ฝ่ายค้านชี้4ระเบิดเวลา โค่น‘ระบอบประยุทธ์’ รัฐบาลโต้เส้นตายสค. มั่นใจครบเทอมชัวร์ ‘ตู่’บุกเมืองชลบุรี 9พค.
เวทีฝ่ายค้านเย้ย 3 ป.เริ่มแตก เหตุพี่ใหญ่จ่ายไม่ไหวแล้ว เชื่อมีพรรคร่วมชิงถอนตัวก่อนศึกซักฟอก ‘พิเชษฐ’ เมินพปชร.เรียกชี้แจงปมอีอีซี ท้าให้ขับออกประกาศไม่ขอเหยียบพรรคนี้อีก โฆษกรัฐโต้ฝ่ายค้าน ขีดเส้นตายรัฐบาลอยู่ไม่เกินส.ค.นี้ ซัดงานสภาไม่ทำ จ้องล้มรัฐบาลเป็นหลัก ปชป. ชี้ปัจจัยเสี่ยงขึ้นกับนายกฯ-พรรคแกนนำด้วย พปชร.มั่นใจอยู่ครบเทอม ‘บิ๊หกตู่’ ลงพื้นที่เมืองชลบุรี 9 พ.ค. หารือแนวทางพัฒนาการเกษตรไทย
‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่เมืองชลบุรี
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.ชลบุรี ในวันจันทร์ที่ 9 พ.ค. เพื่อประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการเกษตรของไทยไปสู่การเกษตรแบบ Smart Farming (สมาร์ตฟาร์มมิ่ง) และเยี่ยมชมการดำเนินงานของคูโบต้าฟาร์ม ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
โดยเวลาประมาณ 09.00 น. ที่ห้องประชุมอาคารเกษตรวิวัฒน์ คูโบต้าฟาร์ม นายกฯ เข้ารับฟังบรรยายสรุปจากคูโบต้าฟาร์ม และหารือแนวทางการพัฒนาการเกษตรของไทยไปสู่การเกษตรแบบ Smart Farming รับฟังแนวทางการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่และชุมชนต้นแบบ Smart Farming ที่ประสบความสำเร็จ โดยผู้แทนวิสาหกิจชุมชนจากจ.ศรีสะเกษ และจ.อุดรธานี พร้อมรับฟังโครงการความร่วมมือการพัฒนา Smart Farming เพื่อเพิ่มผลผลิตและแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยที่ปรึกษาสำนักงานกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
โอกาสนี้ นายกฯ จะได้กล่าวมอบนโยบายการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและภาคเกษตรกรรม ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนตรวจเยี่ยม คูโบต้าฟาร์ม 3 โซนหลัก ได้แก่ 1.โซนเกษตรแม่นยำข้าวและพืชหลังนา 2.โซนเกษตรทฤษฎีใหม่ และโคก หนอง นา โมเดล และ 3.โซนเกษตรสมัยใหม่พืชไร่
ทั้งนี้ คูโบต้าฟาร์มเป็นฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ในภูมิภาคอาเซียน มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรครบวงจรแบบเป็นรูปธรรม นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่การเรียนรู้ทางการเกษตรยุคใหม่ที่น่าสนใจบนพื้นที่ 220 ไร่ ออกแบบภายใต้แนวคิด “End to End Solutions” คือการทำเกษตรแบบครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการนวัตกรรมเกษตร ในรูปแบบของโซนสร้างประสบการณ์ทั้งหมด 10 โซน โดยพัฒนาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา เพื่อให้ ผู้ที่สนใจเข้าใจการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้นวัตกรรม และสนับสนุนให้สามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย
โฆษกฉะฝ่ายค้านขีดเส้นตายรบ.
นายธนกรกล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วม ฝ่ายค้านขีดเส้นตายเดือน ส.ค.รัฐบาลต้องออกไป เพราะไร้ศักยภาพ ทำคนจนพุ่ง-หนี้ท่วม ฉุดประเทศถึงจุดต่ำสุดว่า หากประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดนั้น คงเป็นจุดที่ประเทศไทยมีฝ่ายค้าน แต่กลับไม่รู้จักการทำหน้าที่ของตัวเอง งานสภาไม่ทำ นิยมแต่งานผสมโรงล้มรัฐบาลเป็นหลัก ทั้งหมดเพียง เพื่อหวังจะให้ตัวเองได้กลับมามีอำนาจ โดยไม่สนว่าจะเป็นวิธีไหน หรือประชาชนกำลังเดือดร้อนขนาดไหนก็ตาม
การอ้างว่ารัฐบาลบริหารและออกมาตรการที่ผิดพลาด ควบคุมโรคระบาดแบบไร้ทิศทาง กระทำเสมือนชีวิตของประชาชนนั้นไร้ค่า ไร้ความหมายนั้น ยืนยันว่าทุกนโยบายของรัฐบาลนายกฯ รับฟังความคิดเห็นจาก ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนจะออกมาเป็นมาตรการต่างๆ ดังนั้น น่าจะเป็นฝ่ายค้านมากกว่า ที่ปิดหูปิดตา ไม่ยอมรับความเป็นจริง จนตัวเองต้องหลงทิศหลงทาง ทั้งที่ทั่วโลกชื่นชมการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลว่าทำได้ดีมากสร้างความสมดุลระหว่างการป้องกันรักษาโควิดกับการฟื้นเศรษฐกิจ
การขีดเส้นตายการทำงานของรัฐบาลนั้นไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่เป็นอำนาจของประชาชน ผ่านการตัดสินใจของ ส.ส.ส่วนใหญ่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ฝ่ายค้านอาจจะยังติดนิสัยใช้อำนาจสั่งการโดยใครเพียงคนใดคนหนึ่ง เหมือนกับที่ผ่านมาในอดีตที่มีทั้งสภาทาส และสภาผัวเมีย ซึ่งสุดท้ายประชาชนทนไม่ไหว ออกมากดดันจนฝ่ายค้านจนต้องคืนอำนาจและประชาธิปไตยให้กับประชาชน
“หากฝ่ายค้านคิดถึงประชาชนก่อนคิดถึงตัวเองจริงๆ ควรทบทวนการทำหน้าที่ของ ตัวเองตลอด 8 ปีที่ผ่านมาว่า งานไหนบ้างที่ทำเพื่อประชาชน และงานไหนบ้างที่ทำเพื่อตัวเองให้ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง หากยังคิดไม่ได้ ส.ค.อาจกลายเป็นการขีดเส้นตายให้ฝ่ายค้านไม่มีที่ยืนในสายตาประชาชนก็เป็นได้” นายธนกรกล่าว
‘จุรินทร์’ออนทัวร์ชัยภูมิ
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรค นายไชยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคอีสาน นำ “จุรินทร์ ออนทัวร์” เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดเลาะ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อพบปะสมาชิกพรรคและมอบบัตรสมาชิกให้กับตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 6 เขตในจ.ชัยภูมิ
นายจุรินทร์กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า ซาบซึ้งใจยิ่งที่พวกเราให้เกียรติมาเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 77 และจะก้าวต่อไปปีที่ 200 ตราบชั่วฟ้าดินสลาย สำหรับคนอีสานนั้นปัญหาปากท้องเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันเช่นเดียวกับทุกภูมิภาค ปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขได้ก็ด้วยการเมืองด้วย ดังนั้น หลักใหญ่ของประชาธิปัตย์คือ “ประชาธิปไตยกินได้” โดยจะขายทั้งสองเรื่องไปด้วยกันเพราะมันแยกออกจากกันไม่ได้ ถ้าจะให้การเมืองเดินไปถูกทิศทางที่ควรจะเป็น
สำหรับปัญหาปากท้องและปัญหาพืชผลการเกษตรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคนอีสาน และเป็นปัจจัยสำคัญและประชาธิปัตย์ก็จะขายสิ่งนี้ด้วย จะเห็นว่าราคาพืชผลการเกษตรในอีสานดีขึ้นทุกตัว และเรายังมีนโยบายประกันรายได้ แต่ที่สำคัญคือจะต้องพาอีสานไปไกลกว่านั้นด้วยนโยบาย อีสานเชื่อมโลก เพื่อให้อีสานเป็นประตูการไปสู่ภูมิภาค และกระจายไปทั่วโลก อีสานก็จะรวยขึ้น
ชี้ 8 ปีนายกฯ-ศาลรธน.ตัดสิน
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านขีดเส้นตายรัฐบาลอยู่ไม่เกินเดือนส.ค.2565 ผ่านกลไกสภา รวมทั้งการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความช่วงกลางเดือนก.ค.ว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการร่วมรัฐบาลต้องมีหน้าที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
