‘นาดสินปฏิวัติ’ร้องรำจี้หยุดขัง – เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กทม. กลุ่มนาดสินปฏิวัติ จัดกิจกรรม “นาฏศิลป์เพื่อเสรี ดนตรีเพื่อมวลชน” เพื่อช่วงชิงพื้นที่ทางวัฒนธรรม และแสดงเจตจำนงสานต่ออุดมการณ์ของเพื่อนที่ถูกคุมขังในเรือนจำ จากการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยตั้งโต๊ะบวงสรวง จัดเตรียมของไหว้ อาทิ หัวหมู, ไข่ต้ม, ธูป 108 ดอก, เทียนขาว, เหล้าขาว, น้ำแดง พวงมาลัยดอกดาวเรือง นำขึ้นโต๊ะบวงสรวง
จากนั้นเริ่มทำพิธีด้วยการจุดธูปร่ายคาถาภาษาบาลีสันสกฤตขับไล่เสนียดจัญไร ปักธูป 108 ดอก บนของไหว้และหัวหมู ผู้ร่วมงานบางส่วนนำธูปปักรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเริ่มการแสดง โดยแต่งกายด้วยชุดล้านนาฟ้อนหน้ากาก ต่อด้วยการแสดงโขน 3 ชุด ร้องเพลงให้เพื่อนในเรือนจำทั้ง 12 คน อาทิ เพลงตะวันฉาย ของจิ้น กรรมาชน เนื้อหากล่าวถึงเสรีภาพที่ต้องสู้จึงจะได้มา เพื่อความยุติธรรมและสังคมที่เท่าเทียม อ่านบทกวีของปฐพีกวีดินส่งถึงเพื่อนในเรือนจำเพื่อยืนยันถึงการต่อสู้ ผู้ร่วมงานร่วมร้องเพลงฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ เพลงเพื่อมวลชน และเพลงตะวันฉาย
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 6 น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรม ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยได้ประกันตัวไปแล้ว ต่อมาศาลอาญามีคำสั่งถอนประกัน ขณะที่นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความผู้ต้องหายื่นขอไต่สวนคัดค้านคำร้องฝากขัง

ร้องรำหยุดขัง – “กลุ่มนาดสินปฏิวัติ” จัดกิจกรรมนาฏศิลป์เพื่อเสรี ดนตรีเพื่อมวลชน ทำพิธีบวงสรวง และร้องรำหยุดขัง แสดงเจตจำนงสานต่ออุดมการณ์ของผู้ต้องหาคดี ทางการเมืองที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กทม. เมื่อวันที่ 5 พ.ค.
นายกฤษฎางค์กล่าวว่าจากการไต่สวน พนักงานสอบสวนอ้างว่ามีพยานต้องสอบอีก 2 ปาก เป็นแพทย์ที่ตรวจร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจ กับนักวิชาการ ซึ่งทั้งสองปากนี้ ตนค้านว่าการสอบสวนพยานไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา เมื่อไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ ศาลอนุญาตให้ฝากขังต่อได้อีก 12 วัน ถึงวันที่ 17 พ.ค.2565 แต่หากคราวหน้ามายื่นขอฝากขังอีก ศาลก็จะพิจารณาอย่างเคร่งครัด ดังนั้นในวันนี้น.ส.ทานตะวันยังถูกขังต่อ ตนยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอาญาเพิกถอนประกันไปแล้ว