ขอแลนด์สไลด์ กมธ.สอบ-ใช้งบ ผ่า‘จีที200’แพง
วิปฝ่ายค้านนัดวันนี้ เคาะรายชื่อรมต.ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำยื่นญัตติ 15 มิ.ย. เพื่อไทยแย้ม ‘3 ป.-สันติ’เป้าใหญ่ นิด้าโพลเผยประชาชนเชื่อรัฐบาล‘บิ๊กตู่’อยู่ครบเทอม ‘โอ๊ค’ นำครอบครัวเพื่อไทยลุยสุรินทร์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ผิดหวังไม่ได้เจอชาวบ้านเพราะติดโควิด แกนนำพรรคปลุกชาวอีสานพาเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ปชป.คึกคักเปิดตัว 17 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง ‘จุรินทร์’ มั่นใจสมัยหน้าได้เก้าอี้มากกว่าเดิม กมธ.จัดทำและติดตามงบของสภาจ่อเรียกสวทช.สอบไขนอต จีที 200 เครื่องละหมื่น
นิด้าโพลเชื่อรัฐบาลบิ๊กตู่ครบเทอม
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ประชาชนมองอนาคตรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร” สำรวจระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 1,326 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะสามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี ในเดือนมี.ค.66 หรือไม่ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0
จากการสำรวจถึงความคิดเห็นของประชาชนต่ออนาคตรัฐบาลของพล.อ. ประยุทธ์ ร้อยละ 46.23 ระบุว่า จะสามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี ในเดือนมี.ค.66 แน่นอน รองลงมา ร้อยละ 28.81 ระบุว่า จะไม่สามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี และร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าจะสามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี หรือไม่
เมื่อถามตัวอย่างที่ระบุว่า รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี และไม่แน่ใจว่าจะสามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี หรือไม่ (จำนวน 713 หน่วยตัวอย่าง) ว่าหากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถอยู่จนครบเทอม 4 ปี ท่านคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภา หรือลาออกหรือถูกให้พ้นจากตำแหน่งโดยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ พบว่า ร้อยละ 45.58 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศยุบสภา รองลงมา ร้อยละ 32.68 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกให้พ้นจากตำแหน่งโดยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 21.74 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศลาออก
โฆษกรัฐโต้แจกโบนัสพรรคเล็ก
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลให้โบนัสพรรคเล็กโดยให้ที่นั่งเก้าอี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ว่า เรื่องนี้รัฐบาลคงไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไร เพราะเป็นการดำเนินการของสภา รัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายอะไรได้
เท่าที่ทราบ การที่พรรคเล็กได้ที่นั่ง เก้าอี้กมธ. ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพียงแต่ที่ผ่านมาบางครั้งอาจจะได้ 1 คน หรือบางครั้งได้ 2 คน ซึ่งเป็นพิจารณาของสภา รัฐบาลไม่สามารถไปกำหนดอะไรได้ ไม่อยากให้ฝ่ายค้านพยายามโยงทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชนยังพยายามโยงให้เป็นเรื่องการเมือง เพียงเพื่อหวังจะดิสเตรดิตรัฐบาลเท่านั้น
หากพบว่ามีข้อสงสัยในชั้นกมธ. ฝ่ายค้านสามารถใช้กลไกของสภาดำเนินการตรวจสอบได้อยู่แล้ว และรัฐบาลพร้อมชี้แจงถึงเหตุผลและความสำคัญ ขอเพียงแค่ฝ่ายค้านเมื่อจำนนต่อหลักฐาน ควรออกมาขอโทษด้วย ไม่ใช่บิดเบือนรายวันโดยไม่คิดจะแสดงความรับผิดชอบใดๆ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความเด็ดขาด จะไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตอย่างแน่นอน การออกมาบิดเบือนว่ามีความพยายามแบ่งผลประโยชน์ให้กับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็กในชั้นกมธ.งบนั้น เป็นการมโนเอาเอง
