พปชร.ดองเค็ม‘พิเชษฐ’6เดือน เจ้าตัวลุยชนต่อ
‘บิ๊กตู่’บินร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐ ไม่ห่วงสถานการณ์ในไทย ‘ป้อม’ โต้ครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทย ด้าน ‘โจ้ ยุทธพงศ์’ ยันยังไม่ล้มเลิกนัดดินเนอร์‘ธรรมนัส’ ‘นิโรธ’ ฟุ้งรัฐบาลมีเกิน 250 เสียง นัดถกวิป 17 พ.ค.รับมือสภาเปิดสมัยประชุม พปชร.ลงดาบแช่แข็ง ‘พิเชษฐ’ 6 เดือน ตัดพ้นกลุ่มไลน์- งดสิทธิพึงมี ‘พิเชษฐ’ฉะมติไร้เหตุผล ลั่นจะขอโควตาฝ่ายค้านซักฟอก‘สันติ’เรื่องอีอีซี ในสภา กลุ่มชลบุรีพลังประชารัฐวุ่นอีก ปมไร้เงาทีมบ้านใหญ่ ต้อนรับนายกฯ โพลสถาบันพระปกเกล้าให้‘ชัชชาติ’เข้าวิน ผู้ว่าฯกทม. ‘ดร.เอ้’ตามมาห่างๆ
‘บิ๊กตู่’บินประชุมอาเซียน-สหรัฐ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ (ASEAN-U.S. Special Summit) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. ก่อนเดินทางผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ในประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันมาโบกมือ พร้อมส่ายหัวก่อนเดินเข้าอาคารไปทันที
โอกาสนี้พล.อ.ประยุทธ์จะพบหารือกับผู้นำสมาชิกอาเซียนประเทศอื่นๆ และหารือกับผู้นำและผู้แทนระดับสูงของสหรัฐ เพื่อผลักดันความร่วมมือขับเคลื่อนการฟื้นฟูและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคในยุคหลัง โควิด-19 โดยวันที่ 12 พ.ค. ผู้นำรัฐสภาสหรัฐเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้นำอาเซียน ผู้นำอาเซียนพบหารือกับผู้แทน นักธุรกิจสหรัฐที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ โดยประธานาธิบดีสหรัฐจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำอาเซียนที่ทำเนียบขาว
‘บิ๊กป้อม’ไร้กังวล8ปีนายกฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงรักษาราชการแทนนายกฯ ทางพล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับอะไรก่อนไปประชุมที่สหรัฐหรือไม่ ว่า “ไม่ต้องกำชับหรอก คุยกันทุกวันอยู่แล้ว” ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเสียงของพรรคเล็กในสภาก็ไม่ต้องห่วงใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “วุ้ย” ส่วนการดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ กังวลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่กังวล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ศึกษาข้อกฎหมายแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร พยักหน้า พร้อมกล่าวว่า ไม่มีปัญหา 8 ปี ต่อข้อถามกรณี ตั้งข้อสงสัยการยื่นบัญชีทรัพย์สินของพล.อ. ประยุทธ์ ต่อคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ยื่น เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยื่น ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบเทอม พล.อ.ประวิตร พยักหน้า ต่อข้อถามว่าส่วนสมัยหน้าเป็นอีกเรื่องหนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่ง
โต้ครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ระบุว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ควรก้าวก่ายแทรกแซงการตัดสินใจของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) ที่จะร่วมรับประทานอาหารกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี เขาบอกเองว่าเขาไม่ไป” เมื่อถามว่าการตัดสินใจของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้มาจากการขอร้องของพล.อ.ประวิตรใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวปฎิเสธว่า “ฮึ้ย”
