้อยู่ในช่วงเวลาที่ประเทศต้องเร่งรัดการลงทุนเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม เร่งฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งเราได้เตรียมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่ง และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้ประเทศเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กัน ทุกภาค กระจายความเจริญสู่ภูมิภาคเพราะจำเป็นต้องหารายได้เข้าประเทศมากขึ้น จึงต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้มากขึ้น

ย้ำสั่งสอบครหาอีอีซีไม่โปร่งใส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เลื่อนลงนามในสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบ ท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี กับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยชนะการประมูลเหนือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ผู้รับสัมปทานเดิม จนถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าไม่โปร่งใส และจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พร้อมขู่ยื่นเอาผิดต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีผู้อยู่ในข่าย 5 ราย ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง คณะกรรมการที่ราชพัสดุ 6 คน ที่ลงมติรับรองให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะประมูล และนายยุทธนา หยิมการุณ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ที่เร่งรีบให้เปิดซองประกวดราคาในวันที่เกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.2564

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า มีเรื่องประชุมหลายวาระ อะไรที่เป็นกระบวนการก็ว่ากันไป ตนจะไม่เข้าไปก้าวล่วง นายกฯ มีอย่างเดียวคือเมื่อมีปัญหาก็สั่งให้ตรวจสอบ จากนั้นขึ้นกับว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดจะนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะว่ากันไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกรณีที่ฝ่ายค้านขู่ร้อง ป.ป.ช.เอาผิดผู้เกี่ยวข้องในการประมูลโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี และเตรียมนำข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “คนละเรื่อง และเรื่อง ดังกล่าวได้สั่งการไปแล้ว” เมื่อถามว่าที่ นายกฯ ระบุว่าจะให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบหมายถึงเรื่องนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกเรื่องๆ

ธนารักษ์ชงตั้งกก.สอบใน15วัน
นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เสนอนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ขอตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงการประมูลสัมปทานโครงการท่อส่งอีอีซี โดยให้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน หลังที่ รมว.คลังมีคำเซ็นแต่งตั้ง ซึ่งการตั้งกรรมการสอบครั้งนี้เป็นการรีเช็ตเท่านั้น เพราะการประมูลที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ยืนยันมาตลอดว่าถูกต้อง แต่เมื่อ มีประเด็นที่สังคมและฝ่ายค้านสงสัย จึงตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่าการประมูลดำเนินการไปถูกต้องอย่างไร

“เหตุผลที่กรมธนารักษ์จะไม่ลงนามกับ ผู้ชนะการประมูลบริหารโครงการท่อน้ำอีอีซีรายใหม่ มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือต้องมีคำสั่งศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ถ้าตราบใดไม่มีคำสั่งศาลปกครองให้มีการคุ้มครองชั่วคราว การเซ็นสัญญากับผู้ชนะรายใหม่ต้องเดินหน้า ไม่เช่นนั้นกรมธนารักษ์จะละเว้นปฏิบัติหน้าที่”นายประภาศกล่าว

‘พิเชษฐ’แฉ‘บิ๊กป้อม’ให้เบาเครื่อง
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หัวหน้ากลุ่ม 16 ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงเย็นวันที่ 4 พ.ค. ได้รับประทานอาหารเย็นกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้รับคำยืนยันจากนายยุทธพงศ์ว่า แม้ล่าสุดกรมธนารักษ์จะเลื่อน ลงนามสัญญาโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีกับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด แต่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

ส่วนการเคลื่อนไหวของตนนั้น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โทรศัพท์มาขอร้องให้นำเรื่องดังกล่าวมาพูดคุยกันในพรรค และขอให้เบาเครื่องลงมาหน่อย แต่ตนมีจุดยืนชัดเจนว่า หากยังมีการลงนามเซ็นสัญญากับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ตนและส.ส.กลุ่ม 16 พร้อมจะลงมติไม่ไว้วางใจ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่เกี่ยวกับการลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

“โครงการนี้ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก ควรเปิดประมูลใหม่เป็นระบบอีบิดดิ้ง เปิดโอกาสให้ทุกบริษัทมาร่วมแข่งขัน ไม่ใช่เชิญแค่ 5 บริษัทมาร่วมแข่งขัน เชื่อว่าจะได้ผลประโยชน์เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท มากกว่าที่บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เสนอให้รัฐแน่นอน” นายพิเชษฐกล่าว