ส่วนการตรวจสอบเป็นหน้าที่ฝ่ายค้าน ดังนั้น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นวิถีทางประชาธิปไตยปกติที่ทำกันทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องแปลกที่จะมีการยื่นญัตติอภิปราย แต่ที่สำคัญคือขอให้รัฐบาลมีผลงาน บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งตนเชื่อว่าอย่างน้อยมีใน 2 เรื่องนี้จะพาให้รัฐบาลรอดได้ และประชาธิปัตย์ก็ถือหลักนี้
สำหรับประเด็นวาระการดำรงตำแหน่ง นายกฯ 8 ปี จะเป็นปัญหาในอนาคตหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตนคงตอบไม่ได้เพราะสุดท้าย ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ให้คำตอบ ส่วนใครจะยื่นอย่างไรนั้นต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญจะเป็น ผู้บอกว่า 8 ปีนี้คือเมื่อไหร่และอย่างไร
ผู้นำ-พรรคใหญ่เป็นปัจจัยเสี่ยง
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะขีดเส้นใต้หรือจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้เรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านถอยไปเองแล้วและไม่ทราบว่า จะยื่นวันไหน ส่วนเรื่องวาระนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์เป็นข้อคิดเห็นทางข้อกฎหมาย ซึ่งมีทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถึงฝ่ายไหนจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ขีดเส้นตายไม่ได้ คนที่จะขีดเส้นได้มีแค่ศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น ฝ่ายรัฐบาลก็เดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ซึ่งในวันที่ 17 พ.ค.จะนัดประชุมวิปรัฐบาลเพื่อทบทวนสถานการณ์ดังกล่าว และเตรียมระเบียบวาระการประชุมในสมัยประชุมต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าจะมีปัจจัยไหนที่ทำให้รัฐบาลสุ่มเสี่ยงที่จะอยู่ทำหน้าที่ได้ ไม่เกินเดือนส.ค.นี้หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ พรรคแกนนำรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากมองอีกมุมหนึ่งของฝ่ายค้านจะคิดว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่อีกมุมหนึ่งจะมองว่ารัฐบาลกอบกู้สภาวะที่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองได้มาตามลำดับ เป็นการมองคนละมุมซึ่งต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวรัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอมออกมาอย่างต่อเนื่อง นายชินวรณ์กล่าวว่า คำที่บอกว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม เป็น คำพูดที่มักจะพูดเสมอในช่วงปลายของรัฐบาล ไม่ว่าจะรัฐบาลใด ในสมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ก็มีการพูดเช่นนี้ แต่โดย ข้อเท็จจริงแล้วฝ่ายรัฐบาลจะดูว่าช่วงไหนจะดีที่สุด ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะมีการยุบสภาก่อนที่จะครบวาระ
‘ไพบูลย์’มั่นใจอยู่ครบเทอม
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านขีดเส้นตายมาแล้วไม่รู้กี่เส้น เรียกว่าเป็นเพียงแค่การพูดด้วยลมปากลอยๆ เท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้นและไม่มี น้ำหนักอะไร รัฐบาลชุดนี้ก็อยู่ครบวาระคือวันที่ 24 มี.ค.2566 อยู่แล้ว ฝ่ายค้านพูดตั้งแต่ปีแรกแล้วว่าจะต้องยุบสภา ต้องเลือกตั้งใหม่ ตั้งแต่ยังไม่ครบปีก็พูดมาแล้ว และพูดซ้ำซาก สุดท้ายเป็นเพียงแค่ลมปากเฉยๆ
เมื่อถามว่ามองว่ามีปัจจัยใดที่ทำให้รัฐบาลสุ่มเสี่ยงที่จะอยู่ทำหน้าที่ได้ไม่เกินเดือนส.ค.นี้หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่มี เพราะทุกเรื่องที่มีปัญหาก็แก้ไขได้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงหรือเกิดปัญหา การที่ครม.หรือรัฐบาลจะไม่อยู่ครบวาระมีแต่ฝ่ายค้านที่น่าจะรู้ว่ามันเหลืออีกไม่กี่เดือนแล้วและเขาต้องพูดทุกครั้ง พูดแบบแผ่นเสียงตกร่อง พูดซ้ำๆ ซากๆ แต่ตนมั่นใจ 100% ว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบเทอมถึงวันที่ 24 มี.ค.2566

เวทีฝ่ายค้าน – ผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ‘ทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน : เวทีที่ 4’ มีตัวแทนพรรคฝ่ายค้านและประชาชนเข้าร่วมคึกคัก ที่ห้องประชุมวันวาน บาย พาโค่ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 พ.ค.
‘ชลน่าน’เย้ยรบ.สั่นคลอน-‘3ป.’แตก
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ห้องประชุมวันวาน บาย พาโค่ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน “ทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน : เวทีที่ 4 “รัฐบาลสั่นคลอน สภาล้มลุก คลุกคลาน” มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาว่า ขณะนี้รัฐบาลสั่นคลอน เพราะรัฐธรรมนูญถูกเขียนมาเพื่อให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ทำลายพรรคใหญ่ เกิดรัฐบาลปริ่มน้ำในช่วงแรก สั่นคลอนเพราะรัฐบาลล้มเหลว ไร้ศักยภาพบริหารประเทศ ขาดความไว้วางใจจากประชาชน สั่นคลอนเพราะจนต่อหลักฐานในศึกซักฟอกหลายต่อหลายครั้ง ฝ่ายค้านได้ชี้จุดตายรัฐบาล เป็นคำถามที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ และสั่นคลอนเพราะยื้อ อยากในอำนาจ ไร้ศักยภาพ ยึดติดกับอำนาจที่ยึดครองมา
อีกทั้งสถานการณ์ในปัจจุบัน 3 ป. เริ่มแตกกันเอง เพราะพี่ใหญ่จ่ายหนักจ่ายไม่ไหว และสภาในปัจจุบันถือว่าล้มลุกคลุกคลาน เพราะล่มถึง 17 ครั้ง ไม่นับรวมกรณีประธานสภา ชิงปิดประชุมก่อน สภาถูกกล่าวหาว่าใช้กล้วยกันเพื่อให้สภาเดินได้ แต่กล้วยเกือบเป็นพิษเมื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน ก.ย.2564 เผอิญเขามีกล้วยหวีใหญ่เลยผ่านพ้นมาได้ สภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสภาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดของรัฐมนตรีและนายกฯ ตนเชื่อในอำนาจประชาชน เชื่อในหัวจิตหัวใจประชาชนที่อยากออกจากวิกฤต ถึงเวลาที่ทวงคืนอำนาจแล้ว พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันว่าขีด เส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาลที่ สิ้นสภาพนี้แล้ว
‘ประเสริฐ’แหย่รูรั่ว-มีชิงถอนตัว
จากนั้นมีการเสวนาของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้นตอของปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นฉบับสืบทอดอำนาจ ทำให้บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก จึงได้ผู้นำแบบนี้มาบริหารประเทศ วันนี้ข้าวของแพงทั้ง แผ่นดินรัฐบาลสั่นคลอน สภาจะเปิดวันที่ 22 พ.ค.นี้แล้ว รัฐบาลจะเจอระเบิดเวลา 4 เรื่อง คือ 1.การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 2.ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ที่จะมีแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกติกา และ ยุบสภา 3.ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และ 4.วาระการดำรงตำแหน่งของ นายกฯ ที่จะครบ 8 ปี
วันนี้รัฐบาลเรือแป๊ะมีรอยรั่วอยู่ 2 รู คือ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และพรรคเล็กที่มีอยู่ 16 เสียง ขณะที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ สะวิงโหวตตรงกลางรวมแล้ว 30 กว่าเสียง ถือว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อย่าโทษ ฝ่ายค้าน ถ้าสภาเดินหน้าไม่ได้ก็ต้องยุบสภา ตนเชื่อว่าสุดท้ายจะมีพรรคการเมืองถอนตัวก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้
เชื่อนายกฯทำใจดีสู้เสือ
นายประเสริฐกล่าวกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ท้าทายใครล้มรัฐบาลได้ก็ให้ล้มไปว่า การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์แสดงให้เห็นว่าทำใจดีสู้เสื้อ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ได้ถึง 24 ส.ค.นี้ คงคิดหนักและใจดีสู้เสือ น่าจะกังวลเสียงในสภา ผู้สื่อข่าวถามว่าล่าสุด พล.อ. ประยุทธ์ยืนยันเสียงในพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่แน่นอน วันนี้เสถียรภาพเสียงของพรรคการเมืองหลักของรัฐบาลมีไม่เกิน 240 เสียง ส่วนฝ่ายค้านมี 208 เสียง ส่วนตรงกลางสวิงโหวต
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลอาจนำเรื่องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 มาต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐกล่าวว่า อาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งของรัฐบาล แต่ไม่ควรนำงบประมาณมาใช้เป็นเรื่องต่อรองการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะงบเป็นภาษีของประชาชนแล้วจะยกเงินภาษีไปให้กับใครคนใดคนหนึ่ง
‘โรม’ขอพอกันทีระบอบประยุทธ์
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า การขีดเส้นตายที่ว่าคือขีดเส้นตายของระบอบประยุทธ์ เพราะไม่ใช่แค่พล.อ.ประยุทธ์ แต่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและการบริหารบุคคล พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มาแล้วเกือบ 8 ปี พอมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ก็เสนอทางออกแปลกๆ เช่น ผักชีแพงก็ให้ทหารไปปลูกผักชี อีกทั้งยังเอาผลประโยชน์ของประชาชนไปให้นายทุน เช่น ออกคำสั่งคสช.ถอนสภาพป่าสงวนนำไปสู่การพัฒนา
ด้านการเมือง ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯ มีการใช้กฎหมายกับผู้เห็นต่างทางการเมืองมากกว่า 3 พันคน ตนเป็นส.ส.ก็ถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดี ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 8 ปีที่ผ่านมา มีการก่อตัวธุรกิจผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากข้าราชการต้องวิ่งเต้น ต้องเอาตั๋ว ไม่ได้ตั๋วไม่โต เฉพาะเงินเดือนไม่พอต้องทำธุรกิจผิดกฎหมาย ถ้าปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ หรือ พล.อ.ประวิตรรับไม้ต่อบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ขอพอกันทีกับระบอบประยุทธ์
‘ศรัณย์วุฒิ’แซะอย่า‘ล้มตู่ชูป้อม’
นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรค เพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า ตนเห็นแย้งกับฝ่ายค้านว่ารัฐบาลไม่สั่นคลอน แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่เขาอยู่ได้มาโดยตลอด และตราบใดที่ยังมีกล้วยแจกรัฐบาลยังจะอยู่ได้ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน ตนเชื่อว่ารัฐบาลไปได้แน่ เพราะเขามีกระบวนการเรียกองค์ประชุม รอจนเสียงครบ เวลาจะผ่านกฎหมายสำคัญๆ ก็มีการแจกกล้วย ไม่ได้แจกเป็นลูก แต่แจกเป็นเครือ และพร้อมที่จะยกกล้วยทั้งป่ามาแจกเลยถ้าเขาต้องการให้กฎหมายผ่าน
รัฐบาลนี้มาจากการยึดอำนาจ เขาวางกติกาเพื่อสืบทอดอำนาจ เชื่อว่าเขาอยู่ได้ตราบที่เขาอยากอยู่ คนที่จะล้มพวกเขาได้คือตัวพวกเขาเอง ดังนั้นเราอย่าไปคาดหวังว่าเขาจะล้มลุกคลุกคลาน นั่นเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ที่จะต้องทำคือเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า
“หากพรรคเพื่อชาติ ชนะการเลือกตั้ง ถล่มทลาย ผมจะเป็นคนนำประชาชนสู้ต่อต้านเผด็จการอย่างถึงที่สุด และขอฝากพรรคฝ่ายค้านว่าอยากให้ฝ่ายค้านสำเหนียก ทำหน้าที่ค้านเพื่อประชาชนจริงๆ เพราะที่ผมรับไม่ได้ คือมีพรรคฝ่ายค้านบางพรรคบอกจะล้มตู่ แต่จะเอาป้อม กลายเป็นล้มตู่ชูป้อม ผมรับไม่ได้ ผมฝากฝ่ายค้านที่คิดจะล้มตู่แล้วชูป้อมฟังเสียงประชาชนด้วย” นายศรัณย์วุฒิกล่าว
ขู่โชว์หลักฐานแฉดีลลับ
นายศรัณย์วุฒิให้สัมภาษณ์กรณีที่ระบุว่ามีพรรคฝ่ายค้านบอกจะล้มตู่ชูป้อมหมายถึงพรรคการเมืองไหนว่า สื่อมวลชนน่าจะรู้ดีว่าเป็นพรรคการเมืองใด ตนเพียงติดตามจากข่าว คนเชื่อมคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่โจมตีป้อม ที่นพ.ชลน่านพูดบนเวที เป็นการพูดแบบรักษาน้ำใจป้อม ถ้าตนอยู่พรรคเดิม ตนไม่เคยอภิปรายพล.อ.ประวิตรได้เลย ออกมาอยู่พรรคเพื่อชาติถึงจะอภิปรายได้ ตนพูดได้เท่านี้ ให้ท่านลองไปปะติดปะต่อเอง
“ผมมีหลักฐานที่เอามายืนยันคำว่าล้มตู่ ชูป้อมอย่างแน่นอน มีทั้งหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา และการดีลลับ ดีลลึก เดี๋ยวถึงเวลาผมจะเปิดหลักฐานเหล่านี้ให้รับทราบอีกครั้งแน่นอน” นายศรัณย์วุฒิกล่าว
‘พิเชษฐ’เมินชี้แจงปมอีอีซี
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคเป็นประธาน เรียกไปชี้แจงการเคลื่อนไหวตรวจสอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (ท่อส่งน้ำอีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ที่ส่งผลกระทบต่อพรรคพลังประชารัฐว่า ตนยืนยันว่าไม่ไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการดังกล่าวในวันที่ 11 พ.ค.แน่นอน ฝันไปเถอะ เรื่องนี้มีการตั้งธงจะเล่นงานตนไว้แล้ว จะไปทำไม เขาต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ตนไม่กลัว และจะเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลร่วมกับฝ่ายค้านต่อไปให้ถึงที่สุด ถ้าหยุดตรวจสอบก็เท่ากับตนกินกล้วยให้หยุดเคลื่อนไหว
“ขณะนี้กลุ่ม 16 ถือเป็นคู่ขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่รับผิดชอบโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี และจะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ถ้าพรรคพลังประชารัฐอยากขับตนออกก็ให้ขับออกเลยจะได้ไปอยู่พรรคใหม่” นายพิเชษฐกล่าว
ประกาศเลิกไปเหยียบพปชร.
