ตั้ง5ข้อหา-ส่งฝากขัง โรมจี้พักงานรมต.จุติ
ลูกอดีตส.ส.สุราษฎร์ฯ โร่มอบตัว หลังถูกหมายจับคดีกามด.ญ. 5 ข้อหาหนัก ปฏิเสธ ทุกข้อหา เจ้าหน้าที่สอบสวนส่งนอนห้องขังก่อนส่งศาล ขณะที่ผู้ต้องหาอื่นก็จับเพิ่มอีก 5 คน เป็นแม่เล้า 2 คน ผู้ซื้อบริการอีก 3 ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง แจ้ง 3 ข้อหาครูพี่เลี้ยงที่ทำร้ายร่างกายเด็กแล้ว ส่วนข้าราชการระดับสูง เตรียมส่งป.ป.ช. สุราษฎร์ พิจารณา ด้านรังสิมันต์ โรม จี้นายกฯ พักงานจุติ ไกรฤกษ์ พร้อมตั้งกรรมการสอบ ระบุจะอ้างไม่เคยรู้เห็นไม่ได้ เพราะผู้ต้องหาเป็นคนเกี่ยวพันกับพรรค แถมยังมีข้าราชการระดับสูงเข้าไปพัวพันเป่าคดี
วันที่ 8 พ.ค. จากกรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับเครือข่ายกลุ่มค้ามนุษย์กลุ่มใหม่ และผู้ซื้อบริการ 8 ราย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.สาธิตมอบหมายให้พ.ต.อ.ไพศาล พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้จับกุมตัว 5 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มใหม่หลังขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี 8 ราย
พล.ต.ต.สาธิตกล่าวว่า หลังจากที่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินหน้าขยายผลจับเครือข่ายคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสามารถจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ พร้อมออกหมายจับทั้งกลุ่มเก่าจำนวนหลายราย และยังมีกลุ่มใหม่ที่ยังเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับกลุ่มเดิมอยู่ด้วยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพศาล ซึ่งกำกับดูแลและขยายผล จับกุมกลุ่มผู้ค้ามนุษย์กลุ่มใหม่ ดำเนินการจับกุมตัว 5 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแม่เล้า 2 ราย ซึ่งหนึ่งในสองรายเกี่ยวข้องกับกลุ่มเก่าด้วย และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มาใช้บริการซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปเพิ่มอีก 3 ราย รวมสามารถจับกุมได้ในวันนี้ 5 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3 ราย ที่ยังหลบหนีอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการติดตามจับกุมตัวเพื่อมาดำเนินคดีโดยเร็ว และหากสอบสวนพบว่ามีผู้กระทำผิดเพิ่มก็พร้อมขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากควบคุมตัว เจ้าหน้าที่แยกสอบทั้ง 5 อย่างเคร่งเครียด พร้อมคุมตัวส่งฝากขังศาล และยื่นคัดค้านการประกันตัว
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.ภาค 8 และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ภาค 8 เปิดเผยการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า ภายหลังสอบปากคำพยานซึ่งเป็นเด็กในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัวสุราษฎร์ธานี 8 ราย ให้การว่ามี นายเอ็ม มีหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยง ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย จึงเรียกตัวนายเอ็ม พนักงานราชการ ตำแหน่งพี่เลี้ยง มารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ, กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมเด็ก และเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานแรกรับ ทำร้ายร่างกาย หรือลงโทษด้วยวิธีการรุนแรงไม่เป็นไปตามที่ระเบียบกำหนด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และนำตัวขออนุญาตฝากขังที่ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตามอำนาจศาล คาดว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องต่อศาลได้เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย
พ.ต.อ.กิตติพงษ์กล่าวว่า กรณีการสอบสวนพบมีข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้ถูกกล่าวหาในความผิดตามมาตรา 157 ฐานความผิดเป็นพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ความผิดมาตรา 139 ฐานความผิดข่มขืนใจ เจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และข้อหาขัดขวางการสืบสวนการฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยถ้าเป็นการทำอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ. ค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนในคดีได้สอบปากคำพยานบุคคลเสร็จเรียบร้อย 3 ปาก และพยานแวดล้อมอีกจำนวนหนึ่ง รอเพียงพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะสามารถส่งสำนวนสอบสวนให้ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในสัปดาห์นี้
พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีนี้ชุดสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในขบวนการค้าประเวณีเด็กที่มี น.ส.รุ่งฤดี หรือ เจ๊น้ำ เป็นแม่เล้า พบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นๆ ในขบวนการอีกหลายคน แต่เป็นลักษณะเครือข่ายเฉพาะภายในพื้นที่ ส่วนกลุ่มผู้ซื้อบริการมีหลากหลายในหลายจังหวัด
“ชุดทำงานยังคงเดินหน้าสืบสวนหาตัว ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีไม่มียกเว้น เพื่อเป็นการคุ้มครองและช่วยเหลือเหยื่อ โดยในช่วง 5 เดือนการทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 42 หมาย ติดตามจับกุมได้ 36 คน และยังไม่สามารถจับกุมได้ 5 หมาย ผู้ต้องหา 4 คน คาดว่าสัปดาห์นี้จะขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมเป็นชุดที่ 4” พ.ต.อ.พัลลภกล่าว
แหล่งข่าวชุดคลี่คลายคดีระบุว่า ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมมี 4 ราย มีผู้สนับสนุนเป็นผู้หญิง 1 ราย และผู้ซื้อบริการทางเพศ 3 ราย โดย 1 ใน 4 คือ นาย ส. ลูกชายอดีตนักการเมือง ที่มีหมายจับยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ จำนวน 2 หมาย โดยมีเพียงกระแสข่าวจะมีการติดต่อเพื่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดไม่ได้ละเลยปัญหา และพอจะมีเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมการรวมกลุ่มเด็กๆ เหล่านี้มาบ้าง แต่ที่ผ่านมามีเพียงหน่วยงานของ พมจ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้นที่ค่อยสอดส่องดูแลและให้ความช่วยเหลือ ยอมรับว่าไม่ทั่วถึง ซึ่งในส่วนของคดีอาญาให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย และทางจังหวัดตนจะเข้าไปดูแลเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ พมจ. ศึกษาธิการจังหวัด (ศธ.) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1-3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สุราษฎร์ธานี ชุมพร เข้าติดตามและปรับทัศนคติเยาวชน รวมถึงปรับวิถีชีวิตและวิธีเลี้ยงดูเยาวชน โดยเฉพาะการให้ความรู้กับผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานในยุค โซเชี่ยล ที่ผู้ใหญ่จะต้องเรียนรู้ให้เท่าทัน รวมถึงหาทางป้องกันไม่ให้บุตรหลานหลงผิด
นายวิชวุทย์กล่าวต่อว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดชุดติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเตร็ดเตร่ ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งและอยู่นอกระบบการศึกษา แต่มีความเป็นอยู่หรูหราฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่กับสถานบันเทิง เช่น ผับ บาร์ เพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายๆ และได้มอบหมายให้หน่วยงานด้านการศึกษาในทุกระดับชั้นเร่งติดตามให้เด็กและเยาวชนในกลุ่มเสี่ยงกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ และการนำเด็กเข้าสู่กระบวนการฝึกอาชีพ
ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงกรณีคดีค้ามนุษย์ที่จ.สุราษฎร์ธานี ที่เกี่ยวพันกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า คำถามสำคัญคือทำไมคนระดับรองอธิบดี ถึงเข้ามาเกี่ยวข้อง มีคนให้ท้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรมว.พม.ตั้งแต่ปี 2562 ก่อนหน้านี้ เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายจุติควรจะรู้ว่าแต่ละคนที่ทำงานด้วยเป็นอย่างไร
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า สิ่งที่สงสัย คือเป็นกระบวนการที่กระทำกันอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้ที่กระทำความผิดรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ คนระดับรองอธิบดี ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ในกระทรวงให้ท้ายจะกล้าเหิมเกริมทำขนาดนี้จริงๆ หรือ อีกทั้งสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่เป็นลูกของอดีตส.ส.พรรคปชป. มีพี่สาวเป็นส.ส.พรรคปชป. กระทำการผิดกฎหมายในพื้นที่ที่พรรคปชป.ครองอยู่ และคนที่มาช่วยเคลียร์คดีนี้ก็เป็นคนที่อยู่ในกระทรวงที่พรรคปชป.ครองอยู่ โดยรัฐมนตรีที่กำลังสอบสวนเรื่องนี้ก็เป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในโควตาของพรรคปชป. รวมถึงเคยเป็นเลขาฯของพรรคปชป.มาเป็นเวลานาน เราจะมั่นใจกระบวนการตรวจสอบได้จริงๆ หรือไม่ ตนในฐานะโฆษกพรรค ไม่มั่นใจต่อกระบวนการตรวจสอบที่เกิดขึ้น
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ควรจะต้องมีมาตรการ เชิงรุกที่จะออกมาเพื่อตรวจสอบนายจุติด้วย อย่าเป็นห่วงเสถียรภาพรัฐบาลจนลืมความ ถูกต้อง อย่าไปกังวลว่าถ้ามีการปลดหรือมีการตั้งกรรมการสอบสวนนายจุติ แล้วจะทำให้พรรคปชป.ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นนายกฯ จะต้องแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย ตนอยากเห็นบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่แค่ให้สัมภาษณ์และบอกว่าเดี๋ยวมีการสอบสวนเท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณีกระทรวงพม.ตั้งคณะกรรมการสอบโดยปลัดอยู่แล้วนั้นนาย รังสิมันต ์กล่าวว่า การตรวจสอบภายในเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว แต่การสอบเรื่องนี้จะเป็นการสอบแบบคนกันเองหรือไม่ เราจะได้การสอบสวนที่โปร่งใสเป็นธรรมกับคนที่เป็นเหยื่อหรือไม่ ดังนั้น นายกฯ ควรที่จะมีมาตรการในการตรวจสอบตัวรัฐมนตรีโดยตรง ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในกระทรวงที่ตนเป็นรัฐมนตรี ตนชิงลาออกก่อนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในเมื่อ นายจุติไม่ได้แสดงความรับผิดชอบแบบนั้น ถ้าตนเป็นนายกฯ สิ่งที่จะทำต่อไปคือรัฐมนตรีคนนี้พักงานก่อนได้หรือไม่ รอให้เรื่องราวมันเสร็จสิ้น และตนเชื่อจริงๆ ว่านายจุติก็รู้ว่าบุคคลคนนี้เป็นอย่างไร เพราะมีประวัติในการ กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจำนวนมากนายจุติรู้ประวัติอย่างแน่นอน เคยเป็นถึงเลขาธิการพรรคปชป.จะไม่รู้เลยหรือว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
“กระทรวงพม.ควรเป็นกระทรวงสุดท้ายที่จะมีเจ้าหน้าที่กระทำเรื่องแบบนี้ หน้าที่ของพวกเขาคือควรจะช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อไม่ใช่ไปซ้ำเติม ซึ่งไม่ใช่ปฏิรูปแค่กระทรวงพม. เพราะเท่าที่ทราบเคสดังกล่าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว มีบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ใช่แค่นักการเมือง มีตั้งแต่ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น ครู ฯลฯ ที่ต้องมีการปฏิรูปแก้ไขเพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
เมื่อถามว่า จะนำเรื่องนี้ไปขยายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายโรมกล่าวว่า ต้องติดตามก่อนว่าสุดท้ายเรื่องนี้รัฐบาลจะจัดการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประชาชน ลำพังแค่ปัญหาก่อนหน้านี้ก็เลือกไม่ถูกแล้วว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจใครบ้าง ต้องย้ำว่ารัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ในรัฐบาลนี้จะรอดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคก.ก.ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระและหลักฐานที่จะใช้ดำเนินการเพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการฟ้องประชาชน เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรไว้กับสังคมกับประชาชน ดังนั้น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะทำงานอย่างเต็มที่ส่วนจะเป็นเรื่องใดบ้างให้ติดตามชม ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำให้ประชาชนผิดหวังและในครั้งนี้ก็เข้มข้นเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. นายแสงโรจน์ หรือโอม หรืออ้วน กาญจนะ อายุ 52 ปี ลูกชายอดีตนักการเมืองดังจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.142/2565 ลงวันที่ 3 พ.ค.65 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ,พรากหรือร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร , พาหรือร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามและร่วมกันชักจูง ส่งเสริม ยืนยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิด” เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทางคดี โดยหลังจากทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จแล้วได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ก่อนนำตัวเข้าห้องควบคุม เพื่อรอส่งฟ้องศาลต่อไป เบื้อต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ขณะที่นายแสงโรจน์ เป็นลูกชายของนายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย และอดีตประธานกมธ.ตำรวจ ด้วย