ยันไม่รู้อาพาธอัลไซเมอร์‘ทิดไพรวัลย์’ร่วมพิธีด้วยสล่าเหลิม-โพสต์เตือนสติ
มือปราบสัมภเวสีอย่าห้าววัดเข้มงวด-คุมคนเข้าพบ
ฮือปกป้อง ‘หลวงปู่แสง’ ศิษยานุศิษย์ไม่เชื่อคลิปที่นำมาเผยแพร่ ระบุอายุเกือบ 100 ปี แถมอาพาธอัลไซเมอร์ ไม่น่าจะมีพฤติกรรมแบบนั้น ด้านญาติเซ็งคนดูแลไม่มีระบบป้องกัน-คัดคนเข้าหาและกราบ ไหว้ ขณะที่ทางวัดที่รับไปอยู่ดูแลเข้มงวด ไม่อนุญาตให้เข้าพบ แพทย์ประจำตัวรุดตรวจร่างกายเตรียมแถลงอาการ ด้าน ‘หมอปลา’ พร้อม ‘น้ำฟ้า’ เมียขอขมาแล้ว ยันไม่มีเจตนาลบหลู่ อีกทั้งไม่รู้ว่าหลวงปู่อาพาธ ‘สล่าเหลิม’ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เตือนสติชี้ที่ผ่านมาทำดีแล้ว ต่อไปอย่าห้าว ขณะที่ ‘ทิดไพรวัลย์’ ก็สะกิดให้รอบคอบรัดกุม นัดเปิดบ้านทำพิธี ขอขมารูปอีกวันนี้ วอนศิษย์หลวงปู่ให้อภัย
จากกรณีมีหญิงสาวร้องเรียนนายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา ให้ตรวจสอบหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 98 ปี ที่พักสงฆ์ดงสว่างธรรม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยมีคลิปช่วงเกิดเหตุเป็นหลักฐาน ภายในคลิปจะเห็นหลวงปู่ พร้อมลูกศิษย์ชาย 3 คนนั่งประกบ เมื่อญาติโยมผู้หญิงเข้ามากราบไหว้ จะถูกเรียกเข้าไปใกล้ๆ ก่อนพระชราที่ถูกกล่าวหาจะพยายาม ทั้งลูบหัว โอบกอด และพยายามดึงเข้าไปหอมแก้ม ต่อมากระแสเริ่มตีกลับ หลังพบว่าหลวงปู่แสงมีอาการป่วย อัลไซเมอร์ อาจก่อเหตุโดยไม่รู้ตัวและบุกไปแบบนี้ถูกต้องหรือไม่แล้ว ต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ค. หลวงปู่แสงได้มาพักที่วัดป่าอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ

ห่วงหลวงปู่ – ศิษยานุศิษย์จำนวนมากฝ่าสายฝนเดินทางมาวัดป่าอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่แสง ญาณวโร ที่ย้ายสถานที่จำวัดมาจาก ที่พักสงฆ์ดงสว่างธรรม จ.ยโสธร เมื่อวันที่ 13 พ.ค.
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่วัดดังกล่าวอีกครั้งพบว่าภายในวัดเงียบสงบ ยังคงมีชาวบ้านมาถวายภัตตาหารเช้าตามปกติ โดยที่หลวงปู่แสงยังคงจำวัดอยู่ภายในกุฏิ ไม่อนุญาตให้ญาติโยมเข้าพบหรือกราบไหว้ ขณะที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ รวมไปถึงชาวบ้านที่ศรัทธาเลื่อมใส หลังจากทราบข่าวว่าหลวงปู่แสงย้ายมาจำวัดที่นี่ ก็ต่างพากันเดินทางทยอยมากราบไหว้ แต่ทางวัดไม่อนุญาตเนื่องจากต้องการให้พักผ่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดอำนาจเจริญ ก็ได้เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย
น.ส.รุจาภา แท็บแล็ต อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งบุคคลที่ศรัทธาและเลื่อมใสหลวงปู่แสง วันนี้ตั้งใจเดินทางมาจากร้อยเอ็ดเพื่อมาเป็นกำลังใจให้กับหลวงปู่ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าพบกราบไหว้ก็ตาม แต่ก็อยากมา และเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าไม่เชื่อแต่อย่างใด
ด้านทีมแพทย์ประจำตัวของหลวงปู่แสง ได้เดินทางเข้าตรวจอาการเบื้องต้น โดยในวันที่ 14 พ.ค. จะจัดแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการป่วยของหลวงปู่แสงอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวที่มีท่าทีที่ไม่เหมาะสม ก็ได้เดินทางเข้ามากราบขอขมารูปหลวงปู่แสง ที่บริเวณหน้าวัดป่าอรัญญาวิเวก โดยมีลูกศิษย์ของหลวงปู่แสง และพระลูกวัดมาเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ลูกศิษย์ก็พร้อมให้อภัยกับสิ่งที่ ผู้สื่อข่าวได้ทำลงไป เพราะลูกศิษย์ได้ยึดหลักเดียวกันกับหลวงปู่แสง ในการให้อภัยทาน หากขอขมาด้วยความจริงใจและสำนึกผิดจริงๆ และเชื่อว่าหลวงปู่แสงก็คงจะให้อภัยให้ผู้สื่อข่าวเช่นเดียวกัน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบนางทักษิณา ดีหอม อายุ 52 ปี ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้นำเอกสารการเข้ารับการรักษาอาการอาพาธของหลวงปู่แสง ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2562 โดยยืนยันว่า หลวงปู่อาพาธเป็นโรคสมองฝ่อ เป็นอัลไซเมอร์ โดยการนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐาน และไม่เชื่อว่าหลวงปู่จะประพฤติตัวไม่เหมาะสม
นางทักษิณา ซึ่งเป็นหลานสาวของหลวงปู่แสงกล่าวว่า หลังเห็นคลิปจากข่าวรู้สึกตกใจอย่างมาก ตนเป็นลูกหลานติดตามหลวงปู่มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่หลวงปู่บวชที่วัดศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น ตอนอายุ 20 ปี จนตอนนี้อายุจะถึง 100 ปีแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรู้สึกงงและสับสนว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร แต่ก็เข้าใจอยู่แล้วเพราะหลวงปู่ป่วยเป็น อัลไซเมอร์ และก็มีเอกสารทางการแพทย์ยืนยัน และในสถานการณ์แบบนั้นผู้หญิงเข้าไปได้อย่างไร อีกทั้งยังมีการถ่ายคลิป ยิ่งทำให้หดหู่ใจสงสารหลวงปู่
“หลังมีคลิปดังกล่าวออกมาก็มีการพูดคุยกันกับญาติๆ หลายคนว่าเป็นไปได้อย่างไร ตอนนี้คือช่วงสุดท้ายของหลวงปู่ ลูกหลานทุกคนเกิดความไม่สบายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นมองว่า หมอปลาและนักข่าวที่ไป มองว่าศึกษาข้อมูลน้อยไปหรือไม่ เหมือนเป็นการจาบจ้วงพระ ผู้มีศีล เพราะหลวงปู่บวชมากว่า 80 พรรษา และอาการป่วยอัลไซเมอร์ที่ป่วยนั้นทราบว่าเป็นมานานแล้ว จะเห็นได้ว่าตอนที่หมอปลาพานักข่าวเข้าไปนั้น หลวงปู่ยังหลงๆ ลืมๆ ถามว่าพากันมาทำอะไร และนั่งนิ่งไม่ทำ อะไร” นางทักษิณากล่าว
นางทักษิณากล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่ได้ไปบ่อย นานๆ จะไปหาที แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ลูกหลานก็ไปอยู่หลายคน ตอนนี้มองว่าการจัดการระบบภายในวัดไม่รัดกุม ควรจะมีระบบการดูแลพระผู้ใหญ่ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าหาพระผู้ใหญ่ก็ได้ ควรจะมีขั้นมีตอนในการเข้าหาพระผู้ใหญ่ที่ดีกว่านี้
“อยากฝากให้หมอปลาได้ทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตัดสินคนหรือพระรูปหนึ่งควรศึกษาประวัติให้ดี ควรคิดวิเคราะห์แยกแยะให้ดีว่ามันจะใช่หรือไม่ ไม่ใช่เป็นศาลเตี้ยตัดสินคนเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ในฐานะของญาติ รู้สึกกังวลใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเชื่อว่า มีเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากศรัทธาญาติธรรมที่มีต่อหลวงปู่” นางทักษิณากล่าว
ด้านความเคลื่อนไหวของนายจีระพันธ์หรือหมอปลานั้น วันเดียวกันนี้ พร้อมทีม นักข่าวจากหลายช่อง เดินทางมาพิสูจน์วิธีรักษาของนายประดิษฐ์ หรือชาวบ้านเรียกว่า “อาจารย์หน่อย” แสนประเสริฐ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 106 ม.3 บ้านหนองตาเก็ม ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และผู้นำชุมชน เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
ก่อนหน้านี้อาจารย์หน่อย ได้ประกาศตัวว่าสามารถรักษาผู้ป่วยจากหลายโรค ทั้งผีปอบเข้า, คนสติไม่สมประกอบ, ถูกคุณไสย ไม่เว้นสามีไปมีเมียน้อย สามารถเรียกกลับมาคืนได้ มีคนรักษาหายแล้วเป็นจำนวนมาก และถ้าหมอปลาจะมาพิสูจน์ก็ยินดีให้พิสูจน์
จากนั้นหมอปลาได้เข้าไปขอพบอาจารย์หน่อย ถามถึงวิธีการรักษา แนวทางการรักษา และจำนวนผู้ที่รักษาหายแล้ว หมอปลายังให้อาจารย์หน่อยทำพิธีให้ดูด้วยการรักษาผู้ป่วยที่มารอรักษาอยู่แล้ว 2 คน
อาจารย์หน่อยบอกว่า การรักษาของตนเป็นวิธีใช้น้ำมนต์รักษาผู้ป่วย ศึกษามาจากอาจารย์ซึ่งเป็นพระสงฆ์อีกที แต่ไม่ขอบอกชื่ออาจารย์ที่เรียนมา มีค่าครู 99 บาท หากหายแล้วจะต้องมาปลงครูอีก 105 บาท ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มารักษา คือเป็นผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ไม่รับรักษาแล้ว เป็นการรักษาทางเลือก ใครเชื่อก็มา ใครไม่เชื่อก็ไม่ต้องมา
อาจารย์หน่อย ยังตอบข้อซักถามของ นักข่าวที่ถามว่า “ตอนนี้หมอปลากำลังโดนมรสุมกรณีไปพิสูจน์หลวงปู่แสง หากจะให้อาจารย์หน่อยมาเป็นหมอปลา 2 จะรับ หรือไม่” อาจารย์หน่อยบอกว่า วิธีการทำงานคนละสายเข้ากันไม่ได้ ตนจะยึดแนวทางของคนคือช่วยรักษาคนต่อไป ขณะที่หมอปลาบอกว่า เท่าที่สัมผัส เป็นการรักษาแบบพื้นบ้านในสมัยอดีต ถ้าทำดีก็ขออนุโมทนาบุญด้วย สิ่งที่วิตกคือหากกลายเป็นคนมีชื่อเสียงไปแล้ว จะมีผลประโยชน์ตามมาหรือไม่ ต้องควรระวัง
นอกจากนี้ นายจีระพันธ์หรือหมอปลา ยังบอกด้วยว่า กรณีที่ทีมงานของตนไปพิสูจน์หลวงปู่แสง ที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรมว่าวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่เดินทางไปหาหลวงปู่ เราทำตามแนวทางอยู่แล้ว ไม่เคยก้าวร้าวกับหลวงปู่ ให้ไปดูคลิปได้ ไม่ได้ด่าหลวงปู่ จะมีบ้างที่คล้ายจะก้าวร้าว คือพระลูกศิษย์ของหลวงปู่เท่านั้น ส่วนเงินของหลวงปู่ ตนไม่มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเอง ตนไม่ยุ่ง แต่ตอนนี้เป็นห่วงหลวงปู่ อยากให้ญาติของหลวงปู่พาหลวงปู่ไปรักษาหรือดูแลดีกว่า อย่าให้ลูกศิษย์เหล่านั้นเลย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเกิดเรื่องกับหลวงปู่แสง จะหยุดการทำงานแบบนี้หรือไม่ หมอปลาตอบว่า “ไม่หยุด จะไปหยุดทำไม ไม่ได้ทำผิด” แต่สังคมตีกันไปเอง ให้ลองไปดูแนวการทำงานของหมอปลา ที่ผ่านมาถึง จะรู้
สำหรับการเดินทางมาพิสูจน์หมอน้ำมนต์ในครั้งนี้ของหมอปลา จะต่างจากการไปพิสูจน์เคสอื่นๆ ที่หมอปลาเคยทำมา รวมถึงนักข่าวที่เดินทางมาจากวัดหลวงปู่แสง ทั้ง คำพูดที่ระมัดระวัง การแสดงปฏิกิริยา จะนิ่มนวล รวมถึงน้ำฟ้า ภรรยาหมอปลา ไม่ได้ออกมาแสดงปฏิกิริยาใดๆ ระหว่างมาพิสูจน์อาจารย์หน่อย ไม่โผงผางเหมือนทุกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์” สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เปิดใจ หมอปลา และน้ำฟ้าน.ส.รภัสรณ์ ฤทธิธนไพบูลย์ ภรรยา โดยขอโทษทั้งน้ำตา ซึ่งน้ำฟ้ายอมรับว่าพฤติกรรมของตัวเองเป็นเรื่องที่ ไม่ดี ไม่เหมาะสม อยากขอโทษและสำนึกผิดจริงๆ
หมอปลาเปิดเผยว่า กรณีหลวงปู่แสง ทีมงานเก็บข้อมูลหลักฐานมาก่อน โดยวันลงพื้นที่ได้ประสาน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ยโสธร นายอำเภอป่าติ้ว และตำรวจเข้าไปร่วมตรวจสอบ ซึ่งยอมรับว่าผิดพลาดเรื่องข้อมูลอาการอาพาธ โดยทุกคนเพิ่งทราบหน้างานตอนลงพื้นที่ว่าหลวงปู่ป่วย จึงถามไปที่พระเลขาฯ ว่าถ้าหลวงปู่ป่วย ทำไมถึงไม่พาท่านไปรักษาให้ถูกต้อง ทำให้ประเด็นการ ซักถามเลยลามไปถึงเรื่องอภินิหาร
จากนั้นทั้งหมอปลาและน้ำฟ้าระบุน้อมรับกรรม และขอโทษกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น แต่อยากให้เข้าใจว่าที่โวยวายคือ โวยวายใส่ พระลูกศิษย์ ส่วนบทบาทหลังจากนี้ของ หมอปลานั้น ยืนยันเดินหน้าตรวจสอบข้อร้องเรียนต่างๆ เหมือนเดิม
ด้านนายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” หลังเสนอตัวเป็นทนายความให้ศิษยานุศิษย์หลวงปู่แสง โดยกล่าวว่า ตนเห็นคลิปข่าวกลุ่มบุคคลและสื่อบุกเข้าไปหา พร้อมตั้งคำถามไม่เหมาะสม ทั้งที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็รู้สึกสะเทือนใจ อยากให้ความช่วยเหลือ จึงประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก ล่าสุดมีศิษยานุศิษย์ติดต่อเข้ามาแล้ว จึงประสานงานกับข้าราชการระดับผู้ใหญ่ที่ จ.ยโสธร โดย วันที่ 15 พ.ค.นี้ จะเดินทางไปยังวัด เพื่อกราบไหว้และถวายเพล พร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมถึงการดูแลร่างกาย จิตใจ ในฐานะที่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ จึงต้องมีผู้อนุบาล หรือโยมอุปัฏฐากคอยดูแลเพื่อ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก
นายอนันต์ชัยกล่าวอีกว่า ประเด็นการดำเนินคดีจะมี 2 เรื่อง คือการแอบถ่ายคลิปที่กล่าวหาว่าท่านล่วงละเมิดสีกานั้น ต้องดูว่ามีการจัดฉากหรือไม่ หากมีอาจจะดำเนินคดีกับคนคนนั้น ส่วนการบุกรุกเข้าไปใช้คำปรามาสหลวงปู่ เช่น การจับหน้าอกสีกา ท่านสามารถทำได้หรือไม่นั้นไม่ควรถาม เพราะพระที่อยู่ในนั้นจะตอบหรือไม่ก็ได้ แต่บังคับไม่ได้เพราะท่านเป็นอัลไซเมอร์ไม่สามารถครองสติได้ หากพระเลขานุการ หรือพระอุปัฏฐาก ที่อยู่ในนั้นจะตอบอย่างไรก็ถือเป็นบุคคลที่ 3
ด้านนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ชาวจังหวัดเชียงราย ผู้สร้างวัด ร่องขุ่น ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอยาว 1.40 นาที เนื้อหาว่า “แก่แล้วแต่งานนี้เครียด อยากจะฝากถึงหมอปลาต้องระมัดระวัง ห้าวเหลือเกิน คิดหน่อย ใช้สติหน่อย ไม่ใช่ใครส่งคลิปมาก็ห้าวไป ลุยเลย บุกเลย พี่เป็นห่วง ที่ผ่านมาทำมาดีแล้ว ช่วยปกป้องพระศาสนา ทำมาดีแล้ว แต่ว่าการลุยแบบขาดสติ ต้องระวังทั้งกิริยามารยาท ดังแล้วมีคนติดตามเยอะ ขึ้นได้ก็ ร่วงได้ ดังได้ ก็ดับได้
จำเอาไว้ ว่าอย่าห้าวมากเกินไป อย่าบุกแบบขาดสติ ต้องคิดให้รอบคอบอย่าไปฟังคนสรรเสริญเยินยอ เพราะคนดังแล้วดับก็มีให้เห็นเยอะแยะ ต้องระมัดระวัง หลวงพ่อท่านอายุขนาดนี้แล้วยังเป็นอัลไซเมอร์ จะไปเอาอะไรกับท่าน ทำไมไม่คิดถึงสิ่งที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาทั้งชีวิตของท่านล่ะ อย่าไปด่วนตัดสินใจ เอะอะก็บุกระวังจะล้มเอาได้ นะเตือน”
วันเดียวกัน นายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรืออดีตพระมหาไพรวัลย์ รวิวัณโณ ซึ่งมีความสนิทสนมกับหมอปลา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงหมอปลาว่า ถึงพี่หมอปลาครับ ผมจะขอพูดถึงพี่หมอปลานะครับ พูดในฐานะของกัลยาณมิตร ของน้องชายที่นับถือกัน ในเคสของหลวงปู่แสงที่เกิดขึ้น ผมมองว่าพี่หมอปลาไม่ได้ทำอะไรซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดบาปทั้งหมดนะครับ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่ถูกต้องทั้งหมด จนไม่มีข้อต้องตำหนิเช่นกัน อันนี้ผมอยากให้เราแยกแยะนะครับ ทั้งคนที่ชื่นชอบและไม่ได้ชื่นชอบพี่หมอปลา
การที่พี่หมอปลาเข้าไปตรวจสอบกรณีของหลวงปู่แสง มันมีทั้งคุณและก็มีทั้งโทษ มีทั้งส่วนที่ถูกและส่วนที่ผิด ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พูดถึงส่วนที่ถูกนะครับ คืออย่างน้อยต่อเรื่องนี้ พี่หมอปลาก็ทำให้สังคมได้เห็นว่า มีเรื่องไม่ปกติหรือไม่ชอบมาพากลอะไรขึ้นกับหลวงปู่แสงบ้าง ทำให้สังคมโดยเฉพาะก็คนที่นับถือหลวงปู่ ได้รู้อย่างแน่ชัดว่า ตอนนี้หลวงปู่มีอาการอาพาธอะไร และควรจะได้รับการอุปัฏฐากดูแลแบบไหน นี่ไม่รวมถึงความไม่เอาไหนและใช้ไม่ได้ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่อีกนะครับ
เป็นเรื่องที่น่ากลัวว่า หากเรื่องนี้ไม่เป็นที่วิจารณ์ในวงกว้าง หลวงปู่จะต้องตกเป็นเครื่องมือ หรือที่ครหาปรามาสของผู้ที่แสวงหาประโยชน์ ตลอดจนถึงผู้ที่ไม่เข้าใจในข้อเท็จจริงอีกนานเพียงใด
ในส่วนที่ผิด ซึ่งเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นะครับ เลี่ยงที่จะไม่รับผิดชอบไม่ได้ คือผมอยากจะเตือนพี่หมอปลาในฐานะของน้องชายนะครับว่า ความมุทะลุดุดันบางครั้งก็เป็นคุณ แต่หลายครั้งก็เป็นโทษ การทำอะไรโดยปราศจากการยับยั้งหรือสงวนท่าที บางครั้งแทนที่จะให้ผลดีมันกลับให้ผลเสีย
คนรอบข้างพี่หมอปลามีเยอะนะครับ แต่หลายคนไม่ใช่กัลยาณมิตร หลายคนเป็นบ่างช่างยุ และชอบสนับสนุนให้พี่หมอปลาทำอะไร โดยขาดความไตร่ตรองถี่ถ้วน หลายคนต้องการแค่คอนเทนต์ ต้องการข่าว ต้องการยอดวิวเพื่อเรียกกระแสคนดู อันนี้ผมอยากเตือนให้พี่หมอปลาด้วยความรักนะครับ พี่หมอปลาพึงระวังกลุ่มคนเหล่านี้ให้ดี
กรณีของหลวงปู่แสงนี่ชัดเลยนะครับ หลายคำพูดของคณะที่ติดตามพี่หมอปลาไปซึ่งปรากฏในคลิป เป็นคำหยาบโลนมาก เป็นคำเสียดสี ดูหมิ่น ทั้งท่าทางกิริยาอาการ ก็ขาดความเคารพยำเกรง ไม่ว่าจะทั้งต่อสถานที่ ซึ่งเป็นศาสนสถาน หรือพระซึ่งถูกกล่าวหาโดยที่ความจริงยังไม่ปรากฏ ผมปรารถนาที่จะเห็นความสุขุมคัมภีรภาพ ตลอดจนถึงความรัดกุมในการทำงานของพี่หมอปลาพร้อมทั้งสื่อที่ลงพื้นที่ในแต่ละเคสมากกว่านี้นะครับ
อันนี้เป็นบทเรียนเลยนะครับ ผมถือว่า คนเรา ทำดีร้อยครั้ง ผิดพลาด 1 ครั้ง มันเป็นเรื่องปกติสามัญมาก แต่เมื่อผิดแล้วก็ยอมรับแก้ไข ไม่ดึงดัน แสดงสัมมาคารวะขอโทษ พระพุทธเจ้ายกย่องคนประเภทนี้ว่าเป็นบัณฑิตครับ และส่วนตัว ผมก็เชื่อว่า พี่หมอปลาเป็นบัณฑิต เป็นคนซื่อตรง ทั้งยังปรารถนาดีต่อพระศาสนาคนหนึ่ง ขอให้พี่หมอปลาเอากรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เป็นบทเรียน เป็นเครื่องเพิ่มพูนสติปัญญาของตัวเองนะครับ
ต่อมา นายไพรวัลย์ได้โพสต์อีกครั้งว่า เมื่อสักครู่นี้ พี่หมอปลาได้ต่อสายโทรศัพท์มาหาผมนะครับ และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่จะกระทำการขอขมาในโทษล่วงเกิน ซึ่งพลาดพลั้งจะโดยมิได้ตั้งใจก็ตาม ซึ่งแสดงออกต่อหน้าหลวงปู่แสง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ใจจริงพี่หมอปลาและคณะอยากเดินทางไปขอขมาหลวงปู่ถึงสถานที่ที่หลวงปู่พำนักอยู่เลยนะครับ แต่ติดที่มีลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งของหลวงปู่ ปฏิเสธการแสดงความบริสุทธิ์ใจของพี่หมอปลาในครั้งนี้
วันที่ 14 พ.ค. ผมจะเดินทางไปบ้านพี่ หมอปลานะครับ จะนำพี่หมอปลาและ คณะทำพิธีขอขมากรรมต่อหน้ารูปของหลวงปู่ที่นั่น
ผมถือว่า คนพุทธส่วนใหญ่เป็นคนมีธรรมและเหตุผลที่ดีในระดับหนึ่งนะครับ เมื่อใครสักคนเขาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และพร้อมที่จะยอมรับหรือแก้ไขในส่วนที่ผิดพลาดเกินเลย เราก็ควรให้อภัยเขาครับ โดยเฉพาะก็ลูกศิษย์หลวงปู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่ศึกษาในทางธรรมด้วยกันทั้งนั้น น่าจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สื่อข่าวสาวคนดังกล่าว ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้บริหาร นำพานดอกไม้มาเพื่อต้องการที่จะเข้าไปกราบขอขมาหลวงปู่แสง ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก แต่เนื่องจากทางวัดปิดไม่ให้คนเข้าพบ คณะลูกศิษย์จึงได้มีการนำรูปถ่ายของหลวงปู่แสง ออกมาตั้งไว้ที่หน้าประตู และได้มีพระและลูกศิษย์มาร่วมรับฟังการขอขมา ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา อย่างหนัก
หลังจากที่กล่าวคำขอขมาเสร็จ นาย เฉลิมชัย จันทโคตร ตัวแทนลูกศิษย์ กล่าวให้อภัยนักข่าวสาว พร้อมกับอธิบายว่า หลวงปู่สอนให้รู้การให้อภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้ตนเองคิดว่าเกิดจากความเข้าใจผิด เพราะคนนอกอาจจะยังไม่รับรู้ว่าท่านป่วย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ขึ้น พร้อมกับฝากถึงหมอปลาและภรรยา หากมีความประสงค์ที่จะเดินทางมากราบขอขมา คณะลูกศิษย์ทุกคนก็ยินดีต้อนรับ ขอเพียงแค่ท่านสำนึกผิดจริงๆ