นายพิเชษฐกล่าวว่า ขอให้ระวังคำสั่งเรียกตนไปชี้แจง จะทำให้พรรคพลังประชารัฐพังแน่ เท่ากับต้องการปิดปากตนไม่ให้พูดถึงความไม่โปร่งใสโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี นโยบายพรรคต้องการสนับสนุนการทุจริตหรือไม่ ถึงจะมาสอบสมาชิกที่ออกมาปกป้องการทุจริต ซึ่งดูแล้วขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่พูดถึงเรื่องธรรมาภิบาล ป้องกัน การทุจริต ถ้าเรื่องนี้ไม่มีความผิดปกติเหตุใดพล.อ.ประยุทธ์จึงสั่งให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
“หลังจากนี้จะไม่ไปเหยียบพรรค พลังประชารัฐ จะไม่ไปร่วมประชุมใดๆ กับพรรคอีก เพราะมีเกมการเมืองต้องการขับผมออกจากพรรค แต่เชื่อว่าพล.อ.ประวิตรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการไปกินข้าวกับฝ่ายค้านก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่มีข้อบังคับ ห้ามส.ส.รัฐบาลไปกินข้าวกับฝ่ายค้าน ถือเป็นเอกสิทธิ์ส.ส.ที่ทำได้” นายพิเชษฐกล่าว
กกต.แจ้งเพิ่ม-ถอนชื่อซ่อมราชบุรี
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งเชิญชวนประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส.ส.ราชบุรี เขต 3 อ.จอมบึง และอ.โพธาราม (ยกเว้นต.บ้านฆ้อง ต.บ้านสิงห์ และต.ดอนทราย) ที่จะมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง วันเสาร์ที่ 21 พ.ค. เวลา 08.00-17.00 น. ได้ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงที่เลือกตั้ง ก่อนวัน เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
หากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือ เจ้าบ้านผู้ใดเห็นว่า ข้อมูลใดไม่ถูกต้อง ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นใด ที่ทางราชการออกให้ยื่นคำร้องตามแบบ (ส.ส.1/7) ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น เพื่อสั่งให้ เพิ่มชื่อ หรือ ถอนชื่อได้ ภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้
‘ดร.เอ้’ตีปี๊บนโยบายพระเอก
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. บรรดาผู้สมัครต่างลง พื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง
เวลา 07.30 น. ที่ตลาดพระโขนง นาย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ลงพื้นที่พร้อมกับ นายประสิทธิ์ รักสลาม ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 5 เขตวัฒนา และนางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เดินหาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนที่ตลาดพระโขนง
นายสุชัชวีร์กล่าวถึงปัญหาคนไร้บ้านในพื้นที่ กทม.ว่า ปัญหาดังกล่าวมี 3 กรณีคือ 1.เขามีบ้านแต่ไม่อยากกลับบ้าน กทม.ควรพูดคุยกับครอบครัว ซึ่ง กทม.มีหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่ประสานให้เขาได้กลับบ้านได้ 2.คนตกงานไม่มีบ้าน กทม.ต้องจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้อยู่ได้ และฝึกอาชีพพร้อมหาอาชีพให้ด้วย ซึ่งตนมีนโยบาย Bangkok Job Center ที่ถือว่าเป็นนโยบายพระเอก ที่จะมาดูแลให้นายจ้างกับคนหางานได้มีโอกาสเจอกัน ทำหน้าที่แมตชิ่งกัน และ 3.คนไร้บ้านที่มีปัญหาทางจิตเวช กทม.ต้องดูแลเยียวยารักษา และตนเห็นความสำคัญเรื่องปัญหาความเครียดใน กทม. จึงมีนโยบาย “หมอมี สาธารณสุขดี ใกล้บ้าน” ซึ่งจะจัดให้มีจิตแพทย์ประจำอยู่ที่ศูนย์สาธารณสุขเพื่อให้คำปรึกษากับพี่น้องประชาชนด้วย
“ผมมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในเขตวัฒนา เพราะนายประสิทธิ์ ผู้สมัครส.ก. อยู่ในพื้นที่นี้มาตลอดตั้งแต่เป็นส.ข. และเป็นคนที่ติดตามดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอทำให้รู้ปัญหาอย่างแท้จริง ดังนั้นหากผมได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็อยากให้มาเป็นที่ปรึกษาให้ผู้ว่าฯ กทม. ด้วย เพราะผู้ว่าฯ 1 คนทำงานไม่ได้ ต้องมาพร้อมกับส.ก.ที่เป็นคนในพื้นที่ รู้ปัญหาจริง ประชาชนเข้าถึงได้” นายสุชัชวีร์กล่าว