“ต้องขอบคุณ ส.ส.ฝ่ายค้านบางท่าน ที่โหวตสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบฉบับนี้ เพราะประชาชนกำลังรอเม็ดเงินตรงนี้เข้าไปแก้ปัญหาให้กับเขาอยู่ ดังนั้น พรรคฝ่ายค้านควรเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนอย่างที่ ส.ส.เหล่านี้เห็นบ้าง ไม่ใช่จ้องแต่จะดิสเครดิตรัฐบาล แล้วโยนบาปให้ ส.ส.ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนว่าเป็นงูเห่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เชื่อว่าแม้ฝ่ายค้านจะโยนบาปให้ ส.ส.เหล่านี้ว่าเป็นงูเห่า แต่เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เข้าใจการตัดสินใจของท่านว่าทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน” นายธนกรกล่าว
กมธ.จ่อเรียกสวทช.สอบผ่าจีที 200
นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะประธานกมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงกลาโหมว่าจ้างสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ตรวจสอบเครื่องจีที 200 จำนวน 757 เครื่อง วงเงิน 7.57 ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นหลักฐานประกอบการเรียกค่าเสียหายแก่บริษัทผู้ผลิต ซึ่งถูกวิจารณ์เป็นการว่าจ้างแพงเกินไปในราคาเครื่องละ 10,000 บาท ว่า ดูแล้วมีประเด็นน่าสงสัย เพราะหน้าที่หลักสวทช.ควรเป็นเรื่อง เกี่ยวกับงานวิจัยมากกว่าการตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องมือ
เรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจและความเชี่ยวชาญโดยตรงมากกว่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะราคาตรวจสอบเครื่องละ 10,000 บาท จะมีความเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเทียบกับการให้หน่วยงานอื่นในประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ มาตรวจสอบแทน อย่างนายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมแกะมาตรวจสอบให้ฟรีๆ เพราะเป็นแค่การไขนอตธรรมดาไม่ยุ่งยาก
“ขณะนี้กมธ.รวบรวมข้อมูลอยู่ คาดว่าอีก 2 สัปดาห์ กมธ.จะเรียกสวทช. มาให้ข้อมูลถึงการมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ความเชี่ยวชาญ และข้อสงสัยเรื่องราคาตรวจสอบเครื่องละ 10,000 บาท ตลอดจนเรียกตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) มาให้ข้อมูลผลการตรวจสอบบัญชีของแต่ละหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องจีที 200 ถ้ามีประเด็นสงสัยเพิ่มเติม จะตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป” นายไชยากล่าว
ก้าวไกลจี้นายกฯแจงให้เคลียร์
ที่พรรคก้าวไกล(ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า จากการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ 66 ในสภาเรื่องกองทัพใช้เม็ดเงินกว่า 7 ล้านบาท จ้างตรวจเครื่องจีที 200 นั้น ถือเป็นการใช้เม็ดเงินที่พิสูจน์ให้เห็นว่าใช้อย่างไร้ประโยชน์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้ได้จริง เป็นไม้ล้างป่าช้า สวทช.ก็ชัดเจนว่าอุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้จริง และสามารถเอาผิดกับเอกชนได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้เงินภาษีประชาชนไปตรวจสอบเครื่องนี้อีกถึงเครื่องละ 10,000 บาท เพราะคนทั่วไปใช้ไขควงอันเดียวก็สามารถพิสูจน์ได้แล้ว
กระบวนการตรวจสอบจีที 200 เป็นงบของปีที่แล้ว แต่ปัญหาคือทำไมเราไม่รู้ นี่คือปัญหาที่ทำให้เห็นว่ากมธ.ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ จึงทำให้ประชาชนไม่รู้ว่ากองทัพ หรือโครงการต่างๆ มีงบอย่างไร กองทัพมักบอกว่าเป็นโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงเปิดเผยไม่ได้ ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องทำความเข้าใจกันว่างบ หรือโครงการต่างๆต้องทำให้ผู้แทนราษฎรเข้าถึงข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อให้รู้ว่าโครงการไหนควรทำไม่ควรทำ หรือควรตัดไม่ควรตัด ถ้าเรารู้ว่ามีโครงการแบบนี้ตั้งแต่ต้น จะไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบนี้แน่นอน
ส่วนพรรคจะยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ คงต้องคุยกัน ตอนนี้รอคำตอบจากนายกฯ ก่อน เราให้โอกาสท่านชี้แจงให้ประชาชนมีความกระจ่าง โฆษกกองทัพออกมาชี้แจงก็ไม่กระจ่างเพราะไปโบ้ย องค์กรอื่น ไม่สามารถทำให้ผู้แทนราษฎรเข้าใจได้อย่างแท้จริง
อัดจัดงบอุ้มนายทุน-เมินเอสเอ็มอี
นายรังสิมันต์กล่าวว่า สำหรับการจัดทำงบของสภาครั้งนี้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก และน่าเสียดายว่าเป็นการทำเหมือนเดิมไม่มีอะไรแตกต่าง แล้วจะฟื้นฟูประเทศได้อย่างไร ซึ่งประชาชนคาดหวังคำตอบจากนายกฯ และปัญหาที่สะท้อนออกมาอย่างแรกคือ เป็นการใช้กับอดีต ไม่มีการเตรียมความพร้อมกับอนาคต เพราะมีการจัดเตรียมสำหรับอนาคตเพียงแค่ 30% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นงบประจำและงบผูกพัน ซึ่งไม่สามารถปรับใช้อย่างยืดหยุ่นต่ออนาคตได้
การจัดทำงบครั้งนี้ช่วยทุนใหญ่แต่ ไม่ให้ความสำคัญกับรายเล็ก หรือเอสเอ็มอี แล้วรากฐานประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร นอกจากนี้ รัฐบาลเน้นส่งเสริมในส่วนที่ตัวเองต้องการไม่สามารถสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ ยุคนี้เป็นยุคซอฟต์เพาเวอร์ สนับสนุนศิลปินสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่รัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังกับการจัดทำงบในส่วนนี้ และงบกระจุกตัวรัฐส่วนกลางมากกว่าท้องถิ่น
พรรคได้ตั้งตัวแทน 6 คนเข้าไปร่วมเป็นกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ เพื่อทำให้งบของประชาชนถูกใช้อย่างมีประโยชน์ให้มากที่สุด ขอให้ประชาชนช่วยกันติดตามในทุกสัปดาห์ของการจัดทำงบ เพราะเราจะนำข้อมูลที่มีการพูดคุยกันในกมธ. มานำเสนอให้ประชาชนรู้ว่าเงินภาษีประชาชนถูกใช้อย่างไร มีประโยชน์อย่างไร และกมธ.ชุดนี้ ได้ตัดลดงบที่ ไม่จำเป็นไปแล้วเท่าไหร่ พรรคก้าวไกลจะทำงานอย่างเต็มที่
ซักฟอกขยี้ทุจริต-บริหารผิดพลาด
ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป้าหมายหลักคือ 3 ป. ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ว่า ขอไม่เปิดเผย จนกว่าจะพูดคุยกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ในวันที่ 6 มิ.ย.ให้เรียบร้อยก่อน
“การอภิปรายเน้นเรื่องคอร์รัปชั่นและการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ขอย้ำว่าการคอร์รัปชั่น การกินหัวคิว ประเทศเสียหาย 20-30% และยิ่งเวลาที่รัฐบาลตัดสินใจอะไรผิดพลาดเกิดการใช้งบไม่เหมาะสม เสียหายมากกว่าการมีคอร์รัปชั่นเสียอีก การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนผสมระหว่างเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น กับการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาลกับ งบแผ่นดิน” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
‘สุทิน’แย้ม‘3ป.-สันติ’เป้าซักฟอก
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กังวลเสียงฝ่ายค้านในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เนื่องจากการอภิปรายโหวตร่างพ.ร.บ.งบ เสียงฝ่ายค้านที่ไม่เป็นเอกภาพ ว่า ไม่กังวล อย่างที่รู้คนที่เขาจะไปจะย้าย เขามีเป้าหมายของเขา ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต่างกับพ.ร.บ.งบ เพราะการโหวตงบ มีข้ออ้างได้ว่างบในพื้นที่จัดไปแล้วชาวบ้านรู้แล้วว่าจะได้งบอย่างไร ถ้าผู้แทนของชาวบ้านยกมือโหวตคว่ำ ผู้แทนเองอาจจะเสียหาย แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องกล่าวหารัฐบาลอย่างเดียว ไม่มีข้ออ้างที่จะไปแก้ตัวกับชาวบ้าน การอภิปรายไม่ไว้วางใจเรายังคงเดินหน้าเต็มที่ ใครจะไปจะมาหรือจะมายกมือกับเรา ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปคาดหวังเขา
ผู้สื่อข่าวถามถึงรัฐมนตรีที่พรรค เพื่อไทยจะอภิปราย ขณะที่พรรคก้าวไกลเปิดชื่อ 3ป. นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ต่างกัน นอกจาก 3ป. จะมีกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนมากๆ
เมื่อถามว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง มีอยู่ในรายชื่อที่ถูกซักฟอกของพรรคเพื่อไทย ด้วยหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เราจะตรวจสอบข้อมูลกันครั้งสุดท้ายในวันที่ 6 มิ.ย. ซึ่งนายสันติ ก็อยู่ในข่าย ในวันที่ 6 มิ.ย. แต่ละพรรคจะยื่นญัตติส่วนตัว มาเขียนญัตติรวม และพร้อมยื่นต่อประธานสภาในวันที่ 15 มิ.ย.
กลุ่ม 16 ถล่มท่อส่งน้ำอีอีซี
ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หัวหน้ากลุ่ม 16 ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการลงมติของกลุ่ม 16 ว่า กลุ่ม 16 จะร่วมกับฝ่ายค้าน ในการโหวตคว่ำรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ต้องดูเป็นเรื่องๆ ว่าเรื่องดังกล่าวขัดประโยชน์ประเทศหรือไม่ พวกตนจะหารือกันก่อนลงมติ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้
ส่วนเรื่องที่จะอภิปราย คือเรื่องประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (โครงการท่อส่งน้ำอีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ที่ส.ส.กลุ่ม 16 ร่วมกันตรวจสอบมาตลอด มีเป้าหมายที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมธนารักษ์ ที่มีส่วนรับผิดชอบการจัดประมูล เพราะทำให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสและส่อที่จะเกิดการทุจริตเกิดขึ้นได้ ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป กลุ่ม 16 คงอยู่ร่วมกับรัฐบาลต่อไปไม่ได้ เพราะยึดถือเรื่องการต่อต้านทุจริต โดย จะร่วมมือกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ในการอภิปรายเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่าการได้รับจัดสรรเก้าอี้ กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ เป็นการตอบแทนหรือการให้โบนัสกับกลุ่ม 16 หรือไม่ นายพิเชษฐกล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อถึงเวลา เก้าอี้กมธ.ต้องสับเปลี่ยนให้กับคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ให้แต่กลุ่มเดิมๆ และครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบแล้ว ต้องมีส.ส.กลุ่มอื่นเข้าไปนั่งบ้าง
ปชป.เปิด 17 ขุนพลชิงส.ส.เหนือ
ที่จ.พิษณุโลก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำ “จุรินทร์ ออนทัวร์” เปิดสัมมนาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือตอนล่างที่ โรงแรมวังจันทน์ จ.พิษณุโลก มีแกนนำพรรคร่วมด้วย อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ภาคเหนือ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และตัวแทนสาขาพรรค สมาชิกพรรคเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
พร้อมเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในเขตภาคเหนือตอนล่าง 17 คน ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย นายสุขวิชชาญ มุสิกุล นายพลเดช ศรีแปงวงค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กำแพงเพชร, นพ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตาก, นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นายนัยศาลิน ถนอมมิตรวัฒนา น.ส. สิริรักษ์ บัณฑิตศิละศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. นครสวรรค์, พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้ นายวรวุฒิ แก้วทอง ว่าที่ผู้สมัครส.ส. พิจิตร, นายพงษ์มนู ทองหนัก น.ส.มุธิตา ทองคำนุช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก, นพ.ชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล นายยุพราช บัวอินทร์ นายศุภกิจ คำดี ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เพชรบูรณ์, นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจพล นายรวม ล้นเหลือ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุโขทัย

เปิดตัว – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำ ‘จุรินทร์ ออนทัวร์’ เปิดสัมมนาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ ตอนล่าง พร้อมเปิดตัว 17 ขุนพลว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด ที่โรงแรม วังจันทร์ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.
มั่นใจสมัยหน้าได้เก้าอี้มากขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวว่า รัฐบาลจะครบเทอมราวต้นปีหน้า แต่ถ้าไม่ครบเทอม การเลือกตั้งก็ต้องมาเร็วกว่าการเลือกตั้งทั่วไปปกติ ซึ่งเราไม่อยู่ในฐานะที่จะคาดการณ์ได้ แต่ในฐานะพรรคการเมืองต้องเตรียมความพร้อมไว้ ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ ตอนล่าง อดีต ส.ส.ของพรรคในปี 2562 ทุกคนยังร่วมอุดมการณ์กับพรรคอย่างครบถ้วน และหลังการเลือกตั้งใหญ่คราวที่แล้ว ถูกปรามาสเยอะว่าต่อไปก็สูญพันธุ์ แต่มาถึงวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า คำปรามาสนั้นไม่ได้มีเค้าลางของความเป็นจริง
อย่างน้อยที่สุดจากการเลือกตั้งซ่อม 3 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นที่จ.สงขลา ชุมพร และล่าสุดที่จ.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ประชาชนยังให้การต้อนรับ จึงเป็นที่มาที่พวกเราได้ประกาศไว้ที่สงขลาว่า การเลือกตั้งเที่ยวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ปักษ์ใต้จะคัมแบ๊ก
“การที่ผมมาพบกับพวกเราทุกคนในครั้งนี้เพื่อมาบอกว่า พวกเรามีความมั่นใจ และภายใต้การร่วมแรงร่วมใจของพวกเราทุกคน ประชาธิปัตย์ในภาคเหนือตอนล่างยังมีโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน เพราะจากสถิติในปี 50 ภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด เคยได้มาถึง 13 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เหลือที่นั่งเดียว คือ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก แต่ไม่ได้แปลว่าถัดจากนี้เราจะได้มากกว่านั้นไม่ได้ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนที่ต้องร่วมแรงร่วมใจ พร้อมกับเรามีข้อพิสูจน์แล้วว่าประชาชนต้อนรับพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น เพราะอุดมการณ์ของเราและผลงานของเรา” นายจุรินทร์กล่าว
‘นิพนธ์’โวเกษตรกรปลื้มประกันข้าว
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกิจการสาขาพรรค กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อพบปะ ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการเลือกตั้งภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะระยะเวลาของวาระการดำรงตำแหน่งของส.ส.นั้น จะครบวาระ 4 ปีในเดือนมี.ค.66 ฉะนั้นระยะเวลาที่ไม่ถึง 1 ปีนี้ พวกเราชาวประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะประธานสาขาพรรคผู้แทน สมาชิกพรรค แกนนำหมู่บ้าน/ตำบล ของพรรค จะมีการพูดคุยการเตรียมตัวความพร้อมในการรองรับสถานการณ์การเลือกตั้งในโอกาสที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ทั้งด้านนโยบายและตัวบุคคล ซึ่งถือว่าพรรคมีความพร้อมอย่างมาก เพราะได้เตรียมตัว ผู้สมัครมานาน รวมถึงยุทธศาสตร์และนโยบายต่างๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปดูแลอย่างครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ที่วันนี้ พี่น้องเกษตรกรกว่า 14 ล้านครัวเรือนได้รับประโยชน์อย่างมาก จึงมั่นใจว่าประชา ธิปัตย์จะกลับมา และถัดจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าขึ้น และต้องได้ ส.ส.มากกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ครอบครัวพท. – นายพานทองแท้ ชินวัตร เดินทางมาร่วมกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย แทนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวที่ติดโควิด โดยมีชาวบ้านต้อนรับอย่างคึกคัก ที่ปราสาทศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.
พท.ลุยสุรินทร์-‘โอ๊ค’ร่วมทีม
เมื่อเวลา 10.00 น. พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย เพื่อชาวนาไทย จ.สุรินทร์” มีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รวมทั้ง ‘โอ๊ค’ นายพานทองแท้ ชินวัตร ส่วนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้เนื่อง จากติดโควิด-19 โดยกิจกรรมเริ่มด้วยการพบปะประชาชนที่ ปราสาทศีขรภูมิ
นายพานทองแท้กล่าวว่า ตนไม่ได้มาแทนน้องสาว น.ส.แพทองธาร เพราะเดิมทีตนและน.ส.แพทองธารจะร่วมลงพื้นที่ ครั้งนี้ด้วยกัน แต่น.ส.แพทองธาร ไม่สบายตนเลยมาคนเดียว โดยน.ส.แพทองธาร ฝากความคิดถึงมาถึงพี่น้องชาวสุรินทร์ด้วย ตนก็เป็นหนึ่งในครอบครัวเพื่อไทย ถ้ามีเวลาจะลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวเพื่อไทย
เวลา 10.45 น. คณะเดินทางถึงม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เยี่ยมชมของดีเมืองสุรินทร์ ช่วงบ่ายมีการปราศรัยเปิดเวทีครอบครัวเพื่อไทย โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อีกไม่กี่วันพวกตนจะมีภารกิจรับใช้ประชาชนด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้ารัฐบาลยังไปได้อย่างน้อยก็คางเหลือง เดือนส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะครบวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ซึ่งรัฐธรรมนูญให้อยู่ในวาระ 8 ปี แต่ถ้าเขาไม่ยอมออก จะอยู่ไปถึงปี 70 ก็ไม่ไหว พวกเราในสภาไล่มาเต็มที่ ต่อให้เก่งขนาดไหน เมื่อเลือกตั้งมาถึง ขอให้พี่น้องจัดการด้วยมือของพี่น้องเอง เมื่อมีเลือกตั้งใหญ่สังหารคาหีบเลือกตั้ง เส้นใหญ่ไม่กลัว เราเส้นเยอะเสียอย่าง เพราะมีตั้ง 20 ล้านเสียง มีทางเดียวที่จะล้มได้คือเอาคนของเราที่มีเยอะๆ สู่การเลือกตั้งให้แลนด์สไลด์ ปลดในสภาไม่ได้ เราจะปลดในหีบเลือกตั้ง
ขออีสานแลนด์สไลด์เหมือนกทม.
