เปิดทางสอบ-ปมป่วนพยาน สุราษฎร์ยื่น‘ปปช.’ฟัน2ขรก. รวบผู้ซื้อบริการแล้ว1ยังหนี3 จ่อจับเครือข่ายใหม่อีก7ราย
สอบด่วน ‘รองอธิบดี’ เซ่นพัวพันค้ากามเด็กหญิง ‘ตู่’ สั่งเอง ย้ำเรื่องนี้มีผลต่อ ‘ค้ามนุษย์’ ผู้การสุราษฎร์ฯ เผยจับคนซื้อบริการแล้ว 1 ยังหนีหมายจับ 3 พบเครือข่ายใหม่อีก เตรียมขอหมายจับอีก 7 ส่วนเจ้าหน้าที่พม.แทรกแซงคดี กำลังทำสำนวนยื่นป.ป.ช.ฟัน ผิดม.157
จากกรณีพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมการขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ากามเด็กหญิงในจ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาพบข้าราชการระดับรองอธิบดีและครูพี่เลี้ยงภายในบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี พยายามขัดขวางการขยายผล แทรกแซงการดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยังพยายามข่มขู่พยานเพื่อไม่ให้ข้อมูลขยายผลเชื่อมโยงไปยังผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก จึงได้ดำเนินคดีกับตัวเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวในฐานความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ขณะที่นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็สั่งสอบข้อเท็จจริงในกรณีเดียวกันแล้วตามข่าว
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 6 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ที่นำเด็กมาแสวงหาประโยชน์ทางเพศ พบผู้ต้องหาเป็นทั้งครู หมอ ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น และลูกอดีตนักการเมืองมาใช้บริการ และยังมีข้าราชการระดับรองอธิบดีโทรศัพท์สั่งให้เกลี้ยกล่อมเด็กเหยื่อคดีค้ามนุษย์ช่วยเหลือผู้ต้องหา ว่า ตำรวจรับเรื่องไว้แล้ว กำลังสอบสวนอยู่ ตนทราบข่าวก็ได้ย้ำเตือนและสั่งการไปทันทีให้ตรวจสอบข้อมูลหาข้อเท็จจริงให้ได้ แล้วดำเนินการผู้กระทำผิด เพราะเรื่องนี้มีผลกับเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งตำรวจชี้แจงมาขั้นต้นแล้ว
ด้านพล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ. สุราษฎร์ธานี มอบหมายให้พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.สุราษฎร์ธานี ขยายผลคดีค้ามนุษย์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจับกุมผู้ที่ใช้บริการ ซึ่งมีทั้งลูกชายอดีตนักการเมือง นักการเมือง แพทย์ และทหาร และกลุ่มบุคคลทั่วไปซึ่งอยู่ในช่วงดำเนินคดี
โดยพ.ต.อ.ไพศาลกล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าทางคดีในส่วนของกลุ่มเก่ายังมี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนี 4 ราย และในวันนี้สามารถจับกุมตัวเพิ่มได้อีก 1 ราย และที่เหลืออีก 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลทั่วไป กำลังดำเนินการติดตามจับกุมตัวอยู่ และจากการขยายผลพบว่ายังมีกลุ่มค้ามนุษย์กลุ่มใหม่อีกหนึ่งกลุ่ม ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอหมายจับอีก 7 ราย ส่วนของรองอธิบดี ในกระทรวง พม.และครูพี่เลี้ยงในบ้านเด็กฯ ที่มีพฤติกรรมพยายามแทรกแซงการดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยังพยายามข่มขู่พยานเพื่อไม่ให้ข้อมูลในการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะยื่นต่อป.ป.ช.ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
วันเดียวกัน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. กล่าวถึงรองอธิบดีกรมกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ที่โทร.สั่งให้เกลี้ยกล่อมเด็กผู้เสียหายให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาซื้อบริการประเวณีเด็ก ที่จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อธ.ค. 2564 ได้สอบสวนเรื่อยมาจนถึงเม.ย. 2565 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกคำให้การผู้เสียหาย ทั้งหมด 9 ราย ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีการดำเนินการแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศมาตลอดอย่างเงียบๆ เพราะต้องคุ้มครองสิทธิ ผู้เสียหาย ทำให้ประชาชนไม่ทราบ
นายจุติกล่าวต่อว่า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา นางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีปลัด พม.เป็นประธาน และเชิญภาคประชาสังคม โดยมีประธานสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย และประธานมูลนิธิสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายมาร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม นำมาซึ่งข้อเท็จจริง การจัดการกับปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะทำงานแบบฟาสต์แทร็ก ให้ประชาชนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบผลเร็วที่สุด และยังสั่งการให้ผู้ตรวจราชการ พม. ทั้ง 6 เขต ลงพื้นที่ทั้งประเทศ เพื่อทำความเข้าใจ และกำชับว่าไม่ให้มีการล่วงละเมิดทางเพศ ทุกคนต้องปรับการทำงานเพื่อให้ตอบสนองความต้องการประชาชน หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก สามารถพึ่งพาองค์ภาคประชาชนที่ทำงานร่วมกับ พม.ได้
“นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ และจะมีการหารือกันในกรมกิจการเด็กและเยาวชนว่า หากจำเป็นอาจจะต้องมีการย้ายผู้เสียหายออกนอกพื้นที่ด้วย เพื่อความปลอดภัยและสามารถดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด จริงจัง รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผมขอไม่เปิดเผยรายชื่อ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด” นายจุติกล่าว
ด้านนางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. กล่าวถึงการดำเนินการกับรองอธิบดี ดย.ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ย้ายมาอยู่ประจำกระทรวง พม.แล้ว เพื่อไม่ให้ไปยุ่งการสอบข้อเท็จจริง แต่ยังไม่หลุดจากตำแหน่ง เพราะขณะนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาอยู่ และขอให้ได้ข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งตนได้มอบให้รองปลัด พม.ลงไปหาข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ จะนัดประชุมคณะทำงานช่วยเหลือและแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งมีตนเป็นประธาน ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ที่กระทรวง พม.