จี้เทคะแนนสู้กลับชัชชาติ หน่อยเปิดสุพันธุ์หน.ศก.
ศึกผู้ว่าฯกทม.โค้งท้ายเดือด ขั้วนกหวีดเริ่มสับสน หมอระวีชวนแฟนคลับ ‘รสนา-สกลธี’ เทคะแนนหนุน‘อัศวิน’ สู้กับ ‘ชัชชาติ’ อ้างสกัดแผนแลนด์สไลด์ กกต.ยันหาเสียงราบรื่น ยังอยู่ในกติกา ไทยสร้างไทยเปิดตัว ‘สุพันธุ์’ อดีตประธานสภาอุตฯ นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ‘เจ๊หน่อย’ ย้ำพร้อมนั่งแคนดิเดตนายกฯ ยินดีมีชื่อ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นคู่แข่ง ‘จตุพร’ ชี้เป็นสิทธิ์เพื่อไทย ชวนคนเสื้อแดงกลับบ้าน แขวะแผนล้มตู่ชูป้อม สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ทางแก้ 3 ป. ต้องไปทั้งหมด ส.ว.ยันสูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ยังมีโอกาสพลิกในชั้นรัฐสภา ‘วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ’ ยื่นลาออกส.ว.

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวนายสุพันธุ์ มงคลสุธี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.
ทสท.เปิดตัวสุพันธุ์-หน.ทีมศก.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดตัวนายสุพันธุ์ มงคลสุธี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค โดยมีคณะ ผู้บริหารพรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งผู้แทนภาคธุรกิจ เอกชนเข้าร่วมงาน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต้อนรับนายสุพันธุ์ว่า เป็นวันที่พรรคภาคภูมิใจที่จะต้อนรับบุคคลที่มีความสามารถสูง ขอให้กำลังใจกับคนที่เสียสละมาทำงานให้บ้านเมือง นายสุพันธุ์สร้างเนื้อสร้างตัวจากบริษัทเล็กๆ มาเป็นเจ้าของกิจการในตลาดหลักทรัพย์ มั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจของเราไม่ได้เก่งแต่ตัวเลข ดูตัวเลขแล้ววิพากษ์วิจารณ์
ทสท.เป็นพรรคน้องใหม่ แต่จะเป็นพรรคทางเลือกใหม่ เป็นทางรอดของประเทศ วันนี้ประเทศติดกับดักความขัดแย้งมากว่า 15 ปี ทำให้ไม่สามารถเดินต่อได้ พรรคเราก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่จะรับฟังความเห็นต่างเพื่อกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร แต่ใช้เหตุใช้ผล มองทุกคนเป็นพี่เป็นน้อง
ด้านนายสุพันธุ์กล่าวว่า ได้คุยกับคุณหญิงสุดารัตน์เรื่องอุดมการณ์ มีแนวทางและเป้าหมายเดียวกันคือการช่วยคนตัวเล็ก ทำให้ทุกคนมีรายได้สูงขึ้น มีรายจ่ายลดลง อีกสิ่งที่สำคัญคือคุณหญิงสุดารัตน์เป็นคนที่เคารพและรักสถาบัน อันนี้คือข้อแตกต่าง เชื่อว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคต มีคนเข้ามามากที่สุด เพราะเป็นพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างเดียว
พร้อมแข่งอุ๊งอิ๊งชิงนายกฯ
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินเก้าอี้ ส.ส. ว่า ไม่ขอประเมินเพราะเป็นวิธีคิดการเมืองแบบเก่าที่ใช้วาทกรรม แต่ต้องพิสูจน์ตัวเอง “มั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยน แปลงประเทศได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถรู้ปัญหา เป้าหมายของพรรคคือเป็นรัฐบาล และมั่นใจว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะสามารถเปลี่ยน แปลงประเทศให้ดีขึ้นได้ และพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เพื่อเป็นทางเลือกใหม่”
เมื่อถามว่ามีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ หลายคน รวมถึงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตรกรรมพรรคเพื่อไทยด้วย คุณหญิง สุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีคนเสนอตัวเข้ามาทำงานการเมือง ถือว่าดีทั้งนั้น และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเดินแนวทางไหน อย่างไร
สร้างอนาคตไทยสวนพท.
นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวกรณีนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ พท. โพสต์พาดพิงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ว่า ขอแนะนำให้นายสมคิดลองใช้กูเกิ้ล ค้นหาดูว่าในยุคที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยประสบความสำเร็จในการบริหารเศรษฐกิจ จนเป็นที่ยอมรับ ใครเป็น รมว.คลัง ในขณะนั้น หากนายสมคิดอยากสร้างชื่อเสียงให้ตนเองได้เป็นที่รู้จัก ควรตั้งใจทำงานในพื้นที่ให้ดี ไม่ใช่เอาเวลามานั่งดิสเครดิต ใส่ร้ายผู้อื่น เพียงเพื่อหวังให้เจ้านายหันมามอง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่มีประสบการณ์และความสามารถมากพอที่จะกู้วิกฤตเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง และสอท.พยายามจะสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ถึงจุดขายด้านเศรษฐกิจของพรรค โดยไม่เพิ่มวาทกรรมและความเกลียดชังเข้าไปในสังคม ส่วนใครจะยึดแนวทางเก่าที่ทำให้สังคมแตกแยกก็สุดแล้วแต่ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง และหวังว่า พท.จะควบคุมพฤติกรรมและการแสดงออกของสมาชิกพรรคให้ดีกว่านี้

30 ปีพ.ค.ทมิฬ – เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดรำลึก 30 ปี พฤษภาทมิฬ 2535 อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต จำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับประชาธิปไตย และเสวนารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน ที่อาคารศิลาบาตร มหาวิทยาลัยรามคำแหง กทม. เมื่อวันที่ 16 พ.ค.
ชูป้อมนายกฯขัดเจตจำนงพฤษภา35
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์รำลึกครบรอบเหตุการณ์พฤษภา 35 ว่า จากการเสียสละเลือดเนื้อของประชาชนครั้งนั้น นำมาสู่ประเด็นทางการเมืองสำคัญ 3 เรื่อง 1.การยืนยันหลักการสำคัญคือ นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้งต่อต้าน นายกฯ คนนอก โดยเฉพาะนายกฯ จากการรัฐประหาร รวมถึงนายกฯ ที่ไม่ได้เป็นส.ส. ด้วยเรื่องนี้ มีคนจำนวนมากที่กังขาข้อเสนอ แม้กระทั่งจากญาติวีรชนฯ เองที่เสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯมาเป็นนายกฯ สำรอง แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ถ้ามาได้ก็ต้องมาตามกลไกรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจจากคสช. เปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอก ซึ่งขัดเจตนารมณ์การเสียเลือดเสียเนื้อของประชาชนปี 35 ชัดเจน
2.เรารณรงค์กันทุกปีเรื่องต่อต้านการนิรโทษกรรมผู้มีอำนาจที่ปราบปรามประชาชน ไม่ว่าจะพฤษภา 35 พฤษภา 53 กระบวนการยุติธรรมยังไม่บรรลุผลในการนำผู้มีอำนาจรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามมารับผิดชอบ และ 3.เสรีภาพสื่อมวลชนตกต่ำ ถูกควบคุมด้วยกลไกอำนาจรัฐ การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนแย่ลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากคดีความมั่นคง รวมถึงมาตรา 112 ดังนั้น วาระทางการเมือง 3 เรื่องหลักจากพฤษภา 35 ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน ถ้าไม่ให้วนไปสู่ลูปเดิมต้องยืนยันผลักดันให้ 3 เรื่องนี้บรรลุให้ได้
ก้าวไกลชี้ทางตันการเมือง
“เรื่องเฉพาะหน้าที่เสนอให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ แทนลุงตู่ จะยิ่งไม่เป็นทางออกทางการเมือง แต่จะยิ่งนำไปสู่ทางตันทางการเมือง ก้าวไกลยืนยันว่าทางที่ดีที่สุดคือ ยุบสภา” นายชัยธวัชกล่าว และว่า ส่วนเรื่องนายกฯ 8 ปี บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมันชัดเจนอยู่แล้ว ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าต้องนับย้อนหลังกลับไปด้วย หากถามว่า 8 ปีจะนับจากไหน ก็ต้องถามว่าความเป็นนายกฯ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไร ก็คือ ส.ค.57 ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เรื่องนี้รัฐบาลและนายกฯ ไม่ควรจะดึงดันให้เกิดปัญหาทางการเมือง แล้วไปบอกว่าถ้าข้องใจก็ให้ยื่นศาลรัฐ ธรรมนูญตรวจสอบ แต่แน่นอนว่าเมื่อเลยวันที่ 23 ส.ค.ไปแล้ว นายกฯ ยังชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เหมือนเดิม ฝ่ายค้านคงมีการยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
สำหรับการเตรียมการยื่นญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เบื้องต้นช่วงต้นเดือนมิ.ย. หลังวาระ 1 ของกฎหมายงบประมาณ 2566 เสร็จแล้ว ฝ่ายค้านจะส่งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย รวมถึงประเด็นการอภิปรายในรอบแรก เพื่อไปร่างญัตติฯ โดยปลาย มิ.ย.คิดว่าจะมีการสรุปชัดเจนทั้งรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย รวมถึงประเด็นการอภิปราย
สว.วิสุทธิ์ยื่นลาออก
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิ เผยว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ส.ว. ได้แจ้งทางไลน์ “เพื่อนส.ว.” เพื่อลาเพื่อนๆ ว่าได้ยื่นใบลาออกจากส.ว.ต่อประธานวุฒิสภาแล้ว โดยให้มีผลวันที่ 16 พ.ค. นายวิสุทธิ์ให้เหตุผลการลาออกครั้งนี้ว่าทำหน้าที่ ส.ว.มาครบ 3 ปีแล้วที่ได้ร่วมงานกันมา และยินดีรับใช้ทุกคนเหมือนเดิม ส.ว.ทุกคนก็ชื่นชมและให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิสุทธิ์ยื่นหนังสือลาออกต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เมื่อ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยวันที่ 17 พ.ค. เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภา จะนำหนังสือลาออกดังกล่าวไปลงในระบบ ต่อไป
สว.ยันสูตรหาร 100 มีโอกาสพลิก
พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ส.ว. กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้สัมภาษณ์กรณีกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส.ว.จะหารือถึงเรื่องสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนโหวตในสภาหรือไม่ว่า ต้องหารือกัน เพราะส.ว. 14 คน ถือเป็นตัวแทนของวุฒิสภา แล้วส.ว.ที่เป็นตัวแทนไปโหวตในกมธ.ต้องชี้แจงให้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมโหวตเอาสูตร 500 หรือ สูตร 100 เมื่อถามว่าเสียง ส.ว.จะแตกหรือไม่ เพราะการโหวตในชั้นกมธ.ก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ยังไม่ได้เปิดสภาจึงยังไม่ได้คุยกัน เปิดสภาก่อนถึงจะรู้
เมื่อถามว่าคิดว่าเสียงโหวตในที่ประชุมรัฐสภาจะเหมือนในชั้นกมธ.หรือไม่ เพราะมีคนระบุกมธ.ว่าอย่างไรเสียงในสภาก็ตามนั้น พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ตนไม่มองอย่างนั้น เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่กมธ.เสนอมาและถูกแก้ในการประชุมรัฐสภา และถูกตีตกไปก็มี เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าก็มีโอกาสที่อาจพลิกไม่ใช่สูตรหารด้วย 100 ใช่หรือไม่ พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ยังสรุปไม่ได้ คนที่ออกมาพูดด่วนสรุปทั้งนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ชี้สกัดพรรคเล็ก-ขัดเจตนารธน.
เมื่อถามว่ามีคนระบุสูตรหาร 500ไม่สามารถอ้างกฎหมายได้เลย คนที่โหวตก็ความต้องการทางการเมือง พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ปัญหาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้วทำด้วยความเร่งรีบ ขาดความรอบคอบ แก้มาตรา 91 แต่ไม่ได้แก้ 93, 94 จึงเกิดเนื้อหาขัดแย้งกัน ทุกคนตีความตามความเห็นตัวเอง แม้ บางคนบอกว่าต้องถือเอาของใหม่เป็นหลัก ถ้าอย่างนั้นแก้รัฐธรรมนูญมาตราเดียว มาตราที่เกี่ยวข้องต้องถูกลบล้างหมดซึ่งไม่ใช่ บางคนตีความ มาตรา 91ไปลบล้างมาตรา 93 และ 94 พูดเองคิดเองทั้งนั้น
ข้อสำคัญแก้รัฐธรรมนูญแค่ 3 มาตรา จะแก้เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 60 ทั้งฉบับเลยมันไม่ใช่ แก้แค่วิธีการว่าใช้บัตรกี่ใบแต่เจตนารมณ์ต้องอยู่ ซึ่งเจตนารมณ์คือให้พรรคเล็กเกิดขึ้นได้ เพื่อเป็นทางเลือก ถ้าแก้เอาสูตรคำนวณหาร 100 ก็ขัดเจตนารมณ์ตรงนี้ชัดเจน เพราะพรรคเล็กมีโอกาสเกิดยาก เอาไว้พูดกันในที่ประชุม ถ่ายทอดทางทีวี ให้รู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมถึงโหวตแบบนี้ ประชาชนจะได้ตัดสินใจ และรู้ว่าใครเป็นใคร
จตุพรไม่ขัดอุ๊งอิ๊งชวนเสื้อแดง
เวลา 14.00 น. ที่ลานกิจกรรมใต้อาคารศิลาบาตร ม.รามคำแหง เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม “รำลึก 30 ปี พฤษภาทมิฬ 2535” เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี เหตุการณ์พฤษภา 35 ในวันที่ 17 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมนิทรรศการรำลึกพฤษภาทมิฬ 2535 พิธีสงฆ์เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ การจำหน่ายหนังสือเนื้อหาเกี่ยวกับประชาธิปไตย การจัดบูธล่ารายชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 ปลดล็อกท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า และการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน” โดยมีผู้ร่วมเสวนา เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล
เวลา 15.30 น. นายจตุพรให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ประกาศชวนคนเสื้อแดงกลับบ้าน ว่า เป็นสิทธิ์ของน.ส.แพทองธาร ที่จะชวนคนเสื้อแดงกลับบ้าน และก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะตัดสินใจ เป็นปรากฏ การณ์ และเป็นสิทธิ์ที่ทำได้
ส่วนถ้า พท.ชู น.ส.แพทองธาร เป็น นายกฯ กังวลจะนำไปสู่การรัฐประหารหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนสูงที่สุดสามารถเป็นนายกฯ ได้ และไม่เฉพาะน.ส.แพรทองธาร ใครก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่อีกไกลยังไม่รู้ว่ามีเลือกตั้งเมื่อไร กฎกติกาก็ยังไม่ชัด ที่เห็นออกมาวันนี้ลับลวงพรางทั้งสิ้น ของจริงยังไม่เปิดเผย ส่วนการรัฐประหารเกิดจากหลายปัจจัยก็ต้องดูบทเรียนในอดีต หากเดินเส้นทางหนึ่งแล้วก่อให้เกิดปัญหาก็ต้องหลีกเลี่ยง ต้องวิเคราะห์ว่าจะนำไปสู่ปัญหาแบบเดียวกันหรือไม่
ชี้ทางแก้ 3ป. ต้องออกไปทั้งหมด
เมื่อถามว่ามองอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร นายตุุพรกล่าวว่า วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่อยู่ในสภาพที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ ถ้าจะอยู่จนครบ 8 ปี หรืออยู่เกิน 8 ปี อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ดูแววตาประชาชน ถ้าไม่สามารถสร้างความผาสุกให้คนไทย ก็ควรจะเสียสละ ซึ่งไม่ว่าใครถ้าประชาชนเลือกมาก็มีสิทธิ์เป็นนายกฯ ทั้งสิ้น เชื่อว่าคนที่เข้ามาก็ล้วนทำหน้าที่ได้ดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็มีแรงบันดาลใจ ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เหมือนพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อะไรเลย ปรับปรุงก็ไม่ได้ ปฏิรูปอะไรไม่ได้สักอย่าง
เมื่อถามถึงกรณีมีการเสนอชื่อพล.อ. ประวิตร เป็นนายกฯ สำรอง นายจตุพรกล่าวว่า ยุทธการแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นและไม่เกิดประโยชน์ เพราะต่อให้ร้อยประยุทธ์หรือร้อยประวิตรก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การเอาพล.อ.ประยุทธ์ลง และเอาพล.อ.ประวิตรขึ้นนั้น เป็นการสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ สุดท้ายทั้งคู่จะไม่มีวันทะเลาะกัน วิธีแก้ปัญหาทางเดียวที่สามารถเป็นไปได้คือทั้ง 3 ป. ต้องไปทั้งหมดพร้อมกัน
อ.ปริญญาจี้ปิดสวิตช์สว.
เวลา 16.30 น. ที่ลานกิจกรรมใต้อาคารศิลาบาตร มีกิจกรรม “รำลึก 30 ปี พฤษภาทมิฬ 2535” โดยมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันทยอยขึ้นเวทีกล่าวรำลึกเหตุการณ์ ก่อนมีการเสวนาเรื่อง“รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน”
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ไทยมีรัฐธรรมนูญ มาหลายฉบับ ฉบับ 60 ถือว่าเลวร้ายที่สุด เพราะให้อำนาจส.ว.เลือกนายกฯได้ และเขียนให้แก้ได้ยากที่สุด ย้อนไปการทำประชามติรัฐ ธรรมนูญ 60 พล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ ขอให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 3 เดือนจะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี การแก้ไขต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ถ้าเป็นส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจริงๆ คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่นี่เป็นส.ว.ลากตั้ง คสช.ไม่ไฟเขียวก็ไม่สามารถแก้ได้
แนะแบนนักการเมืองชูเผด็จการ
นายปริญญา กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก่อนมีการเลือกตั้ง คือการแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกฯ อีกเรื่องสำคัญที่ต้องแก้คือการรวมศูนย์อำนาจ เพราะผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะเลือกตั้ง 22 พ.ค. รมว.มหาดไทยก็ยังมีอำนาจสั่งปลดผู้ว่าฯ สั่งยุบสภากทม.ได้ ไม่ต้องพูดถึง อบจ. เทศบาล อีกเรื่องคือการแก้ไขกฎหมายที่ให้ตำรวจอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกฯ ทำให้มีการใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้ยากถ้าเราก้าวไม่พ้นความกลัว วันนี้นักการเมืองจำนวนมากไม่กล้าท้าทายเผด็จการ กลัว จึงตามไปเข้าคอกเผด็จการ หากมายืนอยู่ข้างประชาธิปไตยจะมีแต่หายนะ จึงเชื่อว่าการแก้ มาตรา 272 เป็นไปได้ยาก ไม่สามารถทำได้ วันนี้จึงต้องปลุกประชาชนให้มีความกล้าที่จะไม่เลือกนักการเมืองที่ สยบยอม
กกต.ยันหาเสียงโค้งท้ายยังราบรื่น
นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กต.กทม. กล่าวถึงการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. ช่วงโค้งสุดท้ายว่า การหาเสียงของ ผู้สมัครที่ผ่านมาปฏิบัติอยู่ในกรอบกติกาที่ดีแล้ว ไม่มีประเด็นใส่ร้ายป้ายสี ไม่มีการสาดโคลน เป็นการหาเสียงตามกติกา เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงยังไม่มีรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ มีแต่เสียงพูดกันไปพูดกันมา ซึ่งเราให้สายข่าวหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปเดินในพื้นที่ตลอดอยู่แล้ว
ส่วนกรณีมีการแจ้ง กกต.กทม.เกี่ยวกับการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ก.บางราย ที่อาจหาเสียงเกินหน้าที่และอำนาจ และกรอบเงินงบประมาณนั้น จากการสืบสวนไต่สวนของ กกต. ปรากฏว่ายังอยู่ในกรอบหน้าที่และอำนาจอยู่
กก.โพสต์คลิปค้านรฟฟ.สีเขียว
09.15 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 3.58 นาที เรื่องหยุดต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมระบุข้อความว่า “เลือกวิโรจน์ หยุดต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว! เลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาคนกรุงเทพขึ้นรถไฟฟ้าแพงไปอีก 40 ปี” เนื้อหาช่วงหนึ่งระบุ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตาม ม.44 ตั้งคณะกรรมการลึกลับเจรจาเงื่อนไขสัมปทาน มัดมือชกให้ กทม.ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าไปอีก 30 ปี เก็บค่าโดยสารได้สูงสุด 65 บาท/เที่ยว โดยคีย์แมนเจรจามีชื่อ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.จาก ม.44 แทนที่จะปกป้องผลประโยชน์ให้คนกทม. กลับบอกว่าแล้วแต่ผู้ใหญ่ ทำตามคำสั่งอย่างเดียว
ต่อมาเฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ ลบข้อความบรรยายประกอบคลิปดังกล่าวช่วงที่เขียนถึงนายสุชัชวีร์ และต่อมาได้ลบทิ้งไปทั้งคลิป ในขณะที่เพจพรรคก้าวไกลลงคลิปดังกล่าวโดยไม่มีการตัดข้อความใดๆ ออก
นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่เขตบางขุนเทียนช่วย ผู้สมัครส.ก.หาเสียง พร้อมกล่าวว่า เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว หลังจากการเดินทางไปเกือบทั่วทุกเขต พี่น้องประชาชนชัดเจนมากขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงกทม.จำเป็นต้องมีผู้บริหารเมืองที่พร้อมแก้ปัญหาถึงรากฐาน และจำเป็นต้องมีทีม ส.ก.จากพรรคเดียวกัน โดยหลังปราศรัยใหญ่ของพรรคยิ่งสัมผัสได้ว่าพี่น้องประชาชนตอบรับมากขึ้น มั่นใจ 22 พ.ค.นี้ พรรคจะพลิกแซงเข้าวิน ได้มีนายวิโรจน์ เป็นผู้ว่าฯ และมีส.ก.เกินครึ่งสภากทม.

ศึกกทม. – นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ก. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าประชาชนย่านวงเวียนใหญ่ กทม. ช่วยหาเสียงให้นายโกสินทร์ สุทธิรัตน์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคลองสาน เบอร์ 4
หมอระวีปลุกโหวตคว่ำชัชชาติ
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก เลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ดี ??? ระบุเพื่อนส่งข้อความมาให้ทางไลน์อ่านแล้วรู้สึกว่าใช่เลย จึงส่งต่อให้พี่น้องชาวพลังธรรมใหม่และชาวกทม. ข้อความระบุ โพลทุกสำนักนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำโด่งตั้งแต่แรกถึงโค้งสุดท้าย ชัยชนะของนายชัชชาติคือการเริ่มต้นแลนด์สไลด์ที่กทม. ตามยุทธการกินทีละคำของนายทักษิณ ชินวัตร คำแรกคือหลอกล่อให้พรรคใหญ่ตกหลุมแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คำที่สองก็คือชนะแลนด์สไลด์ใน กมธ.แก้กฎหมายลูก ใช้สูตรหารด้วย 100 คำที่สามแลนด์สไลด์เลือกผู้ว่าฯ กทม. คำที่สี่ ล็อบบี้ ส.ส.ในสภาคว่ำนายกฯ จะไม่มีหัวหน้าพรรคใดมาแข่งกับอุ๊งอิ๊งได้ คำที่ห้าชนะเลือกตั้งทั่วไปแบบแลนด์สไลด์ พท.เป็นรัฐบาล ปูทางสู่การกินคำที่หก การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ทักษิณกลับบ้านมาอย่างหล่อๆ เชิญชวนคนกทม.สกัดแลนด์สไลด์ โหวตเลือก ผู้ว่าฯ กทม.ทางยุทธศาสตร์ ให้คนที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะชนะนายชัชชาติ หยุดโหวตคนที่ใช่คนที่ชอบเพราะคะแนนจะแตก สุดท้ายนายชัชชาติและนายทักษิณมาแน่นอน
ชวนแฟนรสนา-สกลธีหนุนอัศวิน
“พี่น้องชาวพลังธรรมใหม่ น่าจะเลือก น.ส.รสนา รองลงมาก็คือนายสกลธี ที่เคยทำงานร่วมกับคุณหมอระวีในกปปส. แต่เมื่อติดตามโพลต่างๆ แล้วโอกาสที่ทั้ง 2 ท่าน จะชนะนายชัชชาติน่าจะเป็นไปได้ยาก ผมทราบว่าแม้ในใจลึกๆ ทีมพลังธรรมใหม่จะเชียร์ 2 ท่านนี้ แต่สุดท้ายเสียงจะแตกออกเป็น 4 ทิศคือ นายสุชัชวีร์, พล.ต.อ.อัศวิน, นายสกลธี และน.ส.รสนา และจะจบลงที่นายชัชชาติ ชนะขาดลอยแบบแลนด์สไลด์ เสียดายที่ทั้ง 4 ท่าน ทางแก้ไขในขณะนี้มีอยู่ทางออกเดียวคือ ร่วมกันโหวตทางยุทธศาสตร์ ร่วมกันเลือกคนเดียวที่จะไปชนะนายชัชชาติได้ หันไปร่วมกันโหวตให้พล.ต.อ.อัศวิน เบอร์ 6 คนที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะคว่ำนายชัชชาติได้” นพ.ระวี โพสต์จากคำของเพื่อน
สกลธีไม่หวั่นถูกตีปม‘กปปส.’
ด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เบอร์ 3 ลงพื้นที่ในเขตสวนหลวง ไปเคารพศาลย่านาค วัดมหาบุศย์ และสำรวจคลองพระโขนง ก่อนไปหาเสียงที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ
นายสกลธีกล่าวว่าช่วงโค้งท้ายจะยังคงลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงโดยตรง การมีดีเบตเวทีถี่ขึ้นเห็นว่าเป็นประโยชน์ หากไม่ติดอะไรจะตอบรับคำเชิญ ไม่ว่าเวทีนั้นหรือรายการต่างๆ จะเป็นบวกหรือลบกับตน บางคนอาจคิดว่าไม่ไปดีกว่าเพราะกลัวพลาดแต่ตนคิดว่าการจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.แต่ไม่บอก ไม่ชี้แจง หรือไม่ตอบคำถามอะไรก็ลำบาก สำหรับการปราศรัยปิดวันที่ 20 พ.ค.นี้ที่วงเวียนใหญ่ จะมีผู้สนับสนุนต่างๆ รวมไปถึงกลุ่ม ส.ก. ที่เห็นด้วยและพร้อมทำงานร่วมกันมาขึ้นเวทีด้วย
การหาเสียงยุคนี้มีการโจมตีกันทางสื่อ โซเชี่ยล สร้างเฟกนิวส์หรือใช้ไอโอมาดิสเครดิต ตนมั่นใจไม่มีอะไรเสื่อมเสีย มีเพียงประเด็นที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. ที่ไม่เคยปิดบัง และยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่เคยลบอดีตจากการที่เขียนโพสต์ต่างๆ จึงไม่ได้กังวล เมื่อถามว่าการที่มีคนดังประกาศสนับสนุน ร่วมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีผลต่อคะแนนนิยมหรือไม่ นายสกลธีกล่าวว่า นายสุเทพเปรียบเสมือนอาจารย์ของตนตั้งแต่สมัยอยู่ ปชป. และเอ็นดูตนมาตั้งแต่ต้นซึ่งเป็นเรื่องปกติ กระแสก็จะมีสองมุมอยู่แล้วทั้งกลุ่มสนับสนุนและไม่สนับสนุน
พปชร.ปราศรัยใหญ่เย็นนี้
น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายว่า นายอภิชัย เตชะอุบล ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งส.ก. จะนำทีมผู้สมัครส.ก. ปราศรัยหาเสียง 17 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. แม้พรรคจะไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แต่ให้ความสำคัญกับส.ก.โดยส่งผู้สมัครส.ก.ครบทั้ง 50 เขต จึงขอย้ำว่าพวกเรามาทำงานกันจริงๆ ไม่ได้มาเล่นๆ จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัย รับฟังเหตุผลและเป้าหมายการทำงานของผู้สมัครส.ก.ในครั้งนี้