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายยุทธพงศ์จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหาพล.อ.ประวิตรไปครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทยว่า นายยุทธพงศ์พูดไปแบบนั้นไม่มีอะไร เป็นสีสันการเมืองของฝ่ายค้านที่ต่างคนต่างมีหน้าที่ และกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการครอบงำ แต่สื่อมวลชนไปถาม พล.อ.ประวิตร เมื่อถามก็ตอบ และใครก็มีเบอร์พล.อ.ประวิตร สามารถโทร.หาได้ พรรคฝ่ายค้านก็โทร.ได้ การโทร.คุยกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ไปร่วมประชุมกับพรรคเขาหรือไปสั่งการให้เป็นมติที่ประชุม
‘โจ้’ไม่เลิกนัด-โวส.ส.แห่ร่วมโต๊ะ
ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า การนัดรับประทานอาหาร วันที่ 23 พ.ค.ยังมีอยู่ แม้จะยังไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส อีกรอบ หลังพล.อ.ประวิตรออกมาบอกว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไม่ไปรับประทานด้วย และยังไม่ได้ยินจากปาก ร.อ.ธรรมนัสว่าจะไม่ไป ถ้าจะไม่ไปก็ต้องบอกเอง ทำไม พล.อ.ประวิตรต้องมาเกี่ยวด้วย แต่หากสนใจมาร่วมรับประทานอาหารด้วยก็ยินดี ขณะนี้มี ส.ส.หลายคนที่สนใจจะไปร่วมด้วย โดยมีผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยไปร่วม ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ก็สอบถามว่าที่ไหนและสนใจจะไป
“ขอฝากไปถึงลุงป้อม มาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่ ร.อ.ธรรมนัสจะมารับประทานอาหารกับรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านจะมาตอบแทนได้อย่างไรว่าจะมาร่วมหรือไม่ ท่านไปครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร เดี๋ยวจะโดนร้องยุบพรรคพลังประชารัฐได้” นายยุทธพงศ์กล่าว
‘ชลน่าน’เผยเป็นก้าวย่างการเมือง
ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร เบรก ร.อ.ธรรมนัส ไม่ให้ทานข้าวร่วมกับนายยุทธพงศ์ว่า เป็นก้าวย่างทางการเมือง สื่ออาจจะมองว่าเป็นการนัดทานข้าวโดยพรรคเพื่อไทย แต่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงสมาชิกของพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแสวงหาข้อมูลโดยตรง และมีหน้าที่ในส่วนนี้ เราไม่ได้มอบหมายหรือมีมติใดๆ เป็นกิจกรรมที่ทุกคนย่อมแสวงหาโอกาส ซึ่งอาจจะทำให้คนเข้าใจผิด
ส่วน พล.อ.ประวิตรจะครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป ว่าจะเป็นการบังคับให้สมาชิกพรรคการเมืองอื่นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ และการกินข้าวร่วมกันเป็นกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ ต้องไปดูข้อกฎหมาย
ขอบคุณ‘บิ๊กบี้’ประกาศไม่ปฏิวัติ
นพ.ชลน่านกล่าวถึงกรณี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ยืนยันว่าหากอนาคตไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นว่า ขอบคุณผบ.ทบ.ที่กล้าประกาศแบบนั้น แต่มีคนกลุ่มหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาเหตุการณ์การบอยคอต แอพลาซาด้า กระตุ้นให้เกิดการต่อต้านหรือการชุมนุมประท้วง และก่อให้เกิดรัฐประหารหรือเปล่า ดังนั้นท่านประกาศออกมาแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี
ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงไม่หลงเข้าไปร่วมชุมนุม ยกเว้นมีการจัดตั้ง อันนี้ไม่แน่เพราะที่ผ่านมาเกิดขึ้นแบบนี้ตลอด จึงต้องยึดประกาศของผบ.ทบ.เป็นหลัก ถ้ามีมวลชนเคลื่อนไหวจริง เพียงเหตุการณ์แค่นี้และเกิดเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าจะทำให้เกิดสิ่งนี้ โดยการนำมวลชนออกมาต่อต้านเคลื่อนไหวเสมือนทำให้เกิดเหตุการณ์ย้อนไปเมื่อปี 2557 ซึ่งตรงนั้นไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น
‘อุ๊งอิ๊ง’นำทัพพท.สมุทรปราการ
