‘ตู่’เย้ยพรรคเล็กท้าล้มได้ก็ล้มไปป้อมปัดนั่งนายก
ฝ่ายค้านขีดเส้นตายรัฐบาล อยู่ได้ไม่เกิน ส.ค. เล็งยื่นตีความวาระนายกฯ 8 ปี กลางก.ค.นี้ ‘บิ๊กตู่’ ท้าคนคิดล้มนายกฯ ล้มได้ก็ล้มไปเย้ยพรรคเล็กวิ่งวุ่น เดี๋ยวก็เหนื่อยเอง ‘ป้อม’ ลั่นไม่คิดเป็นนายกฯ มั่นใจ ‘ประยุทธ์’ อยู่ครบเทอม ไม่มีใครล้มได้ พปชร.เรียกสอบ ‘พิเชษฐ’ จับมือฝ่ายค้านถล่มรัฐบาล ‘นิโรธ’ ซัดกลับกลอก ทำพรรคและสภาเสื่อม ‘พิเชษฐ’ เผยถ้าถูกขับออก จะไปอยู่เสรีรวมไทย ไลน์ส.ส.เพื่อไทย โซเชี่ยลแฟนคลับเดือด รุมต้านรับกลับ ‘บุญจง’ ลงสมัคร ส.ส.โคราช ‘ประเสริฐ’ เคลียร์ จนเจ้าตัว ยอมถอย
‘บิ๊กตู่’วอนเลิกขัดแย้ง-ช่วยฟื้นปท.
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 2/2565 ว่า วันนี้เป็นการประชุมที่สำคัญ ทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ ที่เรามีความสบายใจขึ้นในเรื่องการท่องเที่ยว ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงเวลานี้ และคาดการณ์ว่าในไตรมาส 4 ปีนี้เป็นช่วงการท่องเที่ยวต่อเนื่องไตรมาส 1 ปี 2566
ถ้าสามารถรักษาสถานภาพตรงนี้ไว้ได้จะเป็นการดี จึงขอความร่วมมือภาคเอกชนและประชาชนทุกคนช่วยกันระมัดระวังทำให้บ้านเมืองสงบสุขในทุกๆ ด้าน ความขัดแย้งต่างๆ ก็ต้องลดลง ไม่อย่างนั้นคนที่เดือดร้อนที่สุด คือประชาชน ผู้ประกอบการทั้งหลาย ก็ไม่สามารถจะฟื้นตัวได้
ที่ประชุมยังหารือเรื่องการจัดงาน Specialised Expo 2028 ที่จ.ภูเก็ต ในปี 2571 ที่ต้องวางแผนล่วงหน้า มีการเตรียมการเพื่อรับฉันทานุมัติในการจัดงานในประเทศไทย หลายอย่างต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกัน วันนี้ก็หารือหลายเรื่อง อาทิ การจะถ่ายทำภาพยนตร์อย่างไร เพื่อจะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ การให้ชาวต่างชาติมาใช้เงินในประเทศไทยให้มากขึ้นตามศักยภาพที่เขามีอยู่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องไม่ทำให้คนไทยเดือดร้อน ฉะนั้น ไม่ต้องตื่นตระหนกในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะมีคนเอาไปบิดเบือนอีก
ขอให้ไว้ใจไปถกอาเซียน-สหรัฐ
สำหรับการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ (ASEAN-US Special Summit) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค.ที่สหรัฐ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเดินทางไปสหรัฐวันที่ 11-15 พ.ค. โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ในช่วงนั้น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าการไปประชุมครั้งนี้ไม่มีประเด็นอะไรอย่างที่สื่อบางแขนงไปพาดหัวข่าวว่านายกฯ จะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นการประชุมปกติ เป็นเหมือนการประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่น หรือ อาเซียน-จีน ซึ่งการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐเมื่อจำเป็นต้องไปประชุมก็เดินทางไปประชุมเท่านั้นเอง บังเอิญว่าช่วงนี้เกิดเหตุการณ์และสถานการณ์สงครามขึ้นมา ซึ่งถือเป็นเรื่องสถานการณ์ในภูมิภาค ในที่ประชุมคงมีการแสดงความคิดเห็นกันบ้าง แต่เราไม่ได้ไปเลือกอะไรกับใคร ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล
ตนพยายามจะทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ขอให้ไว้ใจซึ่งกันและกัน อย่าไปกังวลอะไรกันมากนัก อย่าเพิ่งไปปล่อยข่าวว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการประชุมในครั้งนี้ และตนก็เชื่อมั่น ตนถึงอยู่มา 7-8 ปี รู้ดีว่าบทบาทของประเทศของเราอยู่ตรงไหน ขอร้องอย่าไปฟังมากนักเลยเพราะคนบางคนแสดงความคิดเห็นออกมาบางทีก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็พูดออกมา อาจจะด้วยความห่วงใย แต่คนที่ควรจะห่วงใยมากที่สุดคือตัวนายกฯ ไม่ใช่หรือ ซึ่งได้มีการเตรียมการไว้หมดแล้ว
กล่อมฝ่ายค้านผ่านงบปี 66