กมธ.เชิญบิ๊กหน่วยงานแจง
ด้านนายไชยา พรหมา ส.ส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนจากนายยุทธพงศ์ กรณีการประมูลโครงการท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซี ที่ส่อไม่โปร่งใสและมีปัญหาในการประมูล วันที่ 11 พ.ค. จะเชิญนายยุทธพงศ์ในฐานะ ผู้ร้องมาสอบถามว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร และได้ส่งหนังสือเชิญหน่วยงานต่างๆ มาชี้แจง โดยขอให้ส่งผู้รับผิดชอบโดยตรงหรือผู้บริหารระดับสูงมาชี้แจงด้วยตนเอง

ที่สำนักงานป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นข้อมูลเพิ่มให้ ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนเอาผิดคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่าและบริหารระบบ ท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก อธิบดีกรมธนารักษ์ และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เป็นประธาน กรณีมีข้อพิรุธการเปลี่ยนแปลง ทีโออาร์ โครงการประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี ซึ่งสมาคมเคยร้องเรียนไว้ปลายปี 2564 แต่ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามยังคงเดินหน้าเปิดประมูล ทั้งๆ ที่มีข้อพิรุธมากมายจนนำไปสู่การฟ้องร้องกันในศาลปกครองปัจจุบัน อันเนื่องจากการปรับปรุงทีโออาร์ใหม่ โดยสมาคมได้นำข้อมูลใหม่มายื่นให้ ป.ป.ช.เพิ่มเติมเพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา ที่อาจใช้อำนาจและดุลพินิจไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

‘ตู่’ข้องใจสื่อถามถึง‘พี่ป้อม’ทุกวัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีภาพจับมือกับ พล.อ.ประวิตร เมื่อวันที่ 4 พ.ค. แสดงว่ามีความเข้าใจกันดีแล้วใช่หรือไม่ว่า “เมื่อไหร่จะเลิกถามข่าวพล.อ.ประวิตร ซะทีอ่ะเธอ” เมื่อถามว่าไม่มีปัญหากันแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ทำไมเหรอ เธอมีอะไรกับ พล.อ.ประวิตรเหรอ” ผู้สื่อข่าวตอบว่าไม่ได้มีปัญหา พล.อ. ประยุทธ์กล่าวพร้อมเกาศีรษะว่า “เออ! แล้วถ้าไม่มี ทำไมถามถึงเขาทุกวันล่ะ”

เวลา 13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ เรียกนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองคนกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าพบด่วน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาคุยประมาณ 1 ชั่วโมง

นายวิษณุให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า ได้เข้าพบกับนายกฯ เกี่ยวกับข้อราชการทั่วไป ไม่ใช่ความลับอะไร เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญในวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2566 และนายกฯ เป็นห่วงว่าในช่วงที่นายกฯ ต้องไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศหลายวัน จะเป็นช่วงที่มีพระราชพิธีสำคัญ จึงทำให้ต้องมอบหมายผู้เข้าไปร่วมงานเหล่านั้น อาทิ พระราช พิธีสมโภชพระหลักเมือง พระราชพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันพืชมงคล จึงได้อธิบายให้นายกฯ ทราบถึงการเตรียมการต่างๆ

‘วิษณุ’เผยยังไม่คิดนายกฯ 8 ปี
นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ มีเพียงการถามแค่ว่าจะส่งร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ไปให้ทางสภาเมื่อใด ซึ่งได้แจ้งว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภา แจ้งว่าจะต้องส่งไปให้กับสภาล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนการพิจารณา หากส่งไปช้ากว่านั้นจะไม่สามารถเตรียมการอภิปรายทัน ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับเสียงส.ส.ในสภาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ต่อข้อถามว่าในการหารือได้พูดถึง นายกฯ รักษาการหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี เพราะพล.อ.ประวิตร จะทำหน้าที่ รักษาการ โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการดำรงตำแหน่งวาระ 8 ปี ของนายกฯ หากไม่มีคนยื่น รัฐบาลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ได้คิด ถ้ารัฐบาลยื่นต้องดูข้อดีข้อเสีย ถ้ารัฐบาลยื่นเท่ากับว่ารัฐบาลเป็นคนสงสัย แล้วทำไมต้องอยู่ให้สงสัย เพราะถ้าสงสัยก็ไม่ต้องอยู่ต่อ ต่อข้อถามว่า เกรงว่าจะเกิดปัญหาในภายหลังหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ช่วยไม่ได้ เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่ศาลจะสั่งว่าอย่างไร

‘อิทธิพล’ปัดข่าวจ่อทิ้งพปชร.
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลัง ประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี จะย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ว่า ไม่มี เพราะทุกคนก็ทำงานในพื้นที่อย่างขยันขันแข็ง และในฐานะกก.บห.พรรคพลังประชารัฐทำงานอย่างเข้มแข็ง ตอนนี้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค มอบให้รัฐมนตรีของพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์แต่ละด้าน และตนได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะทำงานด้านสื่อสร้างสรรค์ ดังนั้นข่าวที่เป็นกระแสอยู่ไม่เป็นความจริง รวมทั้งจะย้ายไปพรรคใหม่ หรือพรรคอื่นๆ ก็เป็นเพียงกระแส ตอนนี้ยังไม่เป็นความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในพรรคพลังประชารัฐได้วางบทบาทผู้สมัครส.ส.ในกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี ไว้อย่างไร นายอิทธิพลกล่าวว่า การวางตัวผู้สมัครตามที่เป็นข่าว คือให้ส.ส.เดิมเป็นหลัก ส่วนผู้สมัครในเขตใหม่ในพื้นที่จ.ชลบุรี กำลังหารือกันอยู่

‘อนุทิน’ติงคนมุ่งเกมล้มรัฐบาล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่า การมีแต่ข่าวเกมการเมืองล้มรัฐบาลทุกวันไม่ส่งผลดีกับประเทศ เพราะจะทำให้ประชาชน และนักลงทุนรู้สึกไม่มั่นคง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน

“ตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเป็นลำดับ ควรเป็นเวลาขาขึ้นของประเทศ อยากให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศ ใส่ใจกับเสถียรภาพชีวิตประชาชนด้วย วันนี้ควรโฟกัสกับปัจจุบัน ปัญหาวันนี้ไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่คือการทำให้แน่ใจว่าคนไทยจะได้ทำงานฟื้นเศรษฐกิจกันหลังเปิดประเทศเต็มที่ การท่องเที่ยวฟื้น เปิดโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจสุขภาพ เด็กๆ จะได้ไปโรงเรียน การขนส่งคมนาคมมีประสิทธิภาพ สามารถกระจายรายได้และความเจริญไปทั่วประเทศได้” นายอนุทินกล่าว

พท.ยุส่ง‘บิ๊กป้อม’สืบทอดอำนาจ
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีชื่อ พล.อ. ประวิตร เป็นนายกฯ สำรอง ว่า ถ้ากระบวน การนำรายชื่อในบัญชีที่พรรค การเมืองเสนอมาเลือกไม่ได้ แล้วเขาจะเลือกใครหรือไว้ใจใคร ความเป็นไปได้อยู่ที่ผู้มีอำนาจว่าเห็นแก่บ้านเมืองมากน้อยขนาดไหน ถ้าตั้งใจจะสืบทอดอำนาจง่ายที่สุดคือ พล.อ.ประวิตร เพราะอยู่ในกลไกการใช้อำนาจนี้อยู่แล้ว และเป็นผู้สนับสนุนคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯ แต่แรก

ถ้าเห็นแก่ประเทศชาติ ไหนๆ ก็จะมี นายกฯ สำรองแล้ว ลดการสืบทอดอำนาจ มุ่งแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ อาจเสนอคนอื่นที่เหมาะสม หรือคนที่จะทั้งสืบทอดอำนาจและแก้ปัญหาได้ทั้ง 2 อย่างให้ คสช.อยู่ได้ และคนที่มาเป็นนายกฯ สามารถนำพารัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ สามารถนำพาชาติบ้านเมืองเดินไปได้

