มติกมธ.หาร100สูตรปาร์ตี้ลิสต์
‘วิษณุ’ แย้มวาระนายกฯ 8 ปี ของ ‘บิ๊กตู่’ นับตามรธน.ปี 60 ชี้ไม่เกี่ยวยื่นบัญชีทรัพย์สินปี 57 มติกรรมาธิการกฎหมายลูก ดับฝันพรรคเล็ก เคาะสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใช้ 100 หาร ให้ประชาชนถ่ายคลิป ไลฟ์สดขณะนับคะแนนเลือกตั้งได้ ‘พีระวิทย์’ ย้ำพรรคเล็กไม่แตกแถว โหวตหนุน นายกฯ ผ่านศึกซักฟอก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ก.เพื่อไทย ชาวบ้านเชียร์ให้เป็นนายกฯ เหมือนพ่อกับอา กกต.ตั้งเป้าใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา 70% ‘บิ๊กตู่’ ถึงกรุงวอชิงตัน ร่วมมื้อค่ำประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก่อนประชุมอาเซียน-สหรัฐ

ถึงสหรัฐ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ วันที่ 12-13 พ.ค.นี้ โดยไทยเน้นย้ำ ความเป็นกลางของอาเซียน และส่งเสริมบรรยากาศสันติภาพ
‘บิ๊กตู่’พร้อมประชุมอาเซียน-สหรัฐ
เมื่อเวลา 05.55 น. วันที่ 12 พ.ค. เวลาประเทศไทย (หรือเวลา 18.55 น.วันที่ 11 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค.
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ มีภารกิจสำคัญ ได้แก่ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นเจ้าภาพสำหรับผู้นำอาเซียนที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ และร่วมการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้ง ร่วมกำหนดการที่ฝ่ายสหรัฐ เชิญผู้นำอาเซียนพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐ ได้แก่ รองประธานาธิบดีสหรัฐ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้นำรัฐสภา และผู้นำภาคเอกชน
ส่วนการหารือในโอกาสต่างๆ จะเน้นเรื่องการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคในยุคหลังโควิด-19 อาทิ ความมั่นคงด้านสาธารณสุข การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือทางทะเล การค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาด้านดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเน้นย้ำความเป็นแกนกลางของอาเซียน และการส่งเสริมบรรยากาศที่ดีเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งยั่งยืนในภูมิภาค
ประเด็นหลักที่นายกฯ จะนำเสนอในการประชุมครั้งนี้ คือ ส่งเสริมให้สหรัฐมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟู และการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเน็กซ์ นอร์มัล การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน และการพัฒนาที่ยั่งยืน
‘วิษณุ’แจงวาระ 8 ปีนายกฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน เมื่อปี 2557 หรือไม่ว่า ไม่ได้เกี่ยวกัน คนละประเด็นกัน เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ของรัฐธรรมนูญ ปี 2557 แต่การนับวาระ 8 ปี เป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เพิ่งมาบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่เห็นว่าเป็นประเด็นเดียวกัน ส่วนจะโยงหรือไม่โยงอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้านับสถานะนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินใหม่อีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน อยู่ที่ว่าใครจะไปยื่นเพราะมีเหตุอันควรสงสัยอยู่ และพอถึงเวลา ก็จะมีคนสงสัยอยู่ดี
ต่อข้อถามว่าเรื่องการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ควรชัดเจนก่อนที่ครบวาระในวันที่ 23 ส.ค.นี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ใครสงสัยก็ดำเนินการไป ถ้าไม่สงสัยจะทำไปทำไม เพราะตอนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องบอกว่ามีความสงสัยมีข้อขัดแย้งอะไรก็ว่าไป เมื่อถามว่า นายกฯ ได้สอบถามเรื่องนี้ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่มีสอบถามมาที่ตน แต่ผ่านคนอื่นหรือไม่ ไม่รู้
ชี้กม.เลือกตั้งเสร็จไม่ทันก.ค.