นพ.ชลน่านแถลงด้วยว่า พรรคเพื่อไทยคือบ้านหลังใหญ่ มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลง คืนความหวัง คืนความฝันให้ประชาชนอยู่ดีกินดีอีกครั้ง ซึ่งเราต้องได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพ พาพี่น้องหลุดพ้นจากวิกฤตหลุมดำ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องชนะให้เด็ดขาด ชนะแบบแลนด์สไลด์ได้ ส.ส.ให้มากกว่ากึ่งหนึ่งหรือเกิน 250 ที่นั่งขึ้นไป
วันนี้บ้านหลังใหญ่หลังนี้ค่อยๆ เติบโตเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง คืนอนาคตที่ดีให้ประชาชน เราจึงกำหนดจัดงาน “ครอบครัวเพื่อไทยสมุทรปราการ บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” ซึ่ง จ.สมุทรปราการถือเป็นเมืองหลวงของพี่น้องเสื้อแดงภาคกลาง เราต้องการโอบล้อมให้ประชาชนและพี่น้องเสื้อแดงมาเป็นสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น รวมทั้งจะใช้เวทีนี้รำลึก 12 ปีการสังหารหมู่พี่น้องเสื้อแดงในปี 2553 ซึ่งเป็น ‘ยุติธรรมไม่มี 12 ปีไม่ลืม’ ตามที่พี่น้องเสื้อแดงกล่าวไว้
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราจะจัดงานที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง จ.สมุทรปราการ โดยเวลา 10.00 น. เป็นกิจกรรมรำลึกถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เวลา 13.00 น. เริ่มกิจกรรม นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
‘นิโรธ’ฟุ้งเสียงรัฐบาลเกิน 250
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงเสียงส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ในการประชุมสภาจะป้องกันปัญหาสภาล่ม ได้อย่างไร ว่า เป็นหน้าที่ ส่วนที่จะมีปัญหา คือ หลายคนติดธุระ พอเปิดสภาจะประชุมติดกัน 3 วัน คือวันที่ 25-27 พ.ค.แต่มั่นใจว่าเสียงพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น โดยในวันที่ 17 พ.ค. วิปรัฐบาลจะนัดประชุมเตรียมความพร้อมและวาระที่จะพิจารณาเมื่อเปิดสภา เช่น ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะเข้าพิจารณาเมื่อไหร่ และต้องเน้นเรื่อง ส.ส.ที่ต้องเข้าประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าตอนนี้รัฐบาลมีอยู่ 250 เสียง นายนิโรธกล่าวว่า “เสียงถึงอยู่แล้ว และจะเกินด้วย” เมื่อถามว่าเป็นเสียงจากพรรคใดบ้าง นายนิโรธกล่าวว่า เรื่องนี้บอกไม่ได้ แต่ของพรรคพลังประชารัฐมี 90 กว่าเสียงแล้ว
มติพปชร.ลงดาบ‘พิเชษฐ’
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค พิจารณากรณีที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลายครั้ง ในลักษณะที่ทำให้พรรคและสมาชิกพรรคทั่วไปเสียหาย ที่อาจเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคในส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกที่ต้องมีต่อพรรค และอาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกพรรค ขณะที่นายพิเชษฐ ไม่ได้มาชี้แจง โดยที่ประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
นายไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายพิเชษฐ ได้จัดตั้งกลุ่มการเมืองใช้ชื่อกลุ่ม 16 เคลื่อนไหวการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพรรคและตามคำสั่งหัวหน้าพรรค ที่ไม่ให้สมาชิกพรรคมีการตั้งกลุ่มการเมืองขึ้น เพราะจะเป็นการทำลายเอกภาพของพรรค ขณะเดียวกัน ได้ใช้สถานะการเป็นสมาชิกพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ในวันที่ 28 เม.ย.และ 4 พ.ค.เพื่อเตรียมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและเป็นการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรค
แช่แข็ง 6 เดือน-ไม่ขับพ้นบ้าน
นอกจากนี้ นายพิเชษฐ ได้โทรศัพท์คุยกับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และเป็นบุคคลที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นการกระทำตามอำเภอใจ โดยไม่มีสำนึกร่วมรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของพรรค ไม่มีจิตสำนึกในอุดมคติของพรรค เป็นการตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรค ทำให้พรรคเสียหายต่อชื่อเสียง ในฐานะสมาชิกพรรคต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อพรรคตามข้อบังคับ ข้อที่ 56 (1) (3) และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับ ข้อที่ 64 ข้อที่ 69 ข้อที่ 72 ข้อที่ 76
คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรให้งดเว้นสิทธิของนายพิเชษฐ เป็นการชั่วคราว 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.-12 พ.ย.2565 ดังนี้ 1.สิทธิในการได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ หรือตำแหน่งอื่นในสัดส่วนของพรรค 2.สิทธิในการร่วมกิจกรรม ร่วมประชุมหรือใช้ห้องประชุมพรรค และสิทธิในการรับข้อมูล ข่าวสารต่างๆ เช่น ในระบบแอพลิเคชั่นไลน์ของพรรค และ3.สิทธิในการใช้ชื่อ ตรา เครื่องหมาย สัญลักษณ์ ของพรรค ในการประชาสัมพันธ์ต่างๆ หลังจากนี้จะนำผลการประชุมเสนอต่อผู้บริหารพรรคต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพิเชษฐ ท้าให้มีมติ ขับพ้นพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น เขาอยากให้ขับ เราก็ไม่ขับ ก็อยู่กันอย่างนี้ ถ้าเขาจะไปจริงๆ เขาก็คิดได้เอง แต่พรรคจะไม่ขับ เมื่อถามว่า เหมือนแช่แข็งนายพิเชษฐหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า “ไม่มีความเห็น ไปคิดเอาเอง”
‘พิเชษฐ’ฉะไร้เหตุผล-ลุยชน‘สันติ’
ด้านนายพิเชษฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นมติไร้เหตุผล ตั้งธงจะลงโทษไว้อยู่แล้ว อ้างว่าตนฝ่าฝืนมติพรรค ทำตัวเป็นปฏิปักษ์พรรค แต่กลับไม่พูดถึงเหตุผลการเคลื่อนไหวของตนที่ทำไปเพื่อตรวจสอบเรื่องการทุจริต ไปขัดขวางการเซ็นสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ไปดึงอ้อยออกจากปากช้าง เลยสร้างความไม่พอใจให้คนในพรรค ยืนยันไม่เคยวางแผนล้มรัฐบาล ถ้าจะล้มต้องทำในที่ลับ ไม่มีใครทำในที่แจ้งให้เห็น แม้จะไม่ให้ตนยุ่งเกี่ยวกับพรรค ก็ยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบโครงการดังกล่าวต่อไปในนามหัวหน้ากลุ่ม 16
“ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ผมจะไปขอโควตาฝ่ายค้านอภิปรายความ ไม่โปร่งใสโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี จะขอพูดในนามอดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย จะไม่เอ่ยชื่อพรรคพลังประชารัฐ และตอนโหวตจะลงมติไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง แน่นอน พร้อมชนกับนายสันติต่อ การจะดองเค็มผมไม่ให้ย้ายพรรคก็ไม่เป็นไร จะทำหน้าที่ส.ส.ในนามกลุ่ม 16 ไม่ลาออกจากส.ส.” นายพิเชษฐกล่าว
วุ่นอีกปมไร้เงา‘สรวุฒิ’รับตู่
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตรวจราชการเยี่ยมชมคูโบต้าฟาร์ม ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี เขต 1 รวมทั้งส.ส.ในพื้นที่ และนักการเมืองท้องถิ่น ที่อยู่ในกลุ่มนายสุชาติ มาต้อนรับ ขณะที่นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายสรวุฒิ เนื่องจำนง ส.ส.ชลบุรี เขต 4 (บ้านบึง-หนองใหญ่-บ่อทอง) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับตระกูลคุณปลื้ม ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหากับนายสุชาติไม่ได้มา
มีรายงานว่า นายสรวุฒิได้ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ชี้แจงว่า “งานที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งของผม นายกฯกรุณา เดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของบริษัทคูโบต้า ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมาก เมื่อทราบ ได้เตรียมผู้นำทั้ง 3 อำเภอกับตัวแทนชาวบ้านไว้ต้อนรับ โดยจะขอดูแลทุกอย่างเอง ไม่ให้รบกวนบริษัทและไม่ให้กระทบภาพรวมของงาน เพราะเข้าใจถึงข้อจำกัดต่างๆ ดี และได้ประสานงานไปที่บริษัทคูโบต้า ได้รับแจ้งว่า สถานที่จำกัด ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าไป ทั้งที่บริษัทมีพื้นที่หลายสิบไร่ ไม่ทราบว่าเกิดจากผู้ประสานงานไม่เข้าใจกลไกการทำงานภาคการเมือง หรือเหตุผลอื่น
ในความเห็นส่วนตัว งานแบบนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่นายกฯจะได้พบปะชาวบ้าน และมีโอกาสได้รับฟังความรู้สึกหรือปัญหาโดยตรง รวมถึงได้ประชาสัมพันธ์สิ่งดี ที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ให้ประชาชนรับทราบ ดังนั้น เมื่อไม่ได้ประสานงานให้มีส่วนร่วมใดๆ ไม่อยากให้ชาวบ้านแท้ๆ ได้พบนายกฯในช่วงที่เราต้องการโครงการดีๆ สู่สายตาประชาชนให้มากที่สุด ผมตัดสินใจไม่ไปร่วมต้อนรับ และที่ทราบว่านายกฯจะมา จากโฆษกรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ตั้งใจไปร่วมต้อนรับให้ดีที่สุด เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ขอไม่ไปรับ”
ยืนยันไม่ทิ้งพรรค-หนุนนายกฯ
นายสรวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ไม่ได้ไปรับพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมีบุคคลใกล้ชิดติดโควิด-19 เกรงว่าจะมีผลกระทบเนื่องจากมีคนไปร่วมงานจำนวนมาก ส่วนที่มีกระแสข่าวไปโยงว่าตนอาจจะไม่อยู่กับพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง
“ผมเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐหมายเลข 007 เป็นกรรมการบริหารพรรค ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้มา 4 รอบ ยืนยันว่าผมไม่ไปที่ไหน ยังอยู่กับพรรค ยังรักและเคารพ และพร้อมสนับสนุนนายกฯ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” นายสรวุฒิกล่าว
ศาลรธน.ตีตกคำร้อง‘หมอระวี’
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องกรณีที่นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 เกี่ยวกับการที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นการกระทำทางนิติบัญญัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรงจากการกระทำใด กรณีนี้จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง
สำหรับการขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ .. ) พ.ศ ….) และรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 นั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 156 มาตรา 255 และมาตรา 256 บัญญัติกระบวนการร้องหรือ ผู้มีสิทธิขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าเป็นการเฉพาะแล้วตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 47 (2) มาตรา 46 วรรคสามบัญญัติให้ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับ คำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
1 มิ.ย.ชี้ชะตา‘สำลี’-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของส.ส.ของนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(10) หรือไม่ กรณีนายสำลี เคยต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดมหาสารคามในคดีหมายเลขดำที่ อ 4064/2561 คดีหมายเลขแดงที่ อ 134/2562 เป็นกรณีที่นายสำลีเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญยังได้พิจารณากรณีศาลแขวงดุสิตส่งคำโต้แย้งของนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ 1762/2563 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. มาตรา 9 และมาตรา 11 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 และ มาตรา 26 หรือไม่ โดยนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 09.30 น.
กกต.แจงบัตรเลือกตั้งกทม.-พัทยา
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะใช้บัตรแบบกระดาษเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ไม่ได้ใช้เครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่มีเผยแพร่ออกมา ซึ่งภาพที่มีการนำมาเผยแพร่เป็นการสาธิตเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ระหว่างการผลิตและกำลังจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในอนาคต
“ขอให้หยุดเผยแพร่คลิปสาธิตการใช้เครื่องดังกล่าวด้วยเพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จากเครื่องที่มีหมายเลขเท่ากับจำนวนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และมีการสาธิตกดหมายเลขที่เลือกด้วย ซึ่งอาจมีความผิดเข้าข่ายจูงใจในการเลือกได้” นายสำราญกล่าว
สั่งถอนชื่อ‘สราวุธ’พ้นผู้สมัคร
นายสำราญ เปิดเผยว่า ขณะนี้กกต.ได้มีคำวินิจฉัยสั่งถอนชื่อนายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ออกจากรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 28 แล้ว ตามมาตรา 56 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 เนื่องจากตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง จากเหตุถูกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) พิจารณาผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีผู้สมัครถูก ตัดสิทธิรวม 2 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. ตัดสิทธินายไกรเดช บุนนาค ออกจากรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 19 เนื่องจากเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 50 (3) ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภา ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 กรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ทำให้เหลือผู้สมัคร 29 คน
บช.น.จัด 1.6 หมื่นนายดูแลเข้ม
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผบช.น. ดูแลความมั่นคง เผยว่า พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้งกทม. มอบหมายตนรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ กองบัญชาการ (บช.) กองบังคับการ (บก.) สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทั้งหมดจะมีกำลังพล บช.น. 10,000 นาย ร้องขอจาก บช.อื่นอีก 6,000 นาย รวมใช้กำลัง 16,000 นาย จัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้งกองบังคับการ 1-9 (ศลต.บก.น.1-9) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดควบคุมฝูงชนดูแล การชุมนุม ชุดปราบปรามการกระทำผิด ชุดสืบสวนหาข่าว ชุดงานจราจร ยืนยัน บช.น.เตรียมพร้อมรับมือการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งมี 6,817 หน่วยเลือกตั้ง
“ทางตำรวจทั้งหมดได้ประชุมกับกกต. และปลัดกทม. อยู่ระหว่างอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง 1 ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย คาดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนวันที่ 21 พ.ค. จะตรวจรับอุปกรณ์เลือกตั้ง ผู้อำนวยการเขต 50 เขต ประสานกับตำรวจเชื่อว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย” พล.ต.ต.รุ่งโรจน์กล่าว
โพลพระปกเกล้า‘ชัชชาติ’เข้าวิน
ด้านสถาบันพระปกเกล้า แถลงผลสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของประชาชนต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. โดยนางถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัย และพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า จากการสำรวจประชาชน 1,038 คน เป็นผู้ตอบแบบสำรวจที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 702 คนโดยเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกถึง 79.8% และเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง 336 คน
ผลการสำรวจการตัดสินใจในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพบว่าประชาชนเลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 42.4% รองลงมาคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 12% พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง 6.7% นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร 5.7 % นายสกลธี ภัททิยกุล 5.7% น.ส.รสนา โตสิตระกูล 2.7% นายโฆสิต สุวินิจจิต 2.3% ยังไม่ได้ตัดสินใจมีจำนวน 18.2% และไม่ประสงค์ลงคะแนน 2%
สำหรับความเห็นของผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หากเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกใครนั้นพบว่า อันดับหนึ่ง ยังคงเทคะแนนให้นายชัชชาติ 52.9% นายวิโรจน์ 10.8% นายสุชัชวีร์ 10.5% พล.ต.อ.อัศวิน 6% นายสกลธี 3% น.ส.รสนา 3% น.ต.ศิธา ทิวารี 1.2% ยังไม่ได้ตัดสินใจ 7.5% และไม่ประสงค์ลงคะแนน
ส่วนปัจจัยในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. อันดับหนึ่งคือ นโยบายของผู้สมัคร 62.3% รองลงมาคือประสบการณ์การทำงานของผู้สมัคร 48.9% และการพูดจริงทำจริง จริงใจในการแก้ไขปัญหา 29.9%
ปชป.จี้กกต.สอบข่าวดิสเครดิต
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายว่า เริ่มมีการใช้วิชามารปล่อยข้อมูลเท็จผ่านโซเชี่ยลมีเดีย พาดพิงถึงนาย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 จำนวนมาก โดยมุ่งโจมตีเรื่องส่วนตัวที่เป็นเท็จ
“พบว่ามีกระบวนการปล่อยข่าวว่าจะมีการเปิดโปงเรื่องต่างๆ ของนายสุชัชวีร์ ผู้ไม่หวังดีพยายามผูกเรื่องให้นายสุชัชวีร์เสียหาย มีการยื่นผ่านคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรให้ตรวจสอบนายสุชัชวีร์ เพื่อให้มีข่าวลบ ทำให้ประชาชนลังเลที่จะลงคะแนนให้ จึงอยากฝากไปยังกกต. ให้เร่งทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบการใส่ร้ายป้ายสีทางโซเชี่ยลมีเดีย” นางดรุณวรรณกล่าว
‘ดร.เอ้’ลั่นรี-เอ็นจิเนียริ่งเมืองกรุง
ที่ตลาดโยธี นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ลงพื้นที่แนะนำตัวกับพ่อค้าแม่ค้าประชาชน พร้อมกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะไปบัญชาการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ต้องดูระบบปั๊มน้ำอันดับแรก วันนี้ปั๊มยังทำงานไม่สอดประสานกัน ยังต้องรอคน จึงต้องเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับประตูระบายน้ำ ให้ปั๊มทำงานประสานกับประตูระบายน้ำด้วยคอมพิวเตอร์ วอเตอร์แบงก์หรือแก้มลิงและการขุดลอกท่อไม่เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพฯ ต้องได้รับการ“รี-เอ็นจิเนียริ่ง” ต้องปรับด้านวิศวกรรม ด้วยวิศวกรระดับวุฒิที่มีประสบการณ์
ส่วนปัญหาน้ำทะเลหนุนมีเพียงเขื่อนก็ช่วยไม่ได้ ต้องแก้ไข ขณะที่บางพื้นที่ของเขตหนองจอกไม่มีน้ำประปาใช้ ผู้ว่าฯ กทม.ต้องประสานให้ทุกที่ใน กทม.มีน้ำประปาใช้ ตนยังมีนโยบายให้ฟุตปาธต้องมีก๊อกน้ำประปาสะอาดไว้บริการทุกพื้นที่
‘อัศวิน’ขอทำเพื่อประชาชน
เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ลงพื้นที่ตลาดศรีย่านและตลาดราชวัตร เขตดุสิต เพื่อขอคะแนนเสียงและเล่าสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว เช่น การลดจุดเสี่ยงน้ำท่วม ที่เห็นได้ชัดใกล้ๆ ตลาด คือ ถนนนครไชยศรี หน้ากรมสรรพสามิต และลานพระบรมรูปทรงม้า ด้านฝั่งสวนอัมพร ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่สมัยเป็นผู้ว่าฯ
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ในพื้นที่นี้ยังมีสิ่งที่ตนอยากจะผลักดันอีกหลายเรื่อง ทั้งการ เดินเรือในคลองสายหลัก เพื่อเป็นทางเลือกในระบบขนส่งสาธารณะ และเป็นเรือไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ส่วนเรื่องที่เป็นจุดบกพร่องในพื้นที่ เป็นปัญหาเรื่องท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็ก จะพยายามผลักดันให้ทำท่อให้ใหญ่ขึ้น ตอนนี้ท่อมีขนาดเล็กทำให้น้ำไหลไม่สะดวก
หากได้กลับมาใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำคือเรื่องปากท้อง และเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ ช่วงที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนมามากแล้ว อย่างมาเดินตลาดวันนี้เข้าใจหัวอกของพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างดี เพราะตนเป็นลูกแม่ค้า มาจากรากฐานของความยากจน ถ้าตนชนะเลือกตั้ง จะทำให้ประชาชนล้านเปอร์เซ็นต์