ดันให้ชนะแลนด์สไลด์ โพลชี้‘ชัชชาติ’ยังนำโด่ง ตู่ขออย่าด้อยค่ารัฐบาล ก้าวไกลเย้ยหลอกตัวเอง
‘เพื่อไทย’จัดทัพบุกสมุทรปราการ จัดงานใหญ่สุดคึก คนแห่ร่วมงานล้นฮอลล์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลุกคนเสื้อแดงร่วมสู้ศึกครั้งใหญ่ ดันภารกิจแลนด์สไลด์ให้เพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ไม่หวั่นบ้านใหญ่อัศวเหม กวาดยกจังหวัดแน่ วรชัยชู ‘แพทองธาร’ ผู้นำต่อสู้ระบอบเผด็จการ ชลน่านย้ำถ้าอยากสั่งสอน ‘บิ๊กตู่’ เพื่อไทยต้องชนะเกิน 250 เสียง ก้าวไกลเย้ยนายกฯ อวดผลงาน 8 ปี แค่หลอกตัวเอง ‘บิ๊กตู่’ ยันเร่งแก้วิกฤตพลังงาน-ความยากจน วอนคนไทยอย่าด้อยค่ากันเอง ไม่เกิดประโยชน์ พอใจผลประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ เชิญ ‘ไบเดน-ผู้นำอาเซียน’ ร่วมเวที เอเปกปลายปีนี้ ซูเปอร์โพลชี้ ‘ชัชชาติ- สกลธี-สุชัชวีร์’ มาแรง จับตากลุ่มยังไม่ ตัดสินใจ เป็นตัวแปรสำคัญ

ถกไบเดน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ตามเวลา ท้องถิ่นประเทศสหรัฐ อเมริกา
นายกฯ นำทีมถกนักธุรกิจสหรัฐ
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 12-13 พ.ค. โดยในวันที่ 2 ของการประชุม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบหารือคณะ นักธุรกิจ สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน และหอการค้าสหรัฐ
นายกฯ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว เติบโตร้อยละ 1.6 ซึ่งภาคธุรกิจของสหรัฐ ที่เข้ามาลงทุนในไทยเป็นลำดับต้นๆ รวมถึงขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล การแพทย์ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งไทยไม่ใช่ประเทศซูเปอร์เพาเวอร์ แต่พร้อมใช้ซอฟต์เพาเวอร์ สนับสนุนและร่วมมือกับเอกชนสหรัฐพร้อมเชิญชวนให้เพิ่มฐานการผลิตในไทยทั้งด้านอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ รถพลังงานไฟฟ้า รวมถึงพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมและดิจิทัล
ลั่นหมดเวลาสำหรับความล้มเหลว
จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงการ ต่างประเทศสหรัฐ นายกฯ ร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นางคามาลา เดวี แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นเจ้าภาพแก่ผู้นำอาเซียน พร้อมหารือถึงความร่วมมือด้านสาธารณสุข และการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความร่วมมือทางทะเล โดยนายกฯ ย้ำถึงความร่วมมืออาเซียน-สหรัฐ ที่เข้มแข็ง เพื่อก้าวผ่านความท้าทาย สู่ยุคใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืน
เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้นำระดับสูงของสหรัฐว่า ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนการสร้างอาเซียนสีเขียวอย่าง ยั่งยืนและสมดุล และร่วมมือกันปรับกระบวนทัศน์และพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ทำลายระบบนิเวศ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายพื้นที่ป่าไม้ การปลูกพืชมีค่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เราหมดเวลาสำหรับความล้มเหลวแล้ว ซึ่งความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่างเด็ดเดี่ยว การหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ และความร่วมมือร่วมใจแบบไม่แบ่งฝักฝ่าย จะเป็นหลักประกันสำคัญถึงความอยู่รอดของโลกและคนรุ่นหลังต่อไป” นายกฯ กล่าว
เชิญ‘ไบเดน’มาไทยร่วมเวทีเอเปก
จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ และกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุมควรร่วมกันมองไปข้างหน้า และเดินหน้าไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่สุด คือการพัฒนาภูมิภาคที่มีสันติภาพ ความเข้มแข็ง พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวต่อไปสู่ยุค Next Normal ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมเสนอให้อาเซียนกับสหรัฐ มุ่งสร้างภูมิทัศน์ใหม่ให้ภูมิภาคและโลกใน 3 เรื่องคือ ภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงที่เอื้อต่อการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืน ภูมิทัศน์ด้านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งและภูมิทัศน์เพื่อการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีพลัง มากขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าแนวทางที่เสนอทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันให้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ ก้าวไปสู่บทใหม่ และเป็นการพิสูจน์ว่า ความร่วมมือของอาเซียนและสหรัฐ จะยังมีความสำคัญ และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคต่อไป พร้อมยังยินดีให้การต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าร่วมการประชุมผู้นาเขตเศรษฐกิจเอเปกที่กรุงเทพฯ ในช่วงปลายปีนี้
ออกแถลงการณ์ร่วม 8 ข้อ
ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษครั้งนี้ ผู้นำอาเซียนและสหรัฐ ได้รับรองแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม (Joint Vision Statement) แสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ดังนี้ 1.การส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุข 2.ด้านเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เท่าเทียม เข้มแข็งและยั่งยืน 3.ความร่วมมือทางทะเล 4.การพัฒนาทุนมนุษย์ 5.ส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาค 6.การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน 7.การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 8.ความร่วมมือในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ เวลา 18.00 น. นายกฯ และคณะ เดินทางกลับประเทศไทย โดยจะถึงในช่วงเช้าของวันที่ 15 พ.ค.
‘บิ๊กตู่’พอใจผลประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ว่า พอใจการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสานความร่วมมือในทุกด้าน ซึ่งตนมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับนายโจ ไบเดน และผู้นำระดับสูงของสหรัฐ และภาคธุรกิจเอกชนสหรัฐ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนฟื้นฟูการเจริญเติบโตของภูมิภาค พร้อมเชิญชวนให้มาร่วมลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงสร้าง พื้นฐาน โดยเตรียมดูแลกฎกติกา สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ โอกาสนี้ได้เชิญสหรัฐ และผู้นำชาติอาเซียน เข้าร่วมการประชุมเอเปก ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพ.ย.นี้ ส่วนใหญ่ตอบรับ แต่ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ย้ำเร่งแก้ปัญหาพลังงาน-ยากจน
นายกฯ กล่าวว่า ในการประชุม ไทยได้เสนอไปยังประเทศมหาอำนาจว่า ต้องหาแนวทางเพื่อให้โลกเกิดความสงบสุขและปลอดภัย รวมถึงดูแลเรื่องมนุษยธรรมด้วย โดยบทบาทของไทยจะเน้นลดความขัดแย้ง ลดการเผชิญหน้าเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะยุติได้ในเร็วๆ นี้
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน คือเรื่องวิกฤตพลังงาน สินค้าขาดแคลน ความยากจน วันนี้พยายามแก้ไขทุกวิถีทาง สิ่งสำคัญที่สุดคือให้ประชาชนอยู่รอดให้ได้ก่อน และอยู่ด้วยความพอเพียงคือ ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ประหยัดหน่อย รัฐบาลพยายามทุ่มเทสรรพกำลังลงไปเต็มที่แล้ว จากนี้ถ้าเราทำโครงสร้างสำเร็จก็จะเกิดความยั่งยืน เช่น โครงการแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งเดินหน้าอยู่ มันจะทยอยดีขึ้นเรื่อยๆ อันนี้เป็นนโยบายที่เราเริ่มทำในปี 2565 ไม่ใช่ทุกคนจะหายจนหมดในปี 65 อย่างที่กล่าวๆกัน มันคงไม่ใช่ หลายอย่างต้องใช้เวลานานพอสมควร
วอนอย่าด้อยค่า-บิดเบือนกัน
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องพลังงาน เราพยายามดูให้ดีที่สุด อะไรที่เราดูแลได้เราก็ดูแล แต่ถ้าดูแลจนมากเกินไปอย่างอื่นมันไปหมดมันลากกันไปหมดเลย เพราะงบประมาณเกี่ยวพันกันทั้งหมด ฉะนั้น ในช่วงนี้ตนคิดว่าพวกเรา ทุกคนช่วยกันมองไปข้างหน้า มองปัญหามองไปข้างหน้า และร่วมมือกันแก้ปัญหา มากกว่าจะมาด้อยค่ากัน มาบิดเบือนกันและกัน ไม่เกิดประโยชน์เลย ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหา ประชาชนเดือดร้อน ลำบาก แล้วเราจะทะเลาะกันทำไม เราต้องหาทางทำอย่างไรให้สงบเรียบร้อยที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้คือ ความรักสามัคคีกัน ขอแค่นี้ เรื่องอื่นที่ยังไม่สำคัญ อย่าเพิ่งไปให้ความสำคัญกันมากนักเลย

ปลุกเสื้อแดง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เปิดเวทีปาฐกถาของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมปลุกพลังคนเสื้อแดงเลือกพรรคเพื่อไทย จะทำให้ประเทศชาติเจริญอีกครั้ง ชี้ต้องแลนด์สไลด์ จึงเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จ.สมุทรปราการ เมื่อ วันที่ 14 พ.ค.
‘อุ๊งอิ๊ง’นำทีมบุกสมุทรปราการ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดงานครอบครัวเพื่อไทย สมุทรปราการ นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรค ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยมาร่วมงานอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการแจกเสื้อยืดสีแดงสกรีน คำว่า ครอบครัวเพื่อไทย ให้กับผู้เข้าร่วมงาน
จากนั้นเวลา 12.30 น. น.ส.แพทองธารเดินทางมาถึงบริเวณที่จัดงาน ก่อนไปร่วมถ่ายรูปและพบปะพูดคุยทักทายกับผู้เข้าร่วมงาน โดยในงานได้ตั้งภาพพื้นหลังในการถ่ายภาพ AR ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งสามารถพิมพ์ออกมาเป็นของที่ระลึกได้
ชวนเลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์
ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.แพทองธารปาฐกถาตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ ปี 40 เรามีสมาชิกพรรคมากกว่า 14 ล้านคน แต่รัฐประหารได้พรากประชาชนไปจากพรรค วันนี้เราจะมารวบรวมทุกคนอีกครั้ง เพื่อกลับมาอยู่ด้วยกัน และเตรียมพร้อมกับศึกครั้งใหญ่ที่เต็มไปด้วยกับดักจำนวนมาก ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศดีกว่านี้ เราต้องได้อำนาจรัฐจึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ บันไดขั้นแรกคือแลนด์สไลด์ พรรคเพื่อไทยต้องชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่จะเกิดขึ้น ไม่ได้ถ้าพี่น้องเสื้อแดงไม่ร่วม และไม่อยู่ เคียงข้างพรรคเพื่อไทย
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา การเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ได้ทำลายครอบครัวมากมาย หลายคนเป็นผู้สูญเสีย อีกหลายคนไม่สามารถอยู่กับคนที่รัก ไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งตนเข้าใจดี เพราะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นกัน ตนนับถือหัวใจพี่น้องเสื้อแดงที่ผ่านความเจ็บปวดมา แต่ยังมีหัวใจประชาธิปไตย และอยู่เคียงข้างมาตลอด
สดุดีคนเสื้อแดงไม่เคยทิ้งกัน
“เชื่อว่าทุกคนยังมีความหวัง อย่าลืมเราคือครอบครัวเสื้อแดง ครอบครัวเพื่อไทย อุดมการณ์ของเรายังเหมือนเดิม เป้าหมายคือต้องการให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ให้โอกาส ให้สิทธิบนพื้นที่ประเทศ ทำให้ประชาชนกลับมามีศักดิ์ศรีอีกครั้ง” น.ส.แพทองธารกล่าว
หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ วันนี้ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีทางออก แต่เชื่อมั่นว่าถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะทำให้ประเทศชาติเจริญอีกครั้ง เราต้องการพลังจากพี่น้องเสื้อแดง ถ้ามีอุดมการณ์ประชาธิปไตย นั่นคือเรามีอุดมการณ์ และหัวใจเดียวกัน ขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงที่ ไม่เคยทอดทิ้งกัน วันนี้กลับบ้านของเรา กลับมาทำให้บ้านหลังนี้แข็งแรงเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปาฐกถาจบ นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ แกนนำเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ ได้มอบรายชื่อสมาชิกพรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ กว่า 5,000 รายชื่อแก่น.ส.แพทองธาร
วรชัยชู‘อุ๊งอิ๊ง’ผู้นำต่อสู้เผด็จการ
ขณะที่นายประเสริฐกล่าวตอนหนึ่งว่า บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านหลังแรก เราโดนทุบทำลายบ้านไป 2 ครั้ง แต่เขาทุบได้แค่หลังคาหน้าต่าง เพราะโครงสร้างที่แข็งแรงได้ลงเสาเข็มไปแล้ว สมาชิกครอบครัวของเราที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ไทยรักไทย และเราต่อสู้ใหม่ในบ้านหลังใหม่ แต่ดีเอ็นเอเดิม นั่นคือ พรรคเพื่อไทย เรายังต้องการสมาชิกมากกว่านี้ สมาชิกที่จะมาร่วมกันสร้างบ้านหลังใหญ่หัวใจเดิมให้แข็งแกร่งกว่าเดิม ขอมาร่วมกันอีกครั้ง
ด้านนายวรชัยกล่าวถึง “12 ปี พฤษภาเลือด” เหตุการณ์การชุมนุมและการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง โดยขอให้พี่น้องเสื้อแดงปรบมือให้ น.ส.แพทองธาร ผู้ที่จะสานต่อนโยบายของเรา และจะเป็นผู้ต่อสู้กับระบอบเผด็จการ พร้อมฝากถึงคนรุ่นใหม่ในการ เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ายังลงคะแนนกระจัด กระจายก็เหมือนนำคะแนนทิ้งลงทะเล เราจะต้องลงคะแนนรวมศูนย์อยู่ที่เดียว หากลงคะแนนให้พรรคนั้นพรรคนี้ รับรองว่าการ เลือกตั้งครั้งหน้าหมาคาบไปกินแน่นอน
‘เดียร์’อ่านจดหมายถึงเสธ.แดง
จากนั้นน.ส.ขัตติยาได้อ่านจดหมายถึง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งถูกลอบยิงที่ศีรษะเมื่อวันที่ 13 พ.ค.53 ด้วยเสียงสั่นเครือว่า 12 ปีที่ผ่านมา หลายสิ่งเปลี่ยนไป แต่บางอย่างยังเหมือนเดิม ประเทศไม่ก้าวหน้า เกิดรอยร้าว และแย่ลงไปมาก แต่พี่น้องเสื้อแดงยังสู้อยู่ คำว่าลูกเสธ.แดง มีค่ามาก ตนภูมิใจที่เป็น ลูกสาวเสธ.แดง หลายคนยังคนจดจำคุณพ่อฐานะผู้เสียสละ ที่เป็นทหารเคียงข้างประชาชนสิ่งที่คุณพ่อกระทำไม่ใช่การก่อการร้าย แต่การสลายการชุมนุมต่างหากคือก่อการร้าย คนเสื้อแดงไม่ใช่จำเลยสังคม เราได้รับศักดิ์ศรีคืน เพราะมีพรรคเพื่อไทย เป็นสถาบันการเมืองเคียงข้างประชาชนในการต่อสู้ และเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ความยุติธรรมกลับคืนมา
ลั่นฝ่ายปชต.ต้องจับมือให้แน่น
ต่อมาน.ส.จิราพรกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้การต่อสู้ของเรายังไม่จบ 12 ปีที่แล้วคนเสื้อแดงถูกผู้มีอำนาจใส่ร้ายป้ายสี ขอฝากไปยังคนสั่งฆ่าและคนที่ฆ่าพี่น้องเสื้อแดงว่า คนเสื้อแดงฆ่าไม่ตาย กระสุนจริงกว่า 1 แสนนัด พรากชีวิตของพวกเขาไปได้ แต่ไม่มีวันพรากจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คนเสื้อแดงยังอยู่ และพร้อมลุกขึ้นสู้ทุกเมื่อ หากบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยจะยืนหยัดต่อสู้ ขอเรียกร้องฝ่ายประชาธิปไตยจับมือกันให้แน่น ถึงเวลาแล้วที่ครอบครัวเสื้อแดง ต้องผนึกกำลังกับครอบครัวเพื่อไทย เพื่อให้ได้ชัยชนะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเชิญชวนพี่น้องกลับสู่บ้านเราครอบครัวเพื่อไทย เพื่อช่วยกันสู้ศึกใหญ่ที่ใกล้จะเกิดขึ้น ซึ่งยากกว่าทุกครั้ง ถ้าพี่น้องไม่กลับมาช่วย ก็ยากที่จะเอาชนะเขาได้ เพราะเขามีอำนาจรัฐอำนาจเงิน และอำนาจในการโกงทุกรูปแบบ จึงขอเชิญชวนทุกรุ่นทุกวัย เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะจ.สมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต ถ้าเราจะชนะแลนด์สไลด์ ต้องหาสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยให้ได้อย่างน้อยเขตละ2 หมื่นคน
ปลุกสั่งสอน‘ตู่’-ต้องชนะทั้งแผ่นดิน
“หลายปีที่ผ่านมา เขาทำลายทุกอย่าง จนประชาชนฮึกเหิมว่าถ้าเลือกตั้งเมื่อไหร่จะ สั่งสอนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องออกไป ที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยต้องกลับมา การเลือกตั้งทั่วประเทศ เราต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ให้ได้ ส.ส.มากกว่า 250 ที่นั่ง เชื่อว่าแม้ส.ว.อยากจะโหวตคนที่เขาอยากให้เป็นนายกฯ แต่เชื่อว่าเขาจะละอาย เพราะต้องคำนึงถึงเสียงประชาชน โอกาสจะเป็นของพวกเรา พรรคเพื่อไทยไม่ได้เกิดมา เพื่อเป็นฝ่ายค้าน แต่เกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาล ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาแสดงศักยภาพ เพื่อที่ประเทศจะได้หลุดพ้นจากหลุมดำที่พล.อ.ประยุทธ์นำมาครอบไว้ ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน” นพ.ชลน่านกล่าว
โวเพื่อไทยทำได้จริงตามสัญญา
ต่อมาเวลา 15.40 น. น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เรามารำลึกถึงวีรชนคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรามาทวนความจำว่าเราอยู่เคียงข้างกันและวันนี้เราก็ยังอยู่เคียงข้างกัน เมื่อถามว่าบรรยากาศวันนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเลือกตั้งทันทีหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า พรรคพร้อมมานานแล้ว เมื่อมีการกำหนดการเลือกตั้งเราพร้อมแน่นอน ทีมงานพรรคทำงานหนักทุกวัน เรารอที่จะคืนอำนาจรัฐให้ประชาชนเพื่อเป็นประชาธิปไตยเสียที
เมื่อถามว่านายทักษิณสามารถรวบรวมคนเสื้อแดงให้มาอยู่กับพรรคเพื่อไทยได้ จะทำแบบคุณพ่อได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ข้อแรก ตนยังไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ตอนนั้นสถานการณ์ของนายทักษิณ เป็นนายกฯ มันเป็นคนละสถานการณ์กัน ที่ผ่านมาเราต้องใช้ผลงานของพรรคเพื่อไทยเป็นตัวยืนยันกันมากกว่า เพื่อนำเสื้อแดงหรือประชาชนให้กลับมาเลือกเราอีกครั้ง รวมถึงผลงานของพรรคไทยรักไทยที่ผ่านมา เป็นตัวพิสูจน์ว่าพี่น้องจะรักเรา ไว้ใจเราและกลับมาเลือกเราหรือไม่ ในอดีตไม่ว่าเราจะสัญญาอะไรไว้กับประชาชน เราเป็นพรรคที่ทำได้จริงตามสัญญา ตรงนั้นมากกว่าที่จะดึงมวลชนกลับมา
มั่นใจกวาดสมุทรปราการยกจว.
เมื่อถามว่าคาดหวังว่าจะได้ส.ส.สมุทร ปราการยกเขตหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกพรรคก็หวัง เราก็หวังเช่นนั้น เรามั่นใจด้วยส่วนหนึ่ง เพราะเรามีความจริงใจและทำงานจริง ตนไม่อยากทำให้ประชาชนผิดหวัง แต่สุดท้ายแล้วประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นใหญ่ ฉะนั้น สิทธิ์ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน
ด้านนพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเชื่อมั่นว่ายุทธศาสตร์หลักในการทำสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย จะแพร่กระจายไปยังพื้นที่สมุทรปราการ ตามที่เราตั้งเป้าไว้อย่างน้อยเขตละ 2 หมื่นคน รวมแล้ว 4 แสนคน จะเป็นกำลังสำคัญ บวกกับเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ที่เข้มแข็ง มั่นใจว่าถ้าได้บอกนโยบายแก่ประชาชนแล้ว และประชาชนชื่นชอบมาอยู่กับเรา ปัญหาการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินก็จะหมดไป
เมื่อถามว่าจะสู้บ้านใหญ่ตระกูลอัศวเหมได้หรือไม่ เพราะการเลือกตั้งปี 62 กวาดไปหลายที่นั่ง นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราสู้ได้ เหตุการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประชาชนรู้ สิ่งที่ทุกคนพบเจอ เรามั่นใจว่าเราสู้ได้
ก้าวไกลเย้ย‘ตู่’แค่หลอกตัวเอง
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอวดผลงาน 8 ปีกับคนไทย ที่อยู่ในสหรัฐว่า พล.อ.ประยุทธ์พยายามบอกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นผู้นำที่ดี ส่วนการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ โดยมีโอกาสได้พบกับผู้นำสหรัฐ ตนคิดว่านายโจ ไบเดน รู้ดีว่าประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะที่โครงสร้างของประเทศล้าหลัง และมีผู้นำอย่างพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีที่มาไม่สง่างาม
นายประเสริฐพงษ์กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของสหรัฐ ที่ปฏิบัติต่อไทยในครั้งนี้ว่า มีผลประโยชน์อะไรหรือไม่ เพราะสหรัฐรู้ว่าดีพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีที่มาเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย จึงควรมีกำแพงในการติดต่อสัมพันธ์บ้าง หรือการลดความร่วมมือในบางเรื่อง เช่น การร่วมซ้อมรบทางการทหาร สหรัฐ ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจโลก และยึดแนวทางประชาธิปไตย ควรจะแสดงบทบาทต่อประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยให้ชัดเจนกว่านี้
อู๊ดด้าลุยหาเสียงช่วย‘ส.จ.เส็ง’
ที่จ.ราชบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยส.ส.พรรค อาทิ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.เขต 4 ราชบุรี พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลง พื้นที่ตลาดโพธาราม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ส.จ.เส็ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านให้การต้อนรับ ตั้งแถวมอบดอกไม้ พวงมาลัย เพื่อเป็นกำลังใจให้จำนวนมาก
นายจุรินทร์กล่าวว่า นายชัยทิพย์ เป็น ผู้สมัครส.ส.ครั้งที่แล้วของพรรค การทำงานจึงมีความต่อเนื่อง ทั้งตัวบุคคลและพรรค ทำให้เสียงตอบรับดีขึ้น ตนมั่นใจว่าชาวโพธาราม จอมบึง จะให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค ซึ่งมีศักยภาพ ไม่ทิ้งพื้นที่ จึงทราบปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี ถ้าได้รับเลือกตั้ง มั่นใจว่านายชัยทิพย์มีศักยภาพที่จะเป็นผู้แทนราษฎรที่ดี สมศักดิ์ศรีให้กับชาวโพธาราม จอมบึง ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย
กกต.แจงสีบัตรเลือกตั้งกทม.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งประชาสัมพันธ์เรื่องบัตรเลือกตั้งหลัง กกต.กทม. ร่วมกับ กกต.ประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครและผอ.การเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพฯ จัดสรรบัตรเลือกตั้ง ตลอดจนรับมอบบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และบัตรเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
โดยบัตรเลือกตั้งส.ก. จะมีขนาด A5 สีบัตรเลือกตั้งเป็นสีชมพู ส่วนบัตรเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จะมีขนาด A4 สีบัตรเลือกตั้งเป็นสีน้ำตาล ดังนั้น สำนักงาน กกต.ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทราบ เพื่อประโยชน์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ได้อย่างถูกต้องต่อไป
ซูเปอร์โพลชี้‘ชัชชาติ-สกลธี-เอ้’นำ
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจ เรื่องการตัดสินใจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพ มหานคร จำนวน 1,580 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 11-13 พ.ค. พบว่า ร้อยละ 71.1 จะไปเลือกตั้ง เพราะต้องการเลือกคนที่ชอบ เป็นหน้าที่ เป็นประชาธิปไตย ต้องการใช้สิทธิ์ ไม่รู้จะทำอะไรดี และเห็นประโยชน์ ร้อยละ 28.9 ระบุว่าจะไม่ไปเพราะไม่ว่าง เบื่อการเมือง ไม่เห็นแก้ปัญหาอะไรได้ ไม่รู้จะเลือกใคร
ที่น่าพิจารณาคือ ระดับการตัดสินใจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 35.9 ระบุยัง ไม่ตัดสินใจ รอใกล้วันเลือกตั้ง ร้อยละ 27.3 ยังไม่ตัดสินใจ กำลังหาข้อมูล ร้อยละ 25.4 ตัดสินใจแล้วแต่เปลี่ยนใจได้ ร้อยละ 11.4 ตัดสินใจแล้ว ไม่เปลี่ยนใจอีก
เมื่อถามว่าถ้าต้องตัดสินใจ จะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนใด พบว่าอันดับแรก หรือ ร้อยละ 24.3 จะเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 13.5 จะเลือกนายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 11.6 จะเลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 7.9 จะเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 6.9 จะเลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ขณะที่ร้อยละ 3.6 ระบุอื่นๆ น.ต.ศิธา ทิวารี และน.ส.รสนา โตสิตระกูล และร้อยละ 32.2 ยังไม่ตัดสินใจ
ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลการศึกษา ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กว่าร้อยละ 70 จะไป เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. และผู้สมัครทุกคน ยังมีโอกาสชนะ เพราะคนจำนวนมากที่สุดยังไม่ตัดสินใจ จึงต้องจับตาว่าจะ ตัดสินใจอย่างไรในวันเลือกตั้ง