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) ที่ขอให้ศาลพิจารณาพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เมื่อศาลไม่รับก็เดินไปตามที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว ตอนนี้เท่ากับใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนรายละเอียดการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ไปดูที่การพิจารณาของรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… มีมติให้ใช้สูตร คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหารด้วย 100 จะกลับไปใช้สูตรการหาร ด้วย 500 ไม่ได้อีกใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบเพราะรัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน และไม่ทราบว่ามีเสียงข้างน้อยสงวนคำแปรญัตติไว้หรือไม่
ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้เคยบอกร่างพ.ร.ป.หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะแล้วเสร็จในเดือนก.ค. ไทม์ไลน์ตอนนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะประกาศได้ทัน เพราะตอนนี้ไม่รู้กฎหมายจะเข้ารัฐสภาเมื่อใด จะโหวตวันไหนก็ไม่ทราบ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถ้าไม่มีการแก้อะไรก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามกรอบเวลา 90 วัน อย่างไรก็ไม่ใช่เดือน ก.ค.นี้ แต่หากใครมีข้อสงสัยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากกฎหมายยังไม่ผ่านรัฐสภา ถ้ายุบสภาจะลำบากใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้ากะทันหัน และเร็วลำบาก เมื่อถามว่าหากกฎหมายผ่านรัฐสภาไปแล้ว มีการยุบสภา กฎหมายสามารถเดินต่อไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่
‘หมอระวี’รับสงครามจบแล้ว
ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของตน ถือว่าสงครามนี้จบแล้ว ศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็เคารพและจะไม่มีการดำเนินการใดๆ ต่อ ส่วนการพิจารณาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผลออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม แต่ไม่ว่าจะหารด้วย 100 หรือ 500 ฝ่ายที่แพ้คงสงวนคำแปรญัตติ และคงไม่ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน เมื่อสภากำหนด วันประชุมวาระ 2 และ 3 ซึ่งคาดจะเป็นต้นมิ.ย. เมื่อพิจารณาวาระ 2 ฝ่ายที่แพ้ซึ่งสงวนคำแปรญัตติจะไปสู้กันในสภาใหญ่อีกครั้ง และเมื่อพิจารณาจบวาระ 3 แล้ว ตามขั้นตอนกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ รัฐสภาต้องส่งไปยังองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และกกต.พิจารณาว่ามีประเด็นใดบ้างที่มีปัญหาทางกฎหมาย หากองค์กรทั้ง 2 ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าจบ
ทางกลุ่มพรรคเล็กทั้งในและนอกสภาคงรอความชัดเจนว่าสุดท้ายจะออกมาอย่างไร หากหารด้วย 500 เชื่อว่ากลุ่มพรรคเล็กจะลงสนามเลือกตั้งต่อไป แต่หากให้หารด้วย 100 เชื่อว่าบางพรรคคงจะยุบ และบางพรรคคงควบรวม เพราะไม่สามารถสู้ไหว เนื่องจาก 1 ส.ส.บัญชีรายชื่อจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ 370,000 คะแนน ในขณะที่ ส.ส.เขตได้คะแนนเพียง 20,000 กว่าคะแนน ก็ชนะแล้ว ส่วนพรรคพลังธรรมใหม่ยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้ต่อ
มติกมธ.ให้ไลฟ์สดนับคะแนน
เวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ได้หารือเกี่ยวกับการนับคะแนนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ได้ข้อสรุปว่า ให้เปิดช่องกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกกต. สามารถนับคะแนนนอกราชอาณาจักรได้ ในประเทศที่มีความพร้อม และส่งเพียงแค่ผลนับคะแนนกลับมาที่ไทย ส่วนหลักฐานอื่นๆ สามารถส่งตามหลังมาได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาบัตรเลือกตั้งที่นำกลับมานับคะแนนที่ไทยไม่ทัน เหมือนอย่างการเลือกตั้งปี 2562 บัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์มาไม่ทันทำให้กลายเป็นบัตรเสีย