เชื่อดีลล้มนายกฯแค่ดิสเครดิต
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการดีลพรรคเล็กในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นพ.ชลน่านกล่าวว่า เสียงของฝ่ายค้านไม่พอ การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตามมาตรา 151 ต้องใช้กลไกทุกอย่างเพื่อให้ได้เสียงพอสำหรับการไม่ไว้วางใจนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่จะอภิปราย การดำเนินการเน้นการใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงในการอภิปราย เชื่อว่าถ้าข้อมูล มีน้ำหนักมากพอ ส.ส.ที่จะทำงานเพื่อ บ้านเมืองย่อมตัดสินใจ และส.ส.พรรคเล็ก ก็เปิดใจว่าจะใช้กลไกนี้ในการกู้วิกฤตศรัทธาการทำงานในสภา ที่เขาถูกกล่าวหาว่ากินกล้วยหรือทำงานเพื่อตัวเอง

ต่อข้อถามว่ามีข่าวว่ากระบวนการล้ม นายกฯ ครั้งนี้มีค่าหัวสูง 5-30 ล้านบาท นพ.ชลน่านกล่าวว่า ได้ยินจากสื่อและ ไม่แน่ใจว่าผู้ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์ใด ในกระบวนการล้มนายกฯ เป็นกระบวนการตามวิถีประชาธิปไตยโดยใช้ระบบรัฐสภาผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนค่อนข้างเชื่อว่า ส.ส.ที่จะมาร่วมยกมือกับฝ่ายค้าน ต้องการกู้วิกฤตศรัทธาให้ตัวเองกับพรรคเขา ถ้าเขาไปหลงบ่วงอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้แก้วิกฤตศรัทธา แต่ ฝังทั้งเป็น ตายทั้งเป็น เชื่อว่าเขาไม่ทำ เพราะนี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เขาจะเข้าสู่การเลือกตั้ง อะไรที่ดีที่สุดเขาจะเลือกทำแบบนั้น จึงเชื่อว่าเรื่องเงิน 5-30 ล้านบาท เป็นการปล่อยข่าวเพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคร่วมฝ่ายค้านและคนที่เราจะไปคุยด้วย

เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครโคราช-บุรีรัมย์
วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงที่พรรคเพื่อไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมาและบุรีรัมย์ จำนวน 9 คน

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทยต้องขอบคุณผู้สมัครทั้ง 9 คนที่มาร่วมทำงานกับพรรค ประเทศไม่สามารถมีทางออกได้เลยถ้ายังมีรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินลักษณะนี้ พรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่า ขอพาพี่น้องประชาชนออกจากวิกฤตนี้ โดย ขอเสียงเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้มากกว่า 250 เสียง ขณะนี้การคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ยังอยู่ในกระบวน การภายในพรรค จากนี้จะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น การทำไพรมารีโหวต

ด้าน นายประเสริฐกล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร 9 คนที่เปิดตัววันนี้ แบ่งเป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา 4 คน คือ 1.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ 2.นายสุพงษ์พิช รุ่งเป้า 3.นายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ และ 4.น.ส. ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บุรีรัมย์ 5 คน คือ 1.นายจำรัส เวียงสงค์ 2.นายสุรศักดิ์ นาคดี 3.นายวิธันพัศ เฮงวาณิชย์ถิรธนา 4.นายเล็ง พยุงแสนกุล และ 5.ว่าที่ ร.ต.เสนาะ พรหมสวัสดิ์

สำหรับนายบุญจง เป็น ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย สมัยแรกในปี 2544 และเป็น ส.ส.อีกครั้งในปี 2548 กระทั่งเป็น ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ในปี 2550 จากนั้นมาเป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทย ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อมาปี 2561 ย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา เมื่อ ปี 2562 แต่สอบตก

‘เทพเทือก’เมินสมุน‘แม้ว’โจมตี
เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP 27 ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ว่า ช่วงนี้มีการโจมตีตน ทาง โซเชี่ยลมีเดียค่อนข้างมาก เพราะตนออกมาพูดต่อต้านระบอบทักษิณ ซึ่งตน ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้เอามาเป็นอารมณ์ แต่จะเดินหน้าทำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ยืนหยัดที่จะต่อสู้กับระบอบทักษิณ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อประเทศ ทำความเสียหาย ความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาแล้ว