‘ชัชชาติ’บุกจอมทอง-พระนคร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงเขตจอมทองและเขตพระนคร โดยช่วงเช้าเดินพบปะประชาชนบริเวณตลาดภายในหมู่บ้านสินทวี ก่อนขึ้นลังไม้นำเสนอนโยบายพัฒนา กทม. อุ่นเครื่องก่อนปราศรัยใหญ่ในวันที่ 8 พ.ค. ที่ศาลาแปดเหลี่ยม สวนลุมพินี ชี้ปัญหาต้องเร่งแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอย อาทิ ขยะ น้ำเสีย ทางเดินไร้คุณภาพ ฯลฯ เผยหากได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จะแก้ไขทันที ส่วนช่วงบ่ายไปรับฟังผู้นำชุมชนเขตพระนครสะท้อนปัญหาและความต้องการบริเวณชุมชนพานถม ปัญหาหลักที่ได้รับฟัง ประกอบด้วย การจัดการพื้นที่ค้าขาย และปัญหาสัตว์จรจัดในชุมชน
เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 6 ลงพื้นที่เขตตลิ่งชัน โดยเดินทางไปยังตลาดกรุงนนท์ ซอยสวนผัก 32 และตลาดนัดสาย 1 ถนนพุทธมณฑล พร้อมยืนยันว่าถ้ามีโอกาสได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ อีกรอบ กรุงเทพฯ ในฝันสำหรับอัศวิน คงจะไม่ใช่กรุงเทพฯ ในฝันเสียทีเดียว แต่จะทำให้ชาวกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย อยู่กันอย่างสงบสุข
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล หมายเลข 1 เดินตลาดเช้าบริเวณหมู่บ้านสินทวี บางมด ถนนพระราม 2 ซอย 43 ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ตั้งอยู่สองฝั่งถนนในหมู่บ้าน ทักทายพี่น้องประชาชน ขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจเต็มร้อยในศึกเลือกตั้ง แม้เหลือเวลาอีกประมาณ 10 วันก็ตาม ตนต้องการเปลี่ยนแปลง กทม. และเร่งเปิดเมืองเพื่อกระตุ้นเศรษกิจ ความเป็นอยู่และปากท้องของคนกทม.
‘อนุทิน’แจงนโยบายกัญชาภท.
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นภาพไก่ย่าง ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชา พร้อมข้อความว่า นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย หลังวันที่ 9 มิ.ย.2565 ประชาชน ปลูกง่าย เพื่อใช้ในครัวเรือน ผ่านการจดแจ้ง การแจกกัญชา 1 ล้านต้น จะเป็นคำตอบ ไม่มีใครผูกขาดได้ ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจ สามารถทำได้ ไม่มีผูกขาด แต่มีระเบียบกฎเกณฑ์ ในการเข้าสู่ธุรกิจ
การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การประมูลสัมปทานแบบผูกขาด เป็นโอกาสให้ประชาชนกับรัฐ มีรายได้ จากกัญชา กัญชง เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท เป็นรายได้ใหม่จากกัญชา กัญชง
เปิดเวทีให้ประชาชนได้มาแสดงผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญา และจำหน่ายสินค้าจากกัญชา กัญชง ได้ ทั่วประเทศ ไม่มีใครผูกขาดได้ ทุกเวทีมีแต่ประชาชนรายย่อย มานำเสนอสินค้า กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการกับผู้ละเมิดกฎหมาย เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การ กลั่นแกล้ง รังแก กัญชาไม่มีสัมปทาน เป็นการแข่งขันเสรี เป็นตลาดเสรี เพียงต้องทำตามกฎหมาย
ต่างจากเหล้าที่รายใหญ่ 2-3 รายได้สิทธิจากการประมูล จากนั้นเจ้าหน้าที่ไล่จับประชาชน ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด ไก่ย่างกัญชา ตัวละ 300 บาท ใครๆ ก็ทำขายได้ เมื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ใช้กัญชาจากการปลูกที่ได้รับอนุญาต หรือจดแจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ประชาชนรายย่อยขาย(ไก่ย่างกัญชา)แบบนี้ ไม่ต้องมี อย. แต่ถ้ารายใหญ่จะทำใส่ซอง ใส่กล่อง ติดชื่อสินค้า มีโฆษณา ต้องขอ อย. นี่คืออนาคตกัญชาไทย หลังวันที่ 9 มิ.ย.2565