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งหน้าต้องแลนด์สไลด์ทั้งประเทศ การเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.แลนด์สไลด์ไปแล้ว เห็นได้ว่า ผู้ว่าฯ ทำงานทุกวัน ต่างจากอดีตผู้ว่าฯ ที่มาจากพล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้ง เมื่อแลนด์สไลด์ใน กทม.ไปแล้วเชื่อว่าคนกทม. คงไม่พอแค่นี้ คงอยากจะเปลี่ยนนายกฯ และอยากมาถามพี่น้องชาวสุรินทร์ต้องการเปลี่ยนด้วยหรือไม่ ดังนั้นครอบครัวเพื่อไทยจึงต้องประสานประชาชนให้กว้างขวางมากที่สุด แลนด์สไลด์แรกใน กทม.ไปแล้ว ต่อไปแลนด์สไลด์ในต่างจังหวัด ยืมมือ คนอีสานมาเลือกตั้งให้ชนะ และจะร่วมกับประชาชนทั้งประเทศทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศึกครั้งหน้าเป็น ศึกใหญ่มีความท้าทาย ระหว่างทางมีกับดักมากมาย มีอุปสรรคเป็นผลไม้พิษที่เรียกรัฐธรรมนูญปี 60 คอยถ่วงประชาชน แต่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยพลังประชาชน ต้องได้อำนาจรัฐ ซึ่งต้องชนะการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว จึงมาขอพี่น้องชาวจ.สุรินทร์ ขอแลนด์สไลด์ให้พรรคเพื่อไทย
‘อุ๊งอิ๊ง’ผิดหวังอดเจอชาวบ้าน
จากนั้นเวลา 13.45 น. มีการเปิดคลิปวิดีโอ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “สวัสดี พี่น้องครอบครัวเพื่อไทย วันนี้จริงๆ เรามีนัดเจอกันตัวเป็นๆ แต่โชคไม่ดี พอดีตน เพิ่งกลับจากการไปหาคุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร) และคุณอา (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) จากสิงคโปร์ แล้วมีไข้เล็กน้อย ตรวจเอทีเคแล้วขึ้นสองขีด ตนและสามีติดโควิด เสียดายที่ไม่ได้มาร่วมงานพบพี่น้องด้วยตัวเอง เพราะเราเตรียมการมานานในการพูดคุยรับฟังปัญหา เสียใจที่ไม่ได้ไปร่วมงาน
“การพบกับคุณพ่อคุณอาล่าสุดได้คุยกับคุณพ่อและนายกฯ ปู ว่าก่อนนายกฯ ปูถูกยึดอำนาจ ได้เดินทางไปที่ จ.สุรินทร์ ช่วยซื้อข้าวในราคาที่สูงให้ชาวนามีทางออก เชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยมีจุดมุ่งหมายเหมือนเดิม จะทำให้ชีวิตประชาชนกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง วันนี้ขอส่งพี่ชาย เป็นตัวแทนไปพบพี่น้อง รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้มาด้วย ตัวเอง แต่สัญญาพรรคเพื่อไทยและจะหาจังหวะไปเจอพี่น้องได้พูดคุยให้หายคิดถึง ฝากพรรคเพื่อไทย ฝากคุณโอ๊คกอดพี่น้องแทนอิ๊งค์ด้วย” น.ส.แพทองธารกล่าว
‘ชลน่าน’ไม่หวั่น 7 งูเห่าทรยศ
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เก่งอยู่ 2 อย่าง คือทำให้คนจนและติดโควิดทั่วหน้า ถ้าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป เลือกตั้งรอบหน้า สุรินทร์ต้องแลนด์สไลด์ ทั้ง 8 เขต ที่ผ่านมาพรรคมีปัญหา ส.ส. จังหวัดใกล้สุรินทร์ถูกดูดไป แต่เราจะหาคนใหม่ที่ดีกว่ามาทดแทนในทุกเขต ไม่ว่าคนที่ถูกดูดไปจะด้วยอำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เราจะสู้กันด้วยนโยบาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากหลุมดำวิกฤตที่ประยุทธ์สร้างไว้ ขอให้พี่น้องมั่นใจในเพื่อไทย แม้เขาจะให้หัวละ 1-2 พัน พี่น้องรับเงินมา จริงๆ อยากจะบอกว่ารับเงินหมา กาเพื่อไทย พี่น้องรับเงินมาแล้วกา เพื่อไทย เพื่อที่จะพาให้พี่น้องออกจากวิกฤต
นพ.ชลน่านกล่าวถึงกรณี 7 ส.ส.พรรคเพื่อไทยโหวตสวนมติพรรคในการลงมติร่างพ.ร.บ.งบปี 66 ว่า ไม่กังวล เราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ขอให้พี่น้องชาวจ.สุรินทร์มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะเข้ามา แก้วิกฤตได้ ส่วนที่มีการถามกันว่าพรรค เพื่อไทยมั่นใจในการยึดพื้นที่อีสานใต้ได้ทั้ง หมดหรือไม่นั้น เรามีเป้าหมายแลนด์สไลด์ทุกพื้นที่อยู่แล้ว ในพื้นที่อีสานใต้ยอมรับ มีการแข่งขันสูง แต่เราจะเสนอประชาชน ให้เห็นถึงความต่างในมุมของพรรค
ส่วน 7 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคเราทราบมานาน และได้เตรียมผู้สมัครไว้แทนพร้อมแล้ว ขอมองในมุมบวกว่าการที่ส.ส. ย้ายออกจากพรรค เขาอธิบายประชาชน ไม่ได้ว่าทำไมถึงทรยศพรรคเพื่อไทย นี่พูดแบบภาษาพี่น้อง ในขณะที่เราเป็นความหวังให้ประชาชน เพื่อไทยกำลังกลับขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา ดังนั้นจะต้องมีคำตอบตรงนั้น และตรงนี้จะเป็นแรงขับให้มีการสนับสนุนมากขึ้น ส่วนจะขับออกหรือไม่ จากนี้จะเข้าสู่คณะกรรมการวินัยของพรรค สอบสวนพฤติกรรมดูตามข้อบังคับพรรค
มท.1 ประชุมสภากทม.นัดแรก
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มี คำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.) จำนวน 50 เขตเลือกตั้ง บัดนี้การเลือกตั้งได้เสร็จสิ้น และได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร จำนวน 45 เขตเลือกตั้งแล้วนั้น
จึงเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง
‘ชัชชาติ’ยันไม่มีดราม่าขุดคลอง
ที่สวนหลวงพระราม 8 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์ “รวมพลเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา และปลูกต้นไม้” เนื่องในวัน สิ่งแวดล้อมโลก 2565 ร่วมด้วยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลในส่วนการเก็บขยะในแม่น้ำ โดยนายชัชชาติได้ลงพายเรือเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา และปลูกต้นไม้เป็นต้นมะฮอกกานีบริเวณใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงการไปตรวจศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 3 มิ.ย. และนายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สำนักการระบายน้ำ ได้พูดคุยถึงความคืบหน้าในการขุดลอกคูคลองในพื้นที่ กทม.ว่า ทำไปได้เพียง 2 คลอง จาก 1,980 คลอง ต่อมานายศักดิ์ชัย บุญมา อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. สมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าเป็นการให้ข้อมูลแบบไม่รู้เรื่อง เพราะที่ตนได้ทำหน้าที่มา 2 ปี มีการขุดลอกคลองในเขตหนองจอกและลาดกระบังกว่า 150 คลองว่า ไม่ได้เป็นดราม่าอะไร
คลองมี 2 ประเภท ถ้าเป็นคลองหลักจะเป็นสำนักระบายน้ำดูแล ส่วนคลองย่อยจะเป็นในส่วนงานของเขต และที่ผอ.บอกว่า 2 คลองนั้นอาจหมายถึงคลองใหญ่ แต่ถ้ารวมคลองย่อยๆ คงมากกว่า 2 คลองแน่ ทุกอย่างไม่มีอะไรที่เป็นดราม่า ต้องขอขอบคุณผอ.สำนักระบายน้ำที่ให้ข้อมูล วันนั้นท่านก็มาดึกเลย ตนก็มีส่วนผิดด้วยที่ไปถามท่ามกลางงานผ่านไลฟ์