ทั้งการก่อเหตุร้ายโดยคนในระบอบทักษิณ ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เอากำลังชายชุดดำมาเข่นฆ่าตำรวจ ทหาร ประชาชน ยิงระเบิดใส่สถานีรถไฟฟ้าสีลม คนเจ็บคนตายรวมทั้งหมด 80-90 คน อย่างนี้ลืมไม่ได้ การเผาศาลากลาง การเผาอาคารพาณิชย์ เผาโรงหนัง เผาเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่เกิดกลางกทม. การทุจริต คดโกง ปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน ร้ายแรงที่สุดในระบอบทักษิณ นี่ไม่ใช่เรื่องที่มาพูดใส่ร้าย เป็นเรื่องที่พิสูจน์กันมาแล้วในศาล และต่อสู้กันตามกระบวน การยุติธรรม และศาลมีคำพิพากษาทั้งจำทั้งปรับไปแล้ว

ตนยังรู้สึกสยดสยองกับสิ่งที่ระบอบทักษิณได้ทำไว้กับประเทศไทยในยุคที่พวกเขามีอำนาจ พอได้ยินการโหมโฆษณาชวนเชื่อของคนในระบอบทักษิณว่าเขาจะเอาการ เลือกตั้งครั้งต่อไปแบบแลนด์สไลด์ กลับมาเป็นรัฐบาลพรรคเดียวมีอำนาจเต็ม คับบ้านคับเมือง เหมือนที่เคยเป็นมาแล้ว ตนรับไม่ได้จริงๆ เมื่อตนแสดงตัวออกมาต่อต้านระบอบทักษิณ ก็เป็นธรรมดาที่สมุนบริวาร ของระบอบทักษิณ จะออกมาแว้งกัดทุกวันไม่เลิก ดาหน้ากันมาเลย ตนไม่ถอย ยินดีที่จะยืนหยัดต่อสู้ต่อไป

แนะ‘บิ๊กตู่’ใช้ผลงานสู้ซักฟอก
ระบอบทักษิณมีสมุนบริวารเป็นพวกที่เห็นแก่ตัวทั้งนั้นเอาประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเลย พอพี่น้องประชาชนลืมเรื่องราวชั่วร้ายที่พวกเขาเคย ก่อไว้ ก็ออกมาแต่งเรื่องใหม่เล่านิทานใหม่ ขายฝันใหม่ หลอกประชาชนอีก ตอนนี้ก็กำลังโหมสร้างกระแสเขย่าเก้าอี้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเอาเป็นเอาตาย ตัวแสดงส่วนใหญ่ก็อยู่ในระบอบทักษิณทั้งนั้น ปฏิบัติการปล่อยข่าวสร้างกระแสใส่ร้าย ทำลายเครดิตทุกวัน เห็นว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มพล.อ.ประยุทธ์ มีข่าวว่า มีการวิ่งเต้นติดต่อแจกเงิน แจกกล้วย ล้มพล.อ. ประยุทธ์ ในสภา ซึ่งการอภิปรายของฝ่ายค้าน คนของระบอบทักษิณ ได้ใช้ลีลาโวหาร ใช้ความหยาบคาย อภิปรายโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ เนื้อหาสาระไม่มีเท่าไร

“ผมเคยเป็นส.ส.ในสภา มาหลายสิบปี เป็นฝ่ายค้านก็อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นรัฐบาลก็อภิปรายสู้กับฝ่ายค้านมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเอาความเท็จมาอภิปรายในสภา เพราะเสียงในสภาไม่สำคัญเท่ากับเสียงประชาชนนอกสภา แพ้ชนะในสภาเป็นเรื่องหนึ่ง แต่แพ้ชนะใจประชาชนสำคัญยิ่งใหญ่กว่า และการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สู้ได้ไม่ต้องใช้ลีลาโวหาร เอาความจริงมาพูด พูดตามสไตล์ ผลงานดีๆ มีเยอะ พูดเรื่องผลงานที่เป็นภาพรวมใหญ่ ของประเทศก็ได้ เช่น เรื่อง เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกหรืออีอีซี” นายสุเทพกล่าว