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ในประเทศสิ่งที่เป็นห่วงอย่างเดียวคือความขัดแย้ง เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างความขัดแย้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์การเมือง วันนี้เราต้องเตรียมเรื่องการชี้แจงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ต่อสภาตามวาระที่เตรียมไว้ หากไม่ผ่านการพิจารณาจะเดือดร้อนซึ่งงบประมาณปี 2566 จะต้องเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนต.ค.2565 เป็นต้นไป ขอร้องให้เข้าใจกันบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะขอร้องฝ่ายค้านอย่างไรหรือไม่เพื่อให้ทุกอย่างเกิดความสงบเรียบร้อยและผ่านการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีการหารือมาตลอดผ่านคณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้ไปช่วยกันพูดคุย อะไรที่ขัดแย้งกันมากๆ โดยที่ไม่มีความจำเป็นก็ไม่รู้จะขัดแย้งกันไปทำไมเหมือนกัน
ขณะเดียวกันการใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2565 เข้าสู่ไตรมาส 3-4 แล้ว เราจำเป็นต้องเบิกงบประมาณเหล่านี้มาเพื่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดผลลัพธ์เป็น รูปธรรม และต้องวางเป้าหมายในการตั้ง งบประมาณปี 2566 ให้สอดคล้องกันด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า วันนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์จากต่างประเทศด้วย รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่เพราะประโยชน์คือประชาชนจะเป็นผู้ได้รับ
ท้าคนคิดล้ม-แต่เชื่อรบ.ยังปึ้ก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค.จะนัดพรรคร่วมรัฐบาลกินข้าวก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องการต้องรับประทานข้าวถึงจะคุยรู้เรื่อง แต่ได้มีการคุยหลายวิธีการหลายทางอยู่แล้ว ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีแกนนำ มีหัวหน้ากันอยู่แล้วก็คุยกัน บางทีหลายอย่างไม่เข้าใจกัน แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว เข้าใจ ในตัวตน เข้าใจในตัวนายกฯ เข้าใจนโยบาย นายกฯว่านายกฯ ทำงานอย่างไร เขาก็ยินดีจะร่วมมือกับเรา ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเล็กก็โอเคหมด เข้าใจนายกฯ
ต่อข้อถามว่าได้กำชับเรื่องการเล่นเกมในสภาหรือไม่ โดยเฉพาะกระแสข่าวที่จะล้ม นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายว่า “เอาเถอะ เขาจะล้ม ถ้าล้มได้ก็ล้มไปเถอะ ถ้าล้มก็ล้ม ผมก็ไม่ต้องทำงานก็แค่นั้นเอง ถ้าล้มแล้วมีอะไรดีขึ้นมา ถ้าล้มได้ก็ล้มไป แต่กลัวว่ามันจะไม่ดีกว่าเดิม”
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สอบถามพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามมาตลอด ไม่เห็นมีใครจะล้มตน เขายืนยันจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลต่อไปเพราะกำลังอยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้น เขาก็ยินดีที่จะร่วมมือกับตนทั้งนั้น อย่าเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย ประเทศชาติสำคัญที่สุด สำคัญกว่า อย่างอื่น ช่วงนี้ขอร้องก็แล้วกัน
เย้ยพรรคเล็กวิ่งวุ่นเดี๋ยวก็เหนื่อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตรได้เคลียร์กับพรรคเล็กแล้วทำให้นายกฯ สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครสบายใจ สำหรับตนสบายใจทุกวันอยู่แล้ว ตนก็คุยกับเขาด้วย เจอใครตนก็คุยกับเขาหมด เพื่อให้เขาเข้าใจว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และเราควรจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไร ไม่ใช่ว่าวันนี้ทุกคนจะมุ่งมั่นแต่การหาเสียงทางการเมืองกันอย่างเดียว แล้วประเทศชาติไปได้หรือไม่ หลายอย่างที่พูดกันออกมาทำได้จริงหรือเปล่า
“ผมไม่อยากจะไปด้อยค่าใคร ประชาชนก็ต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ทางการเมืองอย่างไร แล้วเปรียบเทียบดูว่าจากที่ผ่านมาจนถึงวันนี้แก้ปัญหาอะไรไปได้แล้วบ้าง หรือจะกลับสู่ที่เก่าเวลาเดิมก็เอาสิ ตามใจ ก็เรื่องของท่าน”
เมื่อถามว่าเวลานี้ดูเหมือนพรรคการเมืองใหญ่จะนิ่ง แต่พรรคเล็กวิ่งกันวุ่นวาย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ให้เขาวิ่งไปเดี๋ยวเขาก็เหนื่อยเองละมั้ง ไม่มีอะไรหรอก เขาคุยกันแล้ว กับพล.อ.ประวิตรท่านก็คุยแล้ว ตนเจอหน้ากับทุกคนก็คุยให้เข้าใจว่าตนกำลังทำอะไรอยู่แค่นั้นเอง เอาความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะทำอะไรก็ตามต้องมองตรงโน้นมากกว่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เรื่องเลือกตั้งยังไม่ใช่เวลานี้
‘พี่ป้อม’ลั่นไม่มีใครล้ม‘น้องตู่’
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงขบวนการที่จะล้มพล.อ. ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติราวกลางเดือนมิ.ย. จะต้องช่วยเคลียร์หรือเจรจาหรือไม่ว่า “ไม่มี ไม่มีใครล้มหรอก ไม่ต้องคุย ไม่มีใครล้มหรอก นายกฯ ก็เป็นนายกฯ อยู่แบบนี้แหละ อยู่จนกระทั่งเขาจบนั่นแหละ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าน้อยใจหรือไม่ เพราะมีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกฯ คนนอกบัญชีแทน หรือเป็นนายกฯ รักษาการ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “จะน้อยใจเรื่องอะไร ไม่มีอะไรเลย พวกคุณก็ไปพูดกันเองทั้งนั้น ไปว่ากันเองทั้งนั้น ไม่มีอะไรหรอก” เมื่อถามว่า ส่วนตัวไม่คิดอยากเป็นนายกฯ และจะอยู่ช่วยนายกฯ ต่อไปใช่ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เออ”
พปชร.สอบ‘พิเชษฐ’จับมือฝ่ายค้าน
ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐมีหนังสือเรียกนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 ไปชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ หลังร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และประกาศจุดยืนโหวตไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกำกับดูแลกรมธนารักษ์ ที่รับผิดชอบการประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ชนะการประมูลเหนือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ ผู้รับสัมปทานเดิม จนถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าไม่โปร่งใส พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคที่จะดำเนินการ พรรคมีคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่านายพิเชษฐ อยากให้พรรคขับออกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไปสอบดูก่อน ต่อข้อถามว่ากรณีนี้ถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทางพรรคจะดำเนินการเอง และจะไปสอบดูก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะดึงเสียงจากพรรคเล็ก 30 เสียงไปได้ เพื่อโหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เขาทำผิดหรือทำถูกเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน”
กรรมการพรรคนัด11พ.ค.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐได้ทำหนังสือเรียกนาย พิเชษฐ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กรณีให้สัมภาษณ์หลายครั้งหลายวาระ ในลักษณะที่ทำให้พรรคและสมาชิกทั่วไปเสียหาย อันอาจเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคในส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกพรรค ที่ต้องมีต่อพรรค และอาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิก
โดยให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 ที่ทำการพรรค หากไม่มาในวันเวลาดังกล่าว ถือว่าไม่มีความประสงค์จะชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ คณะกรรมการจะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
โวยกลับแผนปิดปาก-เล็งซบสร.
ด้านนายพิเชษฐกล่าวว่า ทราบมาว่ามีคนพยายามจะขับตนออกจากพรรค แต่ไม่สามารถขับออกได้โดยทันทีต้องมีกระบวนการสอบสวนไต่สวนก่อน ตนไม่กังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกเรียกให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง มองว่าจะมีผลเสียกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นความพยายามปิดปากตนเกี่ยวกับการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศ และหากมีการตัดสินตนก่อนที่ผลตรวจสอบการประมูลโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ สั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบจะ ทราบผล ย่อมไม่เป็นผลดี
“ประเด็นที่ผมพูดเพราะมีผลประโยชน์เกิดขึ้น เรื่องดังกล่าวเกี่ยวกับนายสันติ ซึ่งกำกับดูแลกรมธนารักษ์ ผมและนายสันติ กลายเป็นคู่ขัดแย้งแล้ว นายสันติจึงไม่ต้องการเอาผมไว้ แต่เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร ยังไม่มีท่าทีใดๆ ออกมา” นายพิเชษฐกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อกล่าวหาที่เชิญไปชี้แจงคล้ายเหตุผลที่พรรคเคยขับส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) มาแล้ว นายพิเชษฐกล่าวว่าไม่เป็นไร หากมีหนังสือมาตนพร้อมชี้แจง ต่อข้อถามว่าหากมติพรรคขับออก จะไปอยู่กับกลุ่ม ร.อ. ธรรมนัสหรือไม่ นายพิเชษฐกล่าวว่า กลุ่มของร.อ.ธรรมนัส ตอนนี้ พล.อ.ประวิตร ก็คุม หากจะย้ายพรรค ย้ายไปอยู่กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ไม่ดีกว่าหรือ จะได้เป็นฝ่ายค้านเต็มตัว และจุดมุ่งหมายของตนคือขับเคลื่อนพรรคเล็ก
‘นิโรธ’ซัดกลับกลอก-ทำสภาเสื่อม
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การที่มีคนของพรรคพลังประชารัฐไปร่วมมือกับฝ่ายค้านมาดิสเครดิตรัฐบาลมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างมาก โดยเฉพาะนายพิเชษฐเพิ่งจะยุบพรรคตัวเอง แล้วมาขออยู่กับพรรคพลังประชารัฐ แต่กลับประกาศจับมือกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคเก่าที่ท่านเคยอยู่มาก่อน และเป็นฝ่ายค้านด้วย สร้างความมึนงง สับสนต่อสังคมและเพื่อนสมาชิกพรรคว่าเกิดอะไรขึ้น
อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ มีข่าวว่านายพิเชษฐเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของอีสท์วอเตอร์ หากเป็นจริงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถามว่าทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท หรือของใครกันแน่ ที่สำคัญกรณีนี้นายกฯ สั่งให้มีการตรวจสอบ เพราะรับฟังคำท้วงติงของทุกฝ่ายแล้ว
“การที่นายพิเชษฐบอกว่าเข้าไปในพรรคแล้วเหมือนคนแปลกหน้า ก็อยากบอกท่านว่าเพราะท่านทำตัวแปลกแยก มีเรื่องอะไรในพรรคควรคุยกันภายใน ไม่ใช่ให้ข่าวกล่าวหานายสันติ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค ทั้งที่นายสันติยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและยืนเคียงข้างประชาชน ท่านเป็นส.ส.อาวุโสหลายสมัยแต่กลับมีพฤติกรรมเช่นนี้ ทำตัวเหมือนสายลับ 3 หน้า วันหนึ่งอยู่ฝ่ายหนึ่ง อีกวันอยู่อีกฝ่าย กลับกลอกไปมา ทำให้สภาเสื่อมเสีย และเสื่อมเกียรติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มี ส.ส.พฤติกรรมเช่นนี้” นายนิโรธกล่าว
‘อู๊ดด้า’ยันปชป.ไม่แตกแถว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการจ่ายเงินให้ส.ส. 5-30 ล้านบาท แลกโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ไม่ทราบ ข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้ยังมีส.ส.บางคนในพรรคร่วมรัฐบาลไปกินข้าวกับส.ส.ฝ่ายค้าน และมีท่าทีร่วมมือกับฝ่ายค้าน นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ตนตอบแทนไม่ได้ และไม่ขอวิจารณ์
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มี ส.ส.แตกแถวใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มี เพราะมติของพรรคถือเป็นข้อยุติ แต่เรื่องการแสดงความเห็นที่หลากหลายภายในพรรคนั้นมีอย่างแน่นอน และทุกอย่างยุติด้วยมติพรรค ทุกครั้งก่อนจะลงมติในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล เราต้องรอดูก่อนว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านมีประเด็นอะไร และการนำเสนอในสภาเป็นอย่างไร จึงไม่อยากด่วนพูดอะไรไปมาก
‘วิษณุ’ชี้ช่วงยื่นตีความนายกฯ8ปี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากมี นายกฯ รักษาการเกิดขึ้น ว่า หากสภายังเลือกนายกฯ ใหม่ไม่ได้ นายกฯ รักษาการยังต้องทำหน้าที่ต่อไป และอยู่จนกว่าครม.ใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยอำนาจของนายกฯ รักษาการนั้นสามารถทำได้ทุกอย่าง ปรับครม.ได้ เพราะเคยมีมาแล้วในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่สมัยนั้นยุบสภาแล้วปรับครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงปัญหาวาระนายกฯ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนดจะเริ่มนับช่วงใด หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ตนรู้สึกเฉยๆ จะเป็นอะไรก็ให้ไปตามนั้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยพูดถึงประเด็นนี้ หรือแสดงความกังวลใดๆ ตนพูดมานานแล้วว่าการนับ 8 ปีนั้น เริ่มจากเมื่อไหร่ ถ้าสมมตินับจากปี 2557 เมื่อครบ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้รักษาการ ถ้า พล.อ. ประยุทธ์จะรักษาการเองก็ได้ แต่ตนไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์จะรักษาการ แต่ขณะนี้จะเริ่มนับจากปี 2557 หรือไม่ก็ยังไม่ทราบ
“ผมยังไม่เคยพูดชัดเจนว่า 8 ปี นับจากปีไหน 2557 หรือ 2560 หรือ 2562 เพราะถึงพูดไปคนเขาก็ไม่เชื่อ ทีนี้ถ้าใครอยากได้คำตอบและมีอำนาจที่จะหาคำตอบ ก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญไป ฝ่ายค้านก็ทำได้ องค์กรอื่นก็ทำได้ แต่แนะนำว่าทำแต่เนิ่นๆ ไม่ได้ เช่น ถ้าสมมตินับจากปี 2557 ก็ครบส.ค.2565 แต่ตอนนี้เพิ่งพ.ค. ต้องให้เข้าไปใกล้ๆ หน่อย” นายวิษณุกล่าว
ฝ่ายค้านขีดเส้นตายรบ.ไม่เกินส.ค.
เมื่อเวลา 17.40 น. ที่ห้องวันวาน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดประชุมหัวข้อ “ผนึกกำลัง ขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาล” โดยมีแกนนำและตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมประชุม
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด เผชิญวิกฤตทุกมิติ วิกฤตตัวผู้นำนายกฯ ที่ไร้ศักยภาพ ขาดความน่าเชื่อถือ พาประเทศมาถึงทางตัน วิกฤตเศรษฐกิจที่สร้างความทุกข์ยากแก่พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส วิกฤตสาธารณสุขที่คร่าชีวิตประชาชน วิกฤตการเมือง เผด็จการในคราบประชาธิปไตย ได้สร้างประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายทิ้งไว้ให้ประเทศอย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยรัฐธรรมนูญฉบับวางยาพิษ ระบบนิติ บัญญัติของเสียงข้างมากที่ล้มเหลว สภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสภาที่ซื้อได้ด้วยเงิน
ทั้ง 4 วิกฤตปะทุขึ้นพร้อมกัน เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ จึงมีมติร่วมกันขีดเส้นตายให้รัฐบาลที่สิ้นสภาพนี้ นับตั้งแต่การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ 22 พ.ค.2565 เป็นต้นไป ในการดำเนินการของพรรคร่วมฝ่ายค้านใน 4 วาระสำคัญ ได้แก่ 1.การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ช่วง พ.ค.-มิ.ย. 2.การพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. กับร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองในเดือนมิ.ย. 3.การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 และ 4.การดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ในเดือนส.ค. ถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนอำนาจ คืนชีวิต คืนความกินดีอยู่ดี คืนประชาธิปไตยให้ประชาชนทุกคน
กลางก.ค.ยื่นตีความวาระนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการยื่นตีความวาระ 8 ปี นายกฯ เมื่อใด นพ.ชลน่านกล่าวว่า จากการหารือทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้าน เห็นตรงกันว่าจะยื่นช่วงกลางเดือน ก.ค. เพราะถ้าช้าเกินไปศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยหลังวันที่ 23 ส.ค.จะเกิดความเสียหาย
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นั้น จะยื่นอภิปรายเป็นรายบุคคล โดยมี นายกฯ เป็นจำเลยที่ 1 ซึ่งขณะนี้มีประชาชน และหน่วยงานราชการต่างๆ ส่งข้อมูลการทุจริตมาให้พรรคเพื่อไทยจำนวนมาก และเป็นครั้งแรกที่พรรคร่วมรัฐบาลมีท่าทีเห็นตรงข้ามกับรัฐบาลชัดที่สุด ส่วนข้อมูลที่ประชาชนส่งเข้ามา เป็นข้อมูลที่พุ่งไปที่กลุ่มรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มากที่สุด รองลงมาคือพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์
พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเร่งเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์หนีไป แต่อยากเห็นพล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามข้อข้องใจของประชาชนก่อน แล้วท่านจะไปไหนก็ไป
ไลน์พท.-โซเชี่ยลเดือดต้าน‘บุญจง’
จากกรณีพรรคเพื่อไทย เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 4 คน และบุรีรัมย์ 5 คน หนึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรมช.มหาดไทย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อมาปี 2561 ย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา รวมอยู่ด้วยนั้น ปรากฏว่าในสังคมออนไลน์ กลุ่มที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้วิจารณ์อย่างดุเดือดทำนองว่า
“เพื่อไทยเอาบุญจงกลับเข้าพรรค ถือว่าแย่มากเพราะคนนี้เป็นงูเห่า และไปเป็นกำลังให้ฝ่ายเผด็จการไปร่วมรัฐบาลยุคอภิสิทธิ์ ที่เคยฆ่าเสื้อแดงกลางเมืองหลวง เลือกตั้งสมัยที่แล้วก็ไปลงเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐแต่สอบตก คราวนี้พรรคเพื่อไทยเอาคนแบบนี้เข้าพรรคสมควรโดนด่า”
ส่วนกลุ่มไลน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนโดยเฉพาะกลุ่มที่ใกล้ชิดและต่อสู้ร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมา จี้ให้ผู้บริหารพรรคพิจารณาให้รอบคอบถึงผลดีและผลเสีย เช่น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ได้นำข่าวที่โซเชี่ยลตำหนิพรรค มาโพสต์ลงในกลุ่มไลน์ ส.ส.ว่า
“เราพี่น้องเสื้อแดง ตกใจและผิดหวังยิ่ง เพราะกระจงหลงทางคนนี้ คือคนที่ปราบปรามพี่น้องแดงคนต้นๆ เลย ในฐานะ รมช.มหาดไทย กลิ่นคาวเลือด และน้ำตายังไม่จางไปจากถนนและหัวใจเราเลย ที่พรรคจะรับ ผู้ทรยศระดับต้นๆ กลับมา ผมจะพาพี่น้องคัดค้านถึงที่สุด เราจะประท้วงด้วยการงดไปร่วมงานกับพรรค 7 พ.ค.นี้” (โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน เวที ที่ 4 ที่ โรงแรมพาโค่ เขาใหญ่ บาย โบนันซ่า จ.นครราชสีมา)
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “หญิงอยากให้ คุณบุญจง ช่วยพิจารณาตนเองด้วย โดยคำนึงถึงฐานเสียงของประชาชนด้วย เพราะคนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่เอาคุณบุญจง เรื่องนี้ยังไม่ยุติ และยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของกก.บห.ด้วย #ไม่เอาบุญจง”
‘บุญจง’ยอมถอนตัวผู้สมัครโคราช
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราช สีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ชักนำนายบุญจงกลับเข้ามาในพรรค กล่าวว่า ตามกฎหมายมีขั้นตอนในการสรรหาผู้สมัครอีกหลายขั้นตอน ในส่วนของนายบุญจงนั้น ขั้นตอนยังต้องผ่านการพิจารณาของกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.และกก.บห.อีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ได้ประสานงานกับนายบุญจงแล้ว นายบุญจงได้แสดงเจตนาว่าเมื่อสมาชิกยังมีข้อคิดเห็นที่หลากหลาย และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จึงขอถอนตัวไปก่อน
นายบุญจงให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนอื่นตนต้องขอชี้แจงว่า ตนถูกเชิญชวนจากผู้ใหญ่ในพรรคหลายท่านให้มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนก็สนใจ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นที่พึ่งที่หวังในอนาคต ตนจึงไปยื่นใบสมัคร ขณะนี้ตนยังอยู่ในกระบวนการสรรหาตามระเบียบข้อบังคับพรรค ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตนจะผ่านการพิจารณา และได้ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ในนามพรรคเพื่อไทย ยังมีอีกหลายขั้นตอน
“เมื่อมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนแสดงความไม่พอใจ มีเสียงที่ไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่มีปัญหา ผมเคารพความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทุกท่าน และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ดังนั้นผมขอถอยออกมาก่อน โดยจะไม่ร่วมทำกิจกรรมใดๆ กับพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้” นายบุญจงกล่าว
เมื่อถามว่าถอยในที่นี้ ไม่ใช่การถอนตัว ใช่หรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการสรรหา ขอปล่อยให้เป็นเรื่องของกก.บห.และผู้ใหญ่ในพรรคตัดสินใจต่อไป
ปชป.เปิดตัว‘ประชาธิปไตย’
เวลา 15.00 น. ที่ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค ร่วมเปิดตัวนายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตส.ส.นครราชสีมาหลายสมัย
นายจุรินทร์กล่าวว่า นายประชาธิปไตยได้มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ระยะหนึ่งแล้วในตำแหน่งคณะที่ปรึกษารมว.เกษตร และสหกรณ์ มั่นใจว่านายประชาธิปไตยเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์และมีคุณภาพ คนหนึ่งของประเทศ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสานในอนาคต หลังจากนี้ ยังจะมีส.ส.และอดีตส.ส.ในภาคอีสานหลายคนมาร่วมงาน และจะมาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต
นายประชาธิปไตยกล่าวว่า ยืนยันความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในนามพรรคประชาธิปัตย์ และมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นได้
สำหรับนายประชาธิปไตยเริ่มงานการเมืองครั้งแรกกับพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2529 แต่เป็นส.ส.สมัยแรกในปี 2538 สังกัดพรรคชาติพัฒนา และยังชนะการเลือกตั้งในปี 2539, 2544 และ 2548 ส่วนการเลือกตั้งปี 2562 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยแต่สอบตก กระทั่งล่าสุดย้ายกลับมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
‘ดร.เอ้’แย้ม20พ.ค.มีเซอร์ไพรส์
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. บรรดาผู้สมัครต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และรองผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก. เผยว่า หลังจากนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 เปิดเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ โซนตะวันออก เมื่อ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีนั้น ศูนย์เตรียมจัดการปราศรัยใหญ่ให้นายสุชัชวีร์ พร้อมคณะผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต อีก 3 ครั้งต่อเนื่องกัน
เริ่มจากวันที่ 13 พ.ค. ที่เขตสะพานสูง เวลา 17.00-20.00 น., วันที่ 18 พ.ค. เวลา 17.00-20.00 น. ที่เขตบางขุนเทียน และการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ค. บริเวณใจกลางเมือง ส่วนจะเป็นที่ใดนั้นจะแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบต่อไป แต่มั่นใจได้ว่าจะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน ทั้งเรื่องสถานที่ เนื้อหา และผู้ร่วมเวทีปราศรัย
‘ชัชชาติ’ประกาศวิ่งเข้าเส้นชัย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่เขตลาดกระบังและเขตสวนหลวง หาเสียงในตลาดหลายแห่ง อาทิ ตลาดหัวตะเข้ ตลาดนำชัย ตลาดลานบุญ พ่อค้าแม่ขายต้อนรับอย่างคึกคัก
นายชัชชาติเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “รวมพลัง รวมความหวัง ส่งชัชชาติแก้กรุงเทพฯ” ในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 17.30- 20.00 น. ที่ศาลาแปดเหลี่ยม สวนลุมพินี ที่จะนำเสนอผลการลงพื้นที่สำรวจปัญหาของคนกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต กว่า 1,000 วัน กระทั่งเกิดเป็นนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ มากกว่า 200 นโยบาย ครอบคลุม 9 มิติการพัฒนา คนที่ ไม่สะดวกมางานรับชมได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”
“8 พ.ค.จะเป็นการเล่าสรุปให้ฟังว่าการทำงานตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ส่วนเวลาอีก 2 สัปดาห์ที่เหลือจะตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเข้าเส้นชัย จะวิ่งเข้าได้ที่เท่าไหร่ให้เป็นหน้าที่ของประชาชนตัดสิน” นายชัชชาติกล่าว
‘อัศวินขึ้นอีแต๋นพบชาวสวน
เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ลงพื้นที่ย่านการค้าสำคัญในเขตสัมพันธวงศ์ ถนนเยาวราช แล้วขึ้นรถแห่ทักทายประชาชนไปตามตรอกย่านการค้า เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชน
เวลา 13.00 น. ลงพื้นที่ เขตคลองสามวา พบประธานชุมชน 11 กลุ่ม และประชาชนในเขตคลองสามวา จากนั้นขึ้นรถอีแต๋นแล่นไปตามถนนในชุมชน เพื่อขอคะแนนเสียง ทักทายกับประชาชนตลอดสองข้างทาง และยังได้โชว์ฝีมือกวนกะละแม หนึ่งในของดีของชุมชนร่วมกับชาวบ้าน ต่อด้วยการไปพบกับชาวนาชาวสวน เพื่อให้กำลังใจ และรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการทำการเกษตรในพื้นที่
สำหรับนโยบายที่จะผลักดันในพื้นที่ มีทั้งการปรับปรุงถนน จากถนนพระยาสุเรนทร์-ถนนหทัยราษฎร์ และก่อสร้างทางเชื่อม ระหว่างถนนรัตนโกสินทร์สมโภช-ถนนนิมิตรใหม่ รวมทั้งก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย และระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เขตมีนบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองต่างๆ ซึ่งกินพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทั้งคลองแสนแสบ คลองสามวา และคลองสองต้นนุ่น เป็นต้น