ขณะที่ปัญหาการนับคะแนนที่มีวิธีปฏิบัติแตกต่างกันของกรรมการแต่ละหน่วย เช่น บางครั้งไม่อนุญาตให้ประชาชนที่มาสังเกตการณ์ การนับคะแนนถ่ายภาพ ถ่ายคลิป หรือไลฟ์สด กมธ.เห็นว่า เพื่อความโปร่งใส จึงให้ประชาชน สามารถถ่ายภาพ ถ่ายคลิป หรือไลฟ์สด ขณะการนับคะแนน แต่ต้องไม่ขัดขวาง การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย โดยได้เขียนเพิ่มเติมไว้ในกฎหมายให้เกิดความชัดเจน อยู่ในสายตาประชาชน ลดการโต้เถียงกัน
นอกจากนี้ ยังแก้ไขในกรณีเมื่อแต่ละหน่วยได้ผลคะแนนแล้วกำหนดให้กกต.ประจำเขตนำผลคะแนนของรายหน่วยประกาศขึ้นเว็บไซต์กกต.จังหวัดภายใน 72 ชั่วโมงหลังปิดหีบ เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าได้คะแนนเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหา การหาคะแนนรายหน่วยยากมาก มีการโยนกันไปมาระหว่างกกต.ส่วนกลางกับกกต.จังหวัด จึงถือว่าเป็นการออกแบบใหม่
เคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์-ใช้ 100 หาร
นายสมชัยกล่าวว่า ที่ประชุมยังลงมติ ในประเด็นที่สำคัญกรณีวิธีการคำนวณส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยเสียงส่วนใหญ่ของกมธ. เห็นด้วยกับร่างเดิม ที่เสนอให้ใช้ 100 หาร เห็นด้วย 32 เสียง ไม่เห็นด้วย 11 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ส่วนสัปดาห์หน้า จะเป็นการประชุมนัดสุดท้าย โดยวันที่ 18 พ.ค.จะเชิญคนแปรญัตติเข้ามาชี้แจง และการประชุมวันที่ 19 พ.ค. เป็นการสรุปสุดท้ายก่อนส่งให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ 2-3 คาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อสิ้นสุดกระบวนการวาระ 3 ของรัฐสภาแล้ว จะไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาว่ากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คงไม่ร้อง เพราะหากร้องจะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีกประมาณ 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง ต่อข้อถามถึงท่าทีของส.ว. จะร้องศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ท่าทีของส.ว.ไม่ชัดเจน แต่น่าจะกังวล ในเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย เช่น มาตรา 93 และมาตรา 94 ที่เกี่ยวกับส.ส.พึงมียังคงอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมติไม่เห็นด้วยกับสูตร 100 หาร จำนวน 11 เสียง ประกอบด้วย จากพรรคการเมือง 2 เสียงคือ นายสมชัย สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย (สร.) และนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ส่วนที่เหลืออีก 9 เสียง เป็นส.ว.ทั้งหมด ได้แก่ พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ นางสุวรรณี ศิริเวชชะพันธ์ นางวรารัตน์ อติแพทย์ น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ นายกิตติ วะสีนนท์ และพล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม และงดออกเสียง 2 เสียง ได้แก่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. และ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.
‘สมคิด’ระบุพรรคเล็กเหนื่อย
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้สัมภาษณ์ว่า แม้กมธ.มีมติให้ใช้สูตร 100 หารคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พรรคเล็ก ยังมีโอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากสูตรนี้ 3-4 พรรค เพราะคะแนนต่อ 1 คน ค่อนข้างสูง สำหรับแนวทางของพรรคเล็กหากจะสู้ต่อ คือต้องขยายฐานสมาชิกเพิ่ม และต้องทำงานหนักขึ้น แต่หากสู้ไม่ไหวก็อาจไปรวมกับพรรคใหญ่ที่มีแนวทางเดียวกัน ยังถือว่า มีทางออกสำหรับพรรคเล็กอีกมาก
“การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่เหมือนครั้ง ที่ผ่านมา เป้าหมายของเราต้องการให้พรรค การเมืองเข้มแข็ง เพื่อทำนโยบายตอบสนองพี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่เป็นเบี้ยหัวแตก พอเป็นรัฐบาลก็ทำงานไม่ได้หานโยบายไม่เจอ ซึ่งพรรคเล็กจะอยู่ได้ต้องปรับตัว ต้องเหนื่อย และทำคะแนนพื้นฐานให้มากขึ้น ส่วนที่พูดกันว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบ คงไม่เป็นเช่นนั้นถ้าไม่ทำงาน แต่ที่ได้เปรียบอาจ เป็นตรงที่พรรคใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ มีสมาชิกพรรคจำนวนมากอยู่แล้ว แต่พรรคเล็ก จะเหนื่อยหน่อย” นายสมคิด กล่าว
‘พิเชษฐ’ยันคุยพท.ไร้แผนล้มรบ.
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หัวหน้ากลุ่ม 16 ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ มีมติลงโทษ งดเว้นสิทธิ 6 เดือน ตั้งแต่ 12 พ.ค.-12 พ.ย.2565 ว่า การกล่าวหาตนทำตัวเป็นปฏิปักษ์พรรค เพราะไปรับประทานอาหารร่วมกับ ฝ่ายค้านนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้า พรรคเพื่อไทย โทร.มาชวน จึงไปกินข้าว ด้วยในฐานะคนรู้จักกัน ไม่ได้เป็นฝ่ายโทร.ไปชวน เมื่อมากินข้าวกันก็เลยพูดคุยเรื่องโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ที่มีความเห็นตรงกันเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่ได้มีการวางแผนหารือล้มรัฐบาลใดๆ
ส่วนการโทรศัพท์พูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากระหว่างรับประทานอาหารกับฝ่ายค้าน นายยุทธพงศ์โทร.หานายทักษิณ เมื่อนายทักษิณทราบว่า ตนรับประทานอาหารอยู่ในวงก็พูดคุยด้วย เป็นการสนทนาพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขปกติตามมารยาท เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีในสมัยนายทักษิณเป็นนายกฯ คนที่อยู่ในโต๊ะอาหารเป็นพยานได้ ทั้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เพื่อไทย นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรค เศรษฐกิจใหม่ (ศม.)
“การจะล้มรัฐบาลต้องทำในที่ลับ ไม่ทำในที่แจ้งเปิดเผยให้ใครเห็น ยืนยันแม้จะถูกพรรคพลังประชารัฐห้ามทำกิจกรรม 6 เดือน ผมก็ยังทำหน้าที่ส.ส.ต่อได้ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 จะเดินหน้าตรวจสอบความโปร่งใสโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีต่อไป ไม่ถอยแน่” นายพิเชษฐกล่าว
‘พีระวิทย์’ย้ำพรรคเล็กไม่แตกแถว
ด้านนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม (ท.ธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ประสานงานพรรคเล็ก ระบุถึงความมั่นใจในการควบคุมเสียงพรรคเล็กโหวตสนับสนุนรัฐบาลและนายกฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การโหวตนายกฯ ในส่วนของพรรคเล็กตกลงกันอยู่แล้วว่าจะไปในทิศทางเดียวกัน คือการยกมือหนุน ส่วนรัฐมนตรี คนอื่นๆ ต้องดูเป็นรายบุคคล รวมถึงต้องรอฟัง การชี้แจงของรัฐมนตรีอีกครั้งก่อน โดยพรรคเล็ก จะไม่มีการแตกแถวใดๆ
“การยกมือโหวตหนุนนายกฯ ครั้งนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสิ่งที่เราขอท่านไว้ตอนที่ไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเมื่อครั้งที่ผ่านมา ท่านก็เริ่มทำให้พวกเราแล้ว และต้องรอดูเรื่องเรือดำน้ำที่จะมีเครื่องยนต์หรือไม่มีเครื่องยนต์ หากท่านตอบไม่ได้เราก็ไม่ไว้วางใจ แต่ตอบได้อยู่แล้ว” นายพีระวิทย์กล่าว
เมื่อถามว่า จะไปร่วมรับประทานอาหารกับนายยุทธพงศ์ ที่นัดพรรคเล็กในวันที่ 23 พ.ค.หรือไม่ นายพีระวิทย์กล่าวว่า ตนได้ตอบตกลงไปแล้ว เบื้องต้นมีการนัดคร่าวๆ คือ วันที่ 23 พ.ค. แต่ยังไม่ทราบสถานที่ ส่วนคนที่ไปด้วยน่าจะมีแค่ตนกับนายพิเชษฐเท่านั้น
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีนายยุทธพงศ์อ้างว่าตนสนใจจะไปร่วมรับประทานอาหารในวันที่ 23 พ.ค. ว่า คงไม่ไป แม้นายยุทธพงศ์จะสนิทกับนายมนูญ และตนสนิทกับนายมนูญ ซึ่งเป็น รุ่นพี่รุ่นน้องกัน แต่ข่าวที่ออกมาไม่คิดว่า นายยุทธพงศ์จะเอาไปพูด เพราะเป็นการคุยกัน เล่นๆ ว่าชวน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) แต่ไม่ชวนตนบ้างเลย เชื่อว่านายยุทธพงศ์ทราบว่าตนคงไม่ไปอยู่แล้ว คิดว่าเป็นเพียงการเพิ่มสีสันให้นายยุทธพงศ์และจริงๆ ก็คุยกันมากกว่านั้น ตนยังชื่นชมว่านายยุทธพงศ์เก่ง ที่สร้างสีสันทางการเมืองได้มากขนาดนี้
‘ดร.เอ้’เยี่ยมสมาคมตระกูลแซ่ฯ
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. บรรดาผู้สมัครต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง
ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน บางรัก นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 4 เข้าพบสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1
นายสุชัชวีร์กล่าวต่อที่ประชุมว่า ตนเป็นคนเชื้อสายจีนมีชื่อจีนว่า “หลี่ฟ้าเฉิน” จีนเปลี่ยนเป็นประเทศที่ร่ำรวย เป็นมหาอำนาจ เป็นประเทศที่เท่าเทียมกันได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วคน เพราะเขาเริ่มจากเมือง การศึกษา ความเท่าเทียมทางสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาเมืองด้วยเทคโนโลยี หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. การศึกษาของกทม. ต้องดีขึ้น ด้วยนโยบาย “โรงเรียนดี ใกล้บ้าน” หากการศึกษาของเมืองหลวงยังเป็นอย่างนี้ อีกกี่ชาติประเทศไทยก็สู้ใครไม่ได้ในอาเซียน
นอกจากนี้อยากให้คน กทม.เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องเป็นภาระของรัฐ หรือของครอบครัว กทม.ต้องสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ด้วยนโยบาย “หมอมี สาธารณสุขดี ใกล้บ้าน”
‘ชัชชาติ’ไม่ยึดถือผลโพล
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงเขตดุสิต เดินตลาด เทวราช จากนั้นไปดูจุดเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างท่าเรือตลาดเทวราช (คลองผดุง) กับท่าเทเวศร์ (เรือด่วนเจ้าพระยา) และสถานีสูบน้ำเทเวศร์ ท่าเรือคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อสำรวจความพร้อมรับมือป้องกันน้ำท่วม และการเชื่อมต่อระบบการเดินทางทางน้ำ ท่าเรือคลองผดุง ท่าเรือเทเวศร์
นายชัชชาติกล่าวถึงการแก้ปัญหาทุจริตซ้ำซากว่า งบประมาณของกทม.ปีละราว 80,000 ล้านบาทต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายๆ ครั้งเอาไปใช้กับโครงการใหญ่ๆ แต่ลืมโครงการขนาดเล็กที่เชื่อมโยงไปสู่โครงการใหญ่ให้สมบูรณ์ ดังนั้นอาจจะมีการทบทวนเรื่องโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการสร้างอุโมงค์อีก 6 แห่ง มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท ต้องคิดว่าจะทำเลยหรืออย่างไรดี
เมื่อถามถึงผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ที่ยังมีคะแนนนำอยู่ นายชัชชาติกล่าวว่า ผลโพลถือเป็นกำลังใจให้เรา แต่ไปยึดถือมากไม่ได้ อยากให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งกันเยอะๆ มากกว่า เพื่อให้ได้ตัวแทนของประชาชน ที่แท้จริง
เซียนมวยดังหนุน‘อัศวิน’
เมื่อเวลา 12.30 น.นายชัยวิวัฒน์ ชนะสิทธิ์ หรือ “ชู ทางด่วน” เซียนมวยชื่อดัง ตัวแทนคนวงการมวย เข้ามอบดอกไม้ เพื่อให้กำลังใจ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 โดยบอกพล.ต.อ.อัศวิน ว่า ไม่ต้อง กลัวผลโพลที่ออกมา เพราะมวยที่เป็นรอง ก็ชนะน็อก มั่นใจว่า พล.ต.อ.อัศวิน จะชนะน็อก ได้เช่นกัน ด้วยความดีและผลงานที่ประจักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่มาให้กำลังใจในวันนี้ ก่อนที่จะมาอยู่ในกทม. ก็มีค่ายมวยอยู่ที่ต่างจังหวัด ทั้งสุพรรณบุรี ราชบุรี และฝากขอบคุณไปถึงเพื่อนๆ ในวงการมวยที่ไม่ได้มาในวันนี้ด้วย ขอให้ทุกคนให้ไปใช้สิทธิในฐานะประชาชนคนกกทม. ไปเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ และขอฝากพี่อัศวินหมายเลข 6 ไว้ด้วย หากชนะจะได้ไปดูมวยกันต่อ เพราะช่วงนี้ โควิด ทำให้วงการมวยซบเซา
‘วิโรจน์’จัด 2 เวทีปราศรัยใหญ่
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยช่วงโค้งสุดท้ายสนามเลือกตั้งกทม. ว่า การปราศรัยใหญ่ จะจัดขึ้น 2 ครั้ง คือวันที่ 14 พ.ค. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ผู้ปราศรัยประกอบด้วย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า น.ส.พรรณิการ์ วานิช คณะกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรค และตน ส่วนวันที่ 20 พ.ค. จัดที่มิวเซียมสยาม ผู้ปราศรัยประกอบด้วย นายวิโรจน์ และทีม ผู้สมัครส.ก. ทั้ง 50 เขต
เมื่อถามถึงโพลพรรค นายวิโรจน์อยู่อันดับที่เท่าใด นายชัยธวัชกล่าวว่า นายวิโรจน์มีคะแนน นิยมหายใจรดต้นคออันดับที่หนึ่งอยู่ ส่วนส.ก. มีเขตที่ค่อนข้างมั่นใจจะชนะประมาณ 20 เขต และเขตที่มีโอกาสจะช่วงชิงในช่วงโค้งสุดท้าย ประมาณ 14 เขต ตั้งเป้าว่าจะได้ส.ก. 20 คนขึ้นไป

ลงสนาม – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย นำทีมผู้สมัคร ส.ก. นั่งรถสองแถวหาเสียงที่ตลาดสายเนตร และหมู่บ้านเก้าแสน ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว กทม. ร่วมเซลฟี่กับประชาชนและผู้ค้าขายอย่างเป็นกันเอง เมื่อ 12 พ.ค.
‘อุ๊งอิ๊ง’หาเสียงส.ก.-เชียร์นั่งนายกฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตลาดสายเนตร เขตคันนายาว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย และคณะ ลงพื้นที่หาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ก.ฝั่งตะวันออก ของพรรค บรรยากาศเป็นไป อย่างคึกคัก จากนั้นนั่งรถสองแถวมาหาเสียงที่หมู่บ้านเก้าแสน ถ.สวนสยาม และเดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนให้ผู้สมัคร แต่ละบ้านเปิดประตูต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ผู้สูงอายุบางคน บอกว่าอยากให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ เหมือนพ่อและอา
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งจะผลักดันนโยบายเพื่อประชาชน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลประชาชนสำคัญสุด พรรคจะผลักดันการช่วยประชาชนโดยเฉพาะนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล เพราะโควิดที่ผ่านมาประชาชนเข้าไม่ถึงการรักษา ขาดยา ขาดเตียง
ต่อข้อถามว่าจากการลงพื้นที่เห็นการตอบรับ แล้วคิดว่าจะได้ ส.ก.กี่คน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนตัวอยากได้เข้ามามากๆ แต่สุดท้าย ขึ้นอยู่กับประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่าลงพื้นที่บ่อยเป็นการซ้อมลงสนามใหญ่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไม่ ตนตั้งใจมาช่วย ผู้สมัคร ส.ก.ไม่ได้หาเสียงให้ตัวเอง เพราะ ส.ก.ทำงานหนัก ขอให้เป็นผลงาน ส.ก.ไม่ใช่ผลงานตน
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่มีแต่คนถามถึง นายทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “เป็นสิ่งที่ยากสำหรับอิ๊งเหมือนกัน ทั้งพ่อ อา อิ๊งผูกพัน สนิททั้งคู่ เจอกันบ่อยๆ เวลาใครมาถาม แบบนี้อิ๊งอยากจะไลน์หาทั้งคู่ว่ายังมีคนให้กำลังใจ ตอนนี้เฟซบุ๊กทั้งสองท่าน สามารถถ่ายรูปคู่กับท่านได้ด้วยเทคโนโลยี สามารถหายคิดถึงกันได้ หลังเลือกตั้งเสร็จ มีเวลาว่างจะรีบบินไปหา จะพาน้องธิธารไปด้วย เพราะทั้งสองท่านบ่นคิดถึง”
กกต.ตั้งเป้าพัทยาใช้สิทธิ70%
วันเดียวกัน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมบิ๊กเดย์ รณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา เพื่อเชิญชวนให้ชาวเมืองพัทยาที่มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 22 พ.ค. โดยมีนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯชลบุรี เข้าร่วมรณรงค์
นายสันทัด กล่าวว่า การเลือกตั้งเมืองพัทยา ครั้งนี้เป็นครั้งประวัติศาสตร์ เพราะว่างเว้นการ เลือกตั้งมากว่า 10 ปี อยากให้ชาวเมืองพัทยาออกมาใช้สิทธิ เลือกคนดี คนที่เข้าใจเมืองพัทยา เพื่อมาปกป้องและรักษาเมืองพัทยา ให้น่าอยู่
น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการ การเลือกตั้งประจำจ.ชลบุรี กล่าวว่า การเลือกตั้ง เมืองพัทยาครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 78,415 คน 146 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้สมัครนายกเมืองพัทยา 4 คน และผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา 4 เขต รวม 73 คน ตั้งเป้าว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 70%