‘นิกร’ย้ำสูตรปาร์ตี้ลิสต์หารร้อย
ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เลขานุการคณะกรรมา ธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการ เลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมกมธ. ถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในฐานะกรรมการยกร่างที่รัฐบาลเสนอ เราเสนอหารด้วย 100 ส่วนร่างที่รัฐสภารับหลักการมา 4 ร่างนั้น หารด้วย 100 ทั้งหมด การที่มีผู้เสนอหารด้วย 500 จะมีปัญหา เพราะรัฐสภาไม่ได้รับหลักการที่เสนอด้วย 500 มา และขัดรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้

เมื่อถามว่าจะขยายการพิจารณาออกไปอีกหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า สัปดาห์หน้าวันที่ 11-12 พ.ค. จะพิจารณาพ.ร.ป.ว่าด้วยการ เลือกตั้งส.ส. คาดว่าน่าจะเสร็จ และในวันที่ 18 พ.ค. จะออกหนังสือเชิญผู้แปรญัตติ 14-15 คนเข้ามาพูดคุยกัน จากนั้นวันที่ 19 พ.ค.จะสรุป วันที่ 20-22 พ.ค. จะทำรายงานให้เสร็จ วันที่ 23 พ.ค.มารับรองรายงาน และวันที่ 24 พ.ค.ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

กมธ.เคาะไพรมารีโหวตส.ส.เขต
เวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. แถลงว่า วันนี้กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง เกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง ผู้สมัครของพรรค การเมืองทั้งในระดับเขต และบัญชีรายชื่อ หรือไพรมารีโหวต หรือ การเลือกตั้งขั้นต้น ซึ่งกมธ.เคาะแล้วโดยมีความเห็นว่า กระบวน การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตมีทั้งสิ้น 5 ขั้นตอน คือ

1.ให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละพรรคกำหนดวัน เวลา และสถานที่ ในการสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2.เมื่อพ้นกำหนดการรับสมัครให้เป็นหน้าที่กรรมการสรรหาในการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ของผู้สมัครแต่ละเขตเลือกตั้ง 3.ให้ส่งรายชื่อผู้สมัครให้สาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตรวจสอบ และให้มีการจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความเห็น พร้อมให้ความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาส่งมา 4.ให้สาขาพรรค การเมืองส่งรายชื่อผู้สมัครแต่ละเขต และ 5.กรรมการบริหารพรรคพิจารณาให้ความ เห็นชอบ

ระบบดังกล่าวออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้มีความผ่อนคลายมากกว่าปัจจุบัน ขณะที่พรรคการเมืองจะมีความคล่องตัวมากขึ้น แต่ไม่ละทิ้งการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค ส่วนขั้นตอนการสรรหาเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมัครแบบบัญชี รายชื่อ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ.

ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 22 พ.ค.
วันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการกกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานครั้งที่ 5 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมี คณะผู้บริหารกทม. ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกทม. และ ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายขจิตกล่าวว่า ได้ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 08.00-17.00 น. ซึ่งขณะนี้การดำเนินการด้านต่างๆ ได้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

ขณะเดียวกันยังได้เน้นย้ำให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกทม.ปฏิบัติตนตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด วางตัวเป็น กลาง งดเว้นและเลี่ยงกิจกรรมใดๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. ให้มากที่สุด และขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนและสมาชิกในครัวเรือนว่าถูกต้องหรือไม่ หากรายชื่อตกหล่นหรือมีรายชื่ออื่นเพิ่มมาให้รีบติดต่อสำนักงานเขตแจ้งดำเนินการเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ถูกต้องภายในวันที่ 11 พ.ค.

‘ชัชชาติ’ติงค่าปรับเทศกิจสูงลิ่ว
สำหรับบรรดาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.ต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดหลังธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เขตพญาไท และซอยตลาดศรีวนิช เขตราชเทวี ได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ประชาชนจำนวนมากได้มาสะท้อนปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการขยะ การจัดการตลาด การจัดการน้ำเสีย

นายชัชชาติกล่าวว่า ตลาดชุมชนถือเป็นวิถีชีวิตคงต้องดูพื้นที่ให้เหมาะสม ซึ่งมีประเด็นที่เราเจอบ่อยและได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้าเรื่องโดนเทศกิจเก็บเงินหรือไม่ คำตอบที่ได้เป็นค่าปรับที่มีใบเสร็จ เหมือนทำถูกกฎหมาย แต่เมื่อมาดูตัวเลขแล้วน่าตกใจอย่างปีที่แล้วมีการปรับพ่อค้าแม่ค้า 100 ล้านบาท แล้วครึ่งหนึ่งของค่าปรับคือ 50 ล้านบาทเป็นรางวัลนำจับ ซึ่งต้องเอากลับมาทบทวนว่าสุดท้ายแล้ววิธีนี้มันใช่หรือไม่ เหมาะสมไหม จะเอื้อต่อการทำมาหากินของประชาชนหรือไม่

‘ดร.เอ้’ให้กำลังใจขรก.กทม.
เวลา 10.30 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร 2 ดินแดง นายสุชัชวีร์ สุวรรณ สวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 พร้อมด้วย นายสิทธิวัฒน์ ชีรวินิจ ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 4 ไปให้กำลังใจ และขอสมัครร่วมทำงานกับผู้บริหารระดับสูงใน กทม. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กทม. ทุกคน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยใช้เวลาเดินแนะนำตัวทุกคนอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาร่วม 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ กองงานเครื่องกล สำนักงานเขตดินแดง สำนักงานระบายน้ำ สำนักงานโยธา ศูนย์เชื่อมช่างกล ไปจนถึงศูนย์ก่อสร้างบูรณะ 2

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า การมาเยี่ยมในวันนี้เป็นการมาให้กำลังใจคนทำงานใน กทม. ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก และเมื่อได้รับการต้อนรับดีขนาดนี้ ตนก็ขอทำงานทุ่มเทเต็มที่ หากได้มีโอกาสร่วมงานกันจะขอดูแลเรื่องสวัสดิการของทุกคนด้วย ซึ่งการเลือกมาเยี่ยมที่กองโยธาเป็นหน่วยงานแรกนั้น ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า งาน กทม. เป็นงานโยธาทั้งนั้น และจากการรับฟังเสียงพี่น้องประชาชนพบว่าเรื่อง ฟุตปาธ ถนนทรุดเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรื่องการขอใบอนุญาต และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักระบายน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นงานด้านวิศวกรรมทั้งนั้น เราจะทำงานใหญ่ งานที่เสียสละก็ต้องดูแลพวกเขา ครอบครัวของเขาให้เต็มที่ ดูแลลูกของเขา คุณพ่อคุณแม่ของเขาให้ดีที่สุด

‘อัศวิน’ไม่สนพวกปั่นกระแส
เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 พร้อมนาย นิกม์ แสงศิรินาวิน ส.ก. กลุ่มรักษ์กรุงเทพ เขตสายไหม หมายเลข 1 ลงพื้นที่ขอคะแนนที่ตลาดเอซี และตลาดวงศกร เขตสายไหม

พล.ต.อ.อัศวินให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการปั่นกระแสเชียร์ผู้สมัครต่างๆ ว่า ไม่ได้กังวล คิดว่าประชาชนเข้าใจ การเมืองก็คือการเมือง แต่ตนไม่ใช่นักการเมือง ตนเป็นกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และเมื่อเราไม่สังกัดพรรคการเมือง รักษ์กรุงเทพ ก็คือกลุ่มคนที่จะดูแลรักษากรุงเทพฯ ในทุกมิติให้ดีขึ้น ส่วนใครจะกระแสเป็นยังไง ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะประชาชนเข้าใจและเห็นว่าเราทำอะไรไปบ้างแล้ว และอยากจะทำอะไรต่อ ไม่ได้ยึดติดกับการเมือง ย้ำว่าผู้ว่าฯ กทม. ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการบ้านที่เราต้องดูแล พี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัยทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

เปิดตัวจอนนี่ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว ‘จอนนี่ แอนโฟเน่’ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตมีนบุรี คันนายาว คลองสามวา โดยอดีตพระเอกประกาศผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิงครบวงจร เมื่อวันที่ 5 พ.ค.

ปลดล็อก – คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนารัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ เชิญนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมบรรยายปลดล็อกการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่โรงแรมปุระนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 5 พ